แสบๆ คันๆ !!! Bill Gates เยาะเย้ย Software เถื่อนเมืองไทย กระทบคนไทย โปรแกรมเมอร์ไทยและบริษัทไทยมากกว่า MS

แสบๆ คันๆ !!! Bill Gates เยาะเย้ย Software เถื่อนเมืองไทย กระทบคนไทย โปรแกรมเมอร์ไทยและบริษัทไทยมากกว่า MS

Ref : http://www.pantip.com/tech/developer/topic/DM1851552/DM1851552.html

ข่าวบางส่วนจากไทยรัฐ

ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ยังกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในไทยว่า ในส่วนของไมโครซอฟต์เห็นว่าซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ได้ลิดรอนรายได้ของบริษัทเท่าใดนัก หากเทียบกับยอดขายในภาพรวม อย่างในสหรัฐอเมริกานั้น บริษัทตั้งแต่ขนาดกลางถึงใหญ่ ส่วนใหญ่ใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์เท่านั้น นอกจากนี้ไมโครซอฟต์ยังเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจทั่วโลก มีรายได้จากการขายสินค้าให้ประเทศต่างๆ ที่จะได้รับผลกระทบจริงๆ น่าจะเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ในประเทศมากกว่า เพราะบริษัทเหล่านี้มีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์เป็นหลัก และส่วนใหญ่ขายในประเทศ


ขออนุญาตสรุป ที่ บิลเกตส์ บอกให้นะครับ

  1. ประเทศไทย ใช้ software microsoft เถื่อนทั้งประเทศ เขาก็ยังรวยอันดัน 1 ของโลก
  2. มันเป็นการฝึกวินัยผู้ใช้ และ ช่วยเหลือ นักพัฒนา software ของประเทศไทยเอง ว่าควรละอายใจและต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อ software บ้าง มิฉะนั้น อุตสาหกรรม software ในประเทศไม่เติบโตแน่นอน ไม่ต้องคิดไปแข่งในตลาดโลก

สรุป มองเหรียญให้มอง 2 ด้านนะครับ

  1. ราคาขายเพื่อสถานศึกษา หรือเพื่อการศึกษา องค์การเพื่อการกุศล หน่วยงารรัฐบาล รัฐบาลน่าจะเจรจา ซื้อ เหมาในราคาถูก ต่ำกว่า 50% จำนวนมากๆ เช่น 1 แสนชุด หรือ 1 ล้านชุด เป็นต้น
  2. รณรงค์ให้บริษัท หรือ องค์การที่มุ่งหวังผลกำไร ซื้อ software ของคนไทยให้มากขึ้น
  3. สร้างองค์กรอิสระ ที่ยินดีให้ความรู้ ด้านอุตสาหกรรม software ด้านเงินทุนสนับสนุน

เป็นความคิดเห็นที่อยากให้ อุตสาหกรรมนี้พัฒนา


ผมลืมตอบประเด็นกระทู้ ตอบสั้น ๆ ว่า..บิล เกตต์พูดถูกทุกอย่างครับ ผมตอบตามประสบการณ์ครับ มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ในประเทศไทย เชื่อไหมครับคุณ Haa ว่าโปรแกรมดี ๆ บ้านเรา อย่างแปลไทย อ่านไทย Nod32 ราคาประมาณ 200-250 บาทเท่านั้นเองครับ คนยังไม่ซื้อใช้กันเลย ไปซื้อแผ่นรวมโปรแกรมมาใช้ ถ้าผมเป็นโปรแกรมเมอร์ ผมไม่เอาละ แบบนี้

แต่ส่วนที่ผมพูดถึงเรื่องซอฟต์แวร์แห่งชาติ ผมไม่ได้พูดไปถึงการเขียนโปรแกรมนะครับ ผมแค่พูดถึง user ธรรมดา ๆ นี่แหละ อยากเห็นเราสร้างทางเลือก เพื่อลดต้นทุนในเรื่องลิขสิทธิ์ของประเทศเราเท่านั้นเอง ของฟรี มันก็ธรรมดาครับที่ประสิทธิภาพมันย่อมด้อยกว่า แต่ในลักษณะงานหลาย ๆ อย่าง ผมเห็นว่าเราไม่จำเป็นต้อง MS เสมอไป ถ้ารัฐบาลให้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์แห่งชาติได้ บังคับให้นักเรียนใช้ได้ การละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทยจะลดลงทันทีเลยไม่น้อยกว่า 50% อันไหนฟรีก็ฟรี อันไหนที่คนใช้เยอะ ก็ควรพัฒนาขึ้นมา ขายในราคาไม่แพงมาก

นี่เห็นด้วยกับตา Bill นะ จริงๆ ผมเป็นคนที่ชื่นชอบคนไอทีหลายๆ คนหนึ่งในนั้นก็ตา Bill เนี่ยหล่ะ หนังสือของเค้าก็ซื้อแทบทุกเล่ม ตา Dell หรือตา Jobs ก็หาๆ อยู่ ได้มุมมองในการทำธุรกิจด้านซอฟต์แวร์เยอะดี

จริงๆ คนไทย ส่วนมากเลย ไม่ได้มองซอฟต์แวร์เป็นสินค้าที่มีไว้ขายครับ แต่เป็นของแถมที่มันมากลับเครื่องมากกว่า คือตอนซื้อคอมฯ ก็ถามเลย มีอะไรให้มั้ง ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องที่คนซื้อเครื่องต้องเสียเงินอยู่แล้ว เพราะว่ามันเป็นแรงสมอง และสองมือในการทำ มันก็เหมือนผลงานของพนังงานขายของนั้นหล่ะ

แล้วร้านขายคอมฯ มันให้กันจนชินแล้วไง มันเลยกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ไป T_T

แล้วคนทำงานด้านซอฟต์แวร์เลยซวยครับ ซวยอย่างแรง เพราะว่าไม่มีใครอยากเสี่ยงทำซอฟต์แวร์กล่อง หรือขายเป็นชิ้นเป็นอันเพื่อเอาชีิวิตรวยจากส่วนนี้ไง เพราะมันขายไม่ได้หรอก มันยากมากเลยหล่ะ แบบว่าเจอ 10 ซอฟต์แวร์ ใน 1 แผ่น ราคา 100 บาท เข้าไปคนทำซอฟต์ไทยก็อ้วกแล้ว เพราะว่าในนั้นมันคือซอฟต์แวร์ที่มีคุณสมบัติที่มันดีกว่า แต่มันละเมิดไง แถมราคาจริงๆ รวมกันทั้งหมดแล้วก็แพงมากด้วยเมื่อเทียบกับคนไทยทำเอง อีกอย่างเพราะว่าทำกันมานาน มันเลยดีกว่า แล้วอย่างงี้เมื่อไหร่ ซอฟต์แวร์ไทยๆ มันจะเกิดหล่ะ ถ้าไม่มีการสร้างคุณสมบัติของซอฟต์แวร์ที่ดีๆ หรือมีก้าวแรกให้กับคนทำซอฟต์แวร์ไทย

หลายคนก็ดีนะ อุดหนุ่น แต่ ……. คือซื้อแท้มา 1 กล่อง แจกซะ 20 คน จบครับ จบ T_T แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมาหล่ะ ไม่ชักชวนไปซื้อหล่ะครับ นี่เวลาแนะนำ Software AntiVirus ถ้าคนขอคำแนะนำมีตังหน่อยก็แนะนำ NOD32 ที่มีสิขสิทธิ์ไป ราคาก็ไม่แพง 249 บาทเอง หรือไม่ค่อยมีตังก็ Avast ไป ไม่ ใครจะมาขอ S/N Key ที่ผมซื้อแท้มา นี่ไม่ให้เลยครับ ให้ซื้อเอง นี่กำลังรอเก็บเงินซื้อ S/N Key ของ EditPlus อยู่เพราะว่าใ้ช้งานมันเยอะเหมือนกัน เลยว่าจะซื้อเสียหน่อย -_-”

 

Bill Gates มาอะไรๆ ก็คงเหมือนเดิม

เนคเทคตอกรัฐบาล จับมือไมโครซอฟท์ “คิดสั้น”

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9480000087782

ปัญหา OSs ในไทยมันไม่ใช่ว่า Micro$oft (เล็กนิ่ม) จะมา หรือจะไป ถึงตา Bill จะมาไทยทุกอาทิตย์ ยังไง .Net มันก็ต้องได้เกิด จริงๆ มันเกิดมานานแล้ว แต่ไม่มีคนรู้ ไม่เป็นข่าวมากกว่า การมาครั้งนี้เหมือนเป็นการโปรโมตรและตอกย้ำว่า ICT จะใช้ระบบ จาก เล็กนิ่ม แน่นอน อ้าวว ถ้าไม่เชื่อไปดูทุกโครงการ ICT มี เล็กนิ่ม ตลอด

มันแค่ปรากฎการเล็กๆ ในเรื่อง นำซอฟต์แวร์ของเล็กนิ่มมาใช้ในวงการราชการอยู่แล้ว หลาย ๆ ประเทศก็ใช้ ไม่แปลก

แต่ปัญหามันอยู่ที่ “เงิน” ในสภาพเศษฐกิจไทยในตอนนี้ เราต้องการเงินลงทุนครับ ไม่รู้เพื่อเพิ่มการลงทุนของ เล็กนิ่ม ในไทย หรือเพิ่มรายจ่าย ให้กับเล็กนิ่มกันแน่ ผมก็ยังไม่แน่ใจ ต้องดูกันยาวๆ ในตัวหุ้นของเล็กนิ่ม ที่ลงทุนในไทย

เข้าเรื่องปัญหาของ OSs กันก่อนดีกว่า จริงๆ เคยเขียนใน webblog ไว้แล้ว แต่ไม่รู้ว่ามีใครไปอ่านหรือเปล่า T_T

ในเรื่อง OSs ในไทยไม่โต มันเกิดจาก การ support ครับ อย่าลืมว่าซื้อซอฟต์แวร์มา ไม่มีการ support คำตอบคือ จบ ไม่ซื้อ จริงๆ ถ้า GUI สวย แต่คนใช้งานมันไม่ได้เหมือนกันทุกคน ยังไงก็ต้องมีความไม่เข้าใจใน GUI ครับ เปิด Help คู่มือต่างๆ หรือใน Web Support แล้วคำตอบไม่เคลียร์ก็จบครับ

เหมือนซื้อของครับไม่มีประกัน หรือตอบปัญหาการใช้งาน ก็แทบจะไม่มีคนซื้อครับ ซึ่ง OSs ในไทยยังห่างชั้นกับ OSs ในต่างประเทศเยอะในเรื่องนี้ครับ ส่วนมากตอบคำถามกันในแบบ techical term ครับ คือศัพท์ต่างๆ แบบผู้ใช้ฟังแล้ว ต้องเปิด dictionary แปล แล้วต่อด้วย dictionary computer อีกรอบ ยังไม่เข้าใจเลย คือถ้าตอบแบบผู้ใช้เข้าใจง่าย มีคู่มือที่ทันสมัย ผมว่ารุ่งครับ แล้วก็อีกเรื่องคือ หนังสือ หรือคู่มือใช้งาน OSs ในไทย ไม่มีสำนักพิมพ์ไหนกล้าพิมพ์มากนักครับ ที่พิมพ์ๆ มาก็มีน้อยครับ ไม่เป็นตัวเลือกที่ดี หรือเขียนแบบแปลจาก help มาอันนี้ก็ไม่ไหวครับ

เรื่องต่อมา OSs นั้นใช้งานยาก และการติดตั้งนั้นซับซ้อน (ในบางตัว) การใช้งานยากนี่เป็นประเด็นหลักครับ คือมีน้อยมากที่ OSs นั้นจะทำงานได้ดี และไม่มีปัญหา ยกตัวอย่างเช่น

Xara X, illus, corelDraw มาใช้ Inkscape นี่ก็แฮงบ้าง หรือไม่ก็มีปัญหาในการ optimize ภาพ

Microsoft Visio มาใช้ Dia ก็มีปัญหาในการเปิดโปรแกรมต่างๆ การ support แล้วก็คู่มือห่วยแตกอย่างแรง T_T

Sony Sound Forge มาใช้ Audacity อันนี้ดีมาก ถึงคู่มือจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ถือว่าใช้งานได้ดี แฮงบางนิดหน่อย คือ GUI มันใช้งานง่ายอยู่แล้ว มันเลย ok

Adobe Acrobat 7.0 มาใช้ PDFCreator ผมถือว่าดีในระดับหนึ่ง ถ้าทำงาน Draf ทั่วๆ ไป แต่ถ้าทำงานเกี่ยวกับการพิมพ์จริงๆ ไม่แนะนำ เพราะสีเพี้ยน และระบบจัดการ profile color ยังไม่ดี เทียบกับ Adobe จ้าวตลาดไม่ได้เลย

InterVideo WinDVD, PowerDVD มาใช้ VLC media player ใช้งานยากและ GUI ไม่สวย คู่มือยังห่วยอยู่

Macromedia Dreamweaver มาใช้ Nvu ถ้าทำเว็บแนวๆ HTML และการจัดการ CSS ก็ ok แต่ถ้าเป็น CGI แล้วนี่จบ ถึงแม้สนับสนุนภาษาไทย แต่ยังไม่เต็มที่ใน CGI

Macromedia Flash -> ?????? หาไม่เจอจริงๆ T_Y

Microsoft Office 2003 มาใช้ OpenOffice.org 1.9.104 (2.0 Beta) อันนี้ยาวหน่อย คือถ้าใช้งานกันในบริษัท เดินงานกันเป็นกลุ่มๆ ก็ ok เพราะว่า OpenDocument ของทางฝั่ง OO.org ของเมืองนอกนั้นทำมาดี และหวังจะมาแทน format ไฟล์ของเล็กนิ่ม ถ้างานด้าน Word Processing กับ Spreadsheets ถือว่าทำได้ดีมาก แต่ถ้าเป็น Presentation แล้วจบครับ ยังไม่ได้เรื่องเท่าไหร่ ส่วนงานด้าน Database นั้นความง่ายก็พอๆ กันครับ ส่วนการใส่สูตรคณิตศาสตร์นั้น OpenOffice.org ทำได้ดีกว่าครับ จริงๆ แล้ว format ไฟล์ของ OpenOffice.org ขนาดไฟล์เล็กกว่า Microsoft Office เยอะครับ อย่างเอกสารของผมถ้า save ใน word มีขนาด 876,377 แต่ถ้าไปใช้ format ไฟล์ของ OpenOffice.org เหลือแค่ 27,133 ไบต์ มันเกิดอะไรขึ้น ?

ในไทย OpenSourse Software ยังพ่ายต่อ Commerce Software อยู่วันยังค่ำครับ ถ้าคนไทยบางกลุ่มยังใช้ Software โดยไม่คำนึงถึงมูลค่าของมันว่ามันมีค่าตัวของมันเอง

ผมไม่ได้ต่อต้าน Commerce Software ครับ ตอนนี้ในเครื่องก็มีหลายๆ ตัวที่เถื่อนเหมือนกัน แต่บางตัวก็ต้องซื้อครับ ตอนนี้รวมๆ ก็หลายหมื่นแล้ว ไม่ได้รวยครับ แต่ซื้อในราคานักศึกษา อย่าง Adobe เนี่ยเค้ามีโครงการซื้อราคานักศึกษาครับ อย่าง Adobe CS2 ราคาทั้งชุด 45,000 – 60,000 /Computer ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่ราคานักศึกษาอยู่ที่ 15,000 บาท / Computer ครับ และหลายตัวที่ราคานักศึกษาถูกกว่าหลายเท่าครับ

อย่าปฎิเสธเรื่องการใช้ Commerce Software ถ้าใช้มันหาความรู้ และรายได้ ผมถือว่ามันคือต้นทุนของการผลิตความรู้ และเงินในกระเป๋าครับ

แต่ OSs ที่ Boom มากๆ อย่าง Firefox นี่เป็นตัวอย่างที่ดีครับ Community และการ Promote ต่างๆ ผมว่าเป็นแบบอย่างที่ดีมาก จริงๆ Firefox ที่คนไทยกำลังทำกันอยู่ก็ทำงานมาถูกทางแล้วครับ OSs ในไทยน่าจะเอาอย่างเยอะๆ ครับ จริงๆ หลายๆ ดีๆ แต่ไม่ได้พูดถึงอย่างเคืองกันเน้อ ….. ;)

* วิเคราะฟ์วิจารณ์ตรงไปตรงมาครับ ถ้าไม่ถูกใจก็ขออภัย อันนี้มองในมุมผู้ใช้ครับ

 

วิธีการ ใส่ Podcast ลงใน iTunes

ในบทความในครั้งนี้ ที่ใช้คือ เราใช้ ThaiCyberPoint – PodCasts beta ที่ผมลองทำดูนะครับ

โปรแกรมที่ต้องการคือ iTunes Version ตั้งแต่ 4.9 ขึ้นไปครับ

เปิด iTunes ขึ้นมาครับ แล้วไปที่ Source ด้านซ้ายมือเลือกที่ Podcasts แล้วไปที่ menu bar ชื่อว่า Advanced ไปที่ Subscribe to Podcast ….

ขึ้นหน้าต่าง Subscribe to Podcast แล้วใส่ URL http://www.thaicyberpoint.com/podcasts/ ลงไป แล้วก็ OK

List รายการก็ขึ้นมาใน iTunes แล้วก็ GET อะไรก็ตามที่เราต้องการครับ

ระบบก็จะ download เข้ามาในเครื่องให้เราเลยครับ

แล้วเราก็ฟังได้ตามปกติแบบเดียวกับที่เราโหลดจากเว็บครับ แต่สะดวกกว่าตรงที่เราไม่ต้องเข้าเว็บครับ update ใน iTunes ครับ ง่ายและรวดเร็วกว่าครับ


ความคิดเห็นที่ 1
สงสัยต้องรีบทำ Podcast ของตัวเองบ้างแล้ว
ชื่อ Kangg Email : [email protected] วันที่ 01 ก.ค. 2548 เวลา 17:43 น.

ความคิดเห็นที่ 2
ลองทำตามวิธีแล้ว เห็นแค่วันปัจจุบันเท่านั้น
ไม่เห็นของที่ผ่านมาแล้ว ไม่เป็นแบบเลือก get
จะต้องปรับตรงไหนครับ

ขอบคุณครับ

ชื่อ gee Email : [email protected] วันที่ 08 ก.ค. 2548 เวลา 10:11 น.

ความคิดเห็นที่ 3
ถ้าไม่มีคำว่า get แสดงว่าโหลดมาแล้วครับ หรือไม่ใน iTunes ก็มีการเซ้ตค่าไม่ตรงตามที่เราต้องการครับ

ไปที่ Edit > Preferences > Podcast ครับ

แล้วเซ็ตที่

When new episodes are available : ให้เซ็ตเป็น Download all
Keep (เก็บไว้) : เลือกตามจำนวน episode ที่ต้องการ

ส่วนในตอนนี้ ThaiCyberPoint PodCast Beta มีเพียงแค่ Episode เีดียวนะครับ

ชื่อ FOrd AntiTrust Email : [email protected] วันที่ 09 ก.ค. 2548 เวลา 00:40 น.

ความคิดเห็นที่ 4
ไฟล์ เสียง ต้องเป็นนามสกุล อะไรครับ
ชื่อ kero Email : [email protected] วันที่ 26 ต.ค. 2548 เวลา 16:32 น.

ความคิดเห็นที่ 5
เป็นไฟล์ mp3 ครับ ดีที่สุดครับ

และ bitrate ของไฟล์ไม่น่าต่ำกว่า 16kbps ครับผม แต่แนะนำที่ 32kbps ครับ

ชื่อ FOrd AntiTrust Email : [email protected] วันที่ 27 ต.ค. 2548 เวลา 00:25 น.

ความคิดเห็นที่ 6
อยากทราบวิธีการทำ RSS Feed และ XML ไฟล์ สำหรับเก็บ รายการนะครับ
ชื่อ kero Email : [email protected] วันที่ 27 ต.ค. 2548 เวลา 11:52 น.

ความคิดเห็นที่ 7
ผมมีไฟล์ เป็น wma ซะส่วนมากครับ อยากจะให้ใช้ไฟล์ wma ได้ ไม่ทราบว่า ต้องแก้หรือว่า เพิ่มโค้ด ตรงส่วนไหนอีกหรือเปล่าครับ อีกเรื่องนะครับ แล้วเราต้องสร้างไฟล์พวก xml rss อะไรพวกนี้ด้วยหรือเปล่า (ยัง งงงง กะพวกนี้อยู่เหมือนกันครับ)
ชื่อ kero Email : [email protected] วันที่ 28 ต.ค. 2548 เวลา 16:18 น.

ความคิดเห็นที่ 8
ผมเอา Script มาใช้แล้วนะครับ แต่ว่า ไม่ขึ้นชื่อ Title นะครับ ขึ้นแต่ ชื่อไฟล์ นะครับ และพอเรียกจาก iTunes ตรงส่วน ของ Description ไม่มีรายละเอียดครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ
ชื่อ kero Email : [email protected] วันที่ 29 ต.ค. 2548 เวลา 10:04 น.

ความคิดเห็นที่ 9
ตอบคุณ kero ทั้งสองข้อความเลยแล้วกัน

เรื่องไฟล์ wma นี่ จากที่ได้ใช้ดู สามารถใช้งานได้ ครับ แต่ว่าไม่สะดวกครับ แนะนำให้แปลงเป็น mp3 จะดีที่สุดครับ

ส่วนเรื่อง Title หรือวพก Description นั้น ตอนนี้ script ตัวที่ว่านั้น ยังไม่สามารถใช้เป็นภาษาไทยได้ครับ แต่รองรับภาษาอังกฤษครับ ตอนนี้ผมกำลังทำ script ตัวใหม่ที่รองรับภาษาไทย แทนตัวเก่าที่เป็นของ programmer ต่างประเทศทำครับผม อดใจรอนะครับ

ชื่อ FOrd AntiTrust Email : [email protected] วันที่ 29 ต.ค. 2548 เวลา 11:20 น.

ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณมากครับ รบกวนถามต่อนะครับ เรื่องโปรแกรม บีบอัดไฟล์ MP3 นะครับ คือ ที่ผมถามเรื่อง wma เพราะว่าผมใช้โปรแกรมบีบอัดเป็น wma แล้วได้ไฟล์เล็ก นะครับ แต่ถ้าเป็น MP3 จะใหญ่กว่ามากเลยครับ ไม่ทราบว่ามีโปรมบีบอัดไฟล์ MP3 แนะนำไหม? ครับ ขอบคุณครับ (แปลง บีบอัด wma ผมใช้ Windows Media Encoder 9 ครับ) ขอบคุณครับ
ชื่อ kero Email : [email protected] วันที่ 29 ต.ค. 2548 เวลา 11:38 น.

ความคิดเห็นที่ 11
ส่วนใหญ่เวลาแปลงไฟล์ผมจะใช้ iTunes ในการแปลงไฟล์ครับ เข้าไปในส่วน import น่ะครับ แล้วปรับเป็น mp3 แล้วปรับ bitrate 32kbps แล้วใช้การ convert ใน iTunes ในการแปลงเอาครับ
ชื่อ FOrd AntiTrust Email : [email protected] วันที่ 29 ต.ค. 2548 เวลา 18:14 น.

ความคิดเห็นที่ 12
ผมลองไปหา Script ต่างในเน็ต ก้อยังไม่ค่อยเวริ์คเลยครับ… ผมเองก็ไม่มีความถนันในเรื่องการเขียนโปรแกรมด้วยอ่ะ ไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณ FOrd AntiTrust ในการพัฒนา Script ให้อ่านภาษาไทยได้นะครับ
ชื่อ kero Email : [email protected] วันที่ 01 พ.ย. 2548 เวลา 16:59 น.

ความคิดเห็นที่ 13
คุณ FOrd AntiTrust เป็นไงบ้างครับ เรื่อง Script ผมคนหนึ่งครับ ยังรอความหวังจาก คุณ FOrd AntiTrust อยู่นะครับ เอาใจช่วยครับ
ชื่อ kero Email : [email protected] วันที่ 22 พ.ย. 2548 เวลา 21:48 น.

 

FastStone Image Viewer และ XnView

FastStone Image Viewer และ XnView (เลือกเอาเองว่าจะเอาตัวไหน)

ทั้งสองโปรแกรมเป็น image browser, viewer, converter และ basic image editor ในตัวเดียวกัน

ทั้งสองตัวเป็น freeware และทำงานได้ดีในระดับที่น่าพอใจ รวมถึงขนาดที่เล็ก ทำงานเร็วกินทรัพยากรระบบน้อยมาก แต่ความสามารถเกินตัวด้วยครับ

XnView
http://perso.wanadoo.fr/pierre.g/xnview/

FastStone Image Viewer
http://www.faststone.org/FSViewerDetail.htm

ลองเอามาใช้ดูนะครับ ท่านจะลืม ACDSee หรือโปรแกรมดูภาพที่ต้องมานั่ง Crack ไปในบัดดล หุๆๆๆ

 

รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในสังคมการใช้ซอฟต์แวร์ยากขึ้นยังไงไม่รู้

ไม่รู้ว่าคิดไปเอง หรือยังไงไม่รู้ หรือว่าเราเริ่มคิดแตกต่างจากคนอื่นมากเกินไปก็ไม่รู้ หลังจากมาเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์เริ่มเข้าใจหัวอกคนทำซอฟต์แวร์มากขึ้น เริ่มหันมาใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้อง หรือมีให้ใช้ฟรีๆ มากขึ้น นี่กำลังจัดตัดสินใจซื้อ EditPlus จากเว็บเจ้าของนั้นมาใช้ ซึ่งหลังจากซื้อ NOD32 มาใช้ และเก็บเงินซื้อ Windows XP อยู่ ก็ได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตการใช้โปรแกรมต่างๆ ให้ไปในทางที่ถูกต้องมากขึ้นดังที่ได้อ่านๆ ใน Blog เก่าๆ ของผม ตอนนี้กำลังปรับการใช้งานคือ

SnagIT -> Screenshot Pilot
Xara X -> Inkscape
Microsoft Visio -> Dia
Sony Sound Forge -> Audacity
Adobe Acrobat 7.0 -> PDFCreator
InterVideo WinDVD -> VLC media player
Macromedia Dreamweaver – > Nvu
Macromedia Flash -> ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว
FeedDemon -> RSS Bandit
Microsoft Office 2003 -> OpenOffice.org 1.9.104 (2.0 Beta)
PowerArchiver -> 7-Zip

ตอนนี้ก็ลีสออกมาได้แค่นี้อ่ะนะ บางส่วนอาจจะต้องฝื่นๆ ใช้เถื่อนไปบางส่วนก่อน T_T เฮ้อ …. มันหาโปรแกรมมาแทนยากจริงๆ หว่ะ

แต่ที่หนักใจกว่าคือจะมีใครรับงานจะตูไปทำได้มั้งไหมเนี่ย หรือตรูจะอ่านไฟล์คนอื่นได้หรือเปล่านี่ดิ น่าคิด อิบอ้ายเลย

ยิ่งเพื่อนๆ มันใช้ Microsoft Word / Excel / Powerpoint ทำงานโยนไปโยนมา มันจะได้งานไหมเนี่ย เฮ้อ …. หรือโปรแกรมอื่นๆ อีก ยิ่ง Visio ด้วยนี่แล้วใหญ่เลย Dia มันจะอ่านได้ถูกต้องหมด หรือเปล่า

ช่าง Think Different จริงหว่ะ ตรูเนี่ย