กำลังเตรียมตัวไปงาน BarCamp Bangkok Winter 2008

image

งาน BarCamp Bangkok Winter 2008

จัดในวันที่ 26 มกราคม 2551 โดยจัดที่ร้านอาหาร Indus แถวสุขุมวิท บรรยากาศดีเยี่ยม งานเริ่มตั้งแต่ 10 โมงเช้าจนถึง 6 โมงเย็น แล้วมีปาร์ตี้ข้าวเย็นกันต่อตอนช่วงค่ำ

ตอนนี้กำลังปั่นตัว slide ที่จะเอาไปพูดในงาน 2 ตัว (ในรอบเดียว)

  1. MySQL Tuning นี่คงเอาเนื้อหาเดียวกับที่เคยได้โพสใน entry เก่าไปแล้ว แต่เพิ่มเติมและใส่ประสบการณ์ตรงของตัวเองลงไป
  2. PHP Framework ผมคงไม่พูดถึงตัวอื่นมาก เอาแค่ intro พอนิด ๆ แต่เอา PHP Hoffman Framework (HMF) ไปแสดงก่อน

ซึ่งตัว PHP Framework ของผมเนี่ย ตอนนี้ก็ปั่นตัว implementation code อยู่ ไม่รู้จะทันหรือเปล่า แค่ทำ Routing URL กับพวก Standard Code ต่าง ๆ ใหม่หมดก็เล่นซะหลายวัน รวมถึง Directory structure ก็เพิ่งจะลงตัวไป น่าจะเข้ารูปเข้ารอยในไม่ช้านี้ หลาย ๆ ภายใน Framework ยังไม่นิ่งพอจะเป็น Alpha version ได้ด้วยซ้ำ แถมหลายอย่างที่อยู่ใน 0.1a (ตัวใหม่ผมเรียกมันว่า Rv2 หรือ revolution version 2) ไม่ได้โอนถ่ายมาใส่อีกด้วย เพราะซ้ำซ้อน กับ Zend Components ที่จะเอามาใช้อยู่หลายตัวอย่าง ACL ที่ทำเองใน 0.1a พอมาตัวใหม่นี้ ใช้ Zend_Acl ของ Zend Framework แทน และหลาย ๆ ตัวที่โยกมาใช้ Zend แทนหลายตัวเลย รวมถึงตัว Model ที่ใช้ความสามารถของ Doctrine และ Zend_Db แทนที่ตัว Components ของผมเอง แต่ว่าตัวที่ผมใช้อยู่ก่อนหน้านั้นก็ยังคงมีอยู่ เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ได้เปิดใช้เท่านั้นเอง ส่วน Controller นี่เขียนเองหมดเลย Flow ตัว Controller ต่าง ๆ จัดการเองหมด รวมถึง Standard Structure และ Code ต่าง ๆ ส่วนของ View ก็ใช้ Smarty เข้ามาแทนของเก่าของผมเองทั้งหมดเลย

ตอนนี้ที่ตัดสินใจไว้ทั้ง 3 components หลัก ๆ ก็คือ

LogicModel ใช้ความสามารถต่าง ๆ จาก Doctrine และ Zend_Db และพวก tools ด้าน Business Logic ทั้งหมด
FlowController อันนี้เขียนเองทั้งหมดเพราะหาตัวที่มันโดนใจไม่ได้ ฮา …
RenderView ใช้ความสามารถต่าง ๆ ของ Smarty มาช่วยในส่วนนี้

เพราะเท่าที่หาข้อมูลและ defend กับตัวเองแล้วหลาย ๆ อย่างน่าจะใช้สิ่งที่มีอยู่และนำมาปรับให้เข้ากับแนวทางของ Framwork ของเราเองหลาย ๆ ตัวน่าจะทำให้มันง่าย ๆ เข้าไว้ด้วย Framework บางตัวทำเรื่องง่าย ๆ ให้เป็นเรื่องยากไปซะงั้น บางตัวทำงานไม่ยืดหยุ่นอะไรแบบนั้นอีก เลยทำเองซะ แล้วให้คนอื่นมา defend กับเราว่าควรปรับอะไรอีกบาง

หลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ idea มาจากหลาย ๆ Framework มาปรับใช้เข้าด้วยกันบางอย่าง idea ดีมาก ๆ น่าจะทำให้มันทำงานได้ง่าย ขึ้นพอสมควร

แล้วเจอกันที BarCamp ครับ

 

AJAX on PHP @ NU

ได้รับเชิญจากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยให้ไปสอนเรื่องนี้ มีเวลาเตรียมตัวร่วมเดือน แต่ประกอบกับงานที่เพิ่งเริ่มทำ และมีงานที่เข้ามาตลอดทำให้หลาย ๆ อย่างในการสอนเมื่อวันหยุดช่วงวันแม่ที่ผ่านมาดูไม่พร้อมเท่าไหร่ slide สำหรับสอนนั้นเสร็จสด ๆ ก่อนสอนทั้ง 3 วันตลอด ซึ่งถึงแม้ว่าจะเสร็จทันเวลา แต่โดยส่วนตัวแล้วถือว่าเราจัดการเวลาในการทำสื่อการสอนไม่ดี เพราะน่าจะทำให้มันเสร็จก่อนสอนทั้งหมดเสียด้วยซ้ำ โดยการสอนนี่ก็มีเนื้อหาได้แก่

  • XHTML, DOM, CSS and JavaScript in Basic
  • PHP Basic Concept (OOP, Zend Certification), PHP Manual และ PEAR Package/Frameworks
  • Hypertext Transfer Protocol (HTTP)
  • AJAX in Basic และ Debug AJAX
  • XAJAX Framework

โดยเนื้อหามันอาจจะมีสลับบ้าง นิดหน่อย แต่ประมาณนี้แหละ ได้สอนส่วน OOP ซึ่งก็ intro เรื่อง concept ไปเลย ที่หนักสุดน่าจะเป็น HTTP Protocol มากกว่า เพราะส่วนใหญ่ที่เจอ ๆ ใน outline ตามที่ต่าง ๆ ไม่ค่อยได้สอนเท่าไหร่ แต่มันสำคัญมาก ๆ ในเวลาที่เราต้อง Debug ตัว AJAX มันต้อง Filter การส่งข้อมูลเข้าออกด้วย โดยใช้ 2 ตัวคือ FireBug กับ Proxomitron ในบางครั้งตัว FireBug จะจับข้อมูลที่ถูกส่งผ่าน iframe ไม่ได้ อย่างในกรณีของ google maps เป็นต้น แต่ Proxomitron จะดักได้ เพราะตัว Proxomitron มันดักแบบ Proxy Server ซึ่งข้อมูลทุกอย่างต้องวิ่งผ่านทั้งหมด ทำให้การ Filter ทำได้ง่ายกว่า แถมแก้ไขตัว header และ data ภายในก่อนส่งได้ด้วย เป็นโปรแกรมสำหรับทำมิดีมิร้ายได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็ได้สอนเบื้องต้นในการใช้งานเท่านั้น จริงๆ สอนไปหน่อยเดี่ยว เพราะมันมีปัญหากับ ISA Server ของมหาวิทยาลัย ทำให้ Proxomitron ใช้งานไม่ค่อยได้ จะใช้ได้ก็ FireBug ที่พอทำให้เห็นภาพเท่านั้น

ส่วนต่อมาที่น่าจะเป็นก่อนมาเรียนพวก AJAX เลยคือพวก XHTML, CSS, HTML event tag, แนวคิดด้าน DOM แล้วก็ JavaScript อย่างน้อย ๆ ก็เขียนเองได้บ้างก่อน ไม่งั้นนึกภาพไม่ออกแน่ว่ามันเชื่อมโยงกันยังไง แล้วจะทำให้เราไปต่อไม่ได้ ถึงแม้ว่า XAJAX Framework จะทำให้เราไม่ต้องไป focus ที่ตัว JavaScript มาก แต่ว่าในระดับที่มีความซับซ้อนสูงๆ ก็จำเป็นเหมือนเดิม แต่บอกตามตรง XAJAX ทำให้เขียน AJAX เพื่อทำงานกับ PHP ได้ง่ายขึ้นเยอะมาก ๆ ลดเวลาการเขียนลงได้ 3-4 เท่า (วัดจากการที่ได้ใช้เอง) จริง ๆ ยังมี Framework อีกหลายตัวที่น่าสนใจ เอาไว้ว่าง ๆ จะลองเล่นดู

ส่วนที่เป็นพื้นฐานมาก ๆ อย่างเรื่อง path file และ page/data encoding นี่ก็ต้องพูด เพราะในมหาวิทยาลัยไม่ค่อยมีคนสนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ ก็ต้องเสริม ๆ ลงไป แถมพูดเรื่อง Unicode ในส่วนของ UTF-8 ไปด้วยว่าในปัจจุบันทำเว็บใช้ UTF-8 น่าจะดีกว่า

จริง ๆ ใน outline กะว่าจะเสริม MySQL in Basic แต่ ไป ๆ มา ๆ ไม่ได้สอน เพราะท่าทางจะหนักเกินไป T_T จริง ๆ ต้องเป็นการสอนระยะยาวมากกว่า เพราะในระดับที่สอนอยู่นี้เนี่ย เป็นระดับปูพื้นฐานและให้ไอเดียว่ามันคืออะไร, การทำงานอย่างไร แล้วถ้ามีข้อผิดพลาดแล้วจะเริ่มไล่ปัญหาจากตรงไหนไปตรงไหนก่อน เพราะถ้าไม่สอนเรื่องพวกนี้ที่เป็นเรื่อง Basic ก่อน ทำงานระดับสูง ๆ ที่ซับซ้อนมาก ๆ พอเจอปัญหา จะเกิดเหตุการณ์แก้ปัญหาแบบมั่ว ๆ ได้

<?php ?> on AJAX

Slide Keynote

Powerpoint 2007 | 2003 | PDF

Example

http://www.fordantitrust.com/download/democode.zip
http://www.fordantitrust.com/download/ajax1.zip
http://www.fordantitrust.com/download/xajaxexam.zip

 

PHPHoffman Framework Diagram

จาก entry ที่แล้ว ก็นั่งคิด ๆ ว่าตัว Framework จะมีส่วนหลัก ๆ อะไรบ้าง ตอนนี้ก็ได้ข้อสรุปในการสร้างออกมาแล้ว นั่งคิด และปรับว่าจะเอายังไงอยู่หลายวันอยู่ เพราะบางอย่างมันก็รักพี่เสียดายน้อง แต่หลัก ๆ คือใช้ PHP5.2 และใช้ Extension ต่าง ๆ ของ PHP หลายตัวซึ่งการที่ใช้ Extension ของ PHP เยอะ ด้วยเหตุที่เอา Zend Framework เข้ามาอยู่ใน Core ระบบ ทำให้ข้อกำหนดหลายอย่างต้องหนักไปทาง Zend หลายเ่รื่อง แต่ผลที่ได้รับคือตัว code ต่าง ๆ นั้นมีระเบียบและตามรูปแบบเพิ่มขึ้นเยอะ สวนตัว Extension Components ได้แนวคิดจาก Firefox ที่อยากได้อะไรเิพิ่มก็เอามาใส่นั้นแหละ นอกเหนือจากที่ตัว Zend และ Component หลัก แต่จะยังคงแนวคิดที่ว่าจำเป็นต้องใช้อะไรก็จะโหลดระหว่างตอนทำงานแค่นั้น ทำให้ตัว Controller ต้องไล่ทำใหม่ทำให้ ทุก ๆ action นั้นมีรายละเอียดในการตั้งค่าเพิ่มขึ้น แต่จะเห็นว่า Permission Control นั้นหายไป เพราะคิดไว้ว่าจะเป็นส่วนของ Routing แทน ตอนนี้ขอดูความเหมาะสมก่อน ส่วนที่ผู้เขียนนั้นต้องใส่ใจจะมีอยู่ในส่วนนอกของ Core ทั้งหมด

เหตุที่ใช้ Component ของ Zend Framework ก็จากเหตุผลเก่าจาก entry ที่แล้ว และเพราะมีระเบียบแบบแผนการพัฒนาในชุมชนที่แข็งมาก

ตอนนี้พยายามเคลียร์ ๆ งานที่จำประจำ แล้วลงมาทำส่วน Framework ให้มันออกมาเป็น public เสียที คนบ่นอยากใช้กันแย่แล้ว T_T

อ่อ ผมได้แนวคิดส่วน View จาก Sixhead Template ของคุณปีโป้ หลายส่วน ซึ่งตอนนี้เอาไว้ public plan ที่ 2 แล้วกันเพราะได้ดูแนวคิดแล้ว ช่วยทีมออกแบบกราฟฟิกได้เยอะ

อ่อ ตัว private version ที่เป็น alpha รุ่นแรก ถูกเขียนเป็น Shop Cart อยู่ที่ http://shop.thaiadmin.org แต่ผมมองว่ารุ่นนั้นก็ปล่อยได้แล้วแหละ แต่ว่ามองอีกมุม ยังยากอยู่อีก -_-‘ อยากให้มันง่ายกว่านี้ในการใช้งานเพิ่มขึ้น

แค่คิดก็นั่งลง coding มันแล้ว …….

[Update] – เหตุผลต่อมาในการใช้ PHP5 เพราะตัว MySQL Improved Extension นั้นทำงานได้ดีกว่ากับ MySQL ใน version ใหม่ ๆ ด้วย คือมีแล้วไม่ได้ใช้มันเสียดาย -_-‘

 

Redesign PHPHoffman Framework Architecture

เป็นปัญหาหนักอกอย่างรุนแรงที่จำเป็นต้อง redesign ตั้งแต่ยังไม่ออก beta การ redesign ในระดับ core นี่มันสุด ๆ จริง ๆ เพราะว่าอย่างที่หลาย ๆ entry ที่ผ่านมาเนี่ยกะว่าก็คงรู้ว่าผมกำลังทำ Framework ที่ออกไปทาง Conponent Base แทน และผสมตัว Automate เฉพาะที่จำเป็น ทำให้ไอ้ที่ทำ ๆ ตอนแรก ๆ ในแบบ Automate ทั้งหมดตั้งแต่แรก มันต้อง drop ไปหมดเลย เพราะเริ่มคิดว่า การทำเล็ก ๆ แล้วเอา plug-in มาใส่น่าจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะอย่างแรกมันเป็นเรื่องของการโหลดตัวระบบที่มาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับ component ที่ใช้ ไม่ใช่จะใช้แค่นี้แต่ดันเอาไส้ในออกมาเสียหมด มันเปลื้องเกินความจำเป็น แถมลอง monitor ตัว framework ที่เขียนในปัจจุบันนี่มันก็ใช้ memmory ไปพอสมควร แต่คิดว่ามันน่าจะน้อยกว่านี้ได้อีก แถมนี่จะเกือบปีแล้วยังไม่ได้ออก beta เลย แถมมีแต่คนถามว่าเมื่อไหร่จะให้โหลด ต้องบอกว่าตัวที่เป็น production ของ Framework ตัวนี้ก็อยู่ที่ shop.thaiadmin.org ครับ ส่วนตัวใหม่นี่จะเปลี่ยนภายในทั้งหมด พวก app ที่เขียน ๆ อยู่อาจต้อง recode ใหม่ด้วย แต่มันจำเป็นจริง ๆ แต่จะพยายาม backward ให้มากที่สุด

อ่อ ลืมบอกไปว่า PHPHoffman ตัวนี้ตามข้อกำหนดของ GoPHP5 ครับ ใครใช้ PHP 4 อดนะครับ (แล้ว Host ที่ใช้อยู่นี่จะเอาไงหล่ะเนี่ย -_-")

 

กลับมา Blog Blog แล้วครับ

หายไปนานกว่า 2 อาทิตย์กว่าได้ จริง ๆ ช่วงที่ผ่านมา เที่ยวไปทั่ว แต่มาช่วง 2-3 วันนี้เพิ่งได้อยู่กับที่ซะที

โดยส่วนตัวเพิ่งซื้อ Notebook ตัวใหม่มาไม่นาน ใช้มาได้สัก 1 เดือนครึ่งแล้ว ถ้าใครเข้าไปอ่านใน MySpace ที่เมนูด้านบนก็จะเห็นว่าตอนนี้เปลี่ยนเครื่องแล้ว ตอนนี้ใช้ ThinkPad Z61t อยู่ โดยรวมถือว่า ok เลย ให้ชื่อมันเป็น HoffmanV2 (อย่างกับไอ้มดแดง ฮ่า …. ) อยากได้ Thinkpad จอ Wide มานานแล้ว เพราะว่าใช้ IDE หลายตัวที่มี Tools ที่กินเนื้อที่ด้านข้่างจอมาก ตัวนี้ได้ 14.1 Wide มีขนาด Resolution ที่ 1,440 x 900 ถือว่าดีมาก

ตัวถังด้านนอกเป็น ABS Plastic และด้านในเป็นโครง Magnesium alloy เพิ่มความแข็งแรงดีมากเลย คือเครื่องมันบางอยู่แล้ว พับจอแล้วหนาประมาณ 1 นิ้วได้ แล้วเป็นฝา Titanium ด้วย น้ำหนักก็ 2.1kg เท่านั้น ก็เบากว่าตัวเก่าครึ่งโลได้ อ่อ เรื่องฝา Titanium เนี่ยถ้าใครมีอาการลอกจากการที่ตัวเคลือบกันลื่นหรือบางคนเรียกว่าตัวกันลอยลอก ซื้อถามช่างแล้วน่าจะเกิดจากการ QC มาไม่ดีของ Cover ที่ใช้สารเคลือบที่ไม่ทนต่อสารเคมีต่าง ๆ  ก็สามารถนำไปเปลี่ยนได้ที่ ศ. IBM ตรงรถไฟฟ้าสถานีอารีย์ได้เลยครับ  ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยน (แต่เสียค่าเดินทาง) ตอนนี้รับเปลี่ยนอยู่ครับ เพราะว่าตัวที่ติดมากับเครื่องบางเครื่องจะมีปัญหานี้อยู่ ตอนนี้ผมใช้ตัวฝาตัวใหม่ที่แก้ปัญหาเรื่องฝา Titanium ลอกแล้วถือว่า ok เลยครับผม

ส่วนอื่น ๆ ก็ยังคงความเป็น ThinkPad เหมือนเดิม อีกอย่างคือได้แบตแบบ 7 Cell มาซึ่งมันยื่น ๆ ออกจากตัวเครื่อง คือถ้าเอาไว้ใช้งานแบบนาน ๆ ก็ ok นะ ใช้ได้ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง แต่อยากได้แบบ 4 Cell มากกว่าตอนนี้เพราะว่ามันพอดีกับเครื่องถือง่ายกว่า แต่ว่าตอนนี้หาซื้อไม่ได้ เพราะว่าแบตตอนนี้ถือเป็นวัตถุระเบิดไปแล้ว -_-‘  การนำเข้าเลยลำบากครับ แบตรุ่นใหม่ ๆ ที่นำเข้าเลยติดด่านนำเข้า ช่วงนี้เลยนำเข้าไม่ได้ ใครแบตเสียหรือส่งเคลมเรื่องแบตก็ตรวจสอบกันหน่อยนะครับ ว่ามีของหรือเปล่า

ส่วนเรื่องการประมวลผล Core 2 Duo 1.6GHz นี่เร็วกว่า Pentuim M 1.3GHz ตัวเก่า ประมาณ 4-5 เท่าได้เลย ทดสอบด้วยการแปลงไฟล์ภาพยนต์จากแผ่น DVD หลาย ๆ เรื่องที่ตัวเองมีตัวเก่าใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง แต่ตัวใหม่นี่ เฉลี่ยที่ 1 ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้น แถมตอนแปลงไฟล์ภาพยนต์ก็ยังทำงานอย่างอื่นไปได้อย่างราบรื่น เพราะตัวโปรแกรมแปลงไฟล์นั้นมันรองรับแบบ MultiThread ตอนแปลงไฟล์มันเลยใช้ Core CPU ทั้งสอง Core ที่โหลดประมาณ 50 – 70% ตลอด เลยมีพอในการใช้งานได้เรื่อย ๆ (ถือเป็นข้อดีของ CPU แบบ Dual Core) ก็แน่หล่ะ สองหัวดีกว่าหัวเดียว ฮ่า … อีกอย่างคือเพิ่ม RAM มาเป็น 1.5GB แล้ว แต่จริง ๆ ไปงาน Commart อยากได้อีกแถมเป็น 2GB แต่รอก่อนแล้วกัน ช่วงนี้เงินไม่ค่อยมีเอาไว้มีแล้วค่อยซื้อแล้วกัน ถึงแม้ว่าช่วงนี้ RAM จะถูกจัด ๆ ก็ตามทีก็เหอะ ตอนนี้ก็มีความสุขดีกับ HoffmanV2 ;)

แล้วช่วงสิ้นเดือนที่แล้วก็ไปเชียงใหม่ไปเที่ยวแล้วไปเคลียร์ปัญหานิดหน่อยแค่ 2 วันแล้วก็กลับไปพิษณุโลกต่อไป ไปเคลียร์งานนิดหน่อย แล้วก็กลับนครสวรรค์ แล้วก็ไปๆ กลับๆ พิษณุโลก เพราะต้องไปเอาใบรับรองการจบการศึกษาและ Transcript สรุปเกรดจบก็ได้ 2.86 ถือว่า ok แต่ก็นะ นั่งปรับปรุง Resume ให้กระชับขึ้น เพราะต้องเอาไว้ใช้งานในอนาคตแน่นอน เฮ้อ …… สนุกสนานครับ

ช่วงนี้ปรับพื้นด้าน Database ใหม่หลายส่วนที่ยังอ่อนอยู่ เพราะได้งานในตำแหน่ง DBA (Database Administrator) มา จริง ๆ รับตำแหน่งส่วน Software Developer Consult อีก ก็น่าจะพอสมควรกับงานที่ได้รับมา เริ่มงานก็วันที่ 1 เดือนหน้า ตอนนี้ของฝึกฝีมือก่อน ;)

มีคนถามมาเยอะเมื่อไหร่ PHP Framework จะได้เริ่ม Release เสียที ต้่องบอกเลยว่าทำการ ปรับโครงสร้างใหม่หมดเลย พอดีว่าจากตอนแรกจะเอาให้มันคล้าย ๆ กับ RoR มาที่สุด แต่ไปๆ มาๆ ไม่เอาดีกว่า ทำให้เหมือนมันก็ทำได้ แล้วทำไปทำไม CakePHP มันก็เหมือนกัน เลยมองว่าไปซ้อนทับตลาดกัน ตอนนี้เลยปรับเปลี่ยนเล็กน้อย โดยเพิ่มแนวคิดแบบ Zend Framework และแนวคิดแบบ .Net Framework เข้ามาผสมด้วยคือตัว Framework ทั้งสองแบบมันเป็น Component-based ส่วน RoR และ CakePHP มันเป็น Automate + MVC-based ใครเคยเขียนพวก .NET Framework อย่าง VB.NET หรือ C#.NET คงนึกภาพออก ประมาณว่าคุณอยากใช้อะไรก็เอา Component มาใส่ ตัว Tools มันหาให้ แต่คุณเลือกเองว่าจะใช้อะไร มันไม่ automated ให้ทั้งหมด แล้วมาปรับแต่งตามงานที่ต้องการแทน แล้วก็โครงสร้างระบบก็ต้อง Design เอง หลายคนที่มีการวางแผนในการพัฒนาระบบที่ดี และต้องการอิสระจะชอบแบบนี้ แต่ว่าถ้าใครออกแบบและวางแผนไม่ดี ซอฟต์แวร์ที่สร้างมันห่วยลงไปในทันที เค้าเลยมีการสร้าง Pattern และ Framework มาครอบมันอีกทีให้มันมีตัวชี้นำว่าควรจะทำอะไร เพื่อทำให้ซอฟต์แวร์ของเรามีรูปแบบ และโครงสร้างที่ชัดเจนและไม่เละ ซึ่งถ้าใครอยากทำอะไรที่ง่าย ๆ และมีแนวทางมาให้บ้างในการพัฒนาซอฟต์แวร์ก็จะชอบ Framework ที่มี Pattern มาให้แล้ว ก็อย่าง RoR หรือ CakePHP ที่เป็น MVC Pattern ซึ่งตัวโครงสร้างและระบบที่ใส่มาให้นั้นก็เพียงพอในงานพื้นฐานและระดับกลาง ส่วนถ้าต้องการขั้นสูงก็ต้องเขียนเพิ่มและ plug เข้าไปในระบบ ที่เรียกว่าการทำ plugin หรือ addon เพิ่ม แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ ตอนนี้เลยปรับโครงสร้างใหม่ให้รับแนวคิดทั้งสองส่วนเข้ามาด้วยกัน พยายามให้สามารถรองรับกับ Zend Framework Conponent ด้วย น่าจะทำให้สามารถนำ Component ดีๆ จาก Zend มาใส่ได้ พยายามจะให้มัน enable ตัว Component ง่าย ๆ อาจจะใช้ XML เป็นตัว config เพราะคิดต่อไปอีกว่าพอมันเป็น XML แล้ว กะจะทำตัว Desktop App สำหรับดึงตัว XML มา config บน Windows UI ได้เลย คงเหมาะกับคนที่ไม่ชอบไปมึนงง กับ tag XML เท่าไหร่ แหม ช่วงนี้ idea พุ่งจริง ๆ เรา ฮ่า ….. แล้วที่ทำตอนนี้เลยคือตัว DB Adapter ใน PHP ที่จะทำเป็น ORM (Object Relational Mapping) แบบเดียวกับ ActiveRecord ใน RoR ตอนนี้มีหลายตัวใน PHP ที่น่าใช้ แต่ส่วนใหญ่รองรับ PHP5 ทั้งนั้น เลยกะว่าจะ Port มาลง PHP4 ด้วย ไม่รู้จะรอดหรือเปล่าเนี่ย แต่ตอนนี้เอาประมาณนี้ก่อนแล้วกันนะ ;)