ไทยเราใช้ Adobe Subscription Edition หรือ Creative Cloud ไม่ได้ ก็ทนๆ ซื้อแบบกล่องไปแล้วกัน!

ก็ว่าจะซื้อ Photoshop CS6 แบบ Subscription Edition หรือ Creative Cloud แต่ก็…. ><”

เอาภาพมาให้ชมให้ช้ำใจเล่นครับ

2012-06-26_181817

2012-06-26_180231

 

บางครั้ง RAID ก็ไม่ช่วยอะไร

คนส่วนใหญ่ที่ซื้อ Harddisk มาเพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ และมีไม่น้อยที่ใส่ใจต่อการเก็บข้อมูลมากๆ ไม่อยากให้ข้อมูลหายก็มักจะซื้อแบบ RAID และนำมาทำเป็น RAID 1 (Mirror) เพื่อหวังว่าจะทำให้ข้อมูลของเรานั้นอยู่รอดปลอดภัยไปตราบนานเท่านาน

ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่ามี RAID แบบเดียวเท่านั้นที่ไม่เกี่ยวกับการสำรองข้อมูลในเรื่องนี้เลยคือ RAID 0 (Strip) ซึ่งในตอนนี้คงไม่ได้พูดถึง (อย่าคิดว่าพูดถึงตัวนี้เด็ดขาด)

แต่ความเข้าใจเรื่องการสำรองข้อมูลด้วย RAID นั้นก็ไม่ได้ถูกต้องเสียทั้งหมด เพราะความเข้าใจผิดที่ว่า RAID คือการป้องกันและสำรองข้อมูลนั้น แท้จริงแล้ว RAID ช่วยในเรื่องของความผิดพลาดหรือความเสียหายทางด้าน Hardware เป็นหลัก ซึ่งหมายความว่า ระบบ Harddisk ที่ต่อบน RAID นั้นจะยังคงทำงานได้แม้ Harddisk บางส่วนในระบบนั้นเสียหายอยู่เท่านั้นและ Performance ต่างๆ จะตกลงด้วยซ้ำไปถ้ามี Harddisk ตัวใดเสีย หรือเกิดความผิดพลาดขึ้น (หรือมากเท่าที่ระบบ RAID ที่ Setup จะยอมรับได้) ซึ่งก็แน่นอนว่ายังพอที่จะทำงานและสำรองข้อมูลออกมาจากระบบต่อไปได้ แต่ยังไงก็ต้องนำ Harddisk ตัวใหม่ใส่กลับเข้าระบบเพื่อ Rebuild ใหม่

ซึ่งข้อควรระวังอันดับแรกและคนไม่ค่อยคิดคือ RAID Controller ก็มีสิทธิ์เสียได้เช่นกัน ซึ่ง Harddisk ทั้งระบบอาจจะไม่เสีย แต่ RAID Controller เสียแทนก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง คราวนี้ก็เอาข้อมูลออกมาจากระบบไม่ได้ทั้งระบบเลย เพราะหัวใจสำคัญในการติดต่อมันอยู่ที่ Controller พวกนี้แหละ (ซึ่งในระบบใหญ่ๆ เท่านั้นที่มี RAID Controller อยู่ 2 ชุดเพื่อรองรับเหตุการณ์นี้)

ต่อมาคือเรื่องของ RAID ไม่ได้ช่วยกรณีมีการลบไฟล์หรือ Software มีปัญหาเลย ตัวอย่างที่มักไม่ค่อยเจอแต่ถ้าเจอก็ร้องกรี๊ดแน่ๆ คือการที่ File System พัง ซึ่งมักจะเจอบ่อยๆ ในกรณีที่ไฟดับและเครื่องคอมพิวเตอร์ดับทันที จนทำให้ Harddisk โดนไฟฟ้ากระชากเข้าระบบ (รวมไปถึงไฟฟ้าตก ไปเกิน ไปกระชากแบบไฟฟ้าไม่ดับด้วย) ทำให้การอ่านเขียน File Record บน File System เกิดความเสียหายแต่ถ้าตัว Journaling มันทำงานได้ดีก็จะ recovery ส่วนที่เสียหายกลับมาได้ แต่หนักกว่านั้นก็ได้เวลาลาบ้านเก่า ซึ่งทำให้ Harddisk เกิดอาการ RAW File System ไปเลย ซึ่งเป็นอาการที่เราไม่สามารถอ่านข้อมูล Harddisk/Partition นั้นๆ ได้เพราะตัว File Record หายหรือพัง ซึ่งการ recovery จาก RAW File System นั้นคือการ scan full drive ทั้งหมดเพื่อ build ตัว File Record ใหม่ทั้งหมด ซึ่งก็ใช้เวลานานมากๆ อย่างเช่น Harddisk ความจุ 2TB ก็ใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง บนความเร็ว Interface แบบ USB 3.0 (ความเร็ว B/W อยู่ที่ ~90-100MB/s) ถ้าเป็น USB 2.0 ก็คูณไปอีก 2-4 เท่า ความช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความจุและความเร็วของ Interface ของ Harddisk ในการอ่าน/เขียนเป็นสำคัญ

สุดท้ายไม่มีระบบใดที่ดีไปกว่าการ Backup แบบหลาย copy บนอุปกรณ์หรือระบบมากกว่า 1 ระบบเสมอครับ ถ้าทำสำรองข้อมูลไว้หลายๆ สถานที่ก็คงดี แต่ก็…. (มีคนทำนะครับ)

ฝากไว้เหมือนเดิม

Backup พันวัน เอาไว้ใช้วันสำคัญวันเดียว … วันที่ข้อมูลมีปัญหา!!!

 

มาทำ Backup ไฟล์สำคัญจากมือถือและโน๊ตบุ๊ก ไปไว้บน Cloud กันดีกว่า!!! (Online Sync)

จาก วิธีเก็บไฟล์รูปภาพให้อยู่กับเรานานๆ และ แนวทางการ Backup ข้อมูล (ฉบับปรับใหม่) ทั้งสองตอนเป็นเรื่องราวของการ Backup แบบ Local Drive อยู่ที่บ้านของแต่ละคนเป็นสำคัญ มารอบนี้เน้นแบบ Cloud Storage Service หรือบริการพื้นที่รับฝากไฟล์แบบ Sync ระหว่างเครื่องของเรากับตัว Service ที่อยู่บน Internet ซึ่งตรวจสอบและทำการ copy ไฟล์เราขึ้นไปอยู่บน Internet อยู่เรื่อยๆ เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของไฟล์ เปลี่ยนแปลงข้อมูล ทั้งแก้ไขหรือลบ โดยเราแทบไม่ต้องสนใจเลยว่ามันทำงานอย่างไร แถมยังมีสำรองข้อมูลเราแบบ Snapshot ซึ่งจะเก็บไฟล์เราไว้เป็นช่วงๆ เวลาที่เราแก้ไขเป็นเวลาเรียงต่อไปว่าเราเคยแก้ไขไปเมื่อไหร่บ้างและสามารถเรียกกลับมาอ่านหรือแก้ไขใหม่แทนที่ตัวปัจจุบันได้ด้วย แต่ระยะเวลามากสุดก็แล้วแต่พื้นที่หรือวันเวลาที่ระบบตั้งไว้สูงสุดเท่าไหร่ ซึ่งขึ้นกับผู้ให้บริการ

สำหรับบริการที่ผมใช้นั้นมี 3 Cloud Storage Service

  1. SugarSync (มีพื้นที่ใช้อยู่ 36.5GB ซึ่งเช่าเพิ่มเติมมาอีก 30GB)
  2. Dropbox (มีพื้นที่ใช้อยู่ 4GB ใช้ฟรี)
  3. SkyDrive (มีพื้นที่ใช้อยู่ 25GB ใช้ฟรี)

และเครื่องที่ผมมีไฟล์ข้อมูลเก็บอยู่ ซึ่งแน่นอนว่ามันก็คือโน๊ตบุ๊กของผมและมือถือของผมครับ

สำหรับตัวโน๊ตบุ๊กนั้น ผมแบ่งเป็น 3 Folder หลัก คือ

  1. Dropbox เป็น Folder หลักและสำคัญที่สุด เพราะเก็บไฟล์งานสำคัญต่างๆ และเอกสารทั้งหมด โดยจะใช้ Sync กับบริการของทั้ง Dropbox และ SugarSync แบบพร้อมๆ กันเลย คือทั้งสอง Service จะมีไฟล์เหมือนกัน (เผื่อมันล่มหรือมีปัญหายังมีอีกที่ที่ทำงานได้)
  2. SkyDrive เป็นตัวแยกต่างหาก ใช้เก็บไฟล์ที่ไม่สำคัญมาก หรือเอาไว้ Public/Share คนทั่วไปเป็นหลัก อันนี้เพิ่งเริ่มใช้งาน แต่โดยรวมประทับใจมาก แต่ Dropbox และ SugarSync ก็ใช้ไม่หมดแล้ว
  3. Magic Briefcase เป็นบริการส่วนของ SugarSync เอาไว้ Backup สำหรับมือถือเป็นหลัก โดยจะ Sync จากมือถือขึ้น Cloud และจาก Cloud ลงมาใส่บนโน๊ตบุ๊กอีกรอบนึง เป็นแบบ Auto/Interval Sync ทุก 12 ชั่วโมง (เลือกตั้งได้ถี่กว่านี้ก็ได้ผ่านภายในตัวมือถือ)

ด้านล่างเป็นแผนภาพรวมที่ใช้อยู่ตอนนี้

Backup Plans

ตัว SugarSync จะยืดหยุ่นกว่า Dropbox ในการเลือก Folder ต่างๆ ในเครื่องเราได้มากกว่า อย่าง Dropbox แม้จะมี Selective Sync แต่ก็ต้องเลือกจากภายใน Folder หลัก ไม่ใช่คนละ Location แบบ SugarSync

หน้าตาของ SugarSync File Manager

2012-06-21_205353

หน้าจอ Dropbox Preferences ที่เลือก Selective Sync

2012-06-21_210408

สำหรับมือถือนั้น ผมใช้ Android Phone เพราะงั้นผมมีอิสระในการเข้าถึงไฟล์ต่างๆ บนเครื่อง และจัดการไฟล์ได้เยอะกว่าทั้ง Internal Storage, Internal SD Card, External SD Card (เครื่องผมมันมี 3 Storage) เลยทำให้ SugarSync ตอบโจทย์ในเรื่องของความยืดหยุ่นของการ Backup ทั้ง 3 Storage เพราะผมเลือก Location ต่างๆ ในเครื่องทั้งหมดให้ Sync ลง Mobile Folders ใน Magic Briefcase ได้ทันที เพราะงั้น ถ้ามือถือหาย หรือไฟล์หาย ผมยังเรียกคืนจาก Cloud ได้หรือแม้แต่บนโน๊ตบุ๊กที่ผมก็ตั้ง Sync ตัว Magic Briefcase ไว้ได้ทั้งสองที่ครับ

SCR_20120621_205053 SCR_20120621_210028

หวังว่าประสบการณ์ในการแบ่งบันครั้งนี้คงทำให้หลายๆ คนรอดพ้นจากไฟล์ข้อมูลสำคัญๆ หายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากทั้งโน๊ตบุ๊กและโทรศัพท์มือถือครับ

ฝากไว้เหมือนเดิม

Backup พันวัน เอาไว้ใช้วันสำคัญวันเดียว … วันที่ข้อมูลมีปัญหา!!!

 

เอาภาพจากกล้อง HTC One X มาให้ดู

ผมได้ไปงาน Dinner เล็กๆ ของ HTC มาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาครับ เป็นงาน HTC One Gathering Dinner จัดกันเล็กๆ ที่ Sivatel Bangkok (แอบหลงตอนไป)

โดยรวมแล้วในงานมี 3 ตัวครับ แต่ผมถูกใจภาพจากกล้อง HTC One X มากที่สุดและได้เล่นเยอะที่สุด ส่วนตัว V และ S ผมเล่นไม่เยอะครับ แต่ทุกตัวคุณสมบัติตัว OS ไม่ต่างกัน ต่างกันที่ตัว spec ของ H/W และหน้าจอ ซึ่ง HTC One X ดูดีสำหรับผมมากๆ วัสดุสวยและดีจริงๆ ในงานโชว์ทำตกพื้นให้ดูก็หยิบมาเล่นต่อได้ ซึ่งน่าสนใจๆ มากสำหรับคนชอบอะไรทนไม้ทนมือ

สำหรับตัวกล้องนั้น One X ให้มา 8Mpx ครับ ทำ ISO ได้สูงถึง 1600 แต่ปรับได้จริงๆ ประมาณ 800 (คิดว่ากล้องถ้าตั้ง Auto มันจะปรับเพิ่มได้อีก) ซึ่งสำหรับกล้องมือถือด้วยเนี่ย ไม่ธรรมดา ภาพในที่แสงดีๆ HDR สวยเลย แต่แอบช้านิดๆ แต่ถ่ายออกมาสวย (ตอนถ่ายในที่แสงน้อยต้องมือนิ่งๆ สักหน่อย)

ขอไม่พูดอะไรมากครับ ผมขอเอาภาพจากกล้องมือถือตัวนี้มาให้ชมกันเล็กๆ แล้วกันครับ

ปล. ภาพบางภาพผมถ่ายเองบ้าง คนอื่นถ่ายบ้าง แต่ไม่รู้ใคร ><” ขออภัยด้วยที่ไม่ได้กล่าวถึงคนถ่ายรูปบางภาพ เพราะอยู่ในเครื่องมาก่อนถึงผมแล้ว เลย copy มาฝากด้วย

ปล2. อยากดูภาพ Original คลิ้กที่รูปผมอัพไฟล์ต้นฉบับจากกล้องให้แล้วครับ

IMAG0099c

f/2 speed 1/20s ISO-500
Original: 3264x1840pixel (8Mpx) to 1024x577pixel (via Bicubic Sharper)

IMAG0118

f/2 speed 1/15s ISO-1600
Original: 3264x1840pixel (8Mpx)

Read more

 

Mini Review – Ocz Octance SATA3 128GB แรงมว้ากกกกกกกกก!!!!

เมื่อวานผมไปถอย Ocz Octance SATA3 (6Gpbs) 128GB จากร้าน memorytoday.com มาใส่เครื่อง Lenovo ThinkPad T420 ของผมเอง เหตุที่ใช้ Ocz Octance แทน Ocz Vertex3 เพราะ Indilinx Controller นั้นไม่มีปัญหาเรื่องเมื่อพื้นที่ใกล้เต็มแล้วจะทำงานช้าลง (แต่ก็ยังเร็วกว่า HDD) เลยตัดสินใจตัวนี้มาแทน แม้ write mode จะช้ากว่าเกือบเท่าตัวก็ตาม

IMG-20120321-00610

Spec คราวๆ ก็

  • Interface: SATA 6Gbps / Backwards Compatible 3Gbps
  • Indilinx Infused™
  • TRIM Support
  • 512MB Onboard Cache
  • Max Read: up to 470MB/s
  • Max Write: up to 210MB/s
  • Random Write 4KB: 18,000 IOPS
  • Random Read 4KB: 35,000 IOPS

เลยเอามาทดสอบดูเล็กๆ ตามด้านล่างครับ ความเร็วก็ประมาณใน Spec เลยทีเดียว

2012-03-22_120438

2012-03-22_120603

2012-03-22_123513