ลองใช้ Surface 2 และเทียบกับ Surface RT

เป็นการลองใช้ตัวเป็นๆ ตามที่สัญญาไว้จากเดือนก่อนโน้นในตอน หลังจาก Microsoft Surface 2 แล้วไงต่อ? โดยแน่นอนว่าในตอนนี้จะมาเจาะลึกตัว Surface 2 กันในเชิงฮาร์ดแวร์ต่างๆ เป็นหลัก เพราะในส่วนของซอฟต์แวร์คงพูดท้ายๆ เนื่องจากการใช้งานจริงๆ ไม่ได้แตกต่างจาก Surface RT มากนัก เพราะเป็น Windows RT 8.1 update เหมือนกันทั้งหมด โดยผมได้อัพเกรดเป็น Windows RT 8.1 update ตัวล่าสุดแล้วทั้ง Surface RT และ Surface 2 และใช้ Microsoft Account พร้อมปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้พอคล้ายๆ กันตามแต่จะทำได้

ซึ่งในตอนนี้จะมีการเล่าถึงประสบการณ์ในการใช้งานคีย์บอร์ดทั้ง Type Cover 2, Touch Cover และ Touch Cover 2 ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นตัวที่เหมาะสมต่อการใช้งานร่วมกับ Surface ได้ แต่เสียดายผมไม่มี Type Cover ตัวแรกมาเทียบกับ Type Cover 2

2

Read moreลองใช้ Surface 2 และเทียบกับ Surface RT

ข้อแตกต่างระหว่าง SkyDrive และ SkyDrive Pro

ข้อมูลล่าสุด (27/8/2013) – SkyDrive Pro increases storage and ease of sharing

SkyDrive เป็นบริการจัดเก็บไฟล์สำหรับใช้งานส่วนตัวผ่านระบบ Cloud Storage ของ Microsoft เพียงอย่างเดียว โดยสามารถเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกับ Office 365 Home Premium และบริการ Office Web Apps ได้ ซึ่งถ้าใช้งานร่วมกับ Office 365 Home Premium จะให้พื้นที่เพิ่มเป็น 20GB เพื่อใช้ในการจัดเก็บไฟล์ ซึ่งจะมากกว่าพื้นที่พื้นฐานที่ให้เพียง 7GB เท่านั้น

โดยใน SkyDrive นั้นจะสามารถซื้อพื้นที่สำหรับจัดเก็บไฟล์เพิ่มเติมได้มากถึง 100GB โดยไม่มีการจำกัดประเภทของไฟล์ (file types) ในการจัดเก็บบน SkyDrive

ข้อจำกัดของ SkyDrive คือ

  • สามารถอัพโหลดไฟล์ได้สูงสุดที่ 2GB ต่อไฟล์
  • สามารถซื้อพื้นที่เพิ่มได้ไม่เกิน 100GB (ไม่รวมพื้นที่อีก 7GB ที่ได้มาในตอนแรก)
  • ไม่มีระบบจัดการการเข้าถึงไฟล์แบบกลุ่ม หรือรองรับการใช้งานกลุ่มธุรกิจ

SkyDrive Pro เป็นบริการจัดเก็บไฟล์สำหรับองค์กรที่มีความสามารถในการแชร์ และประสานงานภายในองค์กร บนบริการ Office 365 สำหรับใช้งานในกลุ่มธุรกิจ โดยให้พื้นที่ 25 GB และสามารถซื้อเพิ่มได้เป็น 50 หรือ 100GB และยังสามารถซื้อเพิ่มเติมอีก เพียง 7GB และไม่สามารถซื้อเพิ่มเติมได้ โดย SkyDrive Pro นั้นเปลี่ยนชื่อมาจาก SharePoint Workspace (ชื่อโฟลเดอร์เก่าชื่อ SharePoint Libraries) ซึ่งใช้งานได้บน Office 365 Small Business, Office 365 Enterprise และ SharePoint แบบที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายภายในองค์กร (on-premises SharePoint services) โดยความสามารถเด่นคือสามารถกำหนดการแชร์ระหว่างกลุ่มภายในองค์กรได้ผ่าน Exchange Online และ SharePoint Online

ข้อจำกัดของ SkyDrive Pro คือ

  • ใน SkyDrive Pro library หรือ SharePoint library สามารถอัพโหลดและดาวน์โหลดไฟล์ได้สูงสุดที่ 2GB ต่อไฟล์
  • Sync ไฟล์และโฟลเดอร์ใน SkyDrive Pro library ได้ 20,000 รายการ (นับรวมทั้งไฟล์และโฟลเดอร์)
  • Sync ไฟล์และโฟลเดอร์ใน SharePoint library ได้ 5,000 รายการ (นับรวมทั้งไฟล์และโฟลเดอร์)
  • ให้พื้นที่ 25 GB และสามารถซื้อเพิ่มได้เป็น 50 หรือ 100GB โดยยังสามารถซื้อเพิ่มเติมจากนี้ได้อีกที่ 0.20USD/GB ต่อเดือนอีกด้วย เพียง 7GB และไม่สามารถซื้อเพิ่มเติมได้
  • ไฟล์ที่สามารถใช้งานบน SkyDrive Pro ต้องไม่ใช่ไฟล์ในตาราง “File types blocked by default” บน SharePoint 2013
    (ดูตารางนี้ได้ที่ Manage blocked file types in SharePoint 2013)

อ้างอิง

Office Home & Student 2013 RT ต่างจากรุ่นปรกติอย่างไร (Office ที่ให้มาพร้อม Surface RT และใน Windows RT)

ใน Microsoft Surface RT นั้น Microsoft ได้ให้ชุดซอฟต์แวร์สำนักงานที่ชื่อ Office Home & Student 2013 RT มาพร้อมกับ Windows RT โดยเป็นชุดซอฟต์แวร์ที่ประกอบด้วย Word 2013 RT, Excel 2013 RT, PowerPoint 2013 RT และ OneNote 2013 RT ซึ่งตัวชุดซอฟต์แวร์นี้บันทึกไฟล์เข้า SkyDrive เป็นค่ามาตรฐาน

ในด้านของตัว Office Home & Student 2013 RT ไม่ได้ออกแบบสัญญาอนุญาตมาให้ทำงานสำหรับภาคธุรกิจ หรือหน่วยงานที่หวังผลกำไร แต่อย่างไรก็ตาม องค์กรที่ซื้อสัญญาอนุญาตใช้งานในเชิงพาณิชย์หรือมีใบอนุญาตในเชิงพาณิชย์ของชุด Office 2013 รุ่นปรกติ จะได้รับการยกเว้นให้สามารถใช้ Office Home & Student 2013 RT สำหรับภาคธุรกิจ หรือหน่วยงานที่หวังผลกำไรได้

ตัวอย่างเช่น ถ้าในองค์กรซื้อ Office 2013 รุ่นปรกติใช้งานอยู่ 50 เครื่องและมีการใช้ Windows RT ซึ่งติดตั้ง Office Home & Student RT มาให้ เพิ่มเติมอีก 10 เครื่อง องค์กรต้องซื้อสัญญาอนุญาตของ Office 2013 ตัวเต็ม เพิ่มเติมอีก 10 เครื่องเพื่อแปลงสัญญาอนุญาตเหล่านั้นมาใช้งานบน Office Home & Student 2013 RT ใน Windows RT แทน

แน่นอนว่าสำหรับชุด Office 2013 ตัวเต็มกับ Office Home & Student 2013 RT มีซอฟต์แวร์ในชุดไม่เท่ากัน อาจทำให้เสียเปรียบหรือเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์นั้น ได้สอบถามกับทาง Microsoft มาได้ความว่า

  1. ในอนาคตเมื่อมี Office 2013 ในรุ่นสำหรับลูกค้าองค์กรบน Windows RT สามารถนำมาใช้งานได้ทันทีตามสิทธิ์ที่ได้รับจากชุด Office 2013 ตัวเต็มที่ได้ซื้อไว้ก่อนหน้านี้ (ตามตัวอย่างข้างต้น)
  2. สำหรับซอฟต์แวร์ในชุด Office 2013 ที่ขาดหายไปใน Office Home & Student 2013 RT แต่ใน Office 2013 ตัวเต็มที่ซื้อไปก่อนหน้านี้มี เมื่อในรุ่น Office 2013 RT Suites รุ่นใหม่ๆ ออกมา ก็สามารถใช้งานได้ทันทีตามชุดหรือซอฟต์แวร์ที่ได้ซื้อไว้เช่นกัน

ความสามารถในรายการด้านล่างนี้ไม่สนับสนุนใน Office Home & Student 2013 RT ณ ตอนนี้ (6 มิถุนายน 2556)

  • Macros, Add-Ins, Forms, and Custom Programs (Word, Excel, PowerPoint)
  • Send Email Features (Word, Excel, PowerPoint, OneNote)
  • SkyDrive Sync Integration (Word, Excel, PowerPoint)
  • Equation Editor 3.0 (Word, Excel, PowerPoint)
  • Lync File Download
  • Grammar checking (Word)
  • Data Models (Excel)
  • Slide Library ActiveX Control (PowerPoint)
  • Legacy Media Formats in PowerPoint (PowerPoint)
  • PowerPoint Flash Video Playback (PowerPoint)
  • Recording Narrations (PowerPoint)
  • Audio and video recording (OneNote)
  • Import through scanner (OneNote)
  • Audio & video search (OneNote)

ที่มา Introducing Office Home & Student 2013 RT

เลิกเสียเงินกับ Google Apps/Evernote และหันมาใช้งาน Office 365 Small Business Premium

2013-03-10_190930

อันนี้เป็นการลองของก่อนขายจริง และในไทยยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการให้ใช้งานแต่อย่างใด (งงๆ กับการเปิดตัวเหมือนกัน คือเปิดตัวแต่ยังไม่มีของขาย ><“)

ส่วนตัวเมื่อปีสองปีก่อนผมเสียเงินให้กับ Google ในบริการ Google Apps for Business (เว็บให้บริการด้านข้อมูลบนกลุ่มเมฆ (cloud services) ถ้าดีก็จ่ายเงินเค้าเหอะ) ก็จ่ายปีละ $50 (ตกเดือนประมาณ $4 กว่าๆ) เพราะอยากได้อีเมลความจุเยอะๆ ทำงานแบบ Cloud มีความสามารถในการทำ Wireless Sync กับมือถือได้ ตอนแรกใช้ BlackBerry ต่อมาใช้ Android และตอนหลังมาใช้ Windows Phone แล้วก็เลิกใช้ไปตอนช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาเพราะ ย้ายจาก Google Apps มา Windows Live Admin Center (Custom addresses) เพื่อใช้งานร่วมกับ Windows Phone 8 เพราะ Google Apps for Business มีปัญหาภาษาไทยกับ Windows Phone 8; พบข้อผิดพลาดในรหัสภาษาบน WP7.5/8 เมื่อตอบหรือส่งต่ออีเมลที่ใช้ร่วมกับ Google Mail เลยทำให้ยกเลิกการใช้งานไปโดยปริยาย ประหยัดไปปีละ $50 ไปก่อนแล้ว

สำหรับ Evernote นั้นที่ใช้แบบ Premium Account ก็คงเป็นช่วงเวลาประมาณเดียวกับที่ใช้ Google Apps for Business มาสักพักและใช้ Android Phone ใหม่ๆ พอดี ก็เลยได้ก็เสียเงินให้ Evernote แบบ Premium Account ไปเดือนละ $5 เพราะต้องการใช้ Notes ที่ทำงานบน Cloud ได้ มีระบบ PIN และ Offline Sync ไปพร้อมๆ กัน

เพราะฉะนั้นถ้าคิดรวมๆ กันระห่าง Google Apps for Business และ Evernote ตอนที่ผมใช้งานทั้งสองตัวควบคู่กันแล้ว ผมจะต้องจ่ายปีละ $100 เพราะ Evernote จ่ายเป็นรายปีราคาเท่ากับ Google Apps for Business เลย

2013-03-11_152005

แต่มาช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ยกเลิก Evernote แบบ Premium Account ไป เหตุผลไม่ใช่เพราะโดน Hack อะไรหรอก แต่เป็นเรื่องราคาความและความคุ้มค่าของสิ่งที่จ่ายไปแทน ซึ่งตอนนี้ผมเสียเงินให้ Office 365 รุ่น Small Business Premium (ต่อไปจะเรียกสั้นๆ ว่า Office 365 เฉยๆ) ในราคาค่าสมัครแบบเช่าใช้เดือนละ $15 (หรือตกปีละ $150) ต่อ 1 Username แทน ซึ่งด้วย 1 Username ที่ใช้ สามารถ sign-in เข้ากับ Microsoft Office 2013 เพื่อ activate ใช้งานได้ 5 เครื่อง (แต่ละเครื่องจะใช้ Username และ Password ของ Office 365 ในการ activate)  เพราะสิ่งที่ได้กลับมานั้นต่างกันมากมายเลยทีเดียว เพราะเจ้า Offie 365 รุ่นนี้มี Microsoft Office 2013 desktop version มาให้ด้วย โดยที่ให้มานั้นมี Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, OneNote, Access, Publisher และ Lync นั้นจึงเป็นเหตุผลง่ายๆ ที่ซื้อแบบเช่าใช้แทนแบบ Retail version ตามปรกติที่ผมซื้อมาตั้งแต่ Microsoft Office 2007 และ Microsoft Office 2010 เพราะการเปลี่ยน version ของ Microsoft Office นั้นเริ่มถี่ขึ้นและการเปลี่ยน version ไป version ใหม่ๆ ของ Retail version ในราคาไม่หนีกับระยะเวลาการเช่าใช้งานแบบนี้เท่าไหร่ และอาจถูกกว่าด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับการได้ Desktop version ที่ให้มา ซึ่งจากคุณสมบัติของ Desktop version แล้ว ยังมี Office Web Apps และ Office Mobile Apps มาให้พร้อมสำหรับทำงานนอกสถานที่มาให้พร้อมเลย

2013-03-11_152101

ซึ่งหลายคนคงงงว่าแล้วไฟล์จะเก็บไว้ที่ไหนทำงานบน Desktop version มันจะไปทำงานบน Office Web Apps และ Office Mobile Apps ได้ยังไง คำตอบคือ SkyDrive Pro ที่ให้พื้นที่เก็บไฟล์ 7 GB แยกต่างหากออกมาอีกที (แยกจาก SkyDrive ตัวปรกติ) ซึ่งเจ้า SkyDrive Pro ทำงานอยู่บน SharePoint อีกที ซึ่งเป็น Private Online storage ของ user ของเราเองโดยใช้ Username และ Password ที่ activate กับตัว Office desktop version นั้นแหละในการเข้าถึง SkyDrive Pro ใน SharePoint ได้อัตโนมัติผ่านตัว Office 365 ที่เราเปิดอยู่ได้ทันที เพราะฉะนั้น ใครจะเอาวิธีการซื้อ 1 User แล้วแชร์ 5 เครื่องโดยแต่ละเครื่องใช้คนละคน ก็ทำได้ ถ้าไม่ได้ใช้แบบแชร์เอกสารระหว่าง Device กัน แต่มันทำได้ยากถ้าไม่ตั้งค่าให้ดีๆ (เอกสารสำคัญอาจหลุดได้ง่ายๆ ถ้าใช้วิธีนี้) โดยจะมีรายการว่ามีเครื่องใดว่า activate อยู่บนหน้า Admin page ของ Office 365 ของเรา สามารถ deactivate ได้ และหน้านี้จะเป็นหน้าที่เข้ามาดาวน์โหลดตัว Microsoft Office 2013 desktop version ไปใช้งานได้ด้วย (เลือกได้ว่าจะเอา 32bit หรือ 64bit)

2013-03-11_145302

ต่อมาคือเรื่องของอีเมลซึ่งผมถือว่าเป็นของแถมที่เอามาเทียบชั้น Google Apps for Business ได้สบายๆ และอาจดีกว่าในด้านที่มันทำงานกับ Desktop version อย่าง Outlook 2013 ได้สบายๆ ผ่าน Microsoft Exchange ตัวเต็มบน Office 365 ซึ่งคล้ายๆ กับของ Hotmail และ Gmail เป็น Exchange ActiveSync (EAS) ที่มีคุณสมบัติคล้ายๆ กัน แต่ตัวนี้ใหม่สดกว่า คือ Sync Notes และ Task ได้ด้วย ซึ่ง EAS ของ Hotmail จะ Sync ตัว Notes และ Task ไม่ได้ ส่วนของ Gmail ทำได้เพราะ Google เขียนเพิ่มเติมผ่าน Outlook Sync ที่เป็น Desktop sync ที่ลงเพิ่มเติมเป็นของตัวเองและวิ่งเข้า Google Docs ที่ตัวเองมีแทน

2013-03-11_151845

โดยเจ้าระบบอีเมล Microsoft Exchange บน Office 365 ตัวนี้ใช้งานบนชื่อ Domain name ของตัวเองได้แบบเดียวกับ Google Apps for Business โดยให้พื้นที่ Username ละ 25GB เลยทีเดียว

นี่ยังไม่รวม Lync ที่ดูเหมือนจะยังไม่จำเป็นในตอนนี้ เพราะใช้อยู่คนเดียวอีกนะ ถ้าใช้หลายๆ คนอาจจะได้ใช้ความสามารถของมันภายในอีกเยอะ อย่าง Newsfeed ที่ด้านในเป็น Private Social Network สำหรับพนักงานด้วย นี่ยังไม่รวมเรื่องระบบ Call meeting, VOIP, PABX อะไรพวกนี้อีก ซึ่งผมว่ากว่าจะเข้าไทยไม่รู้ว่าต้องผ่าน กสทช. หรือเปล่านี่ดิ

2013-03-11_152206

และสุดท้ายตัว Office 365 มี Microsoft OneNote มาให้ และมันทำงานได้ดีกับ SkyDrive Pro ทำให้สามารถ Sync ข้อมูลบน Cloud ได้ทันทีเลย แถมมี Function เยอะกว่าเจ้า Evernote เสียด้วย

2013-03-11_152742

เพราะฉะนั้นถ้าดูแล้ว Office 365 Small Business Premium นั้นคือส่วนผสมของ Google Apps for Business, Evernote และ Microsoft Office Retail มารวมกันเลย ซึ่งสำหรับผม ถ้าลองคิดดูว่าผมเสียเงินรายปี 1-2 ปีและ Office Retail กล่องละ 6-7,000 บาทแล้ว ราคาโดยรวมแตกต่างกันไม่มากนัก แต่ที่ต่างคือ ค่อยๆ จ่ายใช้งานเป็นแบบเช่าใช้แทน ทำให้ดูว่าค่าใช้จ่ายต่อครั้งที่จ่ายดูน้อยและจ่ายได้ ราคาประมาณดูหนัง 1-2 เรื่อง หรือราคาเท่าๆ กับดื่มกาแฟ Starbucks 5 แก้ว อะไรแบบนั้น

ประสบการณ์ระหว่างการ Upgrade ไปใช้ Microsoft Office Home and Business 2010

ทำเป็น Timeline ง่ายๆ ให้ดูกันครับ

  • 09:50 น. – เริ่มติดตั้ง Microsoft Office Home and Business 2010 Trial License โดยที่บนเครื่องยังมี Microsoft Office Small Business 2007 OEM License อยู่ โดยทำการ Upgrade แทนการ Clean Install
  • 10:10 น. – Error!!! ติดตั้งไม่ผ่าน คาดว่ามาจากไป Force Upgrade ด้วยการเลือก Outlook 2010 ในการติดตั้งลงไปด้วย ลงค้นใน Help มีคำแนะนำว่าไม่ควรติดตั้ง Outlook 2010 กับ Outlook 2007 ลงบนเครื่องเดียวกัน  รวมถึง SharePoint Workspace (Office Groove 2007) ด้วย (แต่ผมไม่ได้ใช้ Groove 2007 เลยไม่ได้ติดตั้งไว้)
  • 10:15 น. – ติดตั้งใหม่อีกรอบ โดยไม่เลือก Outlook 2010 ในการติดตั้ง เพื่อทดสอบว่าใช่ตามที่คำแนะนำใน Help บอกหรือไม่ (เสี่ยงมากๆ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว)
  • 10:30 น. – การอัพเกรด  Microsoft Office 2007 Small Business ไป Microsoft Office Home and Business 2010 ขึ้น Congratulations ถือว่าผ่านแล้วสำหรับ Word, Excel, PowerPoint และ OneNote สามารถติดตั้งและอยู่ร่วมกับ Office 2007 ได้เกือบทั้งหมด (ยกเว้นไอ้ 2 ตัวบนอย่างที่บอกไปแล้ว)
  • 10:35 น. – ถึงตรงนี้ก็เอาก็เอา ไหนๆ ก็ไหนๆ ทำการ Completed Remove ตัว Microsoft Office Small Business 2007 OEM License ทั้งหมด เงิน 7,600 บาทผม หายไปแล้ว!!!  ซึ่งการ Upgrade ใช้ลักษณะ Completed Remove ตัว Office 2007 แล้วติดตั้ง Office 2010 อีกครั้ง โดยเลือกติดตั้ง Outlook 2010 ลงไปเพิ่มเติมในลักษณธ Add/Remove Features ไม่งั้นจะติดตั้ง Outlook 2010 ไม่ได้
  • 10:55 น. – ทำอย่างขึ้น Congratulations อีกครั้ง \(^O^)/ ….
  • 10:58 น. – ทำการ restart เครื่อง 1 รอบ
  • 11:00 น. – เปิด Outlook 2010 ตัวโปรแกรม ทำการ Migrate ตัว Profile ของ Account E-Mail และ Config ของ Office 2007 และทำการ Optimize PST File (Outlook Data File) ทั้งหมด เมื่อตรวจสอบทุกอย่าง OK แล้ว Outlook 2010 จะโหลดตัว Config เก่ามาให้ครบไม่ต้อง Config ใหม่ !!!
  • 11:05 น. – ทดสอบ Sync ข้อมูลกับ BlackBerry 8520 ผ่าน BlackBerry Desktop Manager ทำได้ไม่มีปัญหา ทดสอบแล้วผ่าน ทั้ง Contact, Calendar, Note และ Task
  • 11:10 น. – ทดสอบกับ Official – Google Calendar Sync 0.9.3.5 ไม่สนับสนุน Outlook 2010!!! จบกัน!!!!
  • 11:15 น. – หาข้อมูลว่าทำยังไงดี มีหลายวิธีมาก แต่สุดท้ายที่ใช้กับคือใช้ HexEditor ไป Hex ไฟล์ GoogleCalendarSync.exe ให้ ไปโหลดตัวสำเร็จได้จาก http://pplware.sapo.pt/truques-dicas/usar-o-google-calendar-sync-no-office-2010/ ตอนนี้ Google Calendar Sync ก็ทำงานร่วมกับ Outlook 2010 ได้แล้ว!!!

 

image