ลองของกับ Apacer Thunderbird AST680S (240GB) และ Apacer TURBO II AS710 (128GB)

ผมได้ SSD มาทดสอบอยู่ 2 ตัว เมื่อไม่นานมานี้ เป็นรุ่นที่ระดับ consumer ใช้งาน ยี่ห้อน Apacher รุ่น Thunderbird AST680S (240GB) และ TURBO II AS710 (128GB)โดยทั้งสองรุ่นนั้นมีความสามารถที่เหมือนกันอยู่หลายๆ อย่าง เช่น รองรับ SATA Interface 6.0Gbps, ECC engine correcting, TRIM command support, 256-bit AES encryption and decryption และพร้อมกับประกัน 3 ปี

แต่ทั้งสองรุ่นก็มีข้อแตกต่างกันในการนำไปใช้งานอยู่บ้าง เรามาดูเป็นรุ่นๆ ไปดีกว่า

2015-08-08 15.06.18

Apacer Thunderbird AST680S (240GB)

รุ่น Apacer Thunderbird AST680S ถือเป็นรุ่นที่ระดับบน ความจุ 240GB ในราคาประมาณ 3,1xx บาท ที่ให้ทั้งประสิทธิภาพที่ดีในด้านความเร็วเป็นหลัก ตัวเคสที่ประกอบมีงานแน่นหนามาก ตัวเคสที่ประกอบมีความหนาเพียง 7mm เท่านั้น ทำให้ประกอบใส่เข้ากับ notebook ขนาดเล็กได้

ความเร็วที่ให้ไว้ใน datasheet คือ Interface SATA III 6Gb/s ให้ความเร็วในการอ่าน 550 MB/s และ เขียน 520 MB/s

2015-08-08 15.10.43

2015-08-19 22.17.54 2015-08-19 22.18.06

2015-08-19 22.18.12 2015-08-19 22.18.30

โดยการทดสอบ ผมนำเอา SSD รุ่นดังกล่าวมาติดตั้ง OS แล้ววัดความเร็วด้วย AS SSD Benchmark ให้ชมกัน

as-ssd-bench Apacer AST680S 2 19.8.2558 22-06-17 as-ssd-bench Apacer AST680S 2 19.8.2558 22-06-09

as-copy-bench Apacer AST680S 2 19.8.2558 22-11-27

จะเห็นในด้านความเร็วทั้ง MB/s และ IOPS ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ใกล้เคียงกับ datasheet

as-compr-bench Apacer AST680S 2 19.8.2558 22-05-32

มาดูที่การทำความเร็วว่าทำงานได้สม่ำเสมอมากแค่ไหน โดยจากกราฟจะเห็นว่า ความเร็วที่ได้นั้น ค่อนข้างนิ่ง ถือว่าผ่านในการทดสอบความนิ่งในการใช้งาน

Apacer TURBO II AS710 (128GB)

รุ่น Apacer TURBO II AS710 ถือเป็นรุ่นที่ระดับกลาง ที่ให้ความจุ 128GB ในราคาประมาณ 2,6xx บาท ที่ให้ทั้งประสิทธิภาพที่ดีในด้านความเร็วปานกลาง ตัวเคสที่ประกอบที่แน่หนา แต่เบากว่า  Apacer Thunderbird AST680S ซึ่งคาดว่าเพื่อไว้สำหรับพกพา เพราะในรุ่นนี้ สามารถเชื่อมต่อผ่าน USB 3.0 ได้โดยตรง โดยตัวเคสที่ประกอบมีความหนาเพียง 7mm เท่านั้น ทำให้ประกอบใส่เข้ากับ notebook ขนาดเล็กได้

2015-08-08 23.55.14

2015-08-08 18.43.00 2015-08-08 18.43.59

2015-08-08 18.45.29 HDR 2015-08-08 18.45.52 HDR

ในด้านความเร็วนั้น การทำงานทั้งผ่าน SATA และ USB 3.0 นั้น ให้ความเร็วใกล้เคียงกัน โดยความเร็ว USB 3.0 นั้นขึ้นอยู่กับ interface controller ของเครื่องนั้นๆ ด้วยว่าสามารถทำความเร็วได้แค่ไหนด้วย หากเป็น interface controller รุ่นใหม่ๆ จะทำความเร็วได้เสถียรและใกล้เคียงกับ SATA มาก

as-ssd-bench Apacer AS710 128 19.8.2558 22-31-47 as-ssd-bench Apacer AS710 128 19.8.2558 22-32-00

as-copy-bench Apacer AS710 128 19.8.2558 22-37-47

จะเห็นในด้านความเร็วทั้ง MB/s และ IOPS ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ใกล้เคียงกับ datasheet

as-compr-bench Apacer AS710 128 19.8.2558 22-33-38

มาดูที่การทำความเร็วว่าทำงานได้สม่ำเสมอมากแค่ไหน โดยจากกราฟจะเห็นว่า ความเร็วที่ได้นั้นค่อยวิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแตกต่างจาก Apacer Thunderbird AST680S รุ่นที่เหนือกว่าตัวนี้ คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องของ cache และตัว controller ตัวนี้ที่อาจเกี่ยวกับ interface ที่มี USB 3.0 เป็นส่วนเสริมเข้ามา

สรุป

ความรู้สึกหลังจากใช้งานทั้งสองตัวโดยรวมแล้ว Apacer Thunderbird AST680S (240GB) ให้ตอบสนองการใช้งานที่จำเป็นต้องการประสิทธิภาพที่สูงกว่ามาก สำหรับคนที่ต้องการลงทุนสำหรับการใช้ติดตั้ง OS น่าจะชื่นชอบตัวนี้ อีกทั้งตาม endurance rating ของรุ่นนี้ ที่ระบุไว้ที่ 670 TBW ทำให้ตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการความทนทานสูง และสำหรับ Apacer TURBO II AS710 (128GB) นั้น น่าจะเหมาะกับการนำมาพกพามากกว่า เพราะมีน้ำหนักเบา และถึงแม้ว่าจะมีประสิทธิภาพที่น้อยกว่ารุ่นบนที่นำมาทดสอบคู่กัน แต่ endurance rating ของรุ่นนี้ ที่ระบุไว้ที่ 340 TBW ก็ถือว่าให้ตัวเลขมาได้ค่อนข้างน่าสนใจ และถือว่าสูงเมื่อเทียบกับความจุและราคาที่ได้

หมายเหตุ สำหรับใครสงสัยเรื่อง endurance rating สามารถเข้าไปได้ตาม link ที่ได้ทำไว้ครับ

 

เปิดใช้ความสามารถ Letter Sealing ในแอพ LINE บน iOS เพื่อเข้ารหัสข้อความจากปลายทางถึงปลายทาง ช่วยป้องกันการดักอ่านข้อมูล

จากข่าว LINE เปิดฟีเจอร์ Letter Sealing เข้ารหัสแบบ End-to-End แล้ว เป็นความพยายามเพิ่มความเป็นส่วนตัวของการคุยกันของลูกค้าจากทาง LINE ซึ่งในขณะนี้สามารถเข้ารหัสข้อความแบบคุยกัน 1 ต่อ 1 หรือแชร์ตำแหน่งระหว่างกันได้แล้ว โดยเป็นการเข้ารหัสข้อความจากปลายทางถึงปลายทาง (End-To-End, E2EE) ช่วยป้องกันการดักอ่านข้อมูล หรือการเปิดอ่านข้อความจากฝั่งผู้ให้บริการเอง โดยข้อความที่คุยกันจะอ่านได้เพียงเครื่องที่ส่ง และเครื่องที่รับข้อความเพียงเท่านั้น

สำหรับคนที่ใช้ iOS ความสามารถนี้ต้องมาเปิดเอง ซึ่งการเปิดใช้งานก็ไม่ได้ยากอะไร

1. ไปที่ Settings ของแอพ LINE

2. ไปที่ Chats & Voice Calls

2015-10-13 16.07.10c 2015-10-13 16.07.05

3. ทำการเปิดการใช้งาน Letter Sealing ผ่านตัวเลือก

โดยจะมีข้อความเตือนว่า ข้อความพรีวิวที่ Notification จะไม่สามารถแสดงผลได้ ซึ่งก็เข้าใจได้ในเชิงความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน

เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว ….

2015-10-13 16.06.50 2015-10-13 16.07.17

 

Find my iPhone ไม่ต้องใช้ Two-step verification สำหรับเข้าใช้งานบน iCloud.com แม้จะเปิดใช้งาน Two-step verification ใน Apple ID

แม้เราจะเปิด Two-step verification ใน Apple ID แล้ว แต่ยังมีความสามารถหนึ่งที่ชื่อ Find my iPhone ที่สามารถเข้าถึงได้ทันทีโดยไม่ต้อง verify ผ่าน Two-step verification ได้ ทำให้เข้าไปดูว่าเครื่องที่ใช้กับ account นั้นอยู่ที่ไหน (Locate) ใช้เล่นเสียง (Play Sound), เข้าโหมดแจ้งหาย (Lost Mode) และแม้แต่ลบข้อมูล (Erase iPhone) ได้

ส่วนตัวมองว่าเป็นช่องว่างที่สำคัญ (อาจจะตั้งใจ) ที่อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงผ่านการเดารหัสผ่าน และเข้ามา “ลบข้อมูลใน iPhone” ของเราได้ทันที (ส่วนการติดตามว่าอยู่ที่ไหนนี่อีกเรื่องนึง แต่ถือว่าไม่ปลอดภัยเหมือนกัน)

ซึ่งแตกต่างจากค่ายอื่นๆ ที่ใช้อีเมล หมายเลขโทรศัพท์สำรอง รวมไปถึง recovery code ในการเข้าใช้งานแทน verification code ที่จะส่งมาให้กับ trusted device ที่อาจจะทำหายไปแทน ซึ่งดูแล้วไม่รัดกุมเท่าไหร่นัก

โดยคำแนะนำตอนนี้คือ ตั้งรหัสผ่าน Apple ID ให้แข็งแรงเข้าไว้ (ยากต่อการเดา) และเปลี่ยนบ่อยๆ เพื่อป้องกันเหตุจากการที่ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ความสามารถดังกล่าวในทางที่ผิด

หมายเหตุ ไม่รู้ว่าหาไม่เจอ หรือว่ามันเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ คือผมพยายามหาที่เปิดใช้ Two-step verification ในส่วนของ Find my iPhone แต่หาไม่เจอ ใครทราบเม้นไว้ก็ได้ครับ

2015-09-26_231445

 

ลบ Lenovo Customer Feedback Program ออกจากเครื่องยี่ห้อ Lenovo บางรุ่น (ซอฟต์แวร์เก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานโดยไม่แจ้งลูกค้า)

จากข่าว พบเครื่องแบบ Refurbished ของ Lenovo สาย ThinkPad มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ส่งข้อมูล และ Lenovo collects usage data on ThinkPad, ThinkCentre and ThinkStation PCs เพราะมีการตรวจสอบพบว่าเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานโดยไม่แจ้งลูกค้า

ทำให้ต้องมาตรวจสอบเครื่องตัวเองสักเล็กน้อยแล้วพบว่า เครื่อง Lenovo ThinkPad R420 ที่ใช้งานอยู่ มีซอฟต์แวร์ตามข่าวจริง และไม่ใช่เครื่อง refurbished แต่เป็นเครื่องมือหนึ่ง ที่ซื้อจากร้านค้าปลีกของ Lenovo โดยตรง (อายุ 4 ปีเกือบๆ 5 ปีแล้ว)

2015-09-26_142631

โดยซอฟต์แวร์ดังกล่าวชื่อ Lenovo.TVT.CustomerFeedback.Agent.exe โดยอยู่ที่ C:\Program Files (x86)\Lenovo\Customer Feedback Program จากการตรวจสอบจะมี Library ที่ Lenovo ใช้งานอยู่ด้วยที่ C:\Program Files (x86)\Lenovo\MetricCollectionSDK  โดยโปรแกรมจะทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล และมีการส่งข้อมูลกลับไปยัง Lenovo เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมผู้ใช้งานโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ใช้ทราบว่ามีการติดตั้งและเก็บข้อมูลอะไรบ้าง

วิธีการนำออกจากเครื่องนั้นยุ่งยากและไม่ตรงไปตรงมา เพราะไม่สามารถนำออกได้ผ่านทาง Program and  Features ใน Control Panel ได้ ส่อพฤติกรรมน่าสงสัยหนักขึ้นไปอีก

จากการตรวจสอบเอกสารบนเว็บของ Lenovo พบเนื้อหาที่เพิ่งถูกนำขึ้นไปในหัวข้อ Lenovo systems may include software components that communicate with servers on the internet – All ThinkCentre, All ThinkStation, All ThinkPad โดยมีวิธีการนำออกซึ่งยากสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปพอสมควร

วิธีการนำออก

เปิด Command Promplt (Administrator mode)

2015-09-26_145743

พิมพ์คำสั่ง

schtasks /Delete /tn "Lenovo\Lenovo Customer Feedback Program" /f
schtasks /Delete /tn "Lenovo\Lenovo Customer Feedback Program 64" /f
schtasks /Delete /tn "Lenovo\Lenovo Customer Feedback Program 64 35" /f

มันเป็นคำสั่งไปลบตัว Lenovo Customer Feedback Program ออกจาก Task Scheduler

ตรวจสอบได้ผ่าน Administrative Tools -> Task Scheduler -> Task Scheduler Library -> Lenovo

2015-09-26_145345

พอไม่มีอยู่ใน Task Scheduler แล้ว จึงไปลบ folder ทั้งสองตัวทิ้งอีกรอบหนึ่ง

  • C:\Program Files (x86)\Lenovo\Customer Feedback Program
  • C:\Program Files (x86)\Lenovo\MetricCollectionSDK

2015-09-26_150057

ทำเสร็จแล้วก็ restart เครื่อง ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการนำมันออกจากเครื่อง

 

ปิดความสามารถที่ทำตัวเสมือน keylogger ใน Windows 10 ที่จะส่งข้อมูลให้ Microsoft

ซอฟต์แวร์ในปัจจุบันมักมีการส่งข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้ากลับไปยังผู้ผลิต เพื่อปรับปรุงตัวซอฟต์แวร์ และสร้างประสบการณ์ที่ดีในรุ่นถัดไปจนเป็นเรื่องปรกติ และใน Windows 10 นั้น มีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมบางอย่างที่สุ่มเสี่ยงต่อการเก็บข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต หรือข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่สำคัญ ซึ่งดักจับผ่านการพิมพ์บนคีย์บอร์ด (keylogger) แล้วนำส่งไปที่ Microsoft ซึ่งยังไม่มีรายงานว่าการเก็บข้อมูลที่พิมพ์ไปนั้น มีอะไร เก็บรักษาอย่างไร ปลอดภัยและไว้ใจได้แค่ไหน

สิ่งที่คลุมเครือ และไม่ชัดเจนแบบนี้ ในฐานะลูกค้าคนหนึ่งจึงคิดว่าควรปิดมันเสียจะดีกว่า

ขั้นตอนมีดังนี้

1. ไปที่ Start menu เลือก Settings

image

2. เลือกหัวข้อ Privacy

image

3. ในหัวข้อ General ที่ตัวเลือก Send Microsoft info about how I write to help us improve typing and writeing in the future ให้เลือกเป็น Off

2015-09-09_211214

4. ที่หัวข้อ Speech, inking, & typing ให้กดปุ่ม Stop Getting to know me เพื่อปิดการรับข้อมูลของ Cortana

2015-09-09_211247

ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนแต่อย่างใด โดยส่วนตัวแล้วแนะนำให้ปิดครับ