Podcasting หรือ Podcast คืออะไร ?

Podcasting หรือ Podcast คือขั้นตอนของสื่อชนิดหนึ่งบนระบบอินเตอร์เน็ตที่ยินยอมให้ผู้ใช้ทั่วไปทำการสมัครเพื่อรับ feed news

มันเริ่มได้รับความนิยมประมาณปลายปี 2004 ที่ผ่านมา ตัว feed news นี้จะทำงานอัตโนมัติ เพื่อทำการดาวด์โหลดไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ เข้าสู่ computer หรือ portable music player (เรียกติดปาก ว่า mp3 player)

คำว่า Podcasting หลายๆ คนคิดว่าอาจจะเป็นคำคว]มาจากคำว่า Broadcasting กับ iPod แต่ตามข้อกำหนดแล้ว มันเป็นการเข้าใจผิด แต่เป็นความบังเอิญ อันสอดคล่องพอดี หรือประจวบเหมาะ กับ iPod ของ Apple นั้นเอง ซึ่ง Steve Jobs ก็ใช้โอกาสนี้ โฆษณา feature ใหม่เป็น Broadcasting + iPod  = Podcasting นั้นเอง  

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้น ตั้งแต่ที่ได้ยินมานับตั้งแต่ Podcasting เกิดขึ้นมาบนโลกมา ระบบนี้สามารถใช้ได้กับ iPod หรือพวก portable music player อื่นๆ และรวมไปถึงเครื่อง computer ได้อยู่แล้ว ซึ่งในความเป็นจริง แล้วนั้น ตั้งแต่ กันยายน ปี 2004 นั้น ได้มีการบัญญัติคำว่า POD ซึ่งเป็นคำย่อมาจาก “Personal On-Demand” หรือ “อุปสงค์ส่วนบุคคล” นั้นเอง เมื่อรวมกับ Broadcasting ก็กลายเป็น PODcasting นั้นเอง ซึ่ง Broadcasting เป็นการนำสื่อต่างๆ มาอยู่ในรูปของภาพ และเสียง ต่างๆ มากมาย ไม่ขึ้นกับ formatของไฟล์ หรือ type ของไฟล์แต่อย่างใด นำมาเผยแพร่ให้บุคคลภายนอก (The public in general) ฟังโดยที่ไม่จำเป็นเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ และเป็นเทคโนโลยีในการถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียง ผ่านสื่อต่างๆ หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นเทคโนโลยีที่สามารถโยกย้ายข้อมูลขนาดมหึมาของภาพและเสียงจากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่งระหว่างเครือข่ายชนิดต่างๆ

Podcasting นั้นทำงานโดนการที่ใช้ RSS 2.0 XML หรือ RDF XMLที่เป็นไฟล์ format มาตรฐานของ XMLที่เป็นไฟล์แบบเปิด โดย Podcasting จะเปิดทำงานแบบอิสระต่อการจัดการ และทำสื่อส่วนตัวต่างๆ โดยตัว Podcasting นั้นเป็นสื่อกลางระหว่างไฟล์เสียง, วีดีโอ หรือมัลติมีเดียอื่นๆ อีกมากมาย กับผู้ใช้งานอีกทีหนึ่ง

การทำงานของ Podcasting มีขั้นตอนคือ ผู้ใช้ได้รับ URL ของ Podcasting แล้วใส่ในซอฟต์แวร์ Podcasting Reader หรือ RSS Reader ยี่ห้อต่างๆ ในที่นี้ของใช้คำสั้นๆ ว่า Podcasting  Reader ในทีเดียวเลย  ผู้ใช้ทำการร้องขอต่อ URL นั้นๆเพื่อทำการปรับปรุง index หรือสารบัญ ของ Podcasting เจ้าตัว Podcasting Reader จะวิ่งไปที่ URL ที่กำหนดดังกล่าว เพื่ออ่าน ไฟล์ XML ซึ่งจะอ่านว่ามีรายละเอียดต่างๆ ภายในนั้นอาจจะมีพวก ชื่อรายการ, ชื่อผู้จัดทำ, วันที่จัดทำ , ฯลฯ ซึ่งจะทำการส่งรายละเอียดต่างๆ นั้นมาไว้ที่ซอฟต์แวร์ของเรา เพื่อบอกรายละเอียด และรอให้เราทำการร้องขอไฟล์มีเดียนั้นอีกที และเมื่อร้องขอไฟล์ที่เราต้องการแล้ว เจ้าตัว Podcasting Reader จะเข้าไปอ่านที่ไฟล์ XML เดิมอีกที หรืออ่านไฟล์ XML ดังกล่าว (ขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์นั้นๆ ว่าจะเก็บไฟล์ทื่อ่านเพื่อทำ cache หรือ่านทุกๆ ครั้งผ่าย Internet) เมื่อทำการอ่านไฟล์ XML ในนั้นจะบอกซอฟต์แวร์ของเราว่าไฟล์มีเดียนั้นๆ เก็บอยู่ที่ใด เพื่อทำการไปโหลดที่ต้นทางจริงๆ อีกทอดหนึ่ง ซึ่งตัวซอฟต์แวร์ Podcasting Reader จะทำการดาวด์โหลดไฟล์มีเดียมาใส่ในที่อยู่ใดๆ ใน Hard drive ของเราเอง จะเห็นได้ว่าเจ้า ตัวระบบ Podcasting เนี่ยเป็นเพียงสื่อสารระหว่างไฟล์มีเดียต่างๆ กับผู้ใช้เพื่อง่ายแก้การจัดการเป็นศูนย์กลางเพื่อทำการจัดเก็บไฟล์ และค้นหาไฟล์นั้นเอง

แต่ที่นิยมในตอนนี้เป็น Podcasting แบบ Radio Shows มากกว่าเพราะทำง่าย เผยแพร่ง่ายด้วย

โดยไฟล์มีเดียที่นิยมในการจัดเก็บและเผยแพร่คือ MP3 นั้นเอง โดยมี bit rate ที่ 32 k bps ขึ้นไป ส่วที่ตามมาติดๆ ก็ ACC นั้นเอง

โดยจะใช้โปรแกรมใดๆ ก็ได้ที่ทำการอัดเสียง และบันทึงเสียงเป็นไฟล์ MP3 ก็ได้เช่นกัน โดยโปรแกรมที่อยากแนะนำคือ Audacity ซึ่งเป็นโปรแกรมแบบ ฟรีซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็น open source software สำหรับบันทึกเสียง และปรับแต่งเสียงซึ่งทำงานได้บน  Mac OS X, Microsoft Windows และ GNU/Linux ซึ่งทำงานได้ดีมากเช่นกัน

เอกสารอ้างอิง

มันมาแล้ว The Windows Genuine Advantage !!! และของใหม่ Microsoft Update

วันนี้ตอนตี 5 ได้ลองเข้า Windows Update มีการให้ Download ตัวซอฟต์แวร์ Windows Genuine Advantage Validation Tool (KB892130)และมีระบบ Update ตัวใหม่ Microsoft Update ด้วย

โดยเจ้า Windows Genuine Advantage Validation Tools เป็นระบบตรวจสอบลิขสิทธิ์การใช้งาน Windows ของ Microsoft ซึ่งเคยเขียนไว้ใน blog แล้วใน ท่าทางจะต้องซื้อ Windows ซะแล้ว …… ใครที่จำได้ก็จะเข้าใจ แต่ใครยัง งงๆ ลองไปอ่านดูก่อน

Windows Genuine Advantage Validation Tool (KB892130)
The Windows Genuine Advantage Validation Tool enables you to verify that your copy of Microsoft Windows is genuine. The tool validates your Windows installation by checking Windows Product Identification and Product Activation status. After you install this item, you may have to restart your computer. Once you have installed this item, it cannot be removed.

Get help and support
http://support.microsoft.com

ซึ่งหลังจากที่ได้ทำการ Update มันก็ตรวจสอบเครื่องเราทันที หุๆๆๆ สรุป

Validation Failure: Invalid Product Key

Why did it not validate?
The product key associated with your copy of Windows was never issued by Microsoft.

ซวยแล้วตรู Update ไม่ได้ !!!

ไม่เป็นไร อิๆๆ เรามีแผนสองอยู่แล้ว เพราะผมได้เตรียมมันเอาไว้ !?

นั้นคือ …. [email protected]#

CD-Key ลิขสิทธิ์แท้ ราคาไม่แพง (หรือเปล่า) แต่ด้วยว่าไม่อยากเปลี่ยน (ด้วยอารมณ์ขี้เกียจ) ตอนนี้ได้เปลี่ยน บอกไว้ก่อนนะครับ ผมไม่ให้นะ CD-Key ลิขสิทธิ์อ่ะ เดี่ยวโดน Block ผมจะแย่ ….

ตอนนี้ใครจะ Update Windows ก็คิด ดีๆ ก่อนเน้อ …… ;)

ต่อมา Microsoft Update เป็นระบบ Webservice ตัวใหม่ที่ผมว่าเอามาแทน Windows Update แน่นอนเลย เพราะว่าตัวนี้ฉลาดกว่ามาก เพราะว่ามัน Detect ระบบว่ามีซอฟต์แวร์ของ Microsoft ตัวใดบ้างที่ยังไม่ Update ….. น่าใช้ดี

วิธีการเคลียร์ Customize Notifications ใน Windows XP

เคยไหมที่รู้สึกความยุ่งเหยิง รกรุงรังของ Customize Notifications ที่แสนจะมากมายกายกอง และทำให้เครื่องช้า วันนี้เราเอาเทคนิคในการ "ล้างบาง" มันออกไป …..

คำเตือน !!! ผู้จัดทำไม่ขอรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผิดพลาดจากบทความนี้เพราะเป็นบทความที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ Registry ของ Windows ซึ่งถ้าทำการผิดพลาด อาจจะถึงขั้นเข้าสู่ Windows ไม่ได้ กรุณาทำการ Backup Registry ของ Windows ก่อนทำทุกครั้ง

1. ไปที่ Run ที่ Start


ภาพหัวข้อที่ 1

2. พิมพ์ regedit


ภาพหัวข้อที่ 2

3. จะได้หน้าต่าง Registry Editor แล้ว ไปที่ [ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer\TrayNotify ] เพื่อทำการแก้ไขในสิ่งที่เราต้องการ โดยที่เรามาถึง HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer\TrayNotify แล้ว จะมีคอลัมน์ 3 อันด้วยกัน แต่ในครั้งนี้เราจะแก้ไข เพียงคอลัมน์ Data ของส่วนที่ชื่อว่า IconStreams และ PastIconsStream ที่เป็นเลขฐาน 16 เท่านั้น


ภาพหัวข้อที่ 3

4. เลือกที่ IconStreams แล้วทำการ Double Clicks จะได้หน้าต่าง Edit Bianry Value แล้วทำการ Select All แล้วทำการ "ลบข้อมูล" ในหัวข้อ IconStreams ( ที่เป็นเลขฐาน 16 ) แล้วกด OK


ภาพหัวข้อที่ 4.1


ภาพหัวข้อที่ 4.2


ภาพหัวข้อที่ 4.3

5. เราก็จะได้ผลดังภาพหัวข้อที่ 5 ซึ่งในส่วนของ Data ที่เป็นของ IconStreams จะกลายเป็น (zero-length binary value)


ภาพหัวข้อที่ 5

6. ต่อมาเราก็ทำการ "ลบข้อมูล" ในหัวข้อ PastIconsStream โดยเลือกที่ PastIconsStream แล้วทำการ Double Clicks จะได้หน้าต่าง Edit Bianry Value แล้วทำการ Select All แล้วทำการ "ลบข้อมูล" ในหัวข้อ PastIconsStream ( ที่เป็นเลขฐาน 16 ) แล้วกด OK


ภาพหัวข้อที่ 6.1


ภาพหัวข้อที่ 6.2

 

7. เราก็จะได้ผลดังภาพหัวข้อที่ 7 ซึ่งในส่วนของ Data ที่เป็นของ PastIconsStream จะกลายเป็น (zero-length binary value) ด้วยเช่นกัน


ภาพหัวข้อที่ 7

8. ปิดโปรแกรมทั้งหมดที่เกียวกับ Windows Explorer หรือถ้าให้ดี ปิดให้หมดเลยดีที่สุด

9. แล้วเปิด Task Manager (จะใช้ Ctrl+Alt+Del หรือว่าจะใช้การคลิ้กเมาส์ขวาที่ Task Bar แล้วไปที่ Task Manager ก็ได้) แล้วไปที่แท็ป Processes

10. หา Explorer.exe แล้วทำการ End Process แบบภาพหัวข้อที่ 10


ภาพหัวข้อที่ 10

11. เมื่อ End Process แล้ว Task Bar จะหายไป และระบบ Windows Explorer จะใช้การไม่ได้ ไม่ต้องตกใจ

12. ในหน้าต่าง Task Manager ไปที่ File ที่ Menu bar และไปที่ New Task แล้วทำการพิมพ์ "explorer" เพื่อทำการเรียก Explorer.exe กลับมาอีกครั้ง


ภาพหัวข้อที่ 12.1


ภาพหัวข้อที่ 12.2

10. เมื่อทำครบทั้งหมดแล้ว ระบบจะทำการ Reset ค่าใน Customize Notifications ใหม่หมด หลังจาก ที่เราทำการเรียก Explorer ขึ้นมาอีกครั้งนึง ถ้าจะให้ดี ทำการ Restart เครื่องด้วยจะดีมาก …… เพราะว่ากันการผิดพลาด

ข้อสังเกตุ ถ้าคุณทำถึงข้้อที่ 7 แล้วแต่ไม่ได้ทำการ End Process ของ Explorer.exe และ New Task ใหม่ เมื่อ Restart อีกครั้งระบบจะไม่ Reset Customize Notifications ให้นะครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save