การทำ Read more ใน entry หรือ post สำหรับ blog หรือลักษณะคล้าย ๆ กัน (Ruby และ PHP)

พอดีว่าลองเขียน blog ใน RoR แล้ว ลองทำ Read more ใน entry ดู คนที่เขียน Blog อยู่คงรู้ว่าการเพิ่ม Read more ใน entry นั้น ทำได้โดยใส่ comment ชื่อ more หรือ <!– more –> ซึ่งเราจะมาดู concept มันก่อนดีกว่า โดยตัวอย่างผมจะอ้างอิงกับภาษา Ruby และ PHP (เอาด้วย เพราะเป็นภาษาที่ถนัดที่สุด และเป็นภาษาหากิน ฮ่า …… )

Concept ก็คือ ข้อมูลของเรานั้น เป็น String และ String คือ Array ของ Charactor (ตัวอักษรมาเรียงต่อกัน) การตัดสาย String ออกมานั้นก็เหมือนกับการ Slice Array ออกมา หรือบางคนอาจจะเรียกกว่าการ Sub-String ก็ไม่ผิดนัก สิ่งที่เราต้องรู้ก่อนเสมอคือตำแหน่งของ comment more ว่าอยู่ที่ index ในของ Array ของ Charactor (หรือสาย String) แล้วทำการ Sub-String ญ. ตำแหน่งเริ่มต้น ( index ที่ 0 ) ไปจนถึงตำแหน่งที่ comment more อยู่


Ruby

# เรากำหนด body เป็นตัวแปรที่เก็บ String ยาว ๆ หนึ่งสาย
# แล้วเราทำการหา <!– more –> ใน body ว่ามีหรือไม่
# โดยใน method "index" แล้วใส่ค่าที่ต้องการหาลงไป นั้นคือ "<!– more –>"
# สิ่งที่ได้ออกมานั้นต้อง convert เป็น integer นิดนึง
# เพื่อให้มันเปรียบเทียบได้ด้วย to_i

index_more = body.index("<!– more –>").to_i
if index_more == 0 then
    # ถ้าไม่มี "<!– more –>" ก็ส่งสาย String ออกมาทั้งหมด
    puts body
else
    # ถ้ามี "<!– more –>" ก็ Sub-String เสีย
    # ณ. ตั้งแต่ตำแหน่งที่ 0 ถึงตำแหน่งที่ "<!– more –>" อยู่

    puts body[0, index_more]
end


PHP

// เรากำหนด $body เป็นตัวแปรที่เก็บ String ยาว ๆ หนึ่งสาย
// แล้วเราทำการหา <!– more –> ใน $body ว่ามีหรือไม่
// โดยใช้ function "strpos" แล้วตัวแปรที่เก็บ String
// และใส่ค่าที่ต้องการหาลงไปใน นั้นคือ "<!– more –>" ลงไป

$index_more = strpos($body, "<!– more –>");
if($index_more == 0){
    // ถ้าไม่มี "<!– more –>" ก็ส่งสาย String ออกมาทั้งหมด
    echo $body;
}
else {
    // ถ้ามี "<!– more –>" ก็ Sub-String เสีย
    // ณ. ตั้งแต่ตำแหน่งที่ 0 ถึงตำแหน่งที่ "<!– more –>" อยู่
    // โดยการ Sub-String ก็ใช้ function "substr"

    echo substr($body, 0,$index_more);
}

 

บทความ OOP in PHP ตอนที่ 1 สำหรับลงใน ThaiAdmin Magazine เสร็จแล้ว เย้ …….

กว่าจะเขียนเสร็จเล่นเกือบตาย ไม่ใช่ว่ามันยากหรืออะไรหรอกครับ แต่ว่าการอธิบายให้ดูง่าย ๆ นี่มันทำยากกว่ามาก ๆ แถมการใช้ศัพท์ใด ๆ ต้องคิดถึงคนที่ไม่รู้ด้วยเป็นทุน ไม่งั้นมันจะส่งสารให้กับคนอ่านยากลำบากมาก โดยในบทความพยายามที่จะไม่ยัดศัพท์ทางเทคนิคใน OOP ลงไปแต่จะอาศัยการคำพูดไทย ๆ ที่เปรียบเทียบให้เห็นแล้ววงเล็บศัพท์เทคนิคตรงนั้นไป แล้วพยายามเอาเรื่องใกล้ ๆ ตัวมาอธิบายให้รูปแบบ OOP แทน ค่อย ๆ สอนเป็นขั้นเป็นตอน อะไรที่มันดูยาก ๆ อธิบายยาว ๆ ก็ตัดออกไปก่อนอย่าง Polymorphism นีไม่อธิบายเลย เอาหลัก ๆ 3 ส่วนพวก Abstract Data type, Encapsulation และ Inheritance ให้เห็นภาพก่อน แล้วค่อยเอาเรื่องยาก ๆ โดยมีการใช้ภาพประกอบอยู่หลายส่วน และนำเอาเรื่อง Object Model และ Reference Variable กับความสัมพันธ์ของ Object มาพูดด้วยโดยอาศัยหลักการ Object แท้ ๆ ในระดับล่างว่ามันทำงานอย่างไร เพื่อให้เห็นภาพว่าการที่เรา initialized แล้วมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วไอ้ตัวแปรที่เป็น Object ตัวนั้นน่ะ จริง ๆ แล้วมันก็แค่ชื่อตัวแปร แต่ตัว Object จริง ๆ มันอยู่ในหน่วยความจำอีกทีหนึ่ง อะไรแบบนี้ เพราะไม่งั้นจะสับสนว่ามันก็แค่ตัวแปรตัวหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น อ่อ ลืมไปว่าในนั้นก็ใส่เรื่องการส่ง Message ระหว่าง Object ลงไปในนั้นด้วย คงประมาณนี้ มีเขียน Hello World และให้ดูความแตกต่างว่าได้ Object มา 2 ตัวมันทำงานแตกต่างกันได้อย่างไร อะไรประมาณนี้ คงต้องอ่านในนิตยสารเอาหล่ะครับ ;) เพิ่งส่งให้ตอนเย็นนี้เอง แล้วเจอกันในนิตยสาร ThaiAdmin เล่ม 1 วันที่ 8 กุมพาพันธ์ 2550 นี้นะครับ ที่งาน Com world ครับ

 

[update 2] PHP Framework -> PHPHoffmanFramework

ตอนนี้ระบบเริ่มนิ่งแล้วหลังจากผ่าน Revision ที่ 53 มา โดยได้ทำการเพิ่ม Add-on Text Editor ของ FCKEditor ลงใน Add-on พื้นฐานข้อมูลระบบแล้ว รวมถึงได้ทำการแยกส่วนของการ Config ของ apps และ core ออกจากกัน แต่ยังแค่ส่วนหนึ่งคาดว่าอีกสักพักจะแยกออกมาทั้งหมด โดยผู้พัฒนาจะไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งกับ Config ใน core อีกต่อไป ให้ทำการ Config ใน apps อย่างเดียว และได้เพิ่ม directory ชื่อ userdata เพื่อใช้ในการ upload ไฟล์และต้องการเพิ่มไฟล์ต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากระบบหลัก และใน Revision นี้ได้ทำการ upgrade PEAR Date Package เป็น version ใหม่แล้ว รวมถึงแก้ไข bug ในส่วนของลำดับการเรียกใช้ไฟล์ JavaScript ใน Add-on ด้วย

ระบบโดยรวมเป็นไปตามที่กำหนดไว้ทั้งหมด น่าจะออก Beta ได้ตามเวลาที่กำหนด (ถ้าไม่เกิด idea ใหม่ ๆ ที่มีผลกับ Core หลักของระบบชนิดเปลี่ยนยกแผง)

ซึ่งเมื่อตอนเย็นที่วันที่ผ่านมา พอดีว่านั่งเรียนแล็ปวิชา Computer Language แล้วในวิชานี้เรียนภาษาโปรแกรมมิ่งอยู่ 2 ตัวคือ Java Web Application Platform และ PHP โดยช่วงหลังมิดเทอมเป็นเรื่องของ PHP

อาจารย์ได้ให้ทำงานใน LAB โดยสร้าง DB มา 3 ตาราง ซึ่งได้กำหนดมาแล้วว่าเป็นข้อมูลเกียวกับภาพยนต์ โดยตารางหนึ่งและสองเป็น ประเภทภาพยนต์และชื่อนักแสดงและผู้กำกับ ตามลำดับ ส่วนตารางที่สามเป็นข้อมูลภาพบนต์ โดยกำหนดว่าเก็บชื่อ, ปีที่ฉ่าย, ประเภท, นักแสดงนำ และผู้กำกับ โดยมีการดึกข้อมูลนักแสดงนำและผู้กำกับจากตารางนักแสดงและผู้กำกับ โดยในตารางนี้มีฟิลที่กำหนดว่าใครคือนักแสดงและผู้กำกับ หรือเป็นทั้งสองอย่างอยู่ ส่วนประเภทนี่เอามาขากประเภทภาพยนต์ โดยให้ทำระบบจัดการข้อมูลของทั้ง 3 ตารางทั้งใส่ข้อมูล, แก้ไข และลบข้อมูล

นี่คือโจทย์ที่ผมได้รับและจากการอยากทำสอบ PHP Framework ที่ผมสร้างขึ้น เลยได้ลองทำระบบดู จากการทดลองนั้นผมใช้เวลาในการสร้างส่วนติดต่อผู้ใช้งานทั้งหมดซึ่งเป็น Theme หลักของระบบที่มีอยู่แล้ว ในเวลา 1 นาที ในการ Export จาก SVN ผมก็ได้ Theme ที่ตกแต่งเป็น Layout ที่สนับสนุนบน IE และ Firefox ต่อมาก็ใช้เวลาในการสร้างรายงานข้อมูลของทั้ง 3 ตารางอีก 10 นาที ตามด้วยฟอร์มของทั้ง 3 ตารางในการใส่ข้อมูล และแก้ไขอีก 25 นาที โดยได้มีระบบตรวจสอบความถูกต้องด้วย JavaScript เพิ่มลงไปให้เรียบร้อย ต่อมาก็มาจัดการส่วน SQL ก็ใช้เวลาอีก 25 นาที ในการทำ SQL เพื่อใส่ข้อมูล, แก้ไข และลบข้อมูล รวม ๆ แล้ว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงแต่จริง ๆ นานกว่านั้นเพราะต้องนั่งช่วยเพื่อนทำด้วย ในขณะที่ทำเสร็จเพื่อน ๆ ยังงมกับโค้ดที่ไม่เป็นระเบียบอยู่ แต่ของผมนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีสัดส่วน ซึ่งตอนนี้สามารถใช้งานได้สมบูรณ์ดีครับ

ด้านล่างคือรูปที่จัดการตารางรายการภาพยนต์ครับ

เอาแค่นี้แล้วกันครับ ส่วนอื่น ๆ ไว้มีเวลาจะเอามาโพสต่อนะครับ ง่วงแล้วไปนอนหล่ะครับ

 

ทำไมทำ PHP Framework เองหล่ะ ? คำถามโดนใจ และอยากตอบยาว ๆ

พอดีว่าเมื่อวาน เพื่อนฟิวส์ถามว่า

"ทำไมทำ PHP Framework เองหล่ะ"

วันนี้เลยมาตอบแบบยาว ๆ เสียหน่อย

คือในตอนแรกเริ่มเดิมทีเนี่ย ผมก็เขียน Class ต่าง ๆ ใช้งานเองอยู่มากมาย ทั้ง Class สำหรับ Query ฐานข้อมูล MySQL หรือ Class วันที่อย่าง thai_datetime ที่รองรับวันที่ภาษาไทย และปี พ.ศ. โดยรวมก็รู้สึกว่าทำงานกับพวกนี้สะดวกขึ้นมาก โยน Object ไปๆ มาๆ ง่ายและง่ายเสร็จเร็ว

แต่พอมาระยะหลัง ๆ งานที่ได้รับมันเป็นงานที่เกี่ยวกับข้อมูลจำนวนมาก ๆ การทำแบบนั้นสิ้นเปลื้องทรัพยากรอย่างมาก และบางครั้งเกิดความซ้ำซ้อน และโค้ดโปรแกรมรกอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงการที่ผมเริ่มเขียน PHP แบบรวมไฟล์เดียว คือ process ทุกอย่างจะทำงานภายใต้ index ไฟล์ ทำให้การลาก if-else ของหน้าต่าง ๆ มันยาว และยุ่งยาก เลยนั่งคิดว่าจะทำยังไงดี

คราวนี้คิดออกว่าเราทำไม ไม่ทำการอ้างอิงหน้าแบบ Class ไป Method เสียเลยหล่ะ (ในตอนต่อไปขอเรียก Class ว่า Model) คือเมื่อ เขียนโปรแกรมต้องการข้อมูลเกี่ยวกับอะไรก็เรียก Model และตามด้วย Method ที่ต้องการ

ตัวอย่างเช่น

ต้องการอ่านข่าว id ที่ 1234 ระบบก็ไปเรียก Model "News" และ Method "Show" โดยส่ง id "1234" เข้าไปใน Method แล้วเมื่อได้ข้อมูลแล้วก็แสดงผลออกมา

ตอนแรกก็กะทำแค่นั้น แต่ไป ๆ มา ๆ มันเข้าเค้า MVC เว้ย เลยศึกษา RoR อยู่พักนึง เลยเข้าใจเลยว่าไอ้ที่จะทำเนี่ยมันคล้าย ๆ กัน เลยจัดการดัดแปลงแนวคิดใหม่ จากการที่จะเรียก Model ตรง ๆ เป็น ไปเรียก Method ของ Controller (Controller-Method) แทน แล้ว Controller-Method จะไปเรียกใช้ Model และ Method ที่เกี่ยวข้องทั้ง ๆ มาใช้งาน ซึ่งคราวนี้ Model มีอิสระต่อการเรียกใช้ข้อมูลของฐานข้อมูลมากขึ้น สามารถปรับแต่งและแก้ไขคำสั่ง SQL ได้ตามต้องการ โดยการจัดการข้อมูลในฐานข้อมูลต้องสอดคล้องกับความหมายของ Model นั้น ๆ เมื่อ Controller-Method สั่งให้ Model ทำงานเสร็จแล้ว Model จะทำการบันทึกสถานะที่จำเป็นในการแสดงผลใส่ลง Observer-Data (ตัวตรวจจับข้อมูลที่ต้องการ) ไปยัง View ให้ View จัดการแสดงผลข้อมูลตามที่ Controller-Method สั่งมาอีกที แล้วเจ้า View เนี่ยจะเอาข้อมูลใน Observer-Data มาใช้งานตามแต่ View จะใช้

ตัวอย่างเดิมแต่เปลี่ยนแนวคิดใหม่

ต้องการอ่านข่าว id ที่ 1234 ระบบก็ไปเรียก Controller "News" และ Controller-Method "Show" เสร็จแล้ว Controller-Method มีการทำงานอะไร ต่าง ๆ มากมาย เช่นมีการใช้ Model พื้นฐานอย่าง News และอาจจะมี Model "ความดิดเห็น" และ "ข่าวที่เกี่ยวข้อง" อื่น ๆ อีก เพื่อเอาไปแสดงผล โดยส่ง id "1234" เข้าไปใน Controller-Method ด้วย เพื่อเอาข่าวที่ 1234 ออกมา เมื่อได้ข้อมูลครบแล้ว ก็เข้าไปใส่ใน Observer-Data ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลแล้วก็แสดงผลออกมาโดยเอาไปจัดการรูปแบบต่าง ๆ ให้สวยงานในส่วนของ View ชื่อ "ShowNews" โดยส่วนของ View จะถูกครอบอีกชั้นด้วย Theme หลักของระบบอีกที

ซึ่งระบบจะประมาณนี้ แต่สุดท้ายก็มีการแยกส่วนหลัก ๆ เป็น Core, Add-on, Warrper Class, Page และ Apps ซึ่งอาจจะมีอะไรมากกว่านี้อีกหน่อย แต่คงไม่ต่างจากข้างบนมากนัก

จากสิ่งเหล่านี้ ทำให้ผมได้แนวคิดมากมาย และการทำแบบนี้มันทำให้รู้ว่า "กูก็ทำได้วะ" เอาแนวคิดที่เราเคยทำอะไรมามากมายใส่มันลงไป

อีกอย่างคือ Framework หลาย ๆ ตัวของเมืองนอกมักเขียนคำสั่ง SQL เพียว ๆ ไม่ค่อยได้ และมักจะทำให้เราเสร็จ ซึ่งผมไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะมันควบคุมและย่อคำสั่ง SQL ลำบากมาก หรือทำไม่ได้เลย ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพตกไป ใน Framework ผมเลยไม่มีการจัดการ SQL สำเร็จรูปมากมาย อาจมีคำสั่งพื้นๆ เช่นนับจำนวน Record ในตาราง หรือตัวช่วยแบ่งหน้า อะไรพวกนี้ นิดหน่อยซึ่งเป็นงานที่ทำซ้ำ ๆ และใช้กันเยอะอยู่แล้ว เอามาใส่เป็นแบบสำเร็จรูป ส่วนคำสั่ง insert, update, delete อาจจะทำส่วนง่าย ๆ ไว้ในกรณีที่ต้องการลบข้อมูลที่ใช้ primary key อ้างอิงเป็นหลัก แต่ถ้าใช้ตัวอื่น ๆ ด้วย ก็สามารถใช้ SQL Query ทั่วไปแทนได้เลย

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากทำคือ อยากมีอะไรสักอยากที่รู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่แพ้ Framework ของต่างชาติบ้าง แม้มันจะดีหรือห่วย ได้ทำก็ถือว่าคุ้มและ คิดซะว่า "ทำเอามัน" ถ้าทำได้ดี คนชอบก็ถือว่ากำไรชีวิต ถ้าไม่ดี มันห่วยมาก ๆ หาดีไม่ได้เลย ก็แค่เลิกทำ แต่ถ้ามันยังมีความดีอยู่บ้างก็เอามาปรับแต่งให้มันดีขึ้น เอาของคนอื่น ๆ มาดูแล้วปรับแต่ง และหาจุดบกพร่องของ Framework ตัวเองแล้วแก้ไขซะ และดูว่าจุดบกพร่องของคนอื่นคือะไร เอามาปรับเป็นจุดเด่นของเราเสีย

การพัฒนา Framework ตัวนี้พยายามให้มันอยู่บนพื้นฐานของ Add-on มากกว่า Core คือไม่อยากใช้อะไรก็เอา add-on ออก พยายามไม่ให้ตัวที่เป็น Core ผูกติดกับ Add-on แต่ให้ Add-on มันมาผูกกับ Core เอง เพราะเวลาเอา Add-on ออกมันจะได้ไม่มีปัญหา ซึ่งมันต่างกับ Framework บางตัวที่มีอะไรให้ใช้มากมาย แต่บางครั้งมันมากเกินไปหนัก Framework แล้วมันเอาออกไม่ได้ ซึ่งมันทำให้ประสิทธิภาพตกไปเลย ซึ่งพยายามไม่ให้เกิดกับตัวนี้ (หวังไว้นะ)

อีกอย่างที่ำอยากทำคือทำให้ได้อย่าง RoR กะว่าจะทำ Bat File แล้วเขียนให้มันสร้าง Model, View และ Controller ด้วยคำสั่งเดียว -_-‘ แต่คงยากหว่ะ เอาแค่นี้ก่อนดีกว่า ฮ่า …..  ทำคนเดียวไม่ได้ทำหลายคน ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน

 

[update] ความคืบหน้าของ PHP Framework

ตอนนี้ปรับแต่งและแก้ไขไปแล้วโดยตอนนี้อยู่ที่ version 0.1a (alpha test) revision ที่ 46 แล้ว ปรับแต่งระบบภายในหลายส่วน แต่หลัก ๆ คือแยกส่วนของ Page และภาษาสำหรับการแสดงผลของ Core ออกจาก Apps ซึ่งตอนแรกรวมกันอยู่

โดยเหตุผลหลักๆ มาจากว่า Core จะมี Page และภาษาสำหรับแสดงผลพื้นฐานของมันเอง เอาไว้ให้ Module, Warpper Class, Function, CSStyle และ Add-on มาอ้างอิง ซึ่งจะได้ง่ายต่อการใช้พัฒนา Core ในภายหลัง และสามารถเอาไปปรับแต่งให้รองรับกับภาษาอื่น ๆ ได้โดยแค่แปลี่ยนแปลง ที่ Core เท่านั้น และการแยกครั้งนี้ช่วยให้ลดความซ้ำซ้อนลงไปได้เยอะ

ส่วน Apps ที่เขียนขึ้นมา ก็เข้าไปใช้และปรับแต่งแยกจากกัน จะได้ไม่สับสน แล้วง่ายต่อการ Upgrade ตัว Framework ในอนาคตต่อไป ไม่งั้นตอน upgrade นี่มึนแน่ ๆ

คาดว่าถ้าการพัฒนาระบบที่ทำอยู่ไม่มีอะไรผิดพลาดและเกิด bug ขึ้นระหว่างการพัฒนาระบบที่ทดสอบอยู่จะประกาศตัว 0.1a revision 46 เป็น 0.1b ทันที แต่คาดว่าคงมีจุดรั่วหลายส่วนตัวเลข revision คาดจะทะลุ 50 แน่ ๆ ซึ่งตอนนี้ Architecture Diagram ไม่นิ่งอย่างแรง และเริ่มอ่านลำบาก เดี่ยวเขียนใหม่อีกรอบท่าจะดี

ส่วน Module และ Add-on บางส่วนอาจจำเป็นต้องปรับแต่งเพิ่มอีกนิดหน่อยให้มีความยิดหยุ่นต่อการปรับแปลี่ยนในครั้งนี้ครับ

ส่วนชื่อของ Framework ตัวนี้อย่างไม่เป็นทางการ แต่ของเป็น codename ไว้ก่อนคือ Hoffman ครับ (ชื่อ Notebook Thinkpad ตัวนี่แหละ -_-‘)

[Update 1, 13:28] ด้านล่างนี้คือโครงสร้างของ Directory ของ Framework นี้