ติดตั้ง SVN Server บน Windows ภายใน 10 นาที

เป็น entry ที่อยู่ใน Draft นานเป็นอันดับต้น ๆ (เกิน 1 ปีแน่  ๆ) แต่จนแล้วจนรอด มันรกหูรกตาเลยเอามาปัดฝุ่นเขียนเพิ่มเติม และเอาออกมาสักทีนึง

ใครไม่รู้ว่า SVN คืออะไรก็ตามไปอ่าน entry เก่าได้ที่นี่

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนในการติดตั้ง (เวลาดาวน์โหลดไม่นับรวมเวลาในการติดตั้ง) คือ SVN Server ซึ่งเป็นตัวจัดการไฟล์ที่เรานำมาใส่ใน Store ของมัน และ SVN Service เป็นโปรแกรมเล็ก ๆ ที่นำ SVN Server เข้าไปอยู่ใน Services list ของ Windows เพื่อให้ตัว SVN Server ทำงานในระดับ Background Application และสามารถสั่งให้ SVN Server ทำการเริ่มการทำงานทั้งแต่เปิดเครื่องผ่าน Services ของ Windows เองได้อย่างง่าย ๆ

SVN Service

Summary : Runs svnserve as a Windows service (requires .NET Framework 1.1)

Category : libraries

License : GNU General Public License

Owner(s) : ricos, sclerose

การติดตั้งทั้งหมดอ้างอิงบน Windows XP Professional

  1. ดาวน์โหลด SVN Server ได้จาก http://subversion.tigris.org/ และดาวน์โหลดตัว SVN Service จาก http://svnservice.tigris.org/ 
  2. ติดตั้ง SVN ลงใน c:\svn\ หรือ directory ใด ๆ ที่ต้องการก็ได้ (ใน entry นี้อ้างอิง c:\svn\ ครับ)
  3. ทดสอบว่ามันจะทำงานได้หรือเปล่าก็เปิด Commnand Prompt(พิมพ์ cmd ที่ Start > Run)
  4. ไปที่ c:\svn\bin (พิมพ์ cd c:\svn\bin)
  5. พิมพ์ svnadmin เพื่อทดสอบดู
    ถ้าขึ้นว่า “svnadmin.exe – Unable To Locate DLL”
    ให้ติดตั้ง Visual C++ 6.0 VCREDIST.exe โดยดาวน์โหลดได้ที่นี่ ถ้าสั่งให้ทำงานแล้วไม่มีปัญหา ก็ทำการทดสอบส่วนของ svnserve.exe เพื่อทดสอบว่าสามารถสั่งให้ SVN Server ทำงานได้หรือไม่
  6. พิมพ์ svnserve -r d:\svndatarootdir
    โดยที่ svndatarootdir คือ directory ที่ใช้สำหรับเก็บ repository ทั้งหมดของ svn ของเรา
  7. ถ้าใช้คำสั่งในข้อ 6 แล้วไม่มีปัญหา ให้ปิด Commnand Prompt แล้วติดตั้ง SVN Service
  8. ทำการเรียก SVNService Administration

    2007-12-08_052919

  9. แล้วทำการตั้งค่าดังนี้

    2007-12-08_051949 
    – ช่อง SVN Binary Path ให้ชี้ไปที่ c:\svn\bin ที่เก็บตัว binary file ของ svnserve.exe
    – ช่อง Repository Path ให้ชี้ไปที่ svndatarootdir หรือที่เก็บ directory ของ repository ทั้งหมด (ในตัวอย่างเป็น d:\svn)
    – Listen Host อันนี้กำหนด IP หรือ Hostname สำหรับใช้ติดต่อเข้ามา ซึ่งถ้าใช้คนเดียวก็กำหนดเป็น localhost ไปครับ
    – Listen Port กำหนด Port ที่เข้าใช้ SVN Server แนะนำให้ใช้ Port 3690 ไปเลยครับผม เพราะเป็น Port มาตรฐานของ SVN Server อยู่แล้ว
    – กด Save และ Close ปิดไปครับ

  10. เข้าไปทั้งค่า Service เพิ่มเติมที่ Service ของ Windows ได้ที่ Administrative Tools (ถ้าหาใน Start ไม่เจอให้ไปที่ Control Panel และไปที่ Administrative Tools ก็ได้)

    2007-12-08_053608

  11. ไปหา Name ที่ชื่อว่า SVNService แล้วดับเบิ้ลคลิ้กเรียก SVNService Properties ขึ้นมา

    2007-12-08_053739

  12. แล้วตั้งค่าที่ Startup type เป็น Automatic เพื่อให้เมื่อเปิดเครื่องมาให้ SVNService ทำงาน แล้วตัว SVNService จะไปเรียก svnserve พร้อมตั้งค่าตามที่เราตั้งไว้ใน SVNService Administration มาให้ แล้วกดปุ่ม Start เพื่อให้ SVNService ทำงาน

    2007-12-08_053928

  13. ถ้าทุกอย่างราบรื่น ตอนนี้เราก็จะได้ SVN Server ขึ้นมาทำงานแล้ว

ต่อไปเป็นส่วนของการทดสอบ และตั้งค่า Repository และ SVN Server ที่เราติดตั้งว่าทำงานปกติหรือไม่

  1. ให้ดาวน์โหลด TortoiseSVN (A Subversion client, implemented as a windows shell extension.) มาติดตั้ง
  2. สร้าง directory ใหม่ใน d:\svn หรือที่เก็บ repository ทั้งหมด

    2007-12-08_054836 

  3. ทำการสร้าง Repository ใหม่

    2007-12-08_054927

  4. แล้วเลือก Native filesystem

    2007-12-08_055011

    2007-12-08_055035

  5. เราจะได้โครงสร้าง Directory ทั้งหมดภายใน d:\svn\test ดังภาพนี้

    2007-12-08_055133

  6. ทดสอบว่า test repository ของเราทำงานได้หรือไม่ก่อน
  7. คลิ้กขวาที่ Desktop แล้วเลือก TortoiseSVN แล้วเลือก Repo-browser

    2007-12-08_054536 

  8. แล้วพิมพ์ URL ดังรูปนี้

    2007-12-08_055623
     

  9. แล้วเราจะได้หน้าต่างของข้อมูลภายใน test repository แบบด้านล่าง (ว่าง ๆ เพราะไม่มีอะไรอยู่ภายใน) ถ้าได้ดังรูปด้านล่างนี้และ expanded ตัว list ออกมาได้โดยไม่มีการแจ้ง error ใด ๆ ถือว่า SVN Server ทำงานได้สมบูรณ์แล้ว

    2007-12-08_055641

สำหรับตอนต่อไป (คราวนี้สัญญาว่าจะลงให้เร็วที่สุดแน่ ๆ) จะเป็นการกำหนดค่า ต่าง ๆ ในการเข้าใช้งานเช่น username/password สำหรับเข้าถึงข้อมูล รวมไปถึงระบบสิทธิ์การเข้าถึงแต่ละ user ที่เข้ามาใช้ด้วยครับ

วันนี้ขอไปนอนก่อนหล่ะครับ ;)

[Update 11/12/2007]

อ้างอิงจาก

การแก้ปัญหาโทรศัพท์มือถือ Sony Ericsson รับ/ส่งเมลจาก Gmail ไม่ได้

ปัญหานี้จะมีการแจ้งว่า Encrption error, TSL/SSL unknown certificate authority นั้นเอง โดยผมเป็นคนใช้มือถือรุ่นนี้มานานมากแล้ว และใช้งานได้ดีเสียด้วย แต่การที่มันไม่สามารถเช็คเมลจากอีเมลของ Gmail ได้นับเป็นเรื่องที่หงุดหงิดมากถ้าในเวลาที่เราเร่งๆ ตอนรับเมลงานต่าง ๆ ถึงแม้จะมีอีเมลอื่น ๆ อีกแต่บางครั้งคนส่งก็ส่งมาที่อีเมลชื่อนี้เสียนิ ช่างเซงจริง ๆ ที่มันเข้าไปเช็คไม่ได้ แต่ในวันนี้เราได้รับคำตอบแล้วว่ามันสามารถเช็คได้ด้วยวิธีการเพิ่ม server certificates ใส่ลงไป 2 ไฟล์ผ่านจาก IR Port หรือ Bluetooth ก็สามารถใช้งานได้แล้ว

แต่ก่อนอื่นสำหรับคนที่ตั้งค่าการรับส่งเมลจาก Gmail ไม่เป็นก็ง่าย ๆ ครับทำตามนี้เลย

สำหรับที่ Gmail ของเราเองนั้นต้องทำการตั้งค่าเปิดบริการ POP3 ก่อนครับโดยไปที่

  1. เลือกที่ "Settings"
  2. แล้วเลือกที่ "Forwarding and POP"
  3. แล้วเลือกที่ "POP Download" และเลือก "Enable POP for all mail".

ต่อมาเราก็ไปตั้งค่าที่โทรศัพทของเราครับ

* การตั้งค่าใช้เมนูภาษาอังกฤษนะครับ

1. ที่โทรศัพท์ของคุณให้เลื่อนตัวเลือกไปไปที่ Messaging

2. เลือกที่ Email

3. เลือกที่ Settings

4. เลือกที่ Account settings และเลือกที่ "New account"

5. ใส่ชื่อสำหรับการตั้งค่าอันนี้ โดยตัวอย่างเป็น "gmail"

6. ให้ตั้งค่าตัวเลือกต่อไปนี้จาก เมนู "Advanced settings"

  • ที่ Connect using ให้เลือก GPRS account ของผู้ใช้บริการของคุณ (ที่ไม่ใช่ MMS)
  • ที่ Email aliress ให้ใส่อีเมลของ gmail ของคุณ
  • ที่ Connection Type ให้เลือก POP3
  • ที่ Incoming server ให้ใส่ pop.gmail.com
  • ที่ Incoming username ให้ใส่ ที่อยู่อีเมลของคุณ เช่น test@gmail.com
  • ที่ Incoming password ให้ใส่รหัสผ่านของคุณ
  • ที่ Outgoing server ให้ใส่ smtp.gmail.com
  • ที่ Outgoing username ให้ใส่ ที่อยู่อีเมลของคุณ เช่น test@gmail.com (บางรุ่นไม่มีให้ใส่)
  • ที่ Outgoing password ให้ใส่รหัสผ่านของคุณ (บางรุ่นไม่มีให้ใส่)
  • ที่ Encryption
    • Incoming: SSL หรือ TLS/SSL
    • Outgoing: TLS หรือ TLS/SSL
  • ที่ Incoming port ให้ใส่ 995
  • ที่ Outgoing port ให้ใส่ 587 หรือ 465
  • Download เลือก Headers & text เมื่อต้องการโหลดมาทั้งหัวข้อและเนื้อหา ส่วน Headers สำหรับเอาไว้ตรวจสอบหัวข้ออีเมลเท่านั้น
  • Copy Outgoing เลือก Off
  • Check Interval เลือก Off

7. เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วลอง Send and Receive จะเกิดปัญหา Encrption error, TSL/SSL unknown certificate authority (ใครไม่เกิดก็ถือว่าผ่านแล้ว o_O )

8. ให้โหลดไฟล์

9. แล้วทำการ upload เข้าโทรศัพท์ผ่านทาง IR Port แล้วทำการบันทึกลงเครื่องครับ แล้วทดสอบ Send and Receive ใหม่ ปัญหาเรื่อง Encrption error, TSL/SSL unknown certificate authority ก็จะหมดไปครับ

จากปัญหาดังกล่าวเกิดจากที่โทรศัพท์ Sony Ericsson นั้นไม่มี Server certificate authority ที่ Gmail ใช้ครับทำให้ต้องโหลดมาลงเพิ่มเติม -_-‘ เฮ้อ ….. ทำอะไรง่าย ๆ กันไม่เป็นนะคนเรา

ปรับแต่งให้ Mozilla Firefox 1.5 ใช้ภาษาไทยอย่างสมบูรณ์

Mozilla Firefox 1.5 เปิดตัวในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2005 (ตามเวลาประเทศไทย) อยากทราบว่าใน Version ใหม่นี้มีอะไรบ้าง เข้าไปอ่านได้ที่ ความสามารถใหม่ใน Mozilla Firefox 1.5

สำหรับการปรับแต่งภาษาไทยสำหรับ Mozilla Firefox 1.0.x เข้าที่หน้า ทำให้ Mozilla Firefox ใช้ภาษาไทยอย่างสมบูรณ์ ครับ

"สามารถก็ดาวน์โหลด Mozilla Firefox ได้จาก Firefox – Rediscover the web ขนาดประมาณ 5MB เท่านั้นเองครับ"

  1. ไปที่ Tools ที่ menu bar ด้านบน และไปที่ Options
    1.jpg
  2. เมื่อ Dialog Box ชื่อว่า Option ให้ไปที่ Tab ชื่อว่า Content

  3. ที่ Group Box ชื่อว่า Fonts & Colors  ให้ตั้ง Default Font เป็น Tahoma และปรับ Size (ขนาด) เป็น 16 และเลือกที่ Advanced
  4. จะปรากฤ Dialog Box ที่ชื่อว่า Fonts ที่ Fonts for ให้ปรับเป็น Thai
    • Properional ปรับเป็น Serif
    • Serif ให้ปรับเป็น Tahoma
    • Sans-Serif ให้ปรับเป็น Tahoma
    • Monospace ให้ปรับเป็น Tahoma

    ที่ Group Box ชื่อ Character Encoding ให้ปรับ Default Character Encoding เป็น Thai (TIS-620) แล้วกดปุ่ม OK เมื่อเสร็จสิ้น

  5. ไปที่ Tab ชื่อว่า Advanced
    ที่ Group Box ชื่อว่า Language ให้เลือกที่ Edit Languages
  6. จะปรากฎ Dialog Box ชื่อว่า Languages ที่ Drop-DownList ให้เลือก Thai [th] แล้วกดปุ่ม Add แล้วปรับ Move Up ให้ Thai [th] ให้ย้ายขึ้นไปบนสุด แล้วกด OK เมื่อเสร็จสิ้น
  7. กด OK อีกครั้งเพื่อออกจาก Dialog Box ชื่อว่า Options
  8. ที่ Menu bar ให้เลือกที่ menu ชื่อว่า View แล้วเลือกที่ Charater Encoding ตามด้วย Customize List

  9. จะปรากฎ Dialog Box ชื่อว่า Customize Character Encoding ที่ List Box ชื่อว่า Available Character Encoding ให้เลือก Thai (ISO-8859-11), Thai (TIS-620) และ Thai (Windows-874) และกดปุ่ม Add

    จะปรากฎ Character Encoding ที่เราเลือกที่ ด้าน List Box ชื่อว่า Active Character Encoding แล้วทำการย้ายให้เรียงตามภาพ โดยใช้ปุ่ม Move Up หรือ Move Down แล้วกดปุ่ม OK เมื่อเสร็จสิ้น

  10. ตอนนี้เราก็สามารถใช้ Firefox 1.5 เพื่อแสดงผลภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ;-)

การทำให้เมลจาก Gmail สามารถแสดงผลภาษาไทยได้ ทั้ง IE และ Mozilla Firefox

การทำให้เมลจาก Gmail สามารถแสดงผลภาษาไทยได้ ทั้ง IE และ Mozilla Firefox

ระบบที่ใช้้

  • Internet Explorer และ Mozille Firefox
  • โดยให้ Gmail ส่งเมลไปหา Hotmail

ปัญหาเกิดจากทางด้านเทคนิค !!!

ถ้าเราใช้โปรแกรมรับส่งเมลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Outlook Express, Office Outlook หรือพวก ThunderBird ของ Mozilla ก็จะอ่านได้อยู่แล้วเพราะว่าด้วยตัวของมัน Support Mail รูปแบบนี้มานานแล้ว และด้วยตัวโปรแกรมเหล่านี่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตาม Encoding ที่กำหนดไว้ที่หัวจดมหมายอยู่แล้ว ไม่เหมือนกับ Browser ที่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยน Encoding อีกทีจากการแสดงผลนั้นเอง

จากเมลที่ได้ส่งมาจาก Gmail นั้น จะมี Encoding เป็น UTF-8 ซึ่งเป็น มาตรฐานของ Gmail และ ยังไม่มีทางแก้ไขได้จากการ Setting ของ User ซึ่งการที่จะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือการเมลไปบอกทาง Gmail ( Google ) เพื่อให้เค้าทำการแก้ไขหรือ เพิ่มค่า Setting ให้กับเรา แต่ตอนนี้เราต้องแก้ที่ปลายเหตุโดยใช้วิธีแก้ Encoding ที่ Browser แทนไปก่อน เพื่อจะได้อ่านเมล จาก Gmail ซึ่งส่งไปให้ผู้บริการเมลอื่นๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา

 

Browser Internet Explorer (ทดสอบจาก Hotmail)

  • จากภาพที่ 1 นั้น เมลที่ส่งมาจาก Gmail และรับโดย Hotmail ถ้าไม่ได้เปลี่ยน Encoding จะเป็นดังภาพ


ภาพที่ 1

  • ภาพที่ 2 แต่พอเราแก้ตามเป็น Unicode (UTF-8) เราก็จะสามารถอ่านภาษาไทยที่ส่งมาได้แล้ว
    • โดยคลิ้กขวาที่พื้นเว็บ แล้วจะมี เมนูขึ้นมา
    • ให้ไปที่ Encoding > Unicode (UTF-8)
    • ก็จะแสดงผลเป็นภาษาไทยครับ


ภาพที่ 2

 

Browser Mozilla Firefox (ทดสอบจาก Hotmail)

  • จากภาพที่ 3 นั้นผมลองเปลี่ยนเป็น Thai (TIS-620) ก็มีอาการเช่นเดียวกัน แต่ว่า Mozilla Firefox จะฉลาดกว่า IE ในเรื่องนี้ คือเข้ามาปุ๊บอ่านภาษาไทยได้เลยเพราะว่ามันปรับให้ Encoding ให้เราเลย แต่ถ้าไม่ได้ปรับก็ปรับได้จาก Menu Bar โดยไปที่ View > Character Encoding Unicode (UTF-8) ดังภาพที่ 4 แต่ที่ผมลองเปลี่ยนไป Thai (TIS-620) เพื่อทดสอบดูเท่านั้น


ภาพที่ 3

  • ภาพที่ 4 ซึ่งจากภาพที่ 3 เมื่อเราแก้เป็น Unicode (UTF-8) เราก็จะสามารถอ่านภาษาไทยที่ส่งมาได้แล้ว


ภาพที่ 4

ทำให้เมลจากผู้ให้บริการเมลอื่นๆ หรือฟรีเมลที่อื่นอ่านภาษาไทยได้เมื่อส่งมายัง Gmail 

  • จากที่ภาพที่ 5 นั้น จะเห้นว่าเมลจากที่อื่นเราไม่สามารถอ่านได้ เราแก้ได้โดยไปที่เมนู More Options

ภาพที่ 5

  • จากที่ภาพที่ 6 ตัวระบบ จะแสดงเมนูเพิ่มเติมออกมา ให้เลือก Show original

ภาพที่ 6

  • ภาพที่ 7 นั้นจะเห้นว่าเราสามารถอ่านภาษาไทยได้แล้ว แต่ค่อนข้างยุ่งยากสักหน่อย แต่ว่าก็ทำให้อ่านได้ทุกเมลครับ ………

ภาพที่ 7

 

หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่ใช้เมลของ Gmail นะครับ ถ้ามีข้อเสนอแนะหรือเทคนิคใหม่ๆ ต้องการเผยแพร่ก็เมลมาหาผมได้ครับ

การเซ็ตให้ Borland C++ Compiler 5.5 ทำงานร่วมกับ EditPlus เพื่อทำการ Compile ไฟล์ที่เขียนขึ้นด้วยภาษา C++

สิ่งที่ต้องมี

  • Borland C++ Compiler 5.5
  • EditPlus

1. ดาวน์โหลด Borland C++ Compiler 5.5 มาจากเว็บ Borland ที่ http://www.codegear.com/downloads/free/cppbuilder

2. ดาวน์โหลด EditPlus ได้จากที่นี่ http://www.editplus.com

3. เมื่อโหลดได้แล้วทำการติดตั้งดังภาพด้านล่างนี้ครับ


ภาพที่ 3-1


ภาพที่ 3-2


ภาพที่ 3-3


ภาพที่ 3-4


ภาพที่ 3-5

4. เปิด EditPlus ขึ้นมาแล้วไปที่ Tools ที่เมนูบาร์ แล้วไปที่ เมนู Configure User Tools


ภาพที่ 4-1

5. เข้ามาที่หน้าต่าง Preferences ตอนนี้เราจะอยู่ที่ Tools และหัวข้อย่อย User tools

  • ให้เราเลือกที่ Groups and tools items ไหนก็ได้ ในตัวอย่างเลือกอยู่ที่ Groups 4
  • กดปุ่ม Add Tool แล้วไปที่ Program


ภาพที่ 5-1

6. เราจะได้ New Program มา 1 อัน

  • เราสามารถเปลี่ยนชื่อได้โดยไปที่ Menu text ในที่นี้ให้เปลี่ยนเป็น “Borland C++ Compile
  • ในส่วนของ Command ให้ไป Browse ให้ชี้ไปที่ ไฟล์ bcc32.exe ซึ่งในที่นี้ถ้าติดตั้งตามแบบข้างต้น (ข้อที่ 3 ) จะได้ที่นี่ C:\Borland\BCC55\Bin\bcc32.exe
  • ในส่วนของ Argument ให้ใส่ตามข้างล่างนี้เลย ถ้าติดตั้งตามแบบข้างต้น (ข้อที่ 3 )
    -IC:\Borland\BCC55\Include -LC:\Borland\BCC55\Lib -n$(FileDir) $(FilePath)
  • จากข้อที่แล้วจะสังเกตที่ได้ขีดเส้นได้ว่าคือที่ ที่เราได้เซ็ตไว้ข้างต้นแล้วในตอนที่ติดตั้ง Borland C++ Compiler 5.5 ซึ่งในข้อที่ 3 เราได้กำหนดไว้ที่ C:\Borland\BCC55 นั้นเอง
  • ในส่วนของ Initial directory ให้กำหนดเป็น C:\Borland\BCC55\Bin
  • ให้ทำการทำเครื่องหมายถูกที่ Capture output ด้วย


ภาพที่ 6-1

7. ทำการกดปุ่ม Add Tool แล้วไปที่ Program เพื่อ New Program อีกหนึ่งอัน


ภาพที่ 7-1

8. ในขั้นตอนนี้เราจะทำ Menu Run กันในโปรแกรม EditPlus แต่มีข้อเสียอยู่อย่างเดียวคือ

เราจะไม่สามารถใช้กับโปรแกรมที่มีการรับ Argument ได้ ซึ่งทางผู้จัดทำเอกสารยังไม่ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่สามาถ Compile ได้แต่จะมีวิธีการทำในภายหลังว่าจะทำยังไงให้สามารถ Run แล้ว สามารถให้โปรแกรมสามารถรับค่าได้

  • ที่ Menu text ให้เปลี่ยนจาก New Program เป็น Run
  • ที่ Command ให้ใส่ $(FileNameNoExt)
  • ที่ Initial directory ให้ใส่ $(FileDir)
  • ให้ทำการทำเครื่องหมายถูกที่ Capture output ด้วย


ภาพที่ 8-1

9. ต่อมาเรามาทำการเปลี่ยนชื่อ Groups 4 ให้เป็น C++ Compile ก่อนเพื่อจะได้ไม่สับสน

  • ไปที่ Group Name
  • แล้วทำการเปลี่ยนชื่อเป็น C++ Compile
  • กด OK เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง


ภาพที่ 9-1

10. แล้วกด OK ออกมาจาก หน้าต่าง Preferences

11. เขียนโปรแกรม ง่ายๆ ทดสอบกันว่ามันทำงานหรือเปล่า

  • แต่ก่อนทำการ Compile และ Run ต้องทำการ Save ก่อนเพื่อจะได้ Run ได้
  • การ Save ที่ถูกต้องและจะทำให้ Compile ผ่านได้และไม่ผิดพลาด นั้นควรตั้งชื่อไฟล์ และการเก็บไฟล์ไว้ที่ Folder ที่ไม่มีช่องว่างในการตั้งชื่อ และชื่อต้องที่ไม่มีช่องว่างในการตั้งชื่อด้วย (แต่สามารถใช้ _ ในการเว้นระยะแทนได้) เช่น
    • D:\Ford\MyProgramming
    • D:\cpp
    • D:\cpp\test.cpp
    • D:\cpp\test_input.cpp
  • ไม่ควร Save ไว้ที่ Folder หรือตั้งชื่อไฟล์ที่มีช่องว่างระหว่างชื่อ, ชื่อเป็นภาษาอื่นนอกจากภาษาอังกฤษ, ชื่อมีเครื่องหมายพิเศษหรือ มีสัญลักษณ์พิเศษ เช่น
    • D:\Ford\My Programming
    • D:\Ford\My OOP
    • D:\Ford\My Cpp
    • D:\Ford\My C(pp)
    • D:\cpp\tes#t.cpp
    • D:\cpp\test input.cpp
  • เราก็เขียนโปรแกรมง่ายๆ ดังภาพด้านล่างนี้ ……… และ Save ไว้ที่ D:\test.cpp


ภาพที่ 11-1

12. เมื่อเรา Save แล้ว ก็ไปที่ Tools ที่เมนูบาร์ ไปที่ User Tool Groups แล้วเลือกที่ C++ Compile ที่เราได้เซ็ตกันเมื่อกี้นี้


ภาพที่ 12-1

13. เราก็จะได้เมนูใหม่เข้ามาคือ Borland C++ Compile และ Run ที่เราเซ็ตไว้เมื่อกี้นี้

  • ให้เรากดที่เมนู Borland C++ Compile เพื่อทำการ Compile


ภาพที่ 13-1

14. เราจะได้ผลลัพธ์ตามภาพ


ภาพที่ 14-1

15. แล้วถ้าเราจะ Run ให้ใช้ เมนู Run ดังภาพ


ภาพที่ 15-1

16. เราจะได้ผลลัพธ์ตามภาพ


ภาพที่ 16-1

17. เรามาเขียนโปรแกรมรับค่าและ วิธีการแก้ปัญหาของ EditPlus ที่ทำการ Run แบบรับค่าไม่ได้ (ภาพที่ 17-2)

  • จากโปรแกรมนี้นั้น จะมีการรับค่ามาหนึ่งค่า เราจะรวบรัดขั้นตอนในบางตอนไปเลย ซึ่งเมื่อเขียนโปรแกรมนี้เสร็จแล้วให้ทำการ Compile ตามวิธีเดิมข้างต้นไปได้กล่าวไปแล้ว แต่ไม่ต้องทำการ Run แต่อย่างใด มิเช่นนั้นแล้วโปรแกรม EditPlus จะมี Process ค้างและทำให้เครื่องมีปัญหาได้
  • แต่ถ้าไปเผลอ Run แก้โดยให้ทำการ ปิดโปรแกรม EditPlus แต่จะมี Dial Box ขึ้นมาถามว่าเราจะ Stop Process หรือไม่ ดังภาพภาพที่ 17-1 ให้ตอบ Yes ไป

ภาพที่ 17-1


ภาพที่ 17-2

18. ทางแก้ในด้านนี้คือใช้ Command Prompt นั้นเอง

  • ให้ไปที่ Start > Run
  • พิมพ์ cmd


ภาพที่ 18-1

19. ไปที่ ที่อยู่ไฟล์ที่เราได้ Compile ไว้

  • ซึ่งในการ Compile นั้นโปรแกรม Borland C++ Compiler 5.5 จะทำการ Build ไฟล์ที่เรา Compile เป็น Execute File ( .exe ) ให้เราแล้ว
  • เราเพียงแต่เข้าไปหาไฟล์ที่เรา Compile ไว้แล้วพิมพ์ชื่อไฟล์นั้นๆ ลงไปให้ตรงเท่านั้น
  • ในขั้นตอนนี้ควรมีความสามารถในการใช้คำสั่ง DOS


ภาพที่ 19-1

20. จากทั้งหมดที่ได้กล่าวไปเป็นการเซ็ตและการประยุกต์ใช้ในด้านการทำงานครับ ขาดตกเนื้อหาตรงไหนเมล มาสอบถามได้นะครับ หวังว่าคงได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ