การใช้ Object ใน PHP 4 กับ 5 ต่างกันยังไง ? (ภาค 1)

การ Initialize Object เพื่อให้ได้ Object ใน PHP 4 นั้นจะเป็นการ Pass-by-Value แต่ใน PHP 5 จะเป็นการ Pass-by-Reference แทน จากโค้ดตัวอย่างด้านล่างนี้

class userClass {
    var $data = 'Hello';
    function talk() {
        echo $this->getData();
    }
    function setData($val){
        $this->data = $val;
    }
    function getData(){
        return $this->data;
    }
}

ทำการ Initialize Object โดยกำหนดชื่อ Reference-Name ว่า $obj1

// PHP 5
// Assigned-by-Value Format
// Override operation with Assigned-by-Reference
$obj1 = new userClass();

// PHP 4
// Assigned-by-Value Format
// Used more memory
$obj1 = new userClass();

// PHP 4 same way with PHP 5
// Assigned-by-Reference Format
// E_STRIC Error in PHP 5 and Removed in PHP 6
$obj1 =& new userClass();
$obj1 --------> [OBJECT DATA]

ในการ Initialize Object ใน PHP 4 นั้น ถ้าใช้แบบทั่วไปใช้ใช้กันคือแบบ Assigned-by-Value นั้น Object ที่ถูกสร้างขึ้นมาตอน Initialize แล้วถูก copy (clone) ไปยังตัวแปรที่เราสร้างขึ้นมา ซึ่งการทำแบบนี้จะเสีย memory เพิ่มขึ้น แต่ถ้าใช้การ Initialize Object แบบ Reference กับตัวแปร object แทนการ copy (clone) ข้อมูลใส่ตัวแปรนั้น โดยต้องใช้การทำ Assigned-by-Reference แทนแบบ Assigned-by-Value โดยที่ Initialize Object เพื่อสร้าง Object จะมีการสร้างบนหน่วยความจำ แล้วมีตัวแปรไป Reference มันเพื่ออ้างอิงค่าแทน

แต่ใน PHP 5 นั้นการ Initialize Object ก็ใช้รูปแบบ Assigned-by-Value ไปเลย แบบเดียวกับ Java ซะ แต่ผลก็จะเป็นการอ้างอิงแบบ Assigned-by-Reference ไปเลยในตัว ซึ่งการทำแบบนี้นั้นรวมไปถึงการทำ Assign-Value, Return-Value และการ Pass-Parameter ด้วยเมื่อเรานำไปใช้ตามตัวอย่างด้านล่างนี้

$obj1->talk();

$obj2 = $obj1;

$obj1->talk();

$obj2->setData("Hi");

$obj1->talk();

ก็จะได้ผลของ PHP 5 คือ

Hello
Hi

โดยการทำงานนั้น $obj1 นั้นจะเรียก Method talk มา แล้วทำการ Assigned-by-Reference ให้กับ $obj2 ทำให้ต่อไปเมื่อใช้งาน $obj2 ก็จะเหมือนกับใช้ $obj1 นั้นเอง (ทั้งการแก้ไข และเรียกใช้) เพราะตัวแปรทั้งสองตัว มันอ้างอิง Memory Address เดียวกัน

$obj1 --------> [OBJECT DATA]
          |
$obj2 ----|

ส่วน PHP 4 คือ

Hello
Hello

โดยการทำงานนั้น $obj1 นั้นจะเรียก method talk มา แล้วทำการ Assigned-by-Value หรือเรียกว่า clone ให้กับ $obj2 ทำให้ $obj2 นั้นมีค่าเหมือนกับ $obj1 เพียงแต่ถ้ามีการแก้ไขค่าที่ $obj2 จะไม่มีผลกระทบกับ $obj1 เลย

$obj1 --------> [OBJECT DATA]

$obj2 --------> [OBJECT DATA]

แต่ถ้าเราต้องการ copy (clone) ค่า ใน PHP 5 ได้มี keyword เพิ่มขึ้นมาชื่อ clone ครับ

โดยเปลี่ยนการ Assigned-by-Value เพียงเล็กน้อยโดยเพิ่ม keyword ไปด้านหลังเครื่องหมาย Assigned (=) ได้ตามนี้

$obj2 = clone $obj1;

เมื่อทำแบบนี้ด้านบนก็จะเป็นการ copy (clone) ค่าให้กับอีกตัวแปรนึงให้มันไป Reference กับ Objet ที่ถูก clone ไปอีกก้อนนึงแบบเดียวกับ Assigned-by-Value แบบ PHP 4 นั้นเอง

$obj1 --------> [OBJECT DATA]

$obj2 --------> [OBJECT DATA]

จากการทำงานด้านบนจะเห็นว่าใน PHP 5 นั้นการ Pass-Parameter, Initialize Object, Assign-Value และ Return-Value นั้นจะส่งแค่ค่าของ Reference-Address ออกไปเท่านั้น ซึ่งเป็นผลทำให้ใช้ Method Chaining ไปได้เลยในตัว

ต่อมาผมทำการเพิ่ม Method เข้าไปอีก 1 ตัวเพื่อทำสอบการทำ Method Chaining

class userClass {
    var $data = 'Hello';
    function talk() {
        echo $this->getData();
    }
    function setData($val){
        $this->data = $val;
    }
    function getData(){
        return $this->data;
    }
    function chaining() {
        return $this;
    }
}

โดยการ Return ที่ตัว keyword $this นี้ออกไป การ Return-Value นี้เป็นการ Return ที่เอา Reference Address ออกมาไปส่วนต่อให้อ้างอิงกับ Address ของ Object นั้น ๆ ทำให้ใช้งาน Method ของ Object นี้ต่อไปได้เรื่อย ๆ ครับ ดังตัวอย่างด้านล่างครับ

$obj1->chaining()->talk();

ก็จะได้ผลดังนี้ครับ

Hello
Hi
Hi

ต่อมาเรามาทดสอบเรื่องการ Pass-Parameter โดยทดสอบว่ามันจะ Pass-by-Reference ถึงแม้ว่าจะ กำหนด Parameter ที่ Pass-by-Value ไว้ก็ตามที โดยในโค้ดด้านล่างนี้ ได้เพิ่ม Method prototypeMod เข้าไป โดยส่ง Object และ Value ลงไปเพื่อ Assign ค่าให้กับ Object ตัวที่ Pass-Parameter ลงไป

class userClass {
    var $data = 'Hello';
    function talk() {
        echo $this->getData();
    }
    function setData($val){
        $this->data = $val;
    }
    function getData(){
        return $this->data;
    }
    function chaining() {
        return $this;
    }
    function prototypeMod($obj, $val) {
        $obj->setData($val);
        return $obj;
    }
}

แล้วเมื่อผมนำไปใช้ก็ทำการส่ง $obj2 ลงไปแล้วตั้งค่า Hello ลงไป แล้วทำ Chaining เรียก talk ของ $obj2 ออกมาใช้งาน แล้วก็เรียก talk ของ $obj1 ด้วยเช่นกั

$obj1->prototypeMod($obj2, 'Hello')->talk();

$obj1->talk();

ผลที่ได้คือ

Hello
Hello

จะเห็นว่าถ้าเราส่ง Object ด้วยการ Pass-Parameter เข้าไปใน function หรือ method จะเป็นการ Pass-by-Reference ครับ ซึ่งต้องระวังอย่างมาถ้า upgrade จาก PHP 4 มา 5 ครับ ที่บางครั้งค่าที่ได้อาจจะแตกต่างในช่วงการทำงานครับ ต้องระวังเรื่องของ logic-error ให้ดีครับ ซึ่งถ้าคนที่ไม่เคยเขียน Programming Language พวก Java, C# หรือ VB.NET มาก่อนอาจจะงง เพราะ PHP 4 นั้น Object จะถูกเรียกว่า “objects are not any longer just ‘improved arrays’.” ซึ่งใน PHP 5 นั้นได้ลบแนวคิดนี้ออกไป ให้เป็นแบบเดียวกับภาษา Object Oriented Programming อื่น ๆ ครับ

ดังนั้นต่อไปถ้าใช้ใน PHP 5 ไม่ต้องทำการ Initialize Object แบบ Assigned-by-Reference อีกต่อไปครับ และการทำ Assigned-by-Reference ในการ Initialize Object จะใช้งานไม่ได้แล้วใน PHP 6 ด้วย โดยใน PHP 5 จะขึ้น E_STRIC Error Message ด้วยเช่นกันครับ

ปล. entry นี้เล่นซะเหนื่อยเพราะว่านั่งแก้ format ของ code ซะเมามันกับนั่งไล่ keyword ต่าง ๆ ให้มันตรงกับที่เค้าใช้กัน เพราะส่วนตัวเองก็ไม่แม่นพวก technical term บางตัวว่าใช้คำว่าอะไรเท่าไหร่ เพราะคืนอาจารย์ไปบ้างแล้ว -_-‘ (แต่รู้ว่ามันคืออะไรนะ เพียงแต่ใช้คำไม่ถูก) ถ้าส่วนไหนไม่เข้าใจก็โพสความคิดเห็นถามเพิ่มเติมกันมาได้นะครับ

เพิ่มเติม (2/6/2551 18:00)

In PHP 5 there is a new Object Model. PHP’s handling of objects has been completely rewritten, allowing for better performance and more features. In previous versions of PHP, objects were handled like primitive types (for instance integers and strings). The drawback of this method was that semantically the whole object was copied when a variable was assigned, or pass as a parameter to a method. In the new approach, objects are referenced by handle, and not by value (one can think of a handle as an object’s identifier).

และใน Zend Engine 2 ที่เป็นแกนหลักของ PHP 5 ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า “In the new approach, objects are referenced by handle, and not by value”

อ้างอิงจาก

PHPHoffman Framework Diagram

จาก entry ที่แล้ว ก็นั่งคิด ๆ ว่าตัว Framework จะมีส่วนหลัก ๆ อะไรบ้าง ตอนนี้ก็ได้ข้อสรุปในการสร้างออกมาแล้ว นั่งคิด และปรับว่าจะเอายังไงอยู่หลายวันอยู่ เพราะบางอย่างมันก็รักพี่เสียดายน้อง แต่หลัก ๆ คือใช้ PHP5.2 และใช้ Extension ต่าง ๆ ของ PHP หลายตัวซึ่งการที่ใช้ Extension ของ PHP เยอะ ด้วยเหตุที่เอา Zend Framework เข้ามาอยู่ใน Core ระบบ ทำให้ข้อกำหนดหลายอย่างต้องหนักไปทาง Zend หลายเ่รื่อง แต่ผลที่ได้รับคือตัว code ต่าง ๆ นั้นมีระเบียบและตามรูปแบบเพิ่มขึ้นเยอะ สวนตัว Extension Components ได้แนวคิดจาก Firefox ที่อยากได้อะไรเิพิ่มก็เอามาใส่นั้นแหละ นอกเหนือจากที่ตัว Zend และ Component หลัก แต่จะยังคงแนวคิดที่ว่าจำเป็นต้องใช้อะไรก็จะโหลดระหว่างตอนทำงานแค่นั้น ทำให้ตัว Controller ต้องไล่ทำใหม่ทำให้ ทุก ๆ action นั้นมีรายละเอียดในการตั้งค่าเพิ่มขึ้น แต่จะเห็นว่า Permission Control นั้นหายไป เพราะคิดไว้ว่าจะเป็นส่วนของ Routing แทน ตอนนี้ขอดูความเหมาะสมก่อน ส่วนที่ผู้เขียนนั้นต้องใส่ใจจะมีอยู่ในส่วนนอกของ Core ทั้งหมด

เหตุที่ใช้ Component ของ Zend Framework ก็จากเหตุผลเก่าจาก entry ที่แล้ว และเพราะมีระเบียบแบบแผนการพัฒนาในชุมชนที่แข็งมาก

ตอนนี้พยายามเคลียร์ ๆ งานที่จำประจำ แล้วลงมาทำส่วน Framework ให้มันออกมาเป็น public เสียที คนบ่นอยากใช้กันแย่แล้ว T_T

อ่อ ผมได้แนวคิดส่วน View จาก Sixhead Template ของคุณปีโป้ หลายส่วน ซึ่งตอนนี้เอาไว้ public plan ที่ 2 แล้วกันเพราะได้ดูแนวคิดแล้ว ช่วยทีมออกแบบกราฟฟิกได้เยอะ

อ่อ ตัว private version ที่เป็น alpha รุ่นแรก ถูกเขียนเป็น Shop Cart อยู่ที่ http://shop.thaiadmin.org แต่ผมมองว่ารุ่นนั้นก็ปล่อยได้แล้วแหละ แต่ว่ามองอีกมุม ยังยากอยู่อีก -_-‘ อยากให้มันง่ายกว่านี้ในการใช้งานเพิ่มขึ้น

แค่คิดก็นั่งลง coding มันแล้ว …….

[Update] – เหตุผลต่อมาในการใช้ PHP5 เพราะตัว MySQL Improved Extension นั้นทำงานได้ดีกว่ากับ MySQL ใน version ใหม่ ๆ ด้วย คือมีแล้วไม่ได้ใช้มันเสียดาย -_-‘

Redesign PHPHoffman Framework Architecture

เป็นปัญหาหนักอกอย่างรุนแรงที่จำเป็นต้อง redesign ตั้งแต่ยังไม่ออก beta การ redesign ในระดับ core นี่มันสุด ๆ จริง ๆ เพราะว่าอย่างที่หลาย ๆ entry ที่ผ่านมาเนี่ยกะว่าก็คงรู้ว่าผมกำลังทำ Framework ที่ออกไปทาง Conponent Base แทน และผสมตัว Automate เฉพาะที่จำเป็น ทำให้ไอ้ที่ทำ ๆ ตอนแรก ๆ ในแบบ Automate ทั้งหมดตั้งแต่แรก มันต้อง drop ไปหมดเลย เพราะเริ่มคิดว่า การทำเล็ก ๆ แล้วเอา plug-in มาใส่น่าจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะอย่างแรกมันเป็นเรื่องของการโหลดตัวระบบที่มาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับ component ที่ใช้ ไม่ใช่จะใช้แค่นี้แต่ดันเอาไส้ในออกมาเสียหมด มันเปลื้องเกินความจำเป็น แถมลอง monitor ตัว framework ที่เขียนในปัจจุบันนี่มันก็ใช้ memmory ไปพอสมควร แต่คิดว่ามันน่าจะน้อยกว่านี้ได้อีก แถมนี่จะเกือบปีแล้วยังไม่ได้ออก beta เลย แถมมีแต่คนถามว่าเมื่อไหร่จะให้โหลด ต้องบอกว่าตัวที่เป็น production ของ Framework ตัวนี้ก็อยู่ที่ shop.thaiadmin.org ครับ ส่วนตัวใหม่นี่จะเปลี่ยนภายในทั้งหมด พวก app ที่เขียน ๆ อยู่อาจต้อง recode ใหม่ด้วย แต่มันจำเป็นจริง ๆ แต่จะพยายาม backward ให้มากที่สุด

อ่อ ลืมบอกไปว่า PHPHoffman ตัวนี้ตามข้อกำหนดของ GoPHP5 ครับ ใครใช้ PHP 4 อดนะครับ (แล้ว Host ที่ใช้อยู่นี่จะเอาไงหล่ะเนี่ย -_-")