แนะนำแอปฝากไฟล์เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ และเพลงบน True Cloud ที่จะให้พื้นที่ใช้งานไม่จำกัด

เดี่ยวนี้เรามักใช้มือถือจัดเก็บข้อมูลไฟล์เอกสารมากมายลงไปในนั้นเพื่อความสะดวกในการพกพา และใช้งานในโอกาสที่จำเป็น เวลาไปท่องเที่ยว หรือพักผ่อน เราก็ถ่ายรูป-วิดีโอ และจัดเก็บไฟล์เหล่านั้นไว้ เพื่อบันทึกความทรงจำ บ่อยครั้งที่เราต้องสำรองข้อมูลเหล่านี้เพื่อป้องกันการสูญหาย ทั้งจากเหตุการณ์เครื่องหาย โดนลบโดยไม่ได้ตั้งใจ รวมไปถึงการแชร์ข้อมูลเพื่อใช้งานระหว่างเครื่องหากเรามีเครื่องหลายๆ เครื่องไว้ใช้งาน

office-336368_1920

เพราะเรื่องราวระหว่างการเดินทางไปท่องเทียว เราก็อยากเก็บไว้อย่างปลอดภัย รู้สึกว่าข้อมูลทั้งเอกสาร ภาพถ่าย และวิดีโอเหล่านี้สำคัญในการช่วยบันทึกความทรงจำ นั้นทำให้เราต้องหาบริการที่จัดเก็บข้อมูลที่มั่นคงและเข้าถึงได้สะดวก

ทางเลือกหนึ่งคือการจัดเก็บมูลเหล่านั้นไว้บน Cloud ที่ช่วยให้เราสามารถจัดเก็บ สำรอง และเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นไว้ให้อยู่กับเราไปตลอด

2016-11-13 13.55.17-1 2016-11-13 14.15.18 HDR-1

2016-11-11 07.41.21 HDR-1 2016-11-13 14.04.02-1 2016-11-11 20.23.31-1 2016-11-13 20.28.05-1

วันนี้ผมมาแนะนำบริการ True Cloud จาก True ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้ Cloud ที่ดีที่สุด กับบริการฟรีหากคุณใช้เครือข่าย TrueMove H คุณก็จะได้พื้นที่ในการบันทึกสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ไม่จำกัด ช่วยให้เราสะดวกสบายมากขึ้น

โดยทาง  Truemove H จัดแพ็กเกจเอาใจชาวสมาร์ทโฟนที่ต้องการเชื่อมต่อโลกออนไลน์ให้เล่นเน็ต 4G+ และสามารถใช้งานร่วมกับ True Cloud ได้เร็วแรงต่อเนื่องไม่มีสะดุด โดยข้อเสนอรับเน็ตฟรี เดือนละ 2 GB นานกว่า 20 เดือน (รวมทั้งหมด 40 GB) ซึ่งทำให้นำมาใช้งานร่วมกับการฝากไฟล์รูปภาพ วีดีโอ เพลง บน True Cloud ได้อีกไม่อั้นผ่านแอพ True ID วิธีการใช้งานก็เพียงแต่ ดาวน์โหลดแอพ TrueID ได้จาก Link ต่อไปนี้ iOS | Android ก่อน แล้วเปิดเบอร์ใหม่กับทางทรูมูฟ เอชแบบรายเดือน พร้อมกับสมัครแพ็กเกจรายเดือน 4G+ Super Smart 499 ขึ้นไป ก็จะได้รับเน็ตตามแพ็กเกจหลัก 2GB บวกกับรับเน็ตฟรีอีก 2GB และพิเศษกับการรับการรับเน็ตเพิ่มเติมอีก 2GB ต่อเดือน นาน 20 เดือน ซึ่งทำให้สามารถใช้เน็ตในแต่ละเดือนได้มากจุใจถึง 6GB กันเลยทีเดียว

image

การใช้งาน True Cloud ภายในแอป TrueID ทำได้ดังต่อไปนี้

เมื่อเปิดแอป TrueID ให้เข้าไปที่ Setting (รูปฟันเฟืองมุมขวา) แล้วเลือก SYNC

Screenshot_2016-11-21-12-12-54 Screenshot_2016-11-23-02-11-14

เลือก Enable sync และเลือกชนิดข้อมูลที่ต้องการ Sync ได้ตามต้องการ และเลือกว่าอยาก Syncing Method แบบไหน เช่น ให้ Sync กับ Cellular data + Wi-Fi หรือ Wi-Fi Only

Screenshot_2016-11-23-02-14-47 Screenshot_2016-11-23-02-14-53

พอปรับแก้พวก Setting ต่างๆ แล้ว เราก็พร้อมกับการใช้งาน True Cloud

ไปที่ส่วนของ Access เป็นส่วนหลักในการเข้าใช้งาน True Cloud โดยจะเป็นไปตามประเภทของไฟล์ที่เราจะใช้งาน

โดยแบ่งตามประเภทดังต่อไปนี้

  1. Photos
  2. Videos
  3. Music
  4. Contact
  5. Files

สำหรับในส่วนสุดท้ายจะเป็นอีเมลของเราบน @itruecloud.com

Screenshot_2016-11-21-12-12-59 Screenshot_2016-11-21-17-39-00

ในส่วนที่อยากแนะนำคือส่วนของ Photos, Videos และ Files เพราะเป็นส่วนที่ใช้ผมใช้เยอะสุดแล้ว

โดยในส่วนของ Photos และ Videos จะคล้ายๆ กัน คือไฟล์ทุกไฟล์ในเครื่องเราเพียงแค่กดปุ่ม Sync Now ตัวแอป trueid จะทำการหาไฟล์แล้วโยนอัพโหลดเข้า True Cloud ให้เราให้ทันที ซึ่งทำให้เราไม่ต้องมาคิดมาว่าไฟล์ไหนบ้างจะถูกโยนขึ้นไปบนนั้น

สำหรับในการจัดการไฟล์ก็ไม่ยาก สามารถแชร์และลบไฟล์ได้ รวมไปถึงดาวน์โหลดกลับมาก็ยังได้

Screenshot_2016-11-21-12-49-30 Screenshot_2016-11-21-12-51-23 Screenshot_2016-11-21-13-10-02

Screenshot_2016-11-21-13-09-23 Screenshot_2016-11-23-02-31-19 Screenshot_2016-11-23-02-31-30

Screenshot_2016-11-23-02-11-23 Screenshot_2016-11-23-02-28-42

ในส่วนของไฟล์เอกสาร นั้นในตัว True Cloud มีให้เราใส่เอกสารลงไป แล้ว sync ขึ้น True Cloud ทำให้เราไม่ต้องกลัวข้อมูลสูญหาย อีกทั้งยังสามารถกำหนดให้เป็นแบบส่วนตัวหรือสาธารณะหรือให้ผู้อื่นใช้งานร่วมกับเราก็ได้ แชร์ไฟล์ให้เข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาทุกอุปกรณ์ผ่านเครื่อข่ายอินเตอร์เน็ต

Screenshot_2016-11-23-02-04-09 Screenshot_2016-11-23-02-32-27

จากทั้งหมดที่กล่าวมาบริการ True Cloud จาก True ช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้ Cloud ที่ดีที่สุด ผ่านเครือข่ายทรู 3G/4G/Wifi by TrueMove H/True Online ซึ่งสามารถใช้กับสมาร์ทโฟน 4G ทั้ง iOS และ Android เพียงเปิดเบอร์หรือหรือย้ายค่ายมา TrueMove H รับเน็ตฟรี 40 GB และบริการ True Cloud ฟรีไม่อั้น

ข้อมูลโปรโมชั่นสำหรับลูกค้ารายเดือนและเติมเงิน

image

ติด trueonline ผ่านสายโทรศัพท์ภายในคอนโดเป็นอย่างไร ใช้ดีไหม?

เมื่อต้นปีนั้นได้ย้ายเข้ามาอยู่คอนโดก็เลยต้องติดตั้งอินเตอร์เน็ตใช้งานเอง จากเมื่อก่อนใช้ของส่วนกลางตอนอยู่แมนชั่น ซึ่งคอนโดที่อยู่นีัมีหลายยี่ห้อให้เลือก ซึ่งน่าเสียดายที่คอนโดผมเป็นคอมโดที่ใช้ได้แต่อินเตอร์เน็ตผ่านสายโทรศัพท์เท่านั้น จึงต้องใช้งานผ่าน ADSL เป็นหลักอย่างเดียว โดยตัวเลือกที่มีอยู่ก็คือ Trueonline, TOT และ 3BB ให้เลือก ซึ่งโดยรายละเอียดที่มีตามด้านล่างทั้งสามตัว ผมเอาทั้งหมดมากางแล้วเลือกเลยว่าจะไหนให้ความเร็วสูงสุดในราคาที่โอเคที่สุดก่อน

Trueonline (http://trueonline.truecorp.co.th)

image

 

TOT Hi-Speed (http://www.tothispeed.com)

image

 

3BB (http://www.3bb.co.th/3bb/)

image

โดยตัวเลือกทั้งสามนั้น แต่ส่วนตัวนั้นเลือกใช้ True ดูจะเป็นตัวเลือกที่ให้ราคาต่อความเร็วสูงสุดของแพ็กเกจที่คุ้มค่าที่สุด คือ 599 บาทได้ความเร็ว 13Mbps/1Mbps (หรือความเร็วประมาณ 1.66MB/s สำหรับความเร็วดาวน์โหลดเลยทีเดียว)

พอได้ศึกษาข้อมูลการการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2558 จาก nectec.or.th เพิ่มเติมก็ดูจะคบหาได้มากขึ้น เพราะ True Internet มี Bandwidth ให้บริการตามข้อมูลข้างต้นมราระบุเป็น True Internet (AS7470) ทั้งหมด 211 Gbps  โดยเชื่อมต่อกับ CAT-IIG (AS4651) ที่ Bandwidth  ขนาด66.5Gbps และ TIG-IIG (AS38082) ที่จำนวน Bandwidth  ขนาด 144.5Gbps ซึ่งมีขนาดของ Bandwidth  ที่มีขนาดใหญ่กว่า ISP หลายๆ เจ้าในตลาด

โดยที่ TIG-IIG (True International Internet Gateway) ซึ่งเป็นของ True เองนั้นมีแผนผังการเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ เป็นการเฉพาะอยู่หลายตัว โดยเฉพาะบริการอย่าง Google, Microsoft, Yahoo และ Akamai โดยเฉพาะ ทำให้การเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้รวดเร็วมากขึ้น

true_map06

รูปจาก http://www.trueintergateway.com/en/map01.html

พอเลือกได้แบบนั้น ผมก็ไปที่ True Shop ตามห้างทั่วไปเนี่ยแหละ เข้าไปขอรายละเอียดยืนยันอีกครั้งจากพนักงานครับ โดยการกรอกเอกสารก็เป็นข้อมูลสถานที่ติดตั้ง และสถานที่ส่งใบแจ้งค่าใช้บริการให้กับเหจ้าหน้าที่เค้า โดยเป็นแบบฟอร์มมาตรฐานพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบให้อีกครั้งพร้อมแจ้งว่าตึกคอนโดของเรานั้นสามารถติดตั้งได้หรือไม่ด้วย แต่อนไปทำเรื่องติดตั้ง ผมตรวจสอบที่คอนโดแล้วว่าติดได้แต่ ADSL เท่านั้น

ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เพราะเจ้าหน้าที่แจ้งได้ว่าติดได้แต่ ADSL ส่วนไฟเบอร์เคเบิลอินเทอร์เน็ต (Docsis) นั้นอดตามระเบียบครับ ซึ่งเมื่อกรอกข้อมูลจบ ก็ออกมาจากร้านตัวเปล่าๆ รอ sms ยืนยันวันและเวลาจากทาง True อีกครั้งหนึ่ง ขั้นตอนที่ True Shop นี้ง่าย และยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดครับ

สำหรับการเข้ามาให้บริการในการติดตั้งนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เจ้าหน้าที่ก็ตรวจสอบสายภายใน และสายของอาคารพร้อมทั้งเซ็ตค่าของ SL Modem/Wireless Router ให้เรียบร้อย พร้อมตรวจสอบความเร็ว เพื่อให้พร้อมใช้งาน โดย ADSL Modem/Wireless Router เป็นของ Zyxel รุ่น P-660HN-T1A ซึ่งก็พอใช้ได้ สำหรับเครื่องไม่เยอะมากนัก หากต้องรองรับจำนวเครื่องเยอะๆ (แบบผม) คงต้องหา Wireless AP/Router รุ่นที่มี CPU/RAM มากๆ อย่าง D-Link DIR-860L มาเชื่อมต่อเพิ่มเติม เพื่อกระจายโหลดแทน โดยปิด WiFi ที่ ADSL Modem/Router แล้วต่อกับช่อง WAN ของ D-Link แทน แล้วให้ตัว D-Link นั้นเป็นคนกระจายสัญญาณ และเป็นคน route ข้อมูลเป็นหลัก ส่วน ADSL Modem/Router ทำหน้าที่เป็นแค่ทางผ่าน ให้มันคิดน้อยๆ เพราะเดี่ยวมันทำงานไม่ทันแล้วจะแฮงไป

โดยที่ผมติดตั้งนั้นไม่ได้ติดตั้งหมายเลขโทรศัพท์ไว้ ฉะนั้น ตัวรหัสลูกค้าเลยเป็นหมายเลขอีกที่ขึ้นตันด้วย NF แทน เวลาจ่ายเงิน หรือติดต่อ ศ. เพื่อขอรับบริการ จะใช้รหัสตัวในตลอดเวลา

 https://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/wp-content/filesuploaded/Image/a6f572cadcaa_F259/IMG_20150214_172406.jpg

พอใช้ๆ ไปสักเดือนกว่าๆ แล้วได้ข้อมูลว่ามีโปร “ทรูทริปเบิ้ลสุข” สำหรับอินเทอร์เน็ตผ่านสายโทรศัพท์ ที่พ่วง 3 บริการในราคาที่คุ้มค่ากว่า โดยเป็นการให้บริการที่รวม  3 บริการหลักของ Ture คือ trueonline, truevisions และ truemove H ซึ่งจากปรกติของ Truemove H อยู่แล้ว ก็เลยเหมือนว่า ถ้าเราเอา truevisions มาเพิ่มอีกสักตัว และราคาที่จ่ายนั้นไม่ได้แพงมากกว่าเดิมที่เราใช้งานเพียง 2 บริการเดิมอยู่แล้ว ก็น่าสนใจดีมากเช่นกัน โดยจากปรกติที่จ่ายค่าเน็ต 599 บาท รวมกับ truemove H ที่ใช้แบบเติมเงินอยู่เดือนละประมาณ 300 บาท ซึ่งรวมๆ แล้ว ถ้าเอามาจ่ายเป็นแพ็คแบบ 899 บาท ก็ดูจะโอเคมากขึ้น เพราะได้ของ 3 อย่างในราคา 2 อย่างที่ใช้อยู่เดิม และยังได้อัพเกรดความเร็วของ trueonline จาก 13Mbps/1Mbps เป็น 16Mbps/1Mbps และเพิ่ม ทรูวิชั่น HD แบบ Happy Family (177 ช่อง 7 HD) เพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งเงินที่จ่ายไปก็เหมือนได้ truevisions เป็นของแถมมาให้ได้ดูอะไรเพลินๆ แต่หากอยากดูอะไรเยอะกว่าโปร 799 หรือ 899 บาท ที่ truevisions ค่อนข้างจะเหมือนเป็นของแถม ก็จ่ายอัพเพิ่มเข้าไปอีกพอสมควร ซึ่งก็อยู่ที่ความคุ้มค่าของแต่ละคนในส่วนนี้ไป

https://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/wp-content/filesuploaded/Image/a6f572cadcaa_F259/IMG_20150214_172836.jpg

ในขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงบริการดังกล่าวนั้นไม่ได้ยาก ผมแค่ไปที่ True Shop ตามห้าง ต่างๆ ให้เค้าจัดการให้ก็ได้แล้ว ตัวอย่าง อย่างผมนั้น ผมไปทำเรื่องที่สาขาเซ็นทรัลพระรามสาม โดยบอกว่าเรามีบริการอะไรอยู่ก่อนที่จะใช้โปรนี้บ้าง อย่างผมมีสองตัวแล้ว ซึ่งเบอร์ truemove H ทีใช้อยู่เป็นแบบเติมเงิน พนักงานก็ปรับเป็นเบอร์รายเดือน แบบ iSmart 199 บาทให้ และสามารถใช้งานได้ทันที ส่วนการอัพความเร็วของ trueonline ตามโปรนั้นจะสามารถใช้งานตามความสุขที่ระบุไว้ในวันถัดไป โดยจะมี sms แจ้งมาที่เบอร์ truemove H ข้างต้นว่าใช้งานได้เมื่อไหร่ ส่วน truevisions นั้นจะมีการนัดหมายวันติดตั้ง truevisions ซึ่งก็หลังจากวันที่ทำเรื่องประมาณ 3-7 วัน แล้วแต่คิวของช่างที่จะมาติดตั้ง เราก็หาวันและเวลาที่ว่างตรงกัน

 https://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/wp-content/filesuploaded/Image/a6f572cadcaa_F259/IMG_20150212_105334.jpg

การติดตั้งส่วนของ truevisions สำหรับคอนโดก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรครับ มีสายเดินพร้อมแล้ว เป็นสัญญาณผ่านสายแบบ L-Band โดยเป็นจานของคอนโดที่ติดตั้งไว้แล้ว เราแค่เชื่อมต่อสายสัญญาณเข้าห้องเฉยๆ ซึ่งจำนวนช่องที่ได้จากน้อยกว่าแบบไฟเบอร์เคเบิลอินเทอร์เน็ตตามที่บอกไว้ ข้างบน โดยกล่องรับสัญญาณเป็นของ Samsung รุ่น HD-S10S ซึ่งโดยรวมหลังจากใช้งานมาได้สักพัก ค่อนข้างโอเคดีสำหรับ truevisions แต่ช่องที่อยากดูบางช่องอาจจะน้อยกว่าที่อยากได้ ซึ่งต้องอัพไปแพ็คสูงกว่า บางครั้งก็อยากให้มีการซึ่งเป็นแบบ topup รายช่อง หรือแบบรายวัน หรืออะไรแบบนั้น เพราะบางครั้งอยากดูช่องกีฬาวันหยุดก็ไม่อยากจ่ายวันธรรมดา เพราะไม่ได้มีเวลาดู แต่ต้องจ่ายเต็มเดือนอะไรแบบนั้น

หลังจากไปไกลจากเรื่องบริการอื่นๆ ของ Trueonline แล้ว เรามาดูเรื่องความเร็วอินเตอร์เน็ตกันบ้าง ผมลองทดสอบกับตัว Speedtest โดยเน้นที่ Server ระหว่างประเทศเป็นหลัก โดยการทดสอบทำในช่วงเวลากลางคืน เพื่อลดความวุ่นวายของทราฟฟิกอินเตอร์เน็ตในช่วงกลางวัน โดยมีข้อมูลที่ทดสอบได้ดังนี้

ด้านซ้าย ทดสอบความเร็วระหว่าง True Internet และ Server ภายในประเทศ

ด้านขวา ทดสอบความเร็วระหว่าง True Internet และ Server ที่ประเทศสิงค์โปร์ (Sigtel)

 

ด้านซ้าย ทดสอบความเร็วระหว่าง True Internet และ Server ที่ประเทศอินโดนีเซีย (Batam)

ด้านขวา ทดสอบความเร็วระหว่าง True Internet และ Server ที่ประเทศจีน (ฮ่องกง)

 

ด้านซ้าย ทดสอบความเร็วระหว่าง True Internet และ Server ที่ประเทศญี่ปุ่น (โตเกียว)

ด้านขวา ทดสอบความเร็วระหว่าง True Internet และ Server ที่ประเทศสกอตแลนด์ (แอเบอร์ดีน)

 

ด้านซ้าย ทดสอบความเร็วระหว่าง True Internet และ Server ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา(ลอสแอนเจลิส)

ด้านขวา ทดสอบความเร็วระหว่าง True Internet และ Server ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา (อูไคย่า)

 

จากข้อมูลข้างต้นนั้นเป็นข้อมูลที่ทดสอบในช่วงกลางคืน สำหรับในช่วงกลางวันนั้น มีปัจจัยที่ทำให้ช้าลงประมาณ 30 – 40% ในแต่ละวัน สำหรับการสื่อสารระหว่างประเทศอยู่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปรกติในการใช้งานอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศ แต่แน่นอนว่าบางบริการที่มีสายเชื่อมต่อเฉพาะอย่าง Google ก็ยังคงทำงานได้ความเร็วที่ดีเยี่ยมอยู่มากทีเดียว

จากทั้งหมดที่ได้เล่ามาทั้งหมดนี้ หลายๆ คนที่ติดตามน่าจะพอสรุปภาพรวมได้พอสมควรสำหรับบริการต่างๆ ทั้งหมดที่กล่าวมาได้ หรือลองอ่านย้อนตอนเก่าๆ ที่เคยเขียนไว้เพิ่มเติมก็ยังได้ครับ

ชวนใช้ทรูทริปเปิ้ลสุข มาดูว่ามันคุ้มค่ากว่ายังไง

ไม่ได้เขียน blog มาสามเดือนกว่าๆ คือไม่ใช่อะไร เพราะช่วงสิ้นปีเป็นช่วงที่ย้ายมาอยู่คอนโดแทนแมนชั่น ประกอบกับงานเยอะมากเลยแทบไม่ได้เขียนอะไรลง blog เลย ได้แต่เขียนอะไรสั้นๆ ลง facebook หรือ twitter เป็นหลักมากกว่า

ซึ่งด้วยความที่มาอยู่คอนโดเลยต้องติดตั้ง internet ใช้งานเอง จากปรกติที่อยู่แมนชั่นจะใช้งานของส่วนกลางไม่ต้องดำเนินเรื่องใดๆ แต่มารอบนี้เลยต้องดำเนินการเองทั้งหมด ฉะนั้นพอย้ายมาอยู่คอนโดเลยได้ใช้บริการของ True เพิ่มเติมอีกตัวนอกจาก truemove H นั้นก็คือ trueonline โดยตอนแรกไป True Shop แล้วก็ขอทำเรื่องติดตั้ง ซึ่งคอนโดที่ผมอยู่ใช้ได้แต่ ADSL เท่านั้น อดใช้ Fiber เลย ด้วยความเร็วก็คงเอาพอใช้งาน ก็เลยทำสัญญาเช่าที่ความเร็ว 13Mbps/1Mbps ราคา 599 บาท กรอกๆ เอกสาร แล้วก็รอเค้ามาติดตั้ง ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ไม่มีอะไรนอกจากจ่ายค่าบริการรายเดือนเท่านั้น ส่วนค่าอุปกรณ์ ค่าติดตั้ง-เดินสาย ก็ไม่ได้เสียอะไร ส่วนการจ่ายเงิน ก็รอบิลเรียกเก็บเท่านั้น ไม่ต้องให้ค่าบริการแก่พนักงานทั้งที่ True Shop และพนักงานติดตั้งโดยตรงแต่อย่างใด ซึ่งก็ค่อนข้างง่ายและสะดวกดี

วันมาติดตั้งก็มาจั้มสาย ทดสอบ ได้ router มาเสียบ โดย ADSL Modem/Router เป็นของ Zyxel รุ่น P-660HN-T1A ซึ่งก็พอใช้ได้ สำหรับเครื่องไม่เยอะมากนัก

IMG_20141219_165004 IMG_20150214_172406

แต่สุดท้าย ด้วยความที่ใช้แชร์กับเครื่องค่อนข้างเยอะ รวมๆ แล้วที่ทำ static IP รวมๆ ก็กว่า 20 เครื่อง เลยต้องหา router อย่าง D-Link DIR-860L ที่มี CPU, RAM และ ROM ค่อนข้างเยอะ มาทำงานร่วมกันแทน โดยปิด WiFi ที่ ADSL Modem/Router ซะ เอามาต่อกับช่อง WAN ของ D-Link แทน แล้วให้ตัว D-Link นั้นเป็นคนกระจายสัญญาณ และเป็นคน route ข้อมูลเป็นหลัก ส่วน ADSL Modem/Router ก็ทำหน้าที่เป็นแค่ทางผ่าน ให้มันคิดน้อยๆ หน่อย เพราะเดี่ยวมันทำงานไม่ทันแล้วจะอืดๆ แทน

พอใช้ๆ ไปสักเดือนกว่าๆ แล้วได้ข้อมูลว่ามีโปรชื่อ “ทรูทริปเบิ้ลสุข” ที่คุ้มค่ากว่า สำหรับอินเทอร์เน็ตผ่านสายโทรศัพท์ เพราะให้บริการแบบพ่วง 3 บริการในราคาที่คุ้มค่ากว่า คือ trueonline, truevisions และ truemove H ซึ่งจากปรกติ ผมใช้มือถือของค่าย AIS, Truemove H และ TOT 3G เป็นหลัก ก็เลยเหมือนว่า ถ้าเราเอา truevisions มาอีกสักตัวแล้วราคาที่จ่ายมันไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากก็น่าจะดี ซึ่งส่วนของโปรของ “ทรูทริปเบิ้ลสุข” ลองอ่านดูแล้วก็คิดว่า จากปรกติจ่ายค่าเน็ต 599 บาท รวมกับ truemove H ที่ตัวเองใช้แบบเติมเงินอยู่เดือนละประมาณ 200-300 บาท รวมๆ แล้ว ถ้าเอามาจ่ายเป็นแพ็คแบบ 899 บาทแทนน่าจะดีไม่น้อย เพราะผมก็จะได้ trueonline ที่ความเร็วเพิ่มขึ้นจาก 13Mbps/1Mbps เป็น 16Mbps/1Mbps, ทรูวิชั่น HD แบบ Happy Family (177 ช่อง 7 HD) เพิ่มเติมเข้ามา โดยจ่ายเท่าเดิม เลยตัดสินใจเอาตัวนี้ไปแทน ซึ่งเงินที่จ่ายไปก็เหมือนได้ truevisions เป็นของแถมมาให้ได้ดูอะไรเพลินๆ แทน ส่วนหากอยากดูอะไรเยอะกว่าโปร 799 หรือ 899 บาท ที่ truevisions ค่อนข้างจะเหมือนเป็นของแถม ก็จ่ายอัพเพิ่มเข้าไปอีกพอสมควร ซึ่งก็อยู่ที่ความคุ้มค่าของแต่ละคนในส่วนนี้

IMG_20150214_172836

สำหรับใครที่บ้าน-คอนโดสามารถใช้ไฟเบอร์เคเบิลอินเทอร์เน็ตได้ จะได้ใช้โปรที่ชื่อว่า “ทรูสุขคูณสาม“ ซึ่งจะคุ้มค่ากว่าที่เป็นอินเทอร์เน็ตผ่านสายโทรศัพท์ที่ผมได้รับเยอะกว่า ในราคาที่จ่ายเท่ากัน เพราะได้ truevisions ที่ช่องเยอะกว่า และ trueonline ที่ได้ความเร็วมากกว่าเท่าตัว (ขาอัพโหลดได้ 3Mbps เป็นอะไรที่สวรรค์มากสำหรับคนที่ทำงานด้านพัฒนาโปรแกรมแบบผม) และหากใครไม่ได้ใช้ truemove H จะมีโปร ทรูดับเบิ้ลสุข และ ทรูสุขคูณสอง ให้ใช้บริการแทน ซึ่งจะพ่วงบริการ trueonline และ truevisions เข้าด้วยกัน แต่ดูๆ แล้วจะได้ความเร็วของ trueonlines น้อยกว่า

หมายเหตุ: จากโปรจะเห็นว่าความเร็ว internet ผ่านไฟเบอร์เคเบิลอินเทอร์นั้นจะได้สูงกว่ามากเกือบเท่าตัว แต่มาพร้อมกับการพ่วงการใช้เทคโนโลยีที่โฆษณาว่าชื่อ speedboost ซึ่งคล้ายๆ กับการ QoS และความเร็วที่ใช้ได้จริงๆ จะอยู่ประมาณ 18Mbps สำหรับดาวน์โหลด ส่วนอัพโหลดจะอยู่ที่ประมาณ 1-2Mbps

IMG_20150207_123224

ในขั้นตอนของการขอใช้โปรดังกล่าวก็ไม่ได้ยากอะไร แค่ไปที่ ศ. True ตามห้าง ต่างๆ ให้เค้าจัดการให้ก็ได้แล้ว โดยอย่างของผมนั้น ผมไปทำเรื่องที่สาขาเซ็นทรัลพระรามสาม โดยบอกว่าเรามีบริการอะไรอยู่ก่อนที่จะใช้โปรนี้บ้าง อย่างผมมีสองตัวแล้ว ซึ่งเบอร์ truemove H ทีใช้อยู่เป็นแบบเติมเงิน พนักงานก็ปรับเป็นเบอร์รายเดือน แบบ iSmart 199 บาทให้ และสามารถใช้งานได้ทันที ส่วนการอัพความเร็วของ trueonline ตามโปรนั้นจะสามารถใช้งานตามความสุขที่ระบุไว้ในวันถัดไป โดยจะมี sms แจ้งมาที่เบอร์ truemove H ข้างต้นว่าใช้งานได้เมื่อไหร่ ส่วน truevisions นั้นจะมีการนัดหมายวันติดตั้ง truevisions ซึ่งก็หลังจากวันที่ทำเรื่องประมาณ 3-7 วัน แล้วแต่คิวของช่างที่จะมาติดตั้ง เราก็หาวันและเวลาที่ว่างตรงกัน

IMG_20150212_111146 IMG_20150212_105334

IMG_20150214_172638

การติดตั้งส่วนของ truevisions สำหรับคอนโดก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรครับ มีสายเดินพร้อมแล้ว เป็นสัญญาณผ่านสายแบบ L-Band โดยเป็นจานของคอนโดที่ติดตั้งไว้แล้ว เราแค่เชื่อมต่อสายสัญญาณเข้าห้องเฉยๆ ซึ่งจำนวนช่องที่ได้จากน้อยกว่าแบบไฟเบอร์เคเบิลอินเทอร์เน็ตตามที่บอกไว้ข้างบน โดยกล่องรับสัญญาณเป็นของ Samsung รุ่น HD-S10S

โดยรวมหลังจากใช้งานมาได้สักพัก ค่อนข้างโอเคดีสำหรับ truevisions แต่ช่องที่อยากดูบางช่องอาจจะน้อยกว่าที่อยากได้ ซึ่งต้องอัพไปแพ็คสูงกว่า บางครั้งก็อยากให้มีการซึ่งเป็นแบบ topup รายช่อง หรือแบบรายวัน หรืออะไรแบบนั้น เพราะบางครั้งอยากดูช่องกีฬาวันหยุดก็ไม่อยากจ่ายวันธรรมดา เพราะไม่ได้มีเวลาดู แต่ต้องจ่ายเต็มเดือนอะไรแบบนั้น

ส่วนพวกช่อง TV Digital บน Truevision คุณภาพด้อยกว่าได้จากกล่อง Set Top Box ที่เป็นของ TV Digital โดยตรงพอสมควร ซึ่งเป็นทั้งช่องความละเอียด SD และ HD (ช่อง HD นี่โดนลดความละเอียดเหลือ SD เพราะฉะนั้นคุณภาพไม่ได้ต่างกันกับ SD ) ฉะนั้น หากอยากดู TV Digital คุณภาพดี แนะนำจากกล่อง Set Top Box จะดีกว่า

ทั้งหมดเป็นข้อมูลเผื่อท่านที่สามารถติดตั้ง truevisions ได้ หรือใช้บริการทั้งสามส่วนนี้อยู่ก่อนแล้ว แต่ยังจ่ายแบบแยกกันอยู่ อาจจะเอามารวมกันซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้พอสมควรเลย

ลองเล่น Go Live S1 จาก Truemove H 3G+

ได้ลองเอามาเล่นอยู่เดือนกว่าๆ ครับสำหรับตัวนี้ แน่นอนว่าเป็นโทรศัพท์ที่ทำตลาดราคาไม่แพงมาก ในระดับราคา 2,990 บาท โดยเป็นการทำราคาและเจาะตลาดสำหรับตลาด smart phone ราคาประหยัดที่พ่วงความเร็วระดับ 3G เข้ามา ทำให้การตัดสินใจซื้อนั้นไม่ยากจนเกินไปนัก

 WP_20121213_021 WP_20121213_018 

ในกล่องมีตัวโทรศัพท์และแบตเตอรี่มาให้อย่าง 1 รายการ ที่น่าสนใจคือให้ฝาหลังสีขาวมาเพิ่มให้อีก 1  ชิ้น (ที่ติดมากับเครื่องจะเป็นสีดำ) วันไหนเบื่อๆ ก็เปลี่ยนสลับไป-มาแก้เบื่อได้พอดีเช่นกัน

สำหรับสายชาร์จแบตเตอรี่มีให้ตามมาตรฐานทั่วไป ซึ่งเป็นแบบถอดสาย USB-microUSB เป็นสาย data ได้ด้วย (แยกชิ้นได้) แล้วยังมาพร้อมชุดหูฟังแบบ Small Talk ขนาด 3.5 มิลลิเมตร สำหรับไว้ฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์ 1 ชุด

โดยในด้านอุปกรณ์แล้วนั้น ซื้อชุดนี้ 1 ชุดก็เกือบจะไม่ต้องซื้อะไรเพิ่มเติมอีก

แน่นอนว่าราคาเริ่มต้นไม่แพง ทำออกมาเจาะกลุ่มคนที่มีงบไม่มากแต่มาพร้อมกับคู่มือ 2 แบบ (การใช้งานแบบละเอียดและแบบใช้งานด่วน) และใบรับประกัน (รวมเป็น 3 เล่ม) ที่ถือว่าละเอียดพอสมควรเลย เหมาะกับคนที่ยังใช้มือถือ smart phone แบบ Android  ไม่เป็นมาก่อน (แต่ยังไงก็ต้องอาศัยคู่มือเพิ่มเติมจากภายนอกอยู่ดีถ้าในระดับลึกๆ)

WP_20121213_002 WP_20121213_004

มาดูในด้านตัวเครื่องกันบ้าง ตัวเครื่องเป็นมาพร้อมกับ Android Gingerbread 2.3.6 ที่เป็น Android ระดับที่แม้จะดูเก่าแล้วในตลาด แต่ถ้าในมุมการใช้งานโดยทั่วไปแล้วนั้น ยังคงสามารถทำงานได้ดีในระดับที่ยอมรับได้อยู่ โดยถ้าใช้งานในเชิงการโทรศัพท์, บันทึกทั้งหมายเลขโทรศัพท์-นัดหมาย-ข้อความ รวมถึงจดบันทึกและรองรับ App ลงเพิ่มเติมได้ตามมาตรฐานของ smart phone ที่เป็น Android โดยทั่วไป

แต่ข้อสังเกตส่วนของการเพิ่มเติม App ลงไปนั้น อาจจะลำบากกับ App หนักๆ บางตัวที่เครื่องนี้ เพราะถึงแม้ว่าจะให้ CPU จาก Qualcomm (MSM7225A) Single Core ความเร็ว 1 GHz  ที่ดูแล้วก็แรงดีเกินราคา แต่อาจจะไม่รองรับเครื่องที่มี RAM น้อยเพียง 512MB และพื้นที่ Internal Storage เพียง 512MB อย่างเจ้าตัวนี้เท่าไหร่นัก

แต่แน่นอนว่าถึงแม้จะมี RAM และ Internet Storage เพียง 512MB แต่ก็มีช่องใส่การ์ดความจำ microSD อยู่ตรงมุมล่างซ้ายหลังฝาเครื่องมาให้ใส่เพิ่มเติมลงไปได้สำหรับรองรับการเก็บรูปภาพจากกล้อง หรือข้อมูลอื่นๆ ด้วย

WP_20121212_008 WP_20121212_010

สำหรับระบบเซ็นเซอร์นั้นมี ส่วนของตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง หรือ Accelerometer สำหรับพลิกจอภาพไป-มา และระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนามาให้พร้อมในตัว

สำหรับระบบที่รองรับ App แผนที่อย่าง Google Maps ก็มี A-GPS มาให้ พร้อม Digital Compass ในตัว โดยส่วนตัวแล้วนั้น A-GPS อาจจะดูไม่เพียงพอสำหรับความต้องการในปัจจุบันของผู้ใช้งาน แต่ด้วยราคาระดับนี้อาจจะดูคาดหวังมากเกินไปที่จะได้ GPS แท้ๆ ใส่มาให้ ซึ่งถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง A-GPS ก็พอใช้งานได้ในสภาพการใช้งานที่เครือข่าย Truemove H นั้นมีข้อมูล cell site ส่ง A-GPS มาให้อยู่ได้แม่นยำพอสมควร

เครือข่ายที่รองรับนั้นก็มี GSM 850/900/1800/1900 MHz และ WCDMA 850 MHz แน่นอนว่ารองรับ Truemove H แน่นอนอยู่แล้ว

ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายอื่นๆ นั้นก็มี

  • WiFi 802.11 ที่รองรับทั้ง b, g และ n มาให้เลยในตัว แถมยังทำเป็นตัวระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบพกพา หรือ Portable Wi-Fi Hotspot ได้ด้วย
  • Bluetooth 2.1 ที่รองรับชุดหูฟังสเตอริโอ แบบ A2DP Bluetooth Stereo

สำหรับในส่วนของกล้องถ่ายรูปให้ความละเอียดมาที่ 5MP โดยมีขนาดภาพที่ 2592×1944, 1600×1200 และ 640×480 pixel รองรับการปรับแต่งภาพการรับแสดง –2 ถึง +2 EV มีโหมดสำเร็จรูปมาให้ 3 แบบ พร้อมทั้งซูมแบบ digital zoom ได้ 3 เท่า และยังสามารภเปิด-ปิดเสียงชัตเตอร์ได้  โดยการโฟกัสแบบ Fixed Focus

ในด้านของการถ่ายวิดีโอนั้นรองรับไฟล์ขนาด VGA ขนาด 352×288 และ 176×144 pixel รูปแบบไฟล์ .3gp

WP_20121213_013 WP_20121213_014

จอภาพนั้นให้มาที่ความละเอียด 320 x 480 pixel ที่มีความกว้าง 3.5” แบบ LCD TFT Capacitive Multi Touchscreen แน่นอนว่าถ้าใครเคยใช้จอละเอียดกว่านี้มาก่อนอาจจะหงุดหงิดไปเสียหน่อย แต่ถ้าไม่เคยใช้มาก่อน ส่วนตัวก็ถือว่าไม่ได้ดูแย่เกินไปนัก อาจจะไม่ใช่ IPS ที่สุดมีสีสันสวยงามเหมือนรุ่นสูงๆ เท่าไหร่นัก สำหรับการสัมผัสในการทัชตัวจอภาพและการตอบสนองนั้นยังไม่ไวเท่ารุ่นสูงๆ ราคาแพง ตรงนี้อาจต้องทำใจเสียหน่อย

ในด้านของแบตเตอรี่นั้นให้มามีความจุที่ 1,420 mAh ที่ค่อนข้างจะเยอะ สำหรับมือถือหน้าจอขนาดไม่ใหญ่แบบนี้ ทำให้การใช้งานข้ามวันต่อวันนั้นเป็นไปได้ง่ายมากๆ แต่อีกเหตุผลที่ส่วนตัวคิดว่าที่ให้มาเยอะก็เพราะเครือข่าย 3G นั้นกินแบตเตอรี่มากกว่าปรกติอยู่แล้วด้วยนั้นเอง

ทดสอบการตอบสนองการแสดงผล, การทัชตัวหน้าจอ และทดสอบ A-GPS บน Google Maps

สำหรับตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับ App ของ Truemove H อยู่มากมายหลายตัวนอกเหนือจากตัว App พื้นฐานของ Android ที่มีมาให้อยู่แล้ว และสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้จากใน Play Store จาก Google เอง

โดยตัว App ของ Truemove H นั้นจะขึ้นต้นด้วยตัว H ทั้งหมด เพื่อง่ายต่อการเรียกใช้และแยกแยะ

  • H News เป็น App ติดตามข่าวสารทั่วไป
  • H Skywatch เป็น App สำหรับติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและแจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ
  • H Kaset เป็น App ที่รวมข้อมูลและข่าวสารทางการเกษตรฯ ต่างๆ
  • H Sport เป็น App รวบรวมข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับกีฬา
  • H TV  เป็น App สำหรับดูทีวีแบบออนไลน์ทั้งช่อง Free TV และช่องอื่นๆจาก True บางส่วน
  • H Radio เป็น App สำหรับฟังวิทยุออนไลน์
  • H Music เป็น App สำหรับฟังเพลงออนไลน์ที่อัพเดตใหม่ทุกวัน
  • H Movie เป็น App สำหรับดูหนังฟรีแบบออนไลน์ผ่านมือถือ
  • H Play เป็น App รวบรวมข่าวสารกิจกรรมจาก TrueMove H
  • H Shopping เป็น App รวบรวมข้อมูลการช็อปปิ้งออนไลน์
  • H Mart เป็น App สำหรับใช้ซื้อ-ขายออนไลน์จากสมาชิกผู้ใช้งานของ Truemove H

จากตัวเครื่องที่ได้มาทดสอบกว่าเดือนที่ผ่านมานั้น ต้องบอกว่าเป็นเครื่องที่ถือว่าราคาไม่แพงและความคุ้มค่าอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ถือว่าแพงหรือถูกไป สำหรับคนที่ชอบและติดตามข้อมูลข่าวสารและใช้บริการของ True อยู่ก่อนแล้ว  App ที่ทาง Truemove H เตรียมไว้ให้ก็ทำให้การใช้บริการต่างๆ นั้นง่ายขึ้นและสะดวกขึ้น เป็นการเพิ่มความสะดวกมากขึ้นทีเดียว

ลองเล่น Internet 3G ของ TrueMove H ผ่าน Aircard กันบ้างดีกว่า

ผมได้ Aircard 3G+ ของ TrueMove H มาลองใช้จากทาง TrueMove H มาได้สัก 2-3 อาทิตย์แล้ว ได้ลองใช้งานในเขตพื้นที่หนาแน่นของประชากรที่ใช้งานอยู่ 2 แห่ง ลองเล่นทั้งเวลาทำงาน เวลาหลังเลิกงานและช่วงคนใช้น้อย แล้วลองทดสอบความเร็วดูด้วย

ต้องบอกก่อนว่า TrueMove H เป็น 3G 850Mhz ที่เป็น Reseller ของ CAT (ช่วงคลื่นทั้งหมด 15Mhz) ตอนนี้กำลังขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

เรื่องความเร็วของ 3G ลองอ่าน ความเร็วที่แท้จริงของ 3G ที่หลายคนอาจยังไม่รู้เวลาใช้งานจริง เสริมดูก่อนก็ได้เผื่อจะไม่เข้าใจเรื่องความเร็วที่ได้มาว่าทำไมถึงทดสอบในช่วงเวลาและสถานที่ที่แตกต่างกัน

สำหรับตัว Package ตัว Aircard 3G+ นั้นมีตัว Aircard และ SIM แบบเติมเงินมาให้ในกล่องเลย

IMG20121028150534 IMG20121028150602

ลักษณะของ Aircard นั้นมีคล้ายๆ กับ USB FlashDrive แบบเมื่อก่อน มีส่วนที่สไลด์สำหรับใส่ SIM อยู่ด้านใน

IMG20121028150316 IMG20121028150446

ขนาดของ Aircard เมื่อเสียบกับช่อง USB ก็ถือว่ากลางๆ อาจจะใหญ่สำหรับบางคนนะ

IMG20121028150241

เสียบเข้าช่อง USB ก็มี software ให้ติดตั้ง แล้วก็ไล่ลง driver ให้ตามปรกติเลย โดย driver ก็รองรับและใช้งานได้บน Windows 8 เช่นกัน
(ผมทดสอบบน Windows 7 และ Windows 8 ในการทดสอบครั้งนี้)

2012-10-25_163516

ตัว Aircard ตัวนี้ build-in WiFi มาให้เลย เพราะฉะนั้นก็สบายใจได้ว่าเอาไปใช้งานได้สำหรับเครื่อง Desktop ที่อาจจะไม่มี WiFi (หรือต้องการควบคุมการใช้งานผ่าน Aircard อีกที) แต่ส่วนตัวคิดว่า Notebook สมัยนี้คงไม่ค่อยมีปัญหาว่าไม่มี WiFi แล้วหล่ะ

สำหรับ function อื่นๆ ในส่วนของ software นั้นมีตัวควบคุมและสั่งงานสำหรับเติมเงินต่างๆ บนตัว software ได้เลย ทำให้สะดวกเวลาต้องการเติมเงิน ไม่ต้องถอดซิมมาใส่มือถือเพื่อเติมเงินแต่อย่างใด รวมไปถึงเมื่อเงินในซิมหมด (กรณีเป็นซิมเติมเงิน) ตัว TrueMove H จะ redirect ตัว browser ให้ไปหน้าสำหรับจ่ายเงินเพื่อซื้อเครดิตหรือเติมเงินเข้าตัวซิมให้ทันทีโดยไม่ต้องไปที่ร้านค้าเพื่อซื้อบัตรเติมเงินมาเติมแต่อย่างใด

2012-10-25_163523

ผลการทดสอบด้านความเร็ว

จากที่ได้บอกไปแล้วว่าตัว Aircard คงไม่ได้มีประเด็นสำคัญอะไรมาก เพราะความเร็วสูงสุดของ H/W ที่ทำได้นั้นคงทำได้แน่ๆ อยู่แล้ว แต่ความเร็วที่สำคัญกว่าคือความเร็วของเครือข่าย TrueMove H ที่ผมได้นำมาใช้มากกว่า

โดยความเร็วนั้นถ้าเครือข่ายที่อยู่ในพื้นที่ที่มีคนใช้งานเยอะ ก็จะได้ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 200-1,500kbps โดยประมาณ การตอบสนองการเรียกข้อมูลประมาณ 60-100ms เห็นจะได้ โดยผมได้ทำการทดสอบอยู่ในช่วงเวลา 17:00 น. และ 21:00 น. เพราะทดสอบในใจกลางเมืองแถวสยาม-เพลินจิต

ต่อมาเป็นการทดสอบในแหล่งที่คนไม่หนาแน่นมากและช่วงเวลาต่างกันคือ 22:00 และ 03:30 น. ความเร็วในการใช้งานนั้นเพิ่มมากขึ้น โดยจะได้อยู่ที่ 500 –2,000kbps และพอมาในช่วง 03:30 น. ก็ได้ความเร็วที่ 3-4,000kbps ในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยมีคนใช้งาน ในพื้นที่แถวๆ อุดมสุขนั่นเอง

แต่ส่วนที่ผมประทับใจมากก็คือความเร็วในการตอบสนองการเรียกข้อมูล (latency) ที่ 50-150ms ซึ่งเราสามารถนำความเร็วในการตอบสนองต่ำขนาดนี้ไปใช้ในการโทรศัพท์ผ่าน VOIP หรือ VDO Call ได้เลยถ้าในพื้นที่ของเรามีคนใช้งานไม่หนาแน่นอนมากนัก หรือใช้ประโยชน์ในการดู TV Online ก็สามารถทำได้ลื่นไหลดีเช่นกัน

2012-10-25_164529 2012-10-25_165226 2012-10-25_170105 

จากข้อมูลโดยส่วนตัวของผมแล้วนั้น ตัว Aircard ของ TrueMove H นั้นมี software ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานซิม TrueMove H ที่ดีและมีประโยชน์มาก

โดยเมื่อมาพูดถึงเรื่องคุณสมบัติของตัวเครือข่ายนั้น ต้องบอกว่าอยู่บนพื้นฐานของความหนาแน่นของการใช้งานของลูกค้าในแต่ละบริเวณเป็นสำคัญครับ โดยพื้นที่ที่ผมทดสอบนั้นอยู่ในใจกลางเมืองย่านธุรกิจของกรุงเทพซึ่งก็ตอบสนองการใช้งานได้ในระดับที่น่าพอใจ และในช่วงเวลาที่คนใช้งานน้อยก็ทำงานได้ในความเร็วที่ดีมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเช่นกัน