ข้อสังเกตเกี่ยวกับ ICT ที่นำ SAP มาใช้ในการบริหารจัดการตัว Tablet เพื่อการศึกษา

พูดอะไรสั้นๆ เกี่ยวกับ ICT ที่นำ SAP มาใช้ในการบริหารจัดการตัว Tablet เพื่อการศึกษา เป็นการสรุปจากที่ tweet ไปเมื่อวานช่วงเย็นเอามารวมกันจะได้อ่านง่ายๆ

ส่วนตัวแล้วคาดว่าจะใช้ SAP Afaria ซึ่งเป็น Enterprise Mobility Management โดยตัวมันเป็น Software Solution ของ SAP ที่ได้มาจากการควบรวม Sybase เข้ามา Software Solution คือมีหลากระบบอยู่ภายในทำหน้าที่ที่แตกต่างกัน แต่เชื่อมต่อกับอยู่ เพราะฉะนั้นค่าตัว Software ไม่ได้คิดเป็นรายตัวแต่คิดแบบเหมารวม

2012-08-28_105351

ซึ่งเจ้า SAP Afaria มันรองรับทั้ง iPhone, iPad, Android และ BlackBerry เพื่อมาช่วยมาจัดการตัวตัว Mobile device ที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งระบบแบบนี้มักใช้ในองค์กรให้สามารถจำกัดหรือควบคุมการใช้งานของคนใช้ devices ที่มีอยู่ได้ง่ายผ่านศูณย์กลางระบบ

Graphic_Afaria_LG

รูปภาพจาก SAP Afaria – Enterprise Mobile Device Architecture Diagram

ประเด็นที่น่าสนใจคือราคา 120 ล้านบาทมันถูกไปหรือเปล่าหรือว่ามันมีอะไรอยู่ด้านหลัง ที่เป็นค่า M/A ที่ไม่ได้พูดถึง คือแค่ค่า Solution SAP Afaria ก็น่าจะ 100 ล้านแล้ว ค่า M/A เท่าไหร่ (ยังไม่มีการระบุ) ซึ่งแน่นอนว่า Software ระดับนี้จะคิดค่าใช้งานต่อเครื่อง client ที่ติดต่อกับระบบด้วย และมักจะคิดราคาเป็นรายปีด้วย (ยกตัวอย่างเหมือน Microsoft Windows Server ที่ต่อ Exchange ก็ใช้แนวคิดนี้เหมือนกัน)

พี่ @pokpitch ได้เสริมว่า “ในไทยนี่ยังไม่มีฐานลูกค้า SAP Mobile ครับ ถ้าได้ทำตัวนี้จะได้ Reference สวยงามเลย ดังนั้นราคาเลยถูก การมี Reference ระดับชาติ คราวนี้ SCG, PTT ฯลฯ ไม่หลุดไปไหน”

กล่าวคือ Solution ตัว SAP Afaria ในไทยนั้นอาจเป็น case study ให้กับ Tablet ที่ใช้ในงานระดับชาติของประเทศอื่นๆ ว่าสามารถนำไปใช้งานได้จริง ประมาณว่ายอมขาดทุนกำไร แล้วไปสูบจากที่อื่นหรืองานอื่นๆ แทน ซึ่ง SAP ฉลาดมากๆ ครับ ><” (ไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่ว่ายังพูดไม่ครบว่าส่วนที่หายไปจากการขาดทุนกำไรไปอยู่ตรงไหน)

งามหน้าไหมเนี่ย

จาก รมว. ICT คนใหม่กับวิสัยทัศน์ต่อโอเพ่นซอร์ส ทำให้เกิดกระแสต่าง ๆ ด้านลบอย่างมากในตัว รมว. ในรัฐบาลชุดเฉพาะกิจชุดนี้ แม้จะเป็นรัฐบาลที่มาทำงานเพียงแค่ 1 ปี (หวังไว้อย่างนั้น) แต่การที่ท่านออกมาแสดงวิสัยทัศน์ที่หักดิบ และรุนแรงมากต่อกระแสการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส ออกแนวพูดไม่คิด (และคาดว่าคงไม่ได้คิดอีกหลายอย่างแน่ ๆ ) ข่าวนั้นเร็วมากจนถึงขนาดเข้าเว็บ Digg และ Slashdot ตามไปอ่านได้

ข่าวต้นเรื่อง – U-TURN AT ICT MINISTRY
Digg – Open-Source condemned by Thai Minister
Slashdot –  Thai IT Minister Slams Open Source

คราวนี้หล่ะ ซวยหล่ะท่าน เตรียมตัวแก้ตัวกันไป -_-‘

แต่ที่แน่ ๆ เว็บ Digg กับ Slashdot จะโดน favicon.ico หรือเปล่าหว่า T_T ถ้าพรุ่งนี้เข้าไม่ได้ก็ทำใจได้เลยนะท่าน ๆ ทั้งหลาย

Update[1] จดหมายเปิดผนึก ถึง รมว. กระทรวง ICT


Update[2]

ด้วยเหตุนี้ทำให้มีการแสดงความคิดเห็นในที่ต่าง ๆ มากมาย โดยในแต่ละเว็บที่ได้กล่าวมานั้นมีนำหนักของเนื้อหาขนาดไหน จะอธิบายเพิ่มเติมดังนี้

เว็บ Digg เป็นเว็บ social bookmarking และ blog bookmarking ที่ใหญ่มาก และมีข่าวที่เร็วกว่า Google News มาก (จากผลการวิจัยของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง)

เว็บ Slashdot ( หรือสั้นว่า /. )เว็บรวมข่าวสารต่าง ๆ ที่มี Technology Geek ต่าง ๆ มากมาย มาร่วมกันแชร์ความรู้และแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง ซึ่งน่าจะใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว

ส่วน Blognone เว็บรวม Technology Geek ที่ใหญ่ที่สุดในไทย (ณ.ตอนนี้คงถือว่าใหญ่มาก) โดยผู้ ร่าง "จดหมายเปิดผนึก ถึง รมว. กระทรวง ICT" คือคุณ thep ก็เป็นหนึ่งในผู้ผลักดัน OpenSource ในไทย และอยู่ในทีมพัฒนาระบบภาษาไทยใน linux ด้วย

ส่วนตอนนี้เว็บ Exteen เว็บ Blog Provider ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ก็มีการแสดงความคิดเห็นใน Blog อย่างกว้างขวางมาก

นี่ยังไม่รวม IT Geek อื่น ๆ ในไทยอีกหลายเว็บ ที่เริ่มเอาข่าวนี้ไปเผยแพร่กันแล้ว ซึ่งรวมไปถึงเว็บบอร์ดที่ใหญ่ที่สุดในไทยอย่าง Pantip.com ที่มีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมายในหลาย ๆ ห้อง

โดยวิสัยทัศน์นี้ทำให้มีผลกระทบต่อสังคม OpenSource ในไทยอย่างมาก

คงต้องรอดูกันต่อไป ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

Bill Gates มาอะไรๆ ก็คงเหมือนเดิม

เนคเทคตอกรัฐบาล จับมือไมโครซอฟท์ “คิดสั้น”

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9480000087782

ปัญหา OSs ในไทยมันไม่ใช่ว่า Micro$oft (เล็กนิ่ม) จะมา หรือจะไป ถึงตา Bill จะมาไทยทุกอาทิตย์ ยังไง .Net มันก็ต้องได้เกิด จริงๆ มันเกิดมานานแล้ว แต่ไม่มีคนรู้ ไม่เป็นข่าวมากกว่า การมาครั้งนี้เหมือนเป็นการโปรโมตรและตอกย้ำว่า ICT จะใช้ระบบ จาก เล็กนิ่ม แน่นอน อ้าวว ถ้าไม่เชื่อไปดูทุกโครงการ ICT มี เล็กนิ่ม ตลอด

มันแค่ปรากฎการเล็กๆ ในเรื่อง นำซอฟต์แวร์ของเล็กนิ่มมาใช้ในวงการราชการอยู่แล้ว หลาย ๆ ประเทศก็ใช้ ไม่แปลก

แต่ปัญหามันอยู่ที่ “เงิน” ในสภาพเศษฐกิจไทยในตอนนี้ เราต้องการเงินลงทุนครับ ไม่รู้เพื่อเพิ่มการลงทุนของ เล็กนิ่ม ในไทย หรือเพิ่มรายจ่าย ให้กับเล็กนิ่มกันแน่ ผมก็ยังไม่แน่ใจ ต้องดูกันยาวๆ ในตัวหุ้นของเล็กนิ่ม ที่ลงทุนในไทย

เข้าเรื่องปัญหาของ OSs กันก่อนดีกว่า จริงๆ เคยเขียนใน webblog ไว้แล้ว แต่ไม่รู้ว่ามีใครไปอ่านหรือเปล่า T_T

ในเรื่อง OSs ในไทยไม่โต มันเกิดจาก การ support ครับ อย่าลืมว่าซื้อซอฟต์แวร์มา ไม่มีการ support คำตอบคือ จบ ไม่ซื้อ จริงๆ ถ้า GUI สวย แต่คนใช้งานมันไม่ได้เหมือนกันทุกคน ยังไงก็ต้องมีความไม่เข้าใจใน GUI ครับ เปิด Help คู่มือต่างๆ หรือใน Web Support แล้วคำตอบไม่เคลียร์ก็จบครับ

เหมือนซื้อของครับไม่มีประกัน หรือตอบปัญหาการใช้งาน ก็แทบจะไม่มีคนซื้อครับ ซึ่ง OSs ในไทยยังห่างชั้นกับ OSs ในต่างประเทศเยอะในเรื่องนี้ครับ ส่วนมากตอบคำถามกันในแบบ techical term ครับ คือศัพท์ต่างๆ แบบผู้ใช้ฟังแล้ว ต้องเปิด dictionary แปล แล้วต่อด้วย dictionary computer อีกรอบ ยังไม่เข้าใจเลย คือถ้าตอบแบบผู้ใช้เข้าใจง่าย มีคู่มือที่ทันสมัย ผมว่ารุ่งครับ แล้วก็อีกเรื่องคือ หนังสือ หรือคู่มือใช้งาน OSs ในไทย ไม่มีสำนักพิมพ์ไหนกล้าพิมพ์มากนักครับ ที่พิมพ์ๆ มาก็มีน้อยครับ ไม่เป็นตัวเลือกที่ดี หรือเขียนแบบแปลจาก help มาอันนี้ก็ไม่ไหวครับ

เรื่องต่อมา OSs นั้นใช้งานยาก และการติดตั้งนั้นซับซ้อน (ในบางตัว) การใช้งานยากนี่เป็นประเด็นหลักครับ คือมีน้อยมากที่ OSs นั้นจะทำงานได้ดี และไม่มีปัญหา ยกตัวอย่างเช่น

Xara X, illus, corelDraw มาใช้ Inkscape นี่ก็แฮงบ้าง หรือไม่ก็มีปัญหาในการ optimize ภาพ

Microsoft Visio มาใช้ Dia ก็มีปัญหาในการเปิดโปรแกรมต่างๆ การ support แล้วก็คู่มือห่วยแตกอย่างแรง T_T

Sony Sound Forge มาใช้ Audacity อันนี้ดีมาก ถึงคู่มือจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ถือว่าใช้งานได้ดี แฮงบางนิดหน่อย คือ GUI มันใช้งานง่ายอยู่แล้ว มันเลย ok

Adobe Acrobat 7.0 มาใช้ PDFCreator ผมถือว่าดีในระดับหนึ่ง ถ้าทำงาน Draf ทั่วๆ ไป แต่ถ้าทำงานเกี่ยวกับการพิมพ์จริงๆ ไม่แนะนำ เพราะสีเพี้ยน และระบบจัดการ profile color ยังไม่ดี เทียบกับ Adobe จ้าวตลาดไม่ได้เลย

InterVideo WinDVD, PowerDVD มาใช้ VLC media player ใช้งานยากและ GUI ไม่สวย คู่มือยังห่วยอยู่

Macromedia Dreamweaver มาใช้ Nvu ถ้าทำเว็บแนวๆ HTML และการจัดการ CSS ก็ ok แต่ถ้าเป็น CGI แล้วนี่จบ ถึงแม้สนับสนุนภาษาไทย แต่ยังไม่เต็มที่ใน CGI

Macromedia Flash -> ?????? หาไม่เจอจริงๆ T_Y

Microsoft Office 2003 มาใช้ OpenOffice.org 1.9.104 (2.0 Beta) อันนี้ยาวหน่อย คือถ้าใช้งานกันในบริษัท เดินงานกันเป็นกลุ่มๆ ก็ ok เพราะว่า OpenDocument ของทางฝั่ง OO.org ของเมืองนอกนั้นทำมาดี และหวังจะมาแทน format ไฟล์ของเล็กนิ่ม ถ้างานด้าน Word Processing กับ Spreadsheets ถือว่าทำได้ดีมาก แต่ถ้าเป็น Presentation แล้วจบครับ ยังไม่ได้เรื่องเท่าไหร่ ส่วนงานด้าน Database นั้นความง่ายก็พอๆ กันครับ ส่วนการใส่สูตรคณิตศาสตร์นั้น OpenOffice.org ทำได้ดีกว่าครับ จริงๆ แล้ว format ไฟล์ของ OpenOffice.org ขนาดไฟล์เล็กกว่า Microsoft Office เยอะครับ อย่างเอกสารของผมถ้า save ใน word มีขนาด 876,377 แต่ถ้าไปใช้ format ไฟล์ของ OpenOffice.org เหลือแค่ 27,133 ไบต์ มันเกิดอะไรขึ้น ?

ในไทย OpenSourse Software ยังพ่ายต่อ Commerce Software อยู่วันยังค่ำครับ ถ้าคนไทยบางกลุ่มยังใช้ Software โดยไม่คำนึงถึงมูลค่าของมันว่ามันมีค่าตัวของมันเอง

ผมไม่ได้ต่อต้าน Commerce Software ครับ ตอนนี้ในเครื่องก็มีหลายๆ ตัวที่เถื่อนเหมือนกัน แต่บางตัวก็ต้องซื้อครับ ตอนนี้รวมๆ ก็หลายหมื่นแล้ว ไม่ได้รวยครับ แต่ซื้อในราคานักศึกษา อย่าง Adobe เนี่ยเค้ามีโครงการซื้อราคานักศึกษาครับ อย่าง Adobe CS2 ราคาทั้งชุด 45,000 – 60,000 /Computer ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่ราคานักศึกษาอยู่ที่ 15,000 บาท / Computer ครับ และหลายตัวที่ราคานักศึกษาถูกกว่าหลายเท่าครับ

อย่าปฎิเสธเรื่องการใช้ Commerce Software ถ้าใช้มันหาความรู้ และรายได้ ผมถือว่ามันคือต้นทุนของการผลิตความรู้ และเงินในกระเป๋าครับ

แต่ OSs ที่ Boom มากๆ อย่าง Firefox นี่เป็นตัวอย่างที่ดีครับ Community และการ Promote ต่างๆ ผมว่าเป็นแบบอย่างที่ดีมาก จริงๆ Firefox ที่คนไทยกำลังทำกันอยู่ก็ทำงานมาถูกทางแล้วครับ OSs ในไทยน่าจะเอาอย่างเยอะๆ ครับ จริงๆ หลายๆ ดีๆ แต่ไม่ได้พูดถึงอย่างเคืองกันเน้อ ….. ;)

* วิเคราะฟ์วิจารณ์ตรงไปตรงมาครับ ถ้าไม่ถูกใจก็ขออภัย อันนี้มองในมุมผู้ใช้ครับ