SugarSync อีกทางเลือกสำหรับคนชอบใช้ Cloud Storage

วันนี้ผมมาแนะนำ SugarSync สำหรับคนอยากได้พื้นที่เก็บไฟล์ฟรีๆ 5GB ตอนสมัครและรับเพิ่มในรูปแบบอื่นๆ ได้มากถึง 10GB โดยรวมแล้วคล้ายๆ กับ Dropbox ซึ่งเป็น Cloud Storage แต่ที่ Dropbox จะให้พื้นที่เริ่มต้น 2GB และให้มากสุดที่ 8GB (ด้วยโปรจากการแนะนำ หรือเรื่องต่างๆ ตามเทศการ)

สำหรับในส่วนของราคาสำหรับคนใช้งานไม่พอนั้น SugarSync นั้นดูจะมีราคาถูกกว่าและตัวเลือกในการเพิ่มพื้นที่เยอะกว่ามาก เลยมีความน่าสนใจมากกว่า แถมตัว SugarSync สำหรับทำงานบน Laptop/Notebook นั้นก็สามารถเลือก Directory ได้หลากหลายกว่าทาง Dropbox เพราะไม่ต้องเลือกเฉพาะแค่ Directory เดียวแล้ว Selective ภายในแบบ Dropbox แต่เลือกได้หลายๆ Directory จากต่างที่กันได้ด้วย ทำให้ความหลากหลายในการใช้งานนั้นมีมากกว่า Dropbox ด้วย

โดยรวมแล้วใช้งานไม่ได้แตกต่างกันทั้งสองส่วน เลยอยากแนะนำให้ลองสมัครใช้งานกันดูครับ

SugarSync is a free service that enables you to access, sync and share your files across all your computers and devices. We enable you to backup, sync and share all of your documents, photos, music and movies so that you can access them from your laptop, iPhone, iPad, Android, BlackBerry, or any other device.

ลองสมัครได้ที่นี่ครับ

 

การเตรียมตัวสำหรับเข้าร่วมงาน Windows 8 Camp

เรียน ผู้เข้าร่วมงาน Windows 8 Camp รอบ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ตามที่ทางบริษัท ไมโครซอฟท์(ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงาน Windows 8 Camp ซึ่งเป็นการอบรมการพัฒนา Metro Style Application ขึ้นระหว่างวันที่23-25 มีนาคม 2555 เป็นระยะเวลา 3 วัน ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขต บางเขน ซึ่งการอบรมครั้งนี้ จัดขึ้นสำหรับ นักพัฒนาซอฟท์แวร์ (Software Developer) และจะมีการฝึกเขียนโปรแกรมตลอดทั้ง 3 วัน และงาน Windows 8 Camp นี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก

ดังนั้น ทีมงานจะอนุญาติให้เข้างานได้เฉพาะ ผู้ที่ติดตั้ง Windows 8 Consumer Preview และ Visual Studio 11 beta (และเปิด Visual Studio 11 Beta ในขณะที่มีการเชื่อมต่อ Internet อย่างน้อย 1 ครั้ง) มาก่อนแล้วเท่านั้น

ทีมงานผู้จัดงานครั้งนี้ ขอสงวนสิทธิในการเข้าอบรมให้กับ

1. ผู้ที่ได้รับการยืนยันการเข้าร่วมงาน Windows 8 Camp (email ฉบับนี้ได้ส่งถึงผู้ที่มีชื่อและได้รับการยืนยันในระบบถูกต้องแล้วเท่านั้น)

2. ได้มาแสดงตนเข้างานในวันศุกร์ที่ 23 มีนาคม 2555 เวลาระหว่าง 7:30 น. ถึง 9:00 น. ที่ ห้องประชุมอาคารนานาชาติ ชั้นที่ 2 อาคารนานาชาติ (ตึก 17) คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ตามแผนที่ด้านล่าง และจะปิดรับทันทีที่คนเต็ม (First-Come-First-Serve)

และเนื่องจากมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก ไม่มีบริการ WiFi Internet ให้ระหว่างการอบรมทั้ง 3 วัน ผู้เข้างานหากต้องการใช้ Internet จะต้องเตรียมการเชื่อมต่อ Internet ส่วนตัวผ่านโทรศัพท์ หรือ air-card (Edge/GPRS/3G/H) เอง

A. การติดตั้ง Windows 8

1. Download Windows 8 Consumer Preview ได้ที่ http://preview.windows.com

2. วิธีติดตั้ง step-by-tep http://coresharp.net/blogs/frontpage/archive/2012/03/05/windows-8-consumer-preview-format-partition-copy-usb.aspx

B. การติดตั้ง Visual Studio 11 Beta

1. Download Visual Studio 11 Beta English version ได้ที่ http://go.microsoft.com/fwlink/?linkid=237572&clcid=0x409

2. ติดตั้งตาม Wizard การ Install ทั่วไป

3. หลังติดตั้งเสร็จ ให้ทำกับ run Visual Studio 11 ในระหว่างที่มีการเชื่อมต่อ Internet 1 ครั้งก่อนวันงาน

C. Lab File สำหรับการอบรม download ที่ http://sdrv.ms/Win8CampLab

D. ตัวอย่าง Windows 8 Metro Style Apps download ได้ที่ http://code.msdn.microsoft.com/windowsapps/Windows-8-Modern-Style-App-Samples

สถานที่ แผนที่ และการเดินทาง

· ห้องประชุมอาคารนานาชาติ ชั้นที่ 2 อาคารนานาชาติ (ตึก 17) คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

· ไม่แนะนำให้นำรถมาเอง เพราะจะหาที่จอดรถยากมาก

· เส้นทางที่แนะนำ ให้เข้าประตู 2 หรือ ประตู 3 (ประตูใหม่อยู่ระหว่างประตู 1 และประตู 2) ฝั่ง ถ.งามวงศ์วาน ตามแผนที่ สามารถเดินเข้าถึงตึก 17 ได้เลย

แล้วพบกันวันที่ 23 นี้ครับ

ทีมผู้จัดงาน Windows 8 Camp Thailand

 

ทดสอบ WD My Book/Passport บน USB 3.0 เทียบกับ eSATA 3Gbps

เอาผลการทดสอบของปะทะกันของคู่ความแรงในอดีตและความแรงในปัจจุบันของ External HDD ที่คนทั่วไปมักซื้อใช้กัน มาลองทดสอบกันเล็กๆ

อดีตของแรงพกความสามารถในการรองรับ port ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ยังคงแรงอยู่อย่าง WD My Book Home Edition 1TB ที่เชื่อมต่อได้ 3 แบบคือ USB 2.0 (480Mbps), Firewire 400 (400Mbps) และ eSATA (1.5/3Gpbs) ท้าสู้กับมวยสดใหม่อย่าง WD My Passport Essential 500GB และ WD My Book Essential 2TB ที่มี port ความเร็วสูงอย่าง USB 3.0 (5Gbps)

Bang Na-20120212-00555

ทดสอบ USB 3.0 ผ่าน Express Card/34 USB 3.0 แบบ 2 port ใช้ USB 3.0 Controller ของ NEC/Renesas รุ่น uPD720202

Bang Na-20120212-00554

ผลการทดสอบนี้อาจจะไม่ถึงที่สุดหรือบทสรุป เป็นการนำค่าผลการทดสอบที่ดีที่สุด 3 ครั้งของ HDD External ทั้ง 3 ตัว

ลองดูกันได้เลย

WD My Book Home Edition 1TB via eSATA

2012-02-21_204608

WD My Passport Essential 500GB via USB 3.0

2012-02-21_204129

WD My Book Essential 2TB via USB 3.0

2012-02-21_203736

มาทดสอบปิดท้ายกันสักนิดกับการ copy ไฟล์แข่งกัน

ไฟล์คือ SNSD 120218 KBS2 MUSIC BANK IN PARIS SNSD All Cut Moonlight.ts

ขนาดประมาณ 3.16GB

WD My Book Home Edition 1TB via eSATA

ผลการทดสอบ

  • Copy File 46MB/s
  • Test File 98MB/s

2012-02-21_211740

WD My Passport Essential 500GB via USB 3.0

ผลการทดสอบ

  • Copy File 44MB/s
  • Test File 67MB/s

2012-02-21_210948

WD My Book Essential 2TB via USB 3.0

ผลการทดสอบ

  • Copy File 45MB/s
  • Test File 85MB/s

2012-02-21_211207

จากผลการทดสอบทั้ง 3 ผลจะเห็นว่า eSATA นั้นทำงานได้เร็วพอๆ กับ Internal SATA ปรกติอยู่แล้ว แต่ผลของการทำงาน USB 3.0 ก็ดีไม่แพ้กันมากมายนัก ถ้าในด้านการทำงานถือว่าใกล้เคียงกันอย่างมาก เพราะฉะนั้นการนำ USB 3.0 มาใช้ทำงานบน External แทน SATA 3Gbps จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป หลังๆ ผมทำงานไฟล์รูปภาพใหญ่ๆ แบบ TIFF ขนาด 50-100MB บน USB 3.0 อยู่พอสมควร ยังไม่เคยมีปัญหา Interface หลุดตอนทำงานแต่อย่างใด ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องดูที่ตัว Chip USB 3.0 Controller ควบคู่กันไปด้วย เพราะในผลการทดสอบต่างประเทศ Chip USB 3.0 Controller บางตัว โดยเฉพาะรุ่นเก่าๆ หรืออกมารุ่นแรกๆ จะมีความไม่นิ่งอยู่บ้าง แต่แก้ไขได้ด้วยการ update ตัว Driver ก็หายครับ (เหนื่อยหน่อยตอนแรก แต่พอนิ่งแล้วสบายเลย) เพราะฉะนั้นถ้าสรุปง่ายๆ ก็คือ USB 3.0 ในตอนนี้ถือว่าทำงานได้ให้ความเร็วเต็มเพดานของความเร็วของ HDD ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

 

Review – OCZ Nocti Series mSATA SSD 60GB

เรามาทำความรู้จักกับ mSATA กันก่อนดีกว่า โดยเจ้า mSATA หรือในชื่อ Mini-Serial ATA ในปัจจุบัน (ณ.เดือน ก.พ. 2012) ยังเป็นการใช้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อของสล็อต mini PCIe connector (Mini PCI Express) บนตัว M/B ของตัว Notebook ที่ปรกติจะใส่ WiFi Card อยู่แล้ว ซึ่งใน Notebook มักจะมี 1 สล็อตเป็นปรกติเพื่อใส่ WiFi Card และในบางรุ่นจะมี 2 สล็อตเผื่อใส่ Card มาตรฐาน mini PCIe ซึ่งมักจะใส่พวก WWAN ที่เป็นการ์ดที่เพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อกับเครือข่าย 2G/3G หรือแม้แต่ WiMax (มีไว้เผื่ออนาคต) ซึ่งการทำแบบนี้ต้องมีมาตรฐานต่างหากจาก PCIe ก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้น Mini PCIe รุ่นเก่าจะไม่สามารถใช้งานได้

mSATA นั้นเพิ่งเริ่มต้นมีและประกาศเป็นทางการประมาณเดือนกันยายน 2009 โดยได้มีการเพิ่มเติมมาตรฐานใหม่ให้ใช้การสื่อสารข้อมูลแบบ Serial ATA ลงบนรูปแบบและสล็อตขนาดเล็กซึ่งผู้ผลิตเห็นตรงกันว่า mini PCIe เป็นคำตอบ ซึ่งก่อนหน้านี้มีมาตรฐานนี้อยู่บน Full PCIe อยู่ก่อนแล้ว โดยได้ประกาศลงใน Press Release ที่ 503.619.0563 SATA-IO to Develop Specification for Mini Interface Connector เพื่อเพิ่มให้สามารถใช้งานในอุปกรณ์ Notebook ขนาดเล็กที่มีพื้นที่ใส่ HDD 2.5” ได้จำกัดหรือไม่มีเลย โดยใช้ประโยชน์จาก SSD ที่ความเร็วขั้นต่ำขนาดเล็กโดยที่ 180MB/s สำหรับอ่านและเขียนที่ 70MB/s บน SATA 1.5Gbps, SATA 3Gbps และ SATA 6Gbps บนการ์ดหน่วยความจำขนาดเล็กคล้ายการ์ด WiFi หรือ WWAN

เพราะฉะนั้น mSATA ในตอนนี้นั้นใช้รูปแบบ connector ที่เหมือนกับ mini PCIe แต่ทั้งหมดแล้วไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งก่อนที่จะซื้อมาใช้งานนั้นแนะนำให้ตรวจสอบก่อนว่าเครื่องของคุณ mini PCIe สามารถใส่ mSATA ได้หรือไม่ด้วย

ซึ่งในช่วงปี 2010-2011 เป็นต้นมาก็มีหลายยี่ห้ออออกการ์ด mSATA ออกมา โดยหัวหอกคือ Intel ในช่วงต้นยังคงราคาแพงและไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก และต่อมาก็มีคู่แข่งในตลาดเพิ่มมากขึ้นอย่างเช่น Samsung หรือ Toshiba และที่เราจะนำมาแนะนำในวันนี้คือ OCZ รุ่น Nocti Series mSATA SSD 60GB โดยผมได้ OCZ Nocti Series mSATA SSD 60GB จาก MemoryToday.com มานานมาก ไม่ได้เขียนขึ้นสักที วันนี้เลยได้เวลาเอามาให้ดูกันว่ามันมีดีอะไร หลายๆ คนถึงอยากได้เจ้าตัวนี้กัน เหมาะมากสำหรับคนที่ใช้ Notebook ขนาดเล็กที่มี HDD อยู่ก่อนแล้ว และมีสล็อต mSATA ว่างอยู่ เรามารูปแบบของตัวการ์ดกันดีกว่า

DSC_1247

ตัวการ์ดนั้นมีขนาดไม่ใหญ่มากนักเมื่อเทียบกับขนาดของ SSD ตัวอื่นๆ ในท้องตลาด

DSC_1248 DSC_1245

เมื่อใส่คู่กับ RAM SO-DIMM DDR3 บน M/B แล้วลองเทียบดูจะเห็นได้ว่ามีขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด

DSC_1242

สำหรับ Notebook ที่นำมาทดสอบนั้นคือ Lenovo ThinkPad T420 4180-RG8 ที่ใช้ Chipset Mobile Intel QM67 Express และตัวของ SSD Nocti นั้นใช้ Storage Controller Sandforce รุ่น SF-2100

2012-02-19_232819

รองรับการทำงานแบบ TRIM ที่จำเป็นสำหรับคนที่ใช้ SSD

2012-02-19_234550

ทดสอบผ่านโปรแกรม HD Tune Pro 5.0

ผลการทดสอบสำหรับอ่านข้อมูล ดูแล้วยังไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่นัก แต่โดยรวมถึงว่าเร็วในระดับที่น่าพอใจสำหรับการ์ดเล็กขนาดนี้ โดยค่าเฉลี่ยการฟจะวิ่งอยู่ที่ประมาณ 160MB/s ซึ่งก็ยังคงเร็วกว่า HDD 7200rpm ในท้องตลาดทั้งหมดอยู่ดี (ปรกติ HDD 7200rpm อยู่ที่ค่าเฉลี่ย 100-120MB/s) แต่ส่วนที่ทำได้ดีอย่างเห็นได้ชัดคือ Access Time นั้นเร็วกว่า HDD 7200rpm แบบไม่เห็นฝุ่นเลย โดยปรกติ HDD 7200rpm นั้นจะอยู่ที่ประมาณ 11-9ms แต่เจ้าตัว SSD ตัวนี้อยู่ที่ 0.15ms ซึ่งเร็วมากๆครับ

2012-02-19_235051

เรามาดูเรื่องการคัดลอกและส่งไฟล์แบบ Sequential นั้นทำได้ตามคุณสมบัติที่วางไว้คือ ~250MB/s

2012-02-19_234536

เรามาดูค่า Access Time แบบละเอียดๆ จะเห็นว่าไฟล์ขนาดเล็กๆ นั้นทำได้ค่อนข้างใช้ได้อยู่ที่ประมาณ 0.1-0.2ms สำหรับไฟล์ไม่ใหญ่มากนัก

2012-02-19_234138

2012-02-19_234638

DSC_1241

กล่าวโดยสรุป สำหรับคนที่มี Notebook ที่มี HDD อยู่แล้ว และมีสล็อต Mini PCIe ที่สนับสนุน mSATA เหลือว่างอยู่ ผมแนะนำให้ลองหามาใช้ดูครับ ส่วนตัวแล้วนั้นรองรับการใช้งานสำหรับในบรรจุตัว OS เพื่อใช้ทำงานเป็นหลัก คุณจะได้รับความเร็วที่พอใจมากๆ เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องเปลี่ยน HDD ตัวเก่าเพื่อใส่ SSD ขนาด 2.5” ตัวใหม่ลงไปแต่อย่างใดครับ

ขอบคุณ MemoryToday สำหรับ SSD ตัวนี้ที่ให้มาทดสอบครับ

OSZ P/N NOC-MSATA-60G
Technical Spec Details

  • MLC NAND Flash
  • Native TRIM support
  • Seek Time: .1ms
  • Ultra-Slim Design 30 x 50 x 3.5mm
  • Lightweight: 6g
  • Operating Temp: 0°C ~ 70°C
  • Ambient Temp: 0°C ~ 55°C
  • Storage Temp: -45°C ~ 85°C
  • Low Power Consumption: 1.7W Active, 0.5W Idle
  • Compatible with Windows XP, Vista, 7 32-bit and 64-bit
  • MTBF: 2 million hours
  • 3-Year Warranty

Technical Spec Performance

  • Max Read: up to 280 MB/s
  • Max Write: up to 260 MB/s
  • Random Write 4k: 12,500 IOPS

http://www.ocztechnology.com/ocz-nocti-msata-ssd.html

 

“785 Days of waiting… finally we meet”, Girls’ Generation Concert Live in Bangkok 2012

หลังจาก ลุ้นระทึกกับการซื้อบัตร Girls’ Generation Concert Live in Bangkok วันที่รอคอยก็มาถึง สิ้นสุดการรอคอย

ผมได้บัตรก่อนเข้าคอน 2-3 วัน พี่ @plynoi เอามาให้ครับ สวยงามเก็บเป็นที่ระลึกและสะสมได้สบายๆ

ปล. ไฟล์ภาพและวิดีโอถ่ายจากกล้องมือถือ Samsung Galaxy Nexus ที่ความละเอียด 5Mpx (Photo) และ 1080p 24fps (Video)

324896_10150588725425275_580405274_8780102_1107206533_o

ผมไปถึงที่ impact ประมาณ 14:00 น. จริงๆ กะไปประมาณเที่ยงๆ แต่พอดีว่าติดปัญหาบางอย่าง นัดกับพี่ @plynoi ไว้ก่อนไปด้วย เลยรีบมากๆ เกรงใจพี่เค้า (แต่ก็กว่าจะเจอกันเกือบบ่ายโมงแล้ว ><”) เหตุที่ต้องไปก่อนนาน เพราะกลัวรถติดเพราะในวันนั้นมี 3 concert จัดในวันเดียวนอกจาก Girls’ Generation Concert Live in Bangkok 2012 แล้วก็ยังมี Bodyslam นั่งเล่น และ Fatfest 2012 อีกงานนึง นี่ยังไม่รวมงานแสดงสินค้าอีกในวันนั้น เพราะงั้น คนจะมหาศาลแน่ๆ ไปก่อนดีกว่า อย่างน้อยๆ ก็คือว่าทันแน่นอน

เดินๆ ไปก็เจอ เฟิร์ส, นก, @imfai, @processic และ @rstp ที่แถมๆ บูทของ soshifanclub.com ก็ได้พร๊อบสำหรับ project ของแฟนๆ ครับ

IMG_20120212_151254

เดินๆ ออกมา ก็มี Press Con. อยู่ด้านบนแถมๆ Gate 3-4 คนมุงกันเต็มเลย ผมเห็นแต่ไหล่ซูยองไกลๆ (เห็นหน้าด้วย เพราะงั้นใช่แน่นอน >,.<) สาวๆ โผล่หน้ามาทักทายทีก็กรี๊ดกันที

IMG_20120212_154504

ระหว่างตอนนั้นคนก็เข้าแถวรอเข้าคอนกันอย่างหนาแน่น นั่งรอกันเป็นระบบระเบียบดีไม่มีปัญหาใดๆ

IMG_20120212_155200

IMG_20120212_155208

ถึงสักประมาณ 16:15-20 น. (ประตูเปิด 16:00 น.) ก็ไปเข้าแถวเตรียมเข้าคอน เพราะคิดว่าคนเริ่มน้อย ไม่ต้องรอนานเท่าไหร่หรอก กะอยู่ท้ายๆ อยู่แล้ว

IMG_20120212_155715

IMG_20120212_161147

ป้ายนี้จริงๆ ตอนขากลับว่าจะเก็บกลับ แต่พอออกมา หายหมด!!!! T_T

IMG_20120212_161210

บรรยากาศภายในก่อนเริ่มคอน ยืนรอกันไปก่อนประมาณอีกชั่วโมงกว่าๆ

IMG_20120212_165530

ด้านบนโซน 5,000 และ 4,500 (ด้านล่าง) และโซน 3,000, 1,500 และ 900 ก็ไล่ถัดไปเรื่อยๆ ถึงด้านบน

IMG_20120212_170427

ภาพพาโนรามาสักหน่อยครับ ถือว่ากว้างใช้ได้ แต่ระยะสายตาถามว่าไกลไหม ถ้าสาวๆ SNSD ไปอยู่ด้านในสุด ก็ถือว่าไกล แต่ถ้าสายตาดีๆ ก็ไม่ถือว่าไกลมากเท่าไหร่

ระหว่างรอก็มีโฆษณาและเพลงสรรเสริญฯ ขึ้นมา พอมีความเคลื่อนไหนบนเวที หรือจอภาพทีก็มีเสียงโซวอนกรีํ๊ดกันทีนึงให้ตื่นเต้นกันเล่นๆ

PANO_20120212_172535

สาวน้อย @imfai กับป้ายผ้าของเธอที่เอาไปเชียร์สาวๆ SNSD ดูน่ารักดี ^^

IMG_20120212_170931

เมื่อ Intro เปิดตัวสาวๆ SNSD ขึ้น เสียงโซวอนก็กรี๊ดโห่ร้องดังลั่นอีกครั้ง

IMG_20120212_180823

พอ Intro จบก็ได้เวลาสาวๆ SNSD ออกมาแล้ว

IMG_20120212_181202

สิ้นสุดการรอคอยแล้ว!!!!

IMG_20120212_181253

IMG_20120212_181402

พวกสาวๆ SNSD ออกมาจากกล่องและร้องเพลง Genie ท่อนที่หลายคนรอคอยก็มาถึง

Bangkok, Put it back on!

ทิฟฟานี่ร้องท่อนนี้พร้อมกับเสียงกรี๊ดของโซวอนดังสุดเสียงกันอีกครั้ง คนข้างๆ น้ำตาไหลเลย ><

IMG_20120212_181719_1

IMG_20120212_182825

IMG_20120212_184257_1

ส่วนที่ทำให้สาวๆ SNSD ต้องน้ำตาซึมก็ตอนเพลง Complete เหล่าโซวอนพร้อมใจกันชูป้ายกระดาษ A4 ที่เขียนว่า “785 Days of waiting” และ “Finally we meet” รวมกันเป็น

785 Days of waiting, Finally we meet.

เพราะเป็นครั้งแรกในไทยที่เป็น concert เต็มรูปแบบหลังจากที่โซวอนไทยผิดหวังไปเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนเพราะเหตุความไม่สงบในบ้านเราจนต้องยกเลิก The 1st Asia Tour ในส่วนของประเทศไทยไป

IMG_20120212_201057

IMG_20120212_201102

โซวอนในฮอลต่างพร้อมใจกันชูป้ายกระดาษนี้ขึ้นเป็นภาพที่สวยงามมาก น้ำตาซึมและทำให้หลายๆ คนร้องไห้กันไปเลย สาวๆ SNSD ก็น้ำตาซึมกันไปครับเพลงนี้

PANO_20120212_201159

ระหว่างนี้ก็สนุกสนานกับ Concert ไปกว่า 3 ชั่วโมงครับ

IMG_20120212_201535_2

IMG_20120212_210255_2

สรุปงานนี้

  • แทยอนตัวจริงๆ หน้าเด็กและน่ารักมากกกกกกกกกกกก ตัวเล็ก ยิ้มแย้ม ขาวเวอร์มากกกกกกกกกกก!!! แบบถ่ายเธอตอนไฟโฟลโล่ส่องแล้วสะท้อนจนแสงแฟล์ร์ไปเลย (จริงๆ ก็แฟลร์ทุกคนแหละ ฮาๆๆๆ) แต่แทแท เธอมาแถวๆ ผมไม่กี่ครั้งเอง อยู่อีกฝั่ง เสียใจ T_T
  • ทิฟฟานี่เธอยิ้มได้โลกสดใสมากกกกกกกกก ยิ้มแย้มตลอดทั้งคอนเลย รู้สึกดีเวลาเธอยิ้ม พูดเก่งมากกกกก มาแถวๆ โซนผมบ่อยด้วย ^o^/
  • เจสสิก้ามาแถวโซนที่ผมอยู่บ่อยกว่าที่คิด เห็นกันอิ่มไปเลย ยอมรับว่าสวยมากกกกก วิ้งๆ แบบออร่าอ่ะ ออร่า!!! สะท้อนแสงมากกกกกก อีกคน
  • ซันนี่น่ารักกว่าที่คิดมากกกกกกก ตัวเล็กและดูผอมกว่าที่เห็นผ่าน MV/Live ต่างๆ แถมเพลงโชว์เดี่ยวนี่เล่นเอาตะลึง!!!!! เลือดหมดตัว >,.<
  • ยูริไม่ต้องพูดถึงสวยเจิดอยู่แล้ว คนนี้เหนือคำบรรยายอีกคน หุ่นดีมากกกกกกก เด่นจริงๆ ให้ตายเหอะ
  • ซูยองหน้าเรียว และผอมกว่าที่ผมคิดไว้อีกแฮะ (เอาเอวไปไหนหมด ><”) เธอสวยคมมากกกกกก บนเพลงแย่งความเด่นไปจากคนอื่นจริงๆ
  • ฮโยยอนผอมกว่าที่คิดไว้เยอะมากกกก แถมตัวเล็กกว่าที่ผมคิดไว้นะคนนี้ ^^
  • ซอฮยอนคนนี้ขาวแข่งกับแทแทแน่ๆ ขาวมากกกกกก แต่ยังไม่เท่าแทแท เฮือกกก (ลำเอียงส่วนตัว ;P)
  • ยุนอา สวยและเอวนิดเดียวเอง ><

คอนนี้ต้องบอกว่าถ้าเคยดู SNSD 1st Japan Arena Tour จะทราบว่าลำดับของเพลงจะคล้ายๆ กันมาก แต่ต่างที่ของในไทยมีเพิ่มเพลง The Boys ภาษาอังกฤษเข้ามา และเพลงเท่าที่ฟังเป็นเพลงภาษาเกาหลีเกือบทั้งนั้นเลย

ผมอยู่ในโซน BA ที่เป็นโซนยืน เพราะงั้นเลยเมื่อยมากกกก ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้ แต่มันไม่มีทางเลือก

เพลงโชว์ที่ไม่ใช่เพลงในอัลบั้มที่ประทับใจที่สุดคงเป็นของเจสสิก้าเดี่ยวเปียโนและชุดจัดเต็มมากๆ

ส่วนที่ลองลงมาก็คงเป็น Lady Marmalade ที่แทยอนกับทิฟฟานี่ร้องคู่กัน สวยงามมาก Sexy ด้วยให้ตายเหอะ

ส่วนเพลงที่รู้สึกเฮร่ยยย คงเป็นซันนี่เนี่ยแหละ!!!! ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ฮาๆๆๆ

สำหรับโซโร่เพลงอื่นๆ ที่ไม่ใช่ในอัลบั้ม ขอไม่อธิบายเพิ่มเยอะจัด อธิบายไม่หมด แนะนำให้เก็บเงินไปดูรอบหน้าก็แล้วกัน (มันเล่นจบกันดื้อๆ แบบนี้ ><”)

ส่วนตัวแล้วคอนนี้ต้องบอกว่าคุ้มค่าเงินมากๆ เพลงทุกเพลงจัดเต็ม ไม่คิดว่าจะได้เห็นสิ่งที่เห็นและมีส่วนร่วมกับคอนที่เราเคยได้แต่นั่งดูแผ่นหรือไฟล์ HD ที่ซื้อมา แต่ครั้งนี้ได้เห็นและอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ อยากบอกว่าหลายๆ อย่างในแผ่นหรือไฟล์ HD นั้นถูกตัดออกไปเยอะ และแต่งให้ดูเนี้ยบมากๆ (ซึ่งเป็นเรื่องดี) แต่เมื่อดูสดๆ จะได้เห็นในมุมกล้องที่กล้องไม่ได้นำเสนอเยอะแยะมากๆ ภาพสาวๆ หยอกล้อกัน ซึ่งปรกติกล้องมักจะแพนไปหาคนที่ร้องเพลง ส่วนคนที่ไม่ร้องก็เล่นกับคนดู ก็หยอกกันเองก็มี ทำให้รู้สึกว่าสนุกสนานตลอดเวลาในคอนจริงๆ มันมีอะไรที่เราไม่เห็นในแผ่นเยอะ จนรู้สึกว่าอิ่มจริงๆ ^^

รอบหน้าจัดเต็มอีกรอบ หวังว่าจะได้จองบัตร 5,000 (บัตรนั่ง) ได้เสียที ><”\

ปล. ไฟล์ภาพและวิดีโอถ่ายจากกล้องมือถือ Samsung Galaxy Nexus ที่ความละเอียด 5Mpx (Photo) และ 1080p 24fps (Video)