ลองจับ Surface Pro 3

โดยส่วนตัวแล้วนั้น ผมมี Surface RT ซึ่งทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows RT 8.1 อยู่ ซึ่งแน่นอนว่า Surface Pro 3 นี้ จะแตกต่างจากทั้ง Surface RT และ Surface 2 ที่กำลังทำตลาดไปก่อนหน้านี้ โดยมันจะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 ที่สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เป็น Desktop Application ที่เคยทำงานใน Windows XP, Vista, 7 และแม้แต่ 8 ได้แบบเดียวกับในโน๊ตบุ๊ค ซึ่งหากใครจำได้ มันจะเป็นลักษณะเดียวกันกับ Surface Pro ตัวแรก ซึ่งทำตลาดไปเมื่อ 1 ปีก่อนหน้านี้ และเป็นไปตามคาดที่ Surface Pro 2 ไม่ทำตลาดในไทย

ในวันนี้ 28 สิงหาคม 2014 จะมีการเปิดตัว Surface Pro 3 ในประเทศไทย และขายอย่างเป็นทางการ ส่วนตัวได้มีโอกาสได้ลองเล่นเจ้าตัว Surface Pro 3 จาก Microsoft Thailand ก่อนวันเปิดตัวจริงถึง 2 วัน ฉะนั้น ในตอนนี้จะมาเล่าว่า Surface Pro 3 นั้นน่าสนใจยังไง

ตัวเครื่องที่ได้ลองใช้งานนั้นเป็น Intel Core i5, RAM 4GB, SSD 128GB ซึ่งราคาขายอยู่ที่ 35,500 บาท (ราคารวมปากกา ไม่รวมคีย์บอร์ด)

20140826_183747_Android

ถึงแม้จะเป็นแท็บเล็ต แต่ด้วยความที่ส่วนประกอบภายในแบบเดียวกับโน๊ตบุ๊คบางเบา ทำให้ต้องมีช่องระบายความร้อน พร้อมพัดลมเพื่อนำความร้อนออกสู่ภายนอก ซึ่งหากใครเคยได้ลองใช้ หรือมี Surface Pro จะทราบว่า ส่วนระบายความร้อนนี้จะทำให้เครื่องหนากว่ารุ่น Surface RT อยู่พอสมควร แต่ใน Surface Pro 3 นั้นกลับทำได้บางมาก และนั้นทำให้การพกพานั้นสะดวกมากขึ้น

พอร์ตต่างๆ ไม่ว่าจะหูฟัง USB 3.0 และ Display port นั้น นั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ซึ่งมีหลายเสียงอยากให้เพิ่มพอร์ต USB 3.0 ให้มากขึ้นมากกว่าเดิมสัก 2 พอร์ต น่าจะดี แต่ก็มีทางเลือกคือ Docking Station (ที่มีให้มา 5 พอร์ต) หรือ USB 3.0 Hub มาต่อแทน ซึ่งก็อาจไม่สะดวกนักสำหรับคนที่ทำนอกสถานที่

ส่วนที่เปลี่ยนแปลงคือพอร์ตสำหรับต่อสายชาร์จไฟ ที่มีการเปลี่ยนแปลงจาก Surface รุ่นก่อนหน้านี้ ไม่สามารถนำรุ่นเก่ามาใช้งานร่วมได้เลย โดยดดูๆ แล้ว น่าจะแก้ไขปัญหาตัวเก่าที่พอร์ตสายชาร์จนั้นใช้งานได้ค่อนข้างยากได้ดีมากขึ้น เพราะรุ่นเก่านั้น ด้วยความที่มันลาดเอียง ทำให้การต่อสายชาร์จแบบแม่เหล็กนั้นทำได้ค่อนข้างยาก

20140826_184059_Android 20140826_184121_Android

ตัวเครื่องนั้นบางลงกว่าเดิมพอสมควร แน่นอนว่าความบางที่ได้มานั้น มาจากพื้นที่ที่ขยายมากขึ้นด้วยขนาดจอภาพที่ใหญ่ขึ้นจาก 10 นิ้ว มาเป็น 12 นิ้ว

มีน้ำหนักที่เบาลง หนักกว่า Surface RT แรกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้เวลาจับถือ ผมรู้สึกว่าไม่ได้แตกต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก

20140826_195413_Android 20140826_195448_Android

ในด้านของปากกานั้น ผมไม่ได้ลองใช้วาดภาพ แต่ลองฟิลลิ่งขีดๆ เขียนๆ ได้ความรู้สึกไม่แตกต่างจาก Surface Pro ตัวแรกที่ใช้ Wacom เท่าไหร่นัก แต่ด้วยความที่ผมไม่ได้เป็นคนชอบวาดการ์ตูน เลยไม่ขอชี้นำว่ามันจะดีกว่าเดิม อาจจะต้องให้คนวาดการ์ตูนจริงจังลอง N-trig Stylus ว่าแตกต่างจากตัวเดิมแค่ไหน แต่ใช้ลอง Spot Healing Brush บน Photoshop CC เพื่อลองรีทัชภาพขนาดใหญ่จากกล้อง Nikon D800 ขนาดไฟล์ใหญ่ระดับ RAW ไฟล์ ความละเอียด 36MP แล้วบันทึกทำงานผ่านไฟล์ TIFF อีกครั้ง ตัว Surface Pro 3 ก็ยังคงทำงานได้ราบรื่นดี ความแม่นยำในการวาด Brush ทำได้ดีมากๆ ด้วยความที่ส่วนตัวใช้ Wacom Bamboo บนโน๊ตบุ๊ตในการตกแต่งภาพมาก่อน พอมาใช้แล้วรู้สึกสะดวกกว่ามาก คล้ายๆ กับ Wacom Cintiq เลยทีเดียว โดยระหว่างที่ลองทดสอบนั้น ผมไม่ได้เปิดตัวโปรแกรมอื่นๆ ร่วมด้วย โดยใช้งาน RAM ไปเกือบๆ 3.5GB โดยประมาณ

ตัวปากกามีความสามารถในการทำงานร่วมกับ OneNote ได้ดีมากๆ เพราะตัวปุ่มที่ปากกาสามารถทำตัวเป็นปุ่มเมาส์คลิ๊กขวา ยางลบ หรือเรียกเปิดแอพ OneNote ได้ทันที แต่กับแอพตัวอืนๆ นั้นอาจจะมีความแตกต่างกันไปบ้าง อาจจะต้องส่วนสอบดูอีกครั้ง เพราะยังไม่เห็นการตั้งค่าเฉพาะของแต่ละแอพ ซึ่งแตกต่างจาก Wacom ที่ตั้งค่าได้ว่าแต่ละแอพปุ่มเหล่านี้จะทำหน้าที่อะไร สร้างความหลากหลาย และแตกต่างในการใช้งานได้เฉพาะตัวมากขึ้น

จุดสังเกตคือ เจ้า N-trig Stylus นั้นต้องใช้แบตเตอรี่ขนาด AAAA (ถ่านสี่เอ) ในการทำงานด้วย ซึ่งอาจจะหายากสักหน่อย ส่วนหัวของ N-trig Stylus นั้น สอบถามทาง Microsoft Thailand แล้ว ได้ความว่ากำลังประสานงานเรื่องนี้อยู่

20140826_185736_Android

สำหรับในด้านจอภาพนั้นให้ความละเอียดระดับ 2160 x 1440 pixel แบบ Multi-touch นั้นเป็นสัดส่วนแบบ 3:2 ซึ่งแตกต่างจากแท็ตเล็ต ตัวอื่นๆ ในตลาดที่มักจะมาพร้อมสัดส่วนจอภาพแบบ 16:9 หรือ 4:3 ซึ่งในส่วนนี้แล้วแต่คนชอบ แต่ผมคิดว่าคนที่ซื้อมาใช้งานภาพถ่ายน่าจะชอบกัน เพราะสัดส่วนจะพอดีกับการถ่ายภาพไม่ว่าจะ 3:2 หรือ 4:3 ในกล้องถ่ายรูป

ความสว่าง และความเปรียบต่างของการแสดงผลนั้นทำได้ยอดเยี่ยม เสียดายว่าผมไม่ได้เอา Spyder ไปลองวัด Gamut ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่จากมุมมองในการแสดงผลนั้น ทำได้ดี สีสันสวยงาม สีดำที่ดำได้สนิทจริงๆ ทำให้การใช้งานด้านภาพถ่ายนั้นทำงานได้สะดวกมากขึ้นด้วย เพาะจอภาพที่ให้สีดำไม่สนิทมักจะมีปํญหากับการตกแต่งภาพที่ไล่เฉดเทา-ดำ

20140826_191557_Android

มาดูด้านคีย์บอร์ดที่ตัว Surface Pro 3 นั้นไม่มี Touch Cover สำหรับตัวมันเองครับ มีแต่ Type Cover เท่านั้น แน่นอนว่า Microsoft บอกว่า สามารถเอา Touch Cover รุ่นเก่ามาใช้ได้ แต่มันดูแปลกๆ ไปนะ เพราะมันปิดจอได้ไม่ครอบคลุมสักเท่าไหร่นัก สำหรับตัว Type Cover ที่ใช้งานร่วมกับ Surface pro 3 จะมีส่วนของสอดเก็บปากกามาให้ด้วย

ปุ่ม Windows สำหรับกลับเข้าหนัา Start screen บน Surface Pro 3 ได้ถูกย้ายจากด้านล่างของตัวเครื่องมาไว้ที่ด้านข้างแทน คงเพราะ Type Cover สำหรับ Surface Pro 3 มันมีช่วงที่พับเข้าหาตัวเครื่องอยู่ส่วนหนึ่งตอนกางออกมาใช้งาน ด้วยเหตุผลด้านการสร้างความลาดเอียง และสร้างความถนัดต่อการพิมพ์มากขึ้น

สำหรับ Kick stand ที่ใน Surface RT กางได้ระดับเดียว และใน Surface 2 กางได้สองระดับแบบคงที่ พอมา Surface Pro 3 นั้นกางได้ไม่มีระดับคงที่ โดยกางได้สูงสุดถึง 150 องศา โดยไม่ได้ล็อคแบบรุ่นก่อนๆ ทำให้เราใช้งานได้หลากหลายมากขึ้นมาก

20140826_195316_Android

20140826_195633_Android 20140826_195643_Android

20140826_193218_Android 1

สำหรับลองจับ Surface Pro 3 นั้น คงเป็นการพรีวิวแบบคราวๆ ที่ยังไม่ลงลึกถึงรายละเอียดมากนักเพราะได้ลองใช้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่าไหร่ คงขอเวลาลองตัวจริง แบบใช้งานในชีวิตประจำวันอีกครั้งหนึ่ง แบบนานๆ หน่อย อาจจะเห็นจุดที่เป็นข้อสังเกต และควรรับทราบก่อนการตัดสินใจซื้อ

โดย Surface Pro 3 มีในไทยนั้นวางจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่น ในราคาเริ่มต้นที่ 29,500 บาท โดยทุกรุ่นมาพร้อมปากกา Surface Pen

ราคาขาย ณ. วันเปิดตัวจะมีราคาดังต่อไปนี้
– Intel Core i3 / RAM 4GB / 64GB ราคา 29,500 บาท
– Intel Core i5 / RAM 4GB / 128GB ราคา 35,500 บาท
– Intel Core i5 / RAM 8GB / 256GB ราคา 44,500 บาท
– Intel Core i7 / RAM 8GB / 256GB ราคา 53,900 บาท
– Intel Core i7 / RAM 8GB / 512GB ราคา 69,900 บาท

ส่วนคีย์บอร์ด Surface Pro Type Cover ที่มาพร้อมกับห่วงคล้องปากกา จะวางจำหน่ายที่ราคา 4,490 บาท

ส่วน Surface Pro 3 Docking Station นั้นทาง Microsoft Thailand คาดว่าจะนำเข้ามาขายด้วย แต่ยังไม่ให้คำตอบว่าเมื่อใด

สำหรับการประกันสินค้ามีรายละเอียดที่สอบถามทางฝั่ง Microsoft Thailand ดังนี้

1. การจำหน่ายผ่านช่องทางกลุ่มลูกค้าปลีก (Consumer Channel) ผ่าน IT City หรือ Banana IT จะได้ประกันสินค้า 1 ปี ทุกรุ่น ทุกตัว โดยขอเคลมสินค้าผ่านระบบเว็บ หรือโทรศัพท์ โดยมีพนักงานรับเคลมสินค้าจะเข้ามารับ และส่งเครื่องใหม่ให้ถึงบ้านโดยไม่ต้องนำเข้าร้านที่ซื้อมา (เป็นการเคลมสินค้าผ่าน UPS)

2. การจำหน่ายผ่านช่องทางกลุ่มลูกค้าบริษัท-ธุรกิจ (Business Channel) จะทำผ่านบริษัทตัวแทนของ Microsoft ซึ่งลองสอบถามทาง Microsoft Thailand ดูอีกที โดยจะได้ประกันสินค้า 1 ปี หรือสามารถซื้อเพิ่มเป็นแบบรับประกันแบบ 3 ปี หรือรับประกันสินค้าพร้อมรับประกันอุบัติเหตุแบบ 3 ปี ซึ่งเหมาะกับบริษัทที่ต้องการซื้อเป็นจำนวนมากๆ

โดยทาง Microsoft Thailand ยังไม่ตอบว่ากลุ่มลูกค้าปลีกจะสามารถซื้อแบบรับประกันแบบ 3 ปีเพิ่มเติมได้แบบกลุ่มลูกค้ากลุ่มบริษัท-ธุรกิจ หรือไม่ในอนาคต กำลังอยู่ในขั้นตอนการดูความเหมาะสม แต่ส่วนตัวแล้วนั้น อยากให้มี เพราะตัว Surface Pro 3 นั้น เชื่อได้ว่ากลุ่มลูกค้ามักจะซื้อไปทดแทนโน๊ตบุ๊คส่วนตัวซึ่งมักมีอายุการใช้งานประมาณ 3 ปีเป็นอย่างน้อยอยู่แล้ว

20140826_202840_Android

 

ผู้ประกอบการกับการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิก

การรวบรวมและการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิก ในอนาคตจะมีการพูดถึงมากขึ้นในสังคมไทยอย่างมาก ผมว่าบริษัทต่างๆ ที่ยังไม่เริ่มมีขั้นตอนพวกนี้ควรเริ่มต้นคิดกันได้แล้ว

ตัวอย่างเช่น

  1. การเก็บรวบรวมเก็บมาจากไหน มีที่มาอย่างไร เกิดจากการสมัครเข้าใช้บริการเอง หรือซื้อมาจากบริษัทใดหรือไม่ หากเป็นการซื้อมา ได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูลหรือไม่
  2. การจัดเก็บลงฐานข้อมูลนั้นมีการเก็บรักษาอย่างไร ข้อมูลสำคัญด้านการเงิน และการยืนยันตัวตนถูกจัดเก็บอย่างรัดกุมแค่ไหน มีลำดับความสำคัญและบุคคลในบริษัทแผนกใดเข้าถึงข้อมูลส่วนนี้ได้บ้าง
  3. การส่งออกข้อมูลถูกส่งออกไปอย่างไร ทำได้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง แผนกใดเข้าถึงข้อมูลส่วนนี้ได้บ้าง
  4. การแบ่งปันข้อมูลระหว่างกลุ่มพันธมิตรมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ไม่ว่าบริษัทที่เรากำลังให้ข้อมูลไปนั้น มีกลุ่มพันธมิตรที่นำเสนอสินค้าและบริการที่เราอาจจะไม่ต้องการให้ข้อมูลของเราส่งต่อไปถึงในบางกลุ่ม โดยสามารถแสดงเจตจำนงต่อการไม่ยินยอมเป็นรายกลุ่มหรือบริษัทได้
  5. มีรายงานการนำส่ง ให้หน่วยงานใด หรือมีหน่วยงานไหนติดต่อขอข้อมูลบ้าง การส่งให้กระทำหรือไม่ มีเนื้อหามากน้อยแค่ใด
  6. ผู้ใช้สามารถลบข้อมูลส่วนตัวของเขาออกไปจากฐานข้อมูลของหน่วยงานได้หรือไม่ หากไม่ต้องการใช้งานบริการต่างๆ ของบริษัทนั้นๆ แล้ว

ผมว่าควรเริ่มต้นพูดคุยและจัดระเบียบกันได้แล้วครับ

 

รีวิวใช้งานจริงกับ HP Deskjet Ink Advantage 3545 ตอนที่ 2

ต่อจาก รีวิวใช้งานจริงกับ HP Deskjet Ink Advantage 3545 ตอนที่ 1 ในตอนที่ 2 นี้จะพูดถึงการนำ HP Deskjet Ink Advantage 3545  มาพิมพ์รูปถ่าย และเอกสารผ่านแท็บแล็ต-มือถือต่างๆ กัน

โดยอุปกรณ์ที่นำมาทดสอบให้ดูมีดังต่อไปนี้
– iPad (iPad Air)
– Android Tablet (Lenovo IdeaTab A3000)
– Android Phone (LG G2)
– Windows RT 8.1 (Surface RT)

ตัวอย่างการเชื่อมต่อแบบ Wireless Direct เข้ากับมือถือ Android

ในบางครั้ง เราไม่ได้เชื่อมต่อ internet อาจจะพบปัญหาได้ เราย้อนกลับมาที่ความสามารถ Wireless Direct ที่สามารถเชื่อมต่อกับ HP Deskjet Ink Advantage 3545 ได้โดยตรง โดยเราสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านเมนู WiFi ได้โดยตรง และกรอกรหัสผ่านตามที่เครื่องได้สุ่มไว้ให้เรา

Screenshot_2014-07-06-23-24-42_thumb[2] Screenshot_2014-07-06-23-25-07_thumb[2]

Read more

 

ข้อมูลสรุปการพูดคุยกับทาง Baidu Thailand กรณี Potentially Unwanted Program

บันทึกข้อมูลที่พูดคุยเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2557

ข้อมูลอาจตกหล่นไปบางส่วนเพราะเขียนตามที่นึกออก โดยการพูดคุยไม่ได้บันทึกไว้อย่างละเอียด ใช้เป็นข้อมูลที่อ้างอิง หรือเป็นข้อผูกมัดของทั้งสองฝ่ายให้ทำตามไม่ได้ทั้งหมด เพราะเป็นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ และไม่ได้มีเซ็นหนังสือยอมรับความถูกต้องของเนื้อหาจากทั้งสองฝ่าย

ผมได้เดินทางไปพูดคุยปัญหาต่างๆ ที่ได้ประสบเอง และบอกเล่าจากข้อมูลคนรอบข้างให้กับ Baidu Thailand เพื่อรับทราบปัญหา และนำไปแก้ไขปรับปรุงต่อไป โดยการพูดคุยเป็นไปด้วยดี และเป็นการพูดคุยในเชิงเทคนิคทั้งด้านคอมพิวเตอร์ และทางกฎหมายบางส่วนที่เป็นข้อกังวล มีดังต่อไปนี้

> Ford: รูปแบบการติดตั้งของซอฟต์แวร์ของ Baidu นั้นมีการติดตั้งที่ไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้โดยผ่านตัวติดตั้งของซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ ซึ่งผมได้เสนอแนวทางการแก้ไขคือการกำหนดรูปแบบที่ชัดเจนต่อยอมรับเพื่อติดตั้งซอฟต์แวร์ของ Baidu อย่างชัดเจน

> Baidu: ทาง Baidu ได้รับทราบปัญหา และทาง Baidu ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตรวจสอบจาก community ต่างๆ ว่ามีซอฟต์แวร์ตัวใดบ้าง และได้ทำการแก้ไขปัญหากับทาง software distributor และ ads network ให้ปรับปรุงรูปแบบดังกล่าวแล้ว แต่ในตัวติดตั้งในซอฟต์แวร์เก่าๆ ที่อาจจะตกค้างอยู่คงไม่สามารถกลับไปแก้ไขไม่ได้

> Ford: ถ้าเป็นเช่นกัน การถอนการติดตั้งของซอฟต์แวร์ Baidu ก็ยังทำได้ยากอยู่ดี หรือพูดสั้นๆ “ติดตั้งง่าย เอาออกยาก”

> Baidu: ทาง Baidu ยืนยันว่าตัวซอฟต์แวร์นั้นได้มีการพัฒนาทำตัวถอนการติดตั้งมาอย่างถูกต้องสมบูรณ์แล้ว

> Ford: หากเป็นเช่นนั้นจริงทำไมถึงพบปัญหาว่าซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ นอกจากซอฟต์แวร์ของ Baidu ถึงไม่ถูกนำออกไปด้วย หรือแม้แต่มีการติดตั้งซ้่ำกลับมาอีกได้ ซึ่งทางผมตรวจสอบมาได้แก่ Hao123, 555.in.th หรือ Omiga Plus เป็นต้น

> Baidu: ขอยืนยันว่าซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ นอกจาก Baidu PC Faster และ Baidu AntiVirus นั้น ไม่ใช่ของ Baidu แต่อย่างใด หากแต่เป็นซอฟต์แวร์ที่ได้ซื้อช่องทาง software distributor และ ads network เช่นเดียวกับทาง Baidu ทำให้อาจมีตัวเลือกติดตั้งที่อาจเลือกพร้อมกับทาง Baidu ซึ่งทาง Baidu ได้พูดคุยกับทาง software distributor และ ads network หลายเจ้าที่ทำแบบนี้ให้ปรับปรุง และบางรายก็ได้ยกเลิกสัญญาไปแล้วเช่นกัน อ่านแก้ไขแก้ไขเพิ่มเติม [1] และ [2]: 25/7/2014 12:10 น. ด้านล่าง

> [1] Ford: ผมยังยืนยันต่อไปว่า การถอนการติดตั้งยังทำได้ยาก โดยได้แสดงขั้นตอนการถอนการติดตั้งจาก http://malwaretips.com/blogs/baidu-pc-faster-virus/ เป็นตัวอย่าง และได้นำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหานี้ด้วยการจัดทำคู่มือที่เป็นภาษาไทย และออก Removable Tools ทั้งซอฟต์แวร์จาก Baidu และซอฟต์แวร์ที่ถูกคาดเดาว่ามาจาก Baidu เองเพื่อช่วยกลุ่มผู้ใช้ดังกล่าวต่อไปน่าจะช่วยให้ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไข
> [2] Ford: ควรประกาศอย่างเป็นการทั่วไปบนเว็บไซต์ของ Baidu เองว่า ซอฟต์แวร์ที่ถูกคาดเดาว่ามาจาก Baidu นั้นมิใช่ซอฟต์แวร์ที่มาจาก Baidu เอง เพื่อเป็นการยืนยันอีกครั้งหนึ่ง
> [3] Ford: ทาง Baidu มีการตอบคำถามในบางคำถามตาม community ต่างๆ ในการแนะนำวิธีการใช้งานอยู่ อยากแนะนำให้ทำคู่มือเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการให้อ่านฟรีบนเว็บของ Baidu ภาษาไทย เพื่อเป็นแนวทางในการใช้งานและการแก้ไขปัญหาของผู้ใช้งานเป็นการทั่วไป เพราะการสนับสนุนผ่านทาง community เพียงอย่างเดียว อาจไม่ทั่วถึง

> Baidu: ทาง Baidu จะนำกลับไปพิจาราณาความเหมาะสม แต่เป็นทางออกที่ดีในการแก้ไขปัญหา

> Ford: เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะเผยแพร่รายงานการตรวจสอบรูปแบบการติดตั้งตัวซอฟต์แวร์ของ Baidu ที่ได้ส่งให้กับทาง software distributor และ ads network ว่าที่แห่งใดบ้างได้ทำตามข้อกำหนดในการติดตั้งอย่างถูกต้องแล้ว เพื่อแสดงความโปร่งใส และความมั่นใจในการติดตั้งซอฟต์แวร์ต่างๆ

> Baidu: ทาง Baidu จะนำกลับไปพูดคุยกันเพื่อดูความเป็นไปได้ต่อไป เนื่องจาก software distributor และ ads network มีความหลากหลายและเยอะมาก แต่ทาง Baidu ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตรวจสอบอยู่ตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมา และเราได้ยกเลิกสัญญาไปหลายเจ้าแล้ว ตามที่ข้อมูลข้างต้น

> Ford: ผมได้ทดสอบติดตั้งซอฟต์แวร์ที่คาดว่าจะมีตัวติดตั้ง Baidu บนเครื่องคนละ location setting กัน กลับไม่พบการติดตั้งซอฟต์แวรของ Baidu แต่เป็นซอฟต์แวร์ของผู้ผลิตรายอื่น แสดงว่า ทาง software distributor และ ads network มีการตรวจสอบข้อมูลของประเทศปลายทางด้วยใช่หรือไม่

> Baidu: เป็นไปตามความเข้าใจแบบนั้นจริง

> Ford. ทางผมได้พบข้อชวนเป็นห่วงต่อปัญหาในด้านข้อมูลส่วนตัว และความกำกวมของ EULA (อ้างอิง http://antivirus.baidu.com/th/license_agree.php) อยู่หลายส่วนด้วยกัน
1. คำว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” ในข้อที่ 3.5 ของ EULA ของ Baidu AntiVirus นั้นค่อนข้างกว้างมาก ซึ่งตาม “ร่าง พรบ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” นั้นหมายถึง “ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม” ซึ่งค่อนข้างกว้าง ควรปรับให้แคบลงกว่านี้ เพราะอาจหมายรวมไปถึงข้อมูลบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต ข้อมูลการเข้าถึงพื้นที่ที่ต้องมีการยืนยันด้วยรหัสสมาชิกและรหัสผ่านอื่นๆ ได้
2. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นหมายรวมไปถึงพันธมิตรของ Baidu ด้วย และไม่ต้องมีการยินยอมจากผู้ใช้ ซึ่งส่วนตัวมองว่าตรวจสอบยาก เพราะพันธมิตรของ Baidu เพิ่มขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้น ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้อาจจะแพร่กระจายออกในบริษัทอื่นๆโดยไม่ได้รับการยินยอมจากผู้ใช้
3. จากข้อที่ 2. การเผยแพร่ดังกล่าว มีข้อยกเว้น ซึ่งนอกจากพันธมิตรของ Baidu แล้วยังมีหน่วยงานราชการตามกฎหมาย ซึ่งมิได้ระบุประเทศว่าอ้างอิงกฎหมายหรือหน่วยงานราชการประเทศใด เพราะมีกลุ่มผู้ใช้กังวลต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจถูกรวบรวมส่งต่อให้กับหน่วยงานราชการทั้งปรถเทศจีน ไทยหรือประเทศอื่นๆ ได้โดยไม่ได้้างอิงหลักกฎหมายอย่างชัดเจนว่าใช้ของประเทศใด
4. ในข้อที่ 3.6 มีการขยายความขอบเขตและเหตุผลความต้องการข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมจาก 3.5 อีกรอบ
5. ในข้อที่ 3.8 เรื่อง “ความยินยอมของผู้ใช้” นั้นมีส่วนที่กังวลคือ วงเล็บ (2) ที่กล่าวว่า “การดาวน์โหลด ติดตั้ง หรือใช้ซอฟต์แวร์นี้” ซึ่งมีความหมายว่า เพียงแค่ดาวน์โหลดเข้ามาในเครื่อง แม้ไม่ได้ติดตั้ง ก็อาจหมายถึง “ความยินยอมของผู้ใช้” แล้ว และมีข้อกำหนดคำว่า “อื่นๆ” ซึ่งเป็นข้อกำหนดปลายเปิด ซึ่งสุดท้ายสามารถทำการณ์ใดๆ ก็ได้ ก็เท่ากับเป็น “ความยินยอมของผู้ใช้” ได้แล้วในอนาคต
ในความเป็นจริง ไม่ใช่เพียงแค่ 5 ข้อนี้ เพราะเป็นแค่ตัวอย่างของ EULA ซึ่งมีปัญหา และสร้างความกังวลของผู้ใช้เองได้

> [1] Baidu: สร้าง Baidu รับทราบข้อกังวลดังกล่าว และจะนำไปปรับปรุง และประกาศแจ้งอย่างเป็นการทั่วไปบนเว็บไซต์ของ Baidu เพื่อสร้างความสบายใจของผู้ใช้คนไทยต่อไป โดย EULA ดังกล่าว จะเป็น EULA ที่เหมาะสมกับกฎหมาย และประเทศไทยเป็นสำคัญ
> [2] Baidu: ทาง Baidu ได้เสริมข้อมูลทางด้านเทคนิคว่า ทาง Baidu นั้นมีการเก็บข้อมูลผู้ใช้แบบนิรนาม (anonymous) เช่นเดียวกับซอฟต์แวร์อื่นๆ โดยการส่งข้อมูลกลับไปหรือไม่นั้น มีตัวเลือกให้ผู้ใช้ยืนยันก่อนการส่งข้อมูลอย่างแน่นอน แต่หากติดตั้งผ่าน software distributor หรือ ads network อาจจะไม่มีชุดคำถามดังกล่าว แต่ค่าเริ่มต้นเป็นการกำหนดแบบไม่ส่งข้อมูลให้กับทาง Baidu

แก้ไขเพิ่มเติม [1] : สำหรับ hao123.com ผมไม่ได้ทักท้วงว่าทำไมถึงไม่เกี่ยวกับ Baidu เพราะในเว็บ hao123.com ยังมีระบุว่าเป็นของ Baidu.com เนื่องจากการควบรวมตั้งแต่ปี 1999

แก้ไขเพิ่มเติม [2]: 25/7/2014 12:10 น.
คำถาม: โปรแกรมในเครือ Baidu มีอะไรบ้าง
คำตอบ: เท่าที่มีในประเทศไทยตอนนี้มีดังนี้
Desktop
– Baidu PC faster
– Baidu anti virus
– Spark Browser (1. Spark Browser 2. Spark Security Browser)
– PC App Store
– Hao123
apps บนมือถือระบบ Android
– DU Speed Booster
– DU Battery Saver
– Baidu Browser
– PhotoWonder

ข้อมูลอ้างอิง http://pantip.com/topic/32279590/comment1

 

Potentially Unwanted Program คืออะไร?

Potentially Unwanted Program ตัวย่อ PUP หรือ PUPs เป็นคำที่ใช้อธิบายประเภทของโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ประเภทหนึ่ง (unwanted programs) ซึ่งอาจมีพฤติกรรมที่เข้าข่าย โทรจัน (trojans) สปายแวร์ (spyware) แอดแวร์ (adware) หรือ มัลแวร์ (malware) โดยมันอาจล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวได้  (privacy)

โปรแกรมรูปแบบดังกล่าวมักมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ฟรีแวร์  ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในซอฟต์แวร์ประเภท video codec/recording/streaming, download managers หรือ PDF creators โดยคุณสามารถใช้ซอฟต์แวร์เหล่านี้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่มันจะแสดงหน้าต่างที่เป็นโฆษณา แถบเครื่องมือในเบราว์เซอร์ การเปลี่ยนแปลงหน้าเริ่มต้นค้นหา การเปลี่ยนหน้าเริ่มต้นในเบราว์เซอร์ และเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ใช้งานบางอย่าง โดยบางส่วนอาจมีการทำงานเบื้องหลัง ซึ่งอาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านทำงานช้าลง พบการทำงานที่ผิดพลาดไปจากความเป็นจริง หรือมีการติดตั้งส่วนเสริมอื่นๆ ในภายหลังโดยไม่แจ้งให้ผู้ใช้งานทราบล่วงหน้า ซึ่ง Potentially Unwanted Program โดยมากมักติดตั้งโดยไม่ได้รับความยินยอมของผู้ใช้งานผ่านการติดตั้งแบบเร็วของซอฟต์แวร์ฟรีแวร์อื่นๆ ผู้ใช้งานควรใช้การติดตั้งซอฟต์แวร์โดยการเลือกตัวเลือกขั้นสูง หรือกำหนดเองเสมอ เพื่อตรวจสอบการติดตั้งที่ไม่ได้รับความยินยอมใดๆ จากผู้ใช้ โดยการนำออกไปจากระบบคอมพิวเตอร์ผู้ใช้งานนั้นมีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่าขั้นตอนปรกติ บางโปรแกรมป้องกันไวรัส หรือซอฟต์แวร์ปกป้องความปลอดภัยจะสแกนและป้องกันระบบของคุณเพื่อป้องกัน Potentially Unwanted Program ในขั้นตอนแรกที่ถูกเรียกใช้ โดยมีคำแนะนำจากเหล่าผู้ผลิตซอฟต์แวร์ปกป้องคามปลอดภัยว่าควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งซอฟต์แวร์ฟรีแวร์ที่มี PUP มาพร้อมด้วย เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการยอมรับการติดตั้งซอฟต์แวร์พรีแวร์ดังกล่าว เนื่องจาก Potentially Unwanted Program นั้นมีการแจ้งข้อกำหนดที่อยู่ในรูปแบบสัญญาการให้สิทธิในการใช้ซอฟต์แวร์ (end user license agreement; EULA) ซึ่งอาจนำไปสู่การฟ้องร้องต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้ เนื่องจากผู้ใช้งานได้ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวในขณะที่เริ่มต้นติดตั้งซอฟต์แวร์ดังกล่าวลงไปแล้ว

2014-07-23_113317
แผนภาพแสดงพฤติกรรมต่างๆ ที่เข้าค่าย PUP จากรายงาน Potentially Unwanted Program จาก McAfee

อ้างอิง

http://www.webopedia.com
http://www.malwarebytes.org
http://www.symantec.com
http://www.bitdefender.com
http://www.pandasecurity.com