เก่าเล่าใหม่กับ “มีอะไรใหม่ใน Windows 8.1”

2013-10-18_000701

ส่วนที่เปลี่ยนแปลงคือหน้า Windows 8 UI ที่เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ขนาดของ Tiles มีเพิ่มมาเป็น 4 ขนาด ก็ดีนะ ไม่ใหญ่เกินไป อันไหนไม่มีข้อมูลบน Tiles ก็จัดให้มันเล็กๆ อันไหนข้อมูลมีเยอะก็ใช้อันใหญ่ ดูมีประโยชน์มากขึ้น แถมหา App/Program ได้ง่ายขึ้น

2013-10-18_112243

การติดตั้งตัว App/Program ต่างๆ หลังจากที่ติดตั้ง Windows 8.1 จะไม่มีการ Pin ลงหน้า Start Screen ให้แบบตอน Windows 8 อัตโนมัติ อยาก pin ต้องไปที่ All App แล้วสั่ง Pin เอง

ส่วนต่อมาที่หลายคนสงสัยเรื่องการทำงานของ Start Button ว่าการกลับมานี้จะทำงานอย่างไร

สรุปคือ “ไม่มีอะไรมาก ถ้ากดจากหน้า Desktop ก็เข้าหน้า Start Screen และกดจากหน้า Start Screen จะเข้าหน้า Desktop“

image

image

คลิ้กขวาที่ Start Button มีเมนูและความสามารถเข้าถึงได้เยอะขึ้น สั่ง Shutdown ได้จากการคลิ๊กขวาที่ Start Button ได้แล้ว สะดวกมากขึ้นกว่าก่อน

image

สิ่งที่หลายคนรอคอยมาแล้ว!!! ตัวเลือกในการข้ามหน้า Start Screen เข้าสู่ Desktop mode ได้ทันทีหลัง login เข้าเครื่อง!!

image

ส่วนของการค้นหาเปลี่ยนแปลงไปอยู่ที่ Sidebar แทนแล้ว ดูดีขึ้น (น่าจะทำตั้งแต่แรกแล้วนะ)

image

ปุ่ม All App เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ หาง่ายขึ้น ใช้ง่ายขึ้น และเข้าถึง All App ได้ง่ายขึ้น

กดที่ซ้ายมือล่าง ตัว Start Screen จะเลื่อนขึ้นแล้ว All App จะเลื่อนตามขึ้นมา

image10

พอคลิ้กที่จุดเดียวกัน All App จะเลื่อนลง และ Start Screen จะเลื่อตามลงมา ดูดี และเหมาะสมดีมาก

image

ปรับแต่งหน้า Start Screen ได้เยอะขึ้น

image

หน้าตา PC Settings ดูดีขึ้น มีฟังค์ชั่นให้ตั้งค่าเพิ่มมากขึ้น

image

รองรับการเข้าระบบด้วย Fingerprint ได้ทันทีจากหน้า PC Settings (เครื่องใครมี Fingerprint น่าจะสบายขึ้น ส่วนใหญ่ไม่ต้องลง driver เพิ่มเติม)

image

การตั้งค่า devices ต่างๆ มีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้นและจัดการได้เกือบทั้งหมดที่เป็นพื้นฐาน (ยังมีบางส่วนที่กลับไป Control Panel แต่หลักๆ ถ้าไม่ใช่ Power user ก็ไม่ต้องเข้าไปใน Control Panel เลย)

image

ระบบ Windows 8.1 ติดตั้ง SkyDrive มาให้พร้อมและรองรับทั้งบน Windows 8 UI และ Desktop mode โดยไม่ต้องติดตั้ง Program ที่โหลดมาต่างหากจาก SkyDrive เพิ่มเติมแล้ว

image

image

การส่วนของ Recovery แยกต่างหากออกมาอย่างชัดเจน เข้าถึงง่ายมากขึ้น

image

ส่วนของการเชื่อมต่อ Wireless และ Mobile Network มีปุ่มเปิดปิดมาให้พร้อมเลย (แต่ Bluetooth แยกไปต่างหากอยู่)

image

ใน File Explorer ส่วนของ Libraries ถูกปิดมาเป็นค่าเริ่มต้น ต้องไปเปิดที่ Navigation pane เพิ่มเติม แต่แน่นอนว่าไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ เพราะส่วนหลักๆ ถูกย้ายมาอยู่ This PC แล้ว

image

ยังมีความสามารถอีกมากที่เปลี่ยนแปลงไปใน Windows 8.1 RTM ถ้ามีเวลาจะมาเล่าให้ฟังอีกครับ …..

image

Windows Experience Index หายไป (จริงๆ มันหายไปตั้งแต่ 8.1 Preview แล้ว)

2013-09-13_163434

ทิ้งท้าย ผมยังไม่พบ Option ให้เพิ่ม account ของ Google เพื่อ sync ตัว Contact และ Calendar ใน Windows 8.1 ที่สนับสนุน CardDav และ CalDav แต่อย่างใด สำหรับ Mail ใน Windows 8.1 นั้นมี option ให้เพิ่ม account ของ Google แต่ใช้งานผ่าน IMAP/SMTP แทน Microsoft Exchange ActiveSync (EAS)

image

 

ถ้า Windows RT และ Windows Phone สามารถทำงานได้บน H/W ที่ Android ทำงานได้?

จาก [ลือ] ไมโครซอฟท์ให้ซัมซุงกับหัวเหว่ยใช้ Windows Phone กับ Windows RT ฟรี, ซัมซุงทำ Galaxy Tab ดูอัลบู๊ตอยู่ 

ส่วนตัวมองว่ามันเป็นการบุกเข้าฐานที่มั่นของศัตรูได้เร็วและง่ายที่สุด บนมือถือและเครื่องที่ทุกคนมีและคุ้นเคย ผมว่าไม่ได้สิ้นหวัง แต่มันคือการใช้กลยุทธเดียวกับ Windows เมื่อก่อนที่เป็น IBM Compatible เราอาจจะได้เห็นมือถือ Android ที่ติดสัญลักษณ์ Windows RT หรือ Windows phone compatible ก็ได้ ซึ่งเป็นงานถนัดของ Microsoft อยู่แล้วซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สั่งสมมาจาก Windows Desktop ในอดีตที่สามารถติดตั้ง driver บน H/W แปลกๆ ได้ร้อยพ่อพันแม่ งานนี้รอดูว่าจะเป็นจริงได้แค่ไหนกัน

 

รวมสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ปัญหาและทางแก้ไข (บางส่วน) ที่เจอหลังจากติดตั้ง Windows Phone 8 Update 3 (preview) ในรอบ 12 ชั่วโมง

  1. แยกเสียงเตือนระหว่าง Text/IM, voicemail, email และ remiders ออกจากกันแล้ว
  2. มีระบบ driving mode สำหรับ pair อุปกรณ์แล้วปรับให้ยกเลิกการรับสาย หรือ auto reply text ได้
  3. เพิ่มระบบ screen rotation lock มาใน Settings แล้ว
  4. ปุ่มปิด app ผ่าน app switcher
  5. การกด shift ในคีย์บอร์ดภาษาไทยได้รับการแก้ไขให้ unshift เองอัตโนมัติโดยไม่ต้องกด shift อีกครั้งแล้ว
  6. หลังอัพเดทตัวคีย์บอร์ดทับช่องสนธนาใน Line
    Q: เกิดจากการกะระยะในตัวคีย์บอร์ดกับตัว app ของ Line ผิดพลาดเอง แม้จะปิด Suggest text แล้วก็ตาม
    A: รอ Line แก้ไข เพราะ Skype, Whatsapp, Facebook chat หรือ IM+ Pro ไม่พบปัญหานี้
  7. เพิ่ม Facebook Account ใน Setting ของ Windows phone 8 update 8 แล้วขึ้น error code 0x85fbe196
    Q: เกิดจากตัว Facebook connect ใน Windos Phone 8 update 3 ตัวล่าสุดไม่รองรับ Login Approvals (2-Factor Authentication)
    A: การแก้ไขคือ ไปที่ Security ที่ facebook.com แล้วยกเลิก Login Approvals เสียก่อน แล้วจึงเปิดอีกครั้งหลังจากเพิ่ม Facebook Account และ sync เสร็จสิ้น
    อ้างอิงจาก http://support.microsoft.com/kb/2762064
  8. Connect facebook chat จาก People Hub ไม่ได้!
    Q: ปัญหานี้เกิดจากเปิด battery saver อยู่
    A: ทางแก้ไขคือ ให้ทำการ turn off ตัว battery saver ตามวิธีด้านล่าง
    – ไปที่ settings แล้วเลือก battery saver อยู่ ให้เข้าไปที่ advanced
    – ให้คลิ้กเลือกตัวเลือกอื่นๆ สักตัวแล้ว back กลับมาเพื่อบันทึกค่าใหม่ แล้วกลับไปเลือกเดิมอีกครั้ง
    – แล้วเลือก turn off ตัวเลือก battery saver
    – ทำการ reset เครื่อง 1 รอบ
    – ไปที่ People hub เลือก set chat status เป็น offline แล้ว back บันทึกออกมา แล้วกลับเข้าไปเลือก available อีกรอบ จะ online ได้

ส่วนอื่นๆ ที่ไม่ได้ลองเพราะไม่รองรับเช่น

  1. Tiles แบบ 6 columns (เหมือนยังไม่มีในอัพเดทนี้ หรือไม่ก็เพราะใช้ได้เฉพาะจอ 1080p ซึ่งยังไม่มีตัวไหนในตลาดมี)
  2. Screen reader บน Mobile Accessibility for Windows Phone 8
  3. Internet Sharing ที่ pair ผ่าน Bluetooth

 

SD Card slot inteface ของ Raspberry Pi ความเร็วสูงสุดที่รองรับเพียง 22MB/s

อยากทำให้ Raspberry Pi  มันอ่านเขียนเร็วขึ้น ก็เลยไปจัด Sandisk Ultra SDHC Class 10, 16GB speed 30MB/s (200x) กับ  Sandisk Extreme SDHC UDS-I Class 10, 16GB speed 80MB/s (533x) มาใช้งานบน Raspberry Pi ลองดูว่ามันจะเร็วขึ้นไหม

* Sandisk Ultra SDHC Class 10, 16GB ตอนนี้ราคาประมาณ 500 บาท ส่วน Sandisk Extreme SDHC UDS-I Class 10, 16GB ราคาตอนนี้ประมาณ 1,300 บาท ห่างกันพอสมครร

1233367_10151838452185275_2132138028_n

ผลสรุปคือว่ามันตันที่ SD Slot inteface ที่ทำได้ไม่เกิน 22MB/s อ่านได้ประมาณ 19-22MB/s เขียนได้ที่ 17-20MB/s ซื้อตัวแพงกว่ามาก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะทั้งสองตัวทำผลการทดสอบได้เกือบจะเท่ากันในทุกการทดสอบ ในบางการทดสอบ Sandisk Ultra ทำได้ดีกว่าบางครั้ง สรุปมันก็ขึ้นๆ ลงๆ ไม่ต้องไปซื้อแพงกว่ามาใช้หรอก มันได้ผลเท่ากันเลย เสียดายตัง ><“

command ref:
Write dd if=/dev/zero of=test.tmp bs=500K count=1024
Read hdparm -Tt /dev/mmcblk0

WP_20130922_20_53_53_Pro

 

รีวิวเรื่อยๆ กับ LG Optimus G Pro

วันนี้มาพูดถึง LG Optimus G Pro ที่ได้ลองใช้อยู่ประมาณเกือบๆ เดือนกันครับ แต่กว่าจะคลอดตัวรีวิวนี้ออกมาก็ใช้เวลาอีกเดือน (เพราะหน้าที่การงานนั้นเยอะมาก) วันนี้เรามาดูกันว่าเจ้า LG Optimus G Pro เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับรีวิวของทีมงานก็มีที่ รีวิว LG Optimus G Pro จอใหญ่ สเปคดี ฟีเจอร์เยอะ แบตอึด ที่รีวิวไปล่วงหน้าแล้ว

DSC_6106

LG Optimus G Pro ได้ชื่อว่าเป็ย “แฟ็บเล็ต” (Phablet) ตัวหนึ่งในตลาดระดับบน โดยเจ้าแฟ็บเล็ตเป็นชื่อเรียกอุปกรณ์ที่มีความสามารถแบบ “สมาร์ตโฟน” กับ “แท็บเล็ต” โดยมีขนาดหน้าจอระหว่าง 5 ถึง 7 นิ้ว

DSC_6073

DSC_6102

DSC_6104

วัสดุของ LG Optimus G Pro เป็นพลาสติกแบบมันวาว ฝาด้านหลังเป็นจะเห็นลายกราฟฟิคระยิบระยับเวลาสะท้อนกับแสงไฟแบบเดียวกับ LG Nexus 4 รุ่นที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งงานประกอบค่อนข้างดีมาก รอยต่อต่างๆ ทำได้ดี ไม่มีอาการยวบให้เห็นในระหว่างการจับถือ เส้นสายการออกแบบค่อนข้างให้ความกระชับและดูดีมากเวลาจับถือ

ส่วนที่ติดใจและค่อนข้างรู้สึกไม่ค่อยชอบคือความมันวาวของมันมีปัญหาในการใช้งานไปนานๆ จะเป็นรอยนิ้วมือและดูเก่าลงไป ต้องคอยเช็ดทำความสะอาดให้มัมวาว ซึ่งค่อนข้างลำบาก ไปเสียหน่อย

เจ้าหูฟังที่แถมมาในกล่องนั้นมีชื่อเรียกว่า LG QuadBeat โดยคุณภาพเสียงไม่ธรรมดาให้ก็ไม่ธรรมดา ให้เสียงใสดี กลางเด่น และเบสกลางๆ ใส่สบายไม่รู้สักหนัก เหมาะกับคนต้องการพักผ่อนและไม่เหมาะกับคนเอาไปฟังเพลงที่เบสหนักๆ แต่ในความคุ้มค่าของของแถมนั้นมีคนบอกว่า “LG QuadBeat เป็นหูฟังแถมสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในตอนนี้”

DSC_6074

ด้านล่างของตัวเครื่องใช้ micro USB เป็น connector ตามมาตรฐาน Open Mobile Terminal Platform (OMTP)

DSC_6077

ในส่วนของช่องต่อหูฟังเป็นแบบ 3.5mm ตามปรกติ ไม่มีแตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ แต่ส่วนที่ดูแปลกจากยี่ห้ออื่นคือ Infrared port (IR) เพื่อสามารถใช้งาน remote แบบเดียวกับที่ใช้ใน TV หรือ DVD Player ได้

DSC_6080

ปุ่มกดปลดล็อคเครื่องอยู่ในตำแหน่งนิ้วโป้งเวลาจับที่มือขวาพอดี

DSC_6081

ในการถอดฝากหลังมีร่องในการค่อยๆ แงะฝาหลังออกมา เพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่, เปลี่ยนซิมการ์ด และเพิ่มหน่วยความจำชนิด micro SD ได้

DSC_6116

DSC_6123

โดยเจ้า LG Optimus G Pro นี่เป็น มือถือที่ให้จอภาพระดับ Full HD (Resolution 1920 x 1080 pixel) ที่ขนาด 5.5 นิ้ว ทำให้มีความหนาแน่นของ pixel ถึง 400 PPI โดยตัว Panel จอภาพเป็น IPS แน่นอนว่าสมัยนี้หน้าจอสัมผัสต้องเป็น Capacitive touchscreen และมาพร้อมกับ Corning Gorilla Glass 2 แน่นอนตามความนิยมของตลาด ซึ่งมีมาให้ครบเลย

ถ้าให้พูดความรู้สึกต่อจอภาพของ LG แล้วนั้น ส่วนตัวไม่ผิดหวัง และสีสันที่ให้มานั้นค่อนข้างสบายตามาก สีมันไม่จัดจนรู้สึกรำคาญต่อการใช้งาน แม้จะเปิดแสงสว่างสุดก็ตามที มุมมองการแสดงผลค่อนข้างดี

ในส่วนของไฟแสดงผลที่ปุ่มนั้น ค่อนข้างชอบมาก เพราะมันเปลี่ยนสีสันได้หลากหลาย ปรับแต่งให้ใช้สีที่แตกต่างกันเพื่อแจ้งเตือนที่หลากหลายรูปแบบ ยี่ห้อื่นๆ ควรทำตามนะ แต่ติดที่ปุ่มเป็นแบบปุ่มจริงๆ เมื่อไม่ใช่แบบทัชก็ต้องทำให้ปุ่มนั้นแข็งเพื่อป้องกันการกดโดยไม่ต้องแต่ ใจก็มาซึ่งการกดลงที่ยากและลึกกว่าปรกติ เวลาใช้จะค่อนข้างรู้สึกรำคาญ แต่ส่วนตัวชอบแบบทัชมากกว่า เพราะง่ายในการใช้งาน และน่าจะไม่มีปัญหาปุ่มพังเมื่อใช้งานไปนานๆ

DSC_6128

ในด้านของ UI ไม่มีอะไรแตกต่างจาก LG Optimus รุ่นเก่าๆ นัก

Screenshot_2013-08-13-09-21-09 Screenshot_2013-08-13-09-50-44

Screenshot_2013-08-13-00-29-05 Screenshot_2013-08-13-00-29-13

การตอบสนองของตัว UI ค่อนข้างดี เร็ว และไม่กระตุกเลย

Screenshot_2013-08-13-09-21-34 Screenshot_2013-08-13-09-21-48

ในส่วนของ Miracast ที่เป็นฟังค์ชันในการ Stream และจอเข้า TV มีมาในตัวเครื่องและ Settings

Screenshot_2013-08-13-09-22-28 Screenshot_2013-08-13-09-22-32

สำหรับใครที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ remote อยู่มากมาย LG Optimus G Pro มีความสามารถในการทำตัวเป็นรีโมทมาให้ และรองรับเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเล่นมัลติมีเดียมากมาย ทั้งเก่าและใหม่ แม้แต่ TV อายะ 20 ปีก็ยังใช้งานได้ โดยทดสอบลองกับทีวีและเครื่องเล่น Blu ray ที่บ้านแล้วทั้ง Phillips, Samsung และ LG

Screenshot_2013-08-13-09-23-08 Screenshot_2013-08-13-09-23-14

Screenshot_2013-08-13-09-23-22  Screenshot_2013-08-13-09-23-34

ในส่วนของ app ที่มากับเครืองนั้น ที่ชอบมาก และรู้สึกว่ามีประโยชน์เมื่อใช้กับจอภาพขนาดใหญ่ๆ คือ QSlide 2.0 ที่สามารถใช้กับ app ที่รองรับกับ QSlide เพื่อทำงานหลายๆ หน้าต่างในการใช้งานหน้าจอเดียวแบบบน PC ตามปรกติ

Screenshot_2013-08-13-09-45-29 Screenshot_2013-08-13-09-45-39

สุดท้ายก็ปิดท้ายด้วยคะแนนการ Bechmark ครับ ซึ่งจากคะแนนแล้ว ดูจะน้อยกว่าที่คาด แต่ส่วนตัวไม่ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะทดสอบแบบเปิด app ที่ทำงานเบื้องหล้งเยอะมาก และตัวที่ขายจริงก็ทำคะแนนได้ดีกว่าที่ผม Bechmark ไว้ในตอนทดสอบอยู่พอสมควรครับ

Screenshot_2013-08-13-00-31-10 Screenshot_2013-08-13-00-31-31

Screenshot_2013-08-13-00-29-50 Screenshot_2013-08-13-00-30-01

Screenshot_2013-08-13-00-30-07 Screenshot_2013-08-13-00-30-42

สำหรับในด้านของการใช้งานกล้อง ส่วนที่เป็นความสามารถของ app ที่น่าสนใจสำหรับผู้รีวิวคือ duo screen ที่สามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้พร้อมกันแล้วใส่ลงในตัวภาพและวิดีโอได้ทันที

CAM00018

สำหรับตัวการถ่ายรูปนั้น ส่วนตัวคิดว่าใช้งานได้ดี และไม่หนีกับคู่แข่งมากนักจนรู้สึกเด่นอะไรครับ

CAM00001

Normal mode VS HDR mode

CAM00027 CAM00028

CAM00036

CAM00037

IMG_20130802_233624

Normal mode VS HDR mode

CAM00019 CAM00020

สุดท้ายโดยรวมถือเป็นมือถือที่เด่นในเรื่องของจอภาพใหม่ แสดงผลได้ที่สบายตา หูฟังที่แถมมาให้ค่อนข้างดี app พื้นฐานที่ใส่มาให้ในเครื่องค่อนข้างดี ซึ่งเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานที่ไม่ชอบความยุ่งยากในการต้องหา app มาใช้งานเพิ่มเติม อีกทั้งในปัจจุบันราคาของตัวเครื่องค่อนข้างดีและเหมาะสมกับการซื้อหามาใช้อย่างมาก

Techspec Optimus G Pro (E988)

  • CPU Qualcomm Snapdragon 600 (1.7GHz Quad-Core Processor)
  • GPU Adreno 320
  • RAM 2 GB
  • Storage 16 GB (User memory 10.5 GB)
  • Display 5.5 inch Full HD (1920 x 1080) IPS Display Capacitive touchscreen with Corning Gorilla Glass 2
  • Network 2G Quadband (GSM 850/900/1800/1900), 3G 900/2100 MHz (HSDPA, 42 Mbps)
  • WiFi Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Wi-Fi direct, DLNA technology
  • Bluetooth 4.0
  • NFC
  • Accelerometer sensor
  • Proximity sensor
  • Infrared port
  • Back camera 13MP (Image stabilization, Face detection, Auto focus, VR panorama, Flash LED)
  • Front camera 2.1MP
  • Connector microUSB USB 2.0
  • Expandable Memory  microSD, up to 64 GB
  • Earphone 3.5mm headset
  • OS Android v4.1.2 (Jelly Bean)
  • Battery 3,140 mAh
  • Weight 174 g
  • Size 150.2 x 76.1 x 9.4 mm