ปิดการ auto update และ automatic restart ใน Windows 10

หลายๆ คนคงเคยมีประสบการณ์เลวร้ายของระบบ auto update ของ Windows 10 มาไม่มากก็น้อย ทั้งแบบที่อยู่ๆ ก็ดาวน์โหลดไฟล์ระหว่างกำลังโหลดไฟล์งานสำคัญ ทำให้อินเตอร์เน็ตทำงานช้า หรือติดตั้งให้เองซะเฉยๆ ไม่ยอมบอกเรา แต่ที่เลวร้ายกว่าคือ ดาวน์โหลดแล้ว ติดตั้งให้เราแล้ว แถมยังมาสั่งปิด-เปิดเครื่องให้เองในคืนวันที่กำลังรันงานสำคัญข้ามคืน ทำให้งานสำคัญนั้นเสียหายใช้งานไม่ได้ แถมทั้งหมดนี้ปัญหาแก้ไขได้เพียงแค่บรรเทาคือสั่งยกเลิกได้ ณ ขณะที่เราอยู่หน้าเครื่องเท่านั้น (ถ้านอนอยู่ก็กดยกเลิกไม่ทัน) เพราะ Windows 10 ทำตัวเป็นคุณพ่อรู้ดี หากผู้ใช้ไม่ยอมปิด-เปิดเครื่องตามเวลาที่มันคิดว่าดี มันก็สั่งปิด-เปิดเครื่องไปซะเฉยๆ แบบนั้น (แถมไม่มีตัวเลือกปิดในหน้าที่เข้าถึงได้ง่ายแบบถาวรด้วย)

วันนี้เรามีคำตอบ เป็นทางการแก้ไขที่ได้ผลที่สุดเท่าที่หามาได้ผ่านช่องทางลึกลับซักหน่อย (เพราะซ่อนไว้ซะลึกเลย) ซึ่งส่วนตัวใช้วิธีการนี้แล้วได้ผล

1. เลือกปุ่ม start menu แล้วพิมพ์ group แล้วเลือกที่ Edit group policy

2016-05-10_112853

2. จะได้หน้าต่าง Local Group Policy Editor ให้เลือกตามลำดับดังนี้

  • Computer Configuration
  • Administrative Templates
  • Windows Components
  • Windows Update

2016-05-10_111814

3. ที่ Windows Update ในส่วนของ Setting ให้เลือกที่ Configure Automatic Updates

2016-05-10_112002

4. ในส่วนของ Configure automatic updating มีตัวเลือกให้ 4 ตัว ก็เลือกได้ตามใจชอบ (ส่วนตัวผมเลือกหมายเลข 3)

2016-05-10_112514

5. เมื่อแก้ไขครบตามที่ตัวเองพอใจก็กด OK ออกมา แล้วทำการ ปิด-เปิดเครื่องใหม่สักครั้ง

6. เมื่อลองเข้ามาที่ Settings > Update & Security > Windows Update > Advanced options จะเจอข้อความดังภาพด้านล่าง แสดงว่าการตั้งค่าที่ Local Group Policy Editor ใช้งานได้แล้ว

2016-05-10_112243

ปิดความสามารถที่ทำตัวเสมือน keylogger ใน Windows 10 ที่จะส่งข้อมูลให้ Microsoft

ซอฟต์แวร์ในปัจจุบันมักมีการส่งข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้ากลับไปยังผู้ผลิต เพื่อปรับปรุงตัวซอฟต์แวร์ และสร้างประสบการณ์ที่ดีในรุ่นถัดไปจนเป็นเรื่องปรกติ และใน Windows 10 นั้น มีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมบางอย่างที่สุ่มเสี่ยงต่อการเก็บข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต หรือข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่สำคัญ ซึ่งดักจับผ่านการพิมพ์บนคีย์บอร์ด (keylogger) แล้วนำส่งไปที่ Microsoft ซึ่งยังไม่มีรายงานว่าการเก็บข้อมูลที่พิมพ์ไปนั้น มีอะไร เก็บรักษาอย่างไร ปลอดภัยและไว้ใจได้แค่ไหน

สิ่งที่คลุมเครือ และไม่ชัดเจนแบบนี้ ในฐานะลูกค้าคนหนึ่งจึงคิดว่าควรปิดมันเสียจะดีกว่า

ขั้นตอนมีดังนี้

1. ไปที่ Start menu เลือก Settings

image

2. เลือกหัวข้อ Privacy

image

3. ในหัวข้อ General ที่ตัวเลือก Send Microsoft info about how I write to help us improve typing and writeing in the future ให้เลือกเป็น Off

2015-09-09_211214

4. ที่หัวข้อ Speech, inking, & typing ให้กดปุ่ม Stop Getting to know me เพื่อปิดการรับข้อมูลของ Cortana

2015-09-09_211247

ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนแต่อย่างใด โดยส่วนตัวแล้วแนะนำให้ปิดครับ

ข้อควรทราบของการอัพเกรดมา Windows 10

พยายามหาข้อมูลมาให้ประมาณนี้ครับ

  • Windows 7 และ 8.1 สามารถ upgrade ไป Windows 10 ได้จนถึง ก.ค. 2559
  • จากที่ทดสอบส่วนตัว driver ส่วนใหญ่บน Windows 8.1 สามารถนำมาใช้กับ Windows 10 ได้
  • หากกำลังจะซื้อ Windows 10 แบบ OEM แนะนำให้ซื้อ Windows 8.1 OEM แทนจะได้ราคาถูกกว่า
  • หากต้องการใช้สิทธิ์ FPP บน Windows 10 จะต้องซื้อ Windows 10 FPP ต่างหากแยกมาเท่านั้น
  • หากใช้ Windows 7 และ 8.1 ที่เป็น OEM ก่อนอัพเกรด กลุ่มนี้หากอัพเกรดไป Windows 10 จะได้สิทธิ์ตาม OEM เดิมซึ่งจะไม่สามารถย้ายเครื่องได้
  • หากใช้ Windows 7 และ 8.1 แบบ FPP ก่อนอัพเกรด กลุ่มนี้จะย้ายเครื่องได้บนสิทธิ์ FPP ของ version เดิมจนถึงเดือน ก.ค. 2559  หลังจากนั้นแล้วหากอัพเกรดมา Windows 10 แล้วจะย้ายเครื่องตามสิทธิ์ FPP ของ version เก่าไม่ได้
  • Windows 8.1 ที่ซื้อ upgrade มาจาก Windows 7 จะได้สิทธิ์การอัพเกรดไป Windows 10 เช่นเดียวกัน แต่สิทธิ์นั้นเป็น FPP จะถือเป็นสิทธิ์ของ version เก่า หากอัพเกรดมา Windows 10 แล้วจะไม่สามารถย้ายเครื่องได้
  • การติดตั้ง Windows 10 สามารถ skip การใส่ Product Key ได้จนติดตั้งเสร็จและใช้งานได้ โดยมีคำเตือนแจ้งว่าตัว Windows 10 ที่ใช้งานอยู่ยังไม่ Activate ให้ทำการ Activate ซึ่งช่วยให้คนที่ต้องการลองใช้งานได้สามารถลองใช้งานได้สะดวกมากขึ้น
  • Windows 10 หากลงแบบ upgrade ผ่านแล้ว ให้เช็คว่าตัว Windows 10 นั้น Activate ผ่านเรียบร้อยแล้วหรือยัง ถ้า Activated แล้ว สามารถ clean install ได้ครับ โดยตอนที่ถาม product key ให้กด skip ไปเลยก็ได้ เพราะลงเสร็จแล้วตัว Windows จะทำการ Activate ให้เองอีกครั้งโดยไม่ถาม product key
  • หากใช้ Tablet ที่มี Windows 8.1 Single Language (with Bing) สามารถอัพเกรดไป Windows 10 Home Single Language ได้
  • ตัว Windows 8.1 Single Language (with Bing) สามารถอัพเกรดไป Windows 10 Home Single Language ได้ โดยรัน Media Creation Tool ของ Windows 10 บนเครืองนั้น จะมีตัวเลือกของ Windows 10 Home Single Language ให้โหลดเพิ่มเติม อย่าไปรันบนเครื่องอื่นที่ไม่ใช่ Windows 8.1 Single Language (with Bing) เพราะจะไม่มีตัวเลือกนี้ขึ้นมาให้ ส่วนการโหลดให้เลือก Architecture แบบ Both ไปเลย เพราะจะได้ไม่มีปัญหาว่า x86 หรือ x64 ทีหลังอีก

รวบรวมมาได้ประมาณนี้ครับ

ตั้ง default browser ใน Windows 10 ให้เป็น browser ยี่ห้ออื่นนอกเหนือจาก Microsoft Edge

จาก An Open Letter to Microsoft’s CEO: Don’t Roll Back the Clock on Choice and Control และข่าว Angry Mozilla CEO to Satya Nadella: Give Users Choice and What They Deserve in Windows 10 ซึ่งต้นเหตุของเรื่องคือการตั้ง default browser บน Windows 10 นั้นไม่สามารถทำได้ผ่าน API ตัวเก่าที่ทั้ง Mozilla Firefox หรือ Google Chrome สามารถปรับแต่งและเข้าถึงได้ (เหมือนเปลี่ยน API ใหม่) ทำให้การตั้ง default browser นั้นไม่สามารถทำได้ผ่านโปรแกรมที่ติดตั้ง (ณ ตอนนี้)

ทางแก้ไขคือทำการตั้งค่าเองผ่าน Settings ของ Windows 10 ซึ่งยุ่งยากกว่าเล็กน้อย

1. ไปที่ Start menu และไปที่ Settings

2015-07-31_141316

2. ไปที่ System

2015-07-31_141411

3. ไปที่หัวข้อ Default apps และเลื่อนหา Web browser แล้วเลือก browser ที่ต้องการให้เป็น default browser บนเครื่องที่ติดตั้ง Windows 10

2015-07-31_141455

เพียงเท่านั้นก็สามารถกลับมาใช้ browser ที่แต่ละคนถนัดได้อีกครั้ง

บันทึกการอัพเกรด จาก Windows 8.1 มา Windows 10

เป็นบันทึกที่ผมจะพยายามอัพเดทใส่ไปเรื่อยๆ ในช่วงนี้ครับ เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงหากคนอื่นๆ เจอปัญหา จะได้มีแนวทางแก้ไขต่อไป (ผมจะบันทึกเท่าที่ผมเจอนะ)

วิธีการอัพเกรดไป Windows 10 โดยไม่ต้องรอคิว หรือจองคิวไว้แล้วมันไม่เด้งให้อัพเกรดสักที (ซึ่งผมใช้วิธีนี้) อการเข้าไปที่ https://www.microsoft.com/en-us/software-download/windows10 แล้วโหลดมาติดตั้งได้เลย โดยเลือกรุ่นที่อัพให้ตรงกับที่กำลังอัพเกรด x86 vs x64 ซึ่งตัวติดตั้งเป็นตัวโปรแกรมเลือกอีกชั้นว่าจะใช้ภาษาอะไร รุ่น edition ไหน และสถาปัตยกรรมระบบอะไร สุดท้ายเลือกว่าจะโหลดมาใส่ใน media แบบไหน มีทั้ง Flash Drive และ ISO สำหรับ burn DVD แล้วค่อยรันไฟล์ติดตั้งจาก media นั้นๆ อีกที (ผมใช้ผ่าน Flash Drive) เมื่อจะติดตั้ง ให้ตัวเลือกติดตั้งมีแบบอัพเกรดโดยไม่ลบโปรแกรมและไฟล์ใดๆ เพียงแต่อาจต้องลง driver บางตัวใหม่ โดยระยะเวลาในการอัพเกรดประมาณ 1-3 ชั่วโมง พื้นที่ของ Drive C ควรเหลือไว้อย่างน้อยสัก 40 GB กำลังดี ซึ่งวิธีนี้คุณจะได้ทั้งการอัพเกรดในครั้งนี้ และไฟล์ติดตั้งไว้ใช้ติดตั้งใหม่ในครั้งหน้าได้อีกด้วย

สำหรับคำแนะนำอื่นๆ สามารถอ่านได้จาก วิธีอัพเกรดเป็น Windows 10.pdf ซึ่งเนื้อหาเป็นภาษาไทย อ่านง่ายครับ

11707760_10153425068310275_5934410800801799577_o

หลังจากติดตั้งก็ต้องปรับแต่งนิดหน่อย คือ

  1. ต้องปรับแต่งส่วนของ quick access ให้ไม่โชว์ recently used และ frequently used ไม่งั้นรกมาก

    2015-07-30_175648

  2. ปรับแต่งส่วนของ start panel ใหม่ เพราะมันไม่เอาที่จัดเรียงไว้จาก start screen เดิมมาให้ด้วย
  3. สำหรับคนที่ upgrade มา Windows 10 จาก Windows 7 หรือ Windows 8.1 แบบผม จะพบว่ามี folder ชื่อ Windows.old อยู่ ซึ่งกินเนื้อที่ค่อนข้างเยอะ (หลัก 10GB++) แนะนำให้ใช้ Disk Cleanup ในการลบได้ครับ โดยมันคือ folder ที่เก็บตัว Windows ตัวเก่าที่เราเพิ่งอัพเกรดมา เผื่อในอนาคตเราอยาก downgrade กลับไป มันก็จะใช้ folder นี้แหละในการ downgrade ให้ ซึ่งหากใครแน่ใจว่าไม่กลับไปแน่นอน
  4. หากลง Windows 10 แล้วเจอปัญหาว่า Windows update มัน update driver ตัวที่ไม่สมบูรณ์มาให้ ทั้งๆ ที่ลงตัวล่าสุดจากเว็บผู้ผลิตแล้ว ให้ใช้โปรแกรมย่อยที่ชื่อ Show or hide updates ที่ดาวน์โหลดได้จาก link ด้านล่างนี้มาปิดการอัพเดทนั้นๆ แล้วค่อยอัพเดท driver ตัวล่าสุดกลับมาอีกครั้ง โดยส่วนตัวเจอปัญหากับ NVIDIA driver จนทำให้การเรนเดอร์หน้าจอ และการใช้งานส่วนอื่นๆ ช้าไปหมดจนทำงานไม่ได้ครับ (How to temporarily prevent a Windows or driver update from reinstalling in Windows 10 https://support.microsoft.com/en-us/kb/3073930)ดาวน์โหลดไฟล์ wushowhide.diagcab มาครับ แล้วสั่งรัน จะได้หน้าตาแบบนี้แล้วกด Next

    2015-07-30_173052
    รอให้มันเช็คค่าต่างๆ สักหน่อย

    2015-07-30_173113
    ถ้าต้องการยกเลิกการอัพเดทอะไร ให้กด hidden updates ครับ

    2015-07-30_173205
    มันจะแสดงรายการ update/driver ต่างๆ ตรงนี้ก็เลือกตัวที่อาจจะมีปัญหาครับ (ติ๊กเครื่องหมายถูก) แล้วกด Next แล้วนั่งรอจากมันขึ้น Fixed ครับ

    2015-07-30_173225
    หลังจากนั้นก็ติดตั้ง driver ตัวที่มีปัญหาโดน Windows มัน update ทับไปใหม่อีกครั้งหากต้องการกลับมาปลด Hidden updates ออก สามารถทำผ่าน Show hidden updates โดยจะมีรายการที่เราทำไว้ก่อนหน้านี้แสดงและติ๊กเลือกเพื่อปลดออกไปครับ

    2015-07-30_173337

  5. ใครใช้ OpenVPN บน Windows 10 แนะนำให้อัพเกรดมารุ่นล่าสุด โดย ณ ตอนนี้คือ 2.3.7 เพื่อให้ใช้งานได้ต่อไปครับ

หลังจากทำสิ่งต่างๆ ทั้ง 5 ข้อแล้ว ทั้งหมดก็ทำงานลื่นดี ไม่มีปัญหา อัพจาก Windows 8.1 มา โปรแกรมที่ใช้ๆ อยู่ ทำงานได้ปรกติดี

2015-07-30_164647