เว็บ se-ed.com เก็บรหัสผ่านสมาชิกของร้านเป็น plaintext!

เมื่อวานนั่งหาหนังสือ กะว่าจะสั่งหนังสือสัก 2-3 เล่ม แต่ลืมรหัสผ่าน se-ed.com เลยเข้า https://www.se-ed.com/forgot-password.aspx เพื่อขอขั้นตอนการปลดล็อคผ่านทางอีเมลเพื่อเข้าระบบ

2014-09-08_110337

 

แต่สิ่งที่ได้กลับมาทำให้ตกใจไม่น้อยเพราะ….

2014-09-08_110831

 

ก็ไม่รู้จะว่ายังไงดี ความอยากได้หนังสือหายไปในทันที เลิกสั่งตั้งรหัสผ่านใหม่ที่ยาวกว่าเดิม แล้วลาก่อนเว็บนี้

ส่วนเหตุผลว่าทำไมอ่านจากของเก่าได้ที่ อย่าไว้ใจเว็บแบรนด์ระดับโลกให้เก็บรหัสผ่านที่สำคัญของคุณ

 

ใช้จ่ายผ่าน internet ควรรู้ความเสี่ยง ระมัดระวัง และรู้วิธีการแก้ไขปัญหา

ปรกติเวลาผมชำระเงินผ่าน internet ผมมักเลือก Paypal เป็นอันดับแรกหากมี แต่ถ้าไม่มีผมจะใช้บัตรเครดิตอย่าง KTC, Citibank, UOB หรือ AEON เป็นหลัก เพราะมีระบบแจ้งเตือนเมื่อชำระเงินผ่าน internet และมักมีการโทรมาสอบถามยอดใช้จ่ายผ่าน internet อยู่ตลอด ซึ่งบางครั้งเร็วมากในระดับวินาที กดจ่ายเงินไปปั๊บ ไม่เกิน 10 วินาที จะมีเจ้าหน้าที่โทรมาสอบถามทันที ซึ่งผมเจอกับ 4 แบรนด์นี้เป็นประจำ แม้จะไม่ทุกยอดที่ใช้จ่าย แต่หากเป็นยอดสั่งซื้อแปลกๆ มักไม่พลาด เช่นสั่งซื้อเพลงผ่าน iTunes สั่งซื้อแอพผ่าน Play Store หรือเว็บขายของอย่าง eBay เป็นต้น

ส่วนตัวเคยสั่งซื้อกับเว็บหลอกลวงอยู่เว็บหนึ่ง แต่รู้ตัวหลังจากจ่ายเงินไปแล้ว ผมโทรแจ้งยกเลิกยอด แจ้งอายัดบัตรและขอทำบัตรใหม่ทันที ซึ่งเป็นบัตรของ UOB และเจ้าหน้าที่ก็รับเรื่องยกเลิกและทำบัตรใหม่ให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทันที บัตรส่งกลับมาใหม่ไม่นานนัก และไม่มียอดใช้จ่ายที่ได้ขอยกเลิกอยู่ในบิลให้เสียเวลาทำเรื่องของคืนยอด

การใช้บัตรเครดิตและระบบการชำระเงินผ่าน Paypal มีข้อดีในเรื่องของการช่วยระงับยับยั้งการจ่ายเงินสดออกไป และทำให้ยอดการใช้จ่ายถูกต้องเสมอ ควรศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องพวกนี้ ผมเชื่อว่าเราจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นในการใช้งานมันบน internet มากขึ้น

สุดท้าย ก่อนใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต หรือระบบชำระเงินเหล่านี้ ควรตรวจสอบเว็บที่กำลังซื้อสินค้าและบริการด้วย มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัยมากแค่ไหน เช่น มี SSL หรือไม่ มีที่อยู่ระบุไว้ชัดเจนเพียงใด สินค้าที่กำลังซื้อตรวจสอบว่าคุณสมบัติตรงตามเว็บอื่นๆ ไหม เพื่อประกอบการซื้อสินค้าและบริการเหล่านั้น หากพบความผิดพปรกติ แนะนำให้สอบถามธนาคารและผู้ให้บริการรับชำระเงินเพื่อร้องเรียนและขอออกบัตรหรืออายัดยอดเสียแต่แรกครับ

 

มองยังไงมาตรฐานอาชีพด้านไอซีทีที่กำลังจะเกิดขึ้น

จากข่าว มาตรฐานอาชีพด้านไอซีทีคลอดแล้ว ในช่วง 2-3 วันที่ผ่าน พอเข้าไปดูที่ โครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ “สาขาวิชาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและดิจิตอลคอนเทนต์” ก็พอทราบรายละเอียดว่า มาตรฐานนี้จัดโดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) แน่นอนว่าเป็นของใหม่ที่ไม่ทราบว่าสถาบันนี้มาได้อย่างไร เลยค้นข้อมูลก็พบรายละเอียดและแนวทางของสถาบันแห่งนี้ หากดูเนื้อหาทั้งหมดแล้วนั้น ในความคิดเห็นส่วนตัวไม่มีปัญหากับการสอบมาตรฐานประกอบวิชาชีพไอทีนะ คือมองว่ามันคือ certificate ตัวหนึ่งในตลาดที่นำไปใช้งานในการแวดวงราชการได้ ซึ่งผมมองว่าคงคล้ายๆ กับมาตรฐานวิชาชีพอื่นๆ เช่น ใบประกอบวิชาชีพวิศวกร ใบประกอบวิชาชีพครู ใบประกอบโรคศิลป์ ใบประกอบวิชาชีพเภสัช ใบประกอบวิชาชีพสถาปนิก ใบประกอบวิชาชีพบัญชี หรืออนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความ เป็นต้น

ประโยชน์อย่างแรกคือ หากต้องการรับงาน หรือไปประมูลงานในโครงการต่างๆ ก็ต้องมีมันไว้เป็นมาตรฐานการรับงานขั้นต่ำสุดที่ควรจะมีคนผ่านใบมาตรฐานประกอบวิชาชีพไอทีนั้นร่วมอยู่ในทีมผู้รับงานด้วย ส่วนต่อมาคือ ต่อไปเวลารับเข้าทำงานถ้าผ่านใบมาตรฐานประกอบวิชาชีพไอที ก็แสดงว่าผ่านมาตรฐานส่วนกลาง ไม่ว่าจะจบมหาวิทยาลัยระดับไหน หากไม่ผ่านก็ถือว่าไม่ได้มาตรฐานส่วนกลางมันก็แค่นั้น

ซึ่งหากสังเกตดีๆ อาชีพใดๆ ที่มีการสอบใบประกอบวิชาชีพมักจะยุ่งเกี่ยวกับหน่วยงานราชการเป็นสำคัญ โดยในภาคเอกชนคงไม่กระทบเท่าไหร่ เพราะสายงานนี้ก็รับกันด้วยการทดสอบ หรือดูที่ผลงานกันอยู่แล้ว แต่ภาคราชการจะกระทบมาก เพราะนักวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษ จะต้องสอบ และทำให้มาตรฐานสายงานไอทีในระดับนักวิชาการของหน่วยงานรัฐฯ มีมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งส่วนตัวคิดว่าดีนะ เพราะใบประกอบวิชาชีพอื่นๆ ก่อนหน้านี้ หลายๆ ตัวก็ได้มาตรฐานที่ดี บางใบมีการต่ออายุใบประกอบวิชาชีพด้วย เพราะใบประกอบวิชาชีพเหล่านั้นมีวันหยดอายุ ต้องมาสอบเพื่ออัพเดทความรู้ตลอด ซึ่งก็ดีสำหรับวิชาการที่ก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา ซึ่งส่วนของไอทีแรกๆ คงมีข้อกังขาในช่วงแรกๆ แหละ ซึ่งคงใช้เวลาวัดกันว่ามาตรฐานที่สอบๆ กัน มันช่วยเพิ่มเติมความน่าเชื่อถือได้แค่ไหน

ฉะนั้นเรื่องการสอบมาตรฐานประกอบวิชาชีพไอที ผมมองว่ามันถูกผลักดันมาหลายรอบแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ หรือเป็นท่แพร่หลายเสียเท่าไหร่ ก็ไม่รู้โครงการนี้จะเป็นโครงการสุดท้าย หรือว่าจะต้องทำโครงการแนวๆ นี้กันอีกสักกี่รอบเหมือนกัน ><“

 

ถ้าถึงแก่ความตาย “ข้อมูลส่วนบุคคล” จะตกเป็นของทายาทหรือคู่สมรส

ใครซ่อนอะไรไว้ตอนอยู่ ตอนตายระวังไม่เผาผีนะครับ แนะนำให้ทำลายทิ้งก่อนตายก็ดี

ที่มา “พรบ. ข้อมูลส่วนบุคคล” ที่กำลังเข้าสภา ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรอีกไหม

10460716_10152606819785275_8331493605667178466_n

 

“ข้อมูลส่วนตัว” กลายเป็น “กรรมสิทธิ์ของบริษัท”

พอดีว่าเห็น @thitimalive ทวีต เรื่องข้อมูลส่วนตัวกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท เลยไปเช็คๆ เจอเพียบเลย กับประโยคแนวๆ ว่า

ข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้ หรือผ่านการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ของทางบริษัททั้งหมด ท่านยอมรับและตกลงว่าเป็นสิทธิและกรรมสิทธิ์ของบริษัท

แล้วไม่ได้เจอแค่ 2-3 บริษัท แต่เป็นเกือบทุกที่ที่เป็นเว็บออนไลน์คนไทยที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสิทธิในกรใช้งานข้อมูลส่วนตัว คือไม่ใช่อะไร พวกลอกกันมามากกว่า ซึ่งถ้า พรบ. ข้อมูลส่วนบุคคล ออกมา สงสัยว่าจะทำยังไงต่อไป