MSN Mail คิดช้าไปหรือเปล่าเนี่ย

จริงๆ มันก็น่าจะมาตั้งนานแล้ว ต้องรอให้ Gmail ใช้มาร่วมปีกว่า คิดช้าไป หรือว่า CPU ของคนทำงาน MSN มันประมวลผลช้าหว่า …… -_-”

แต่เรื่องที่ Gmail ทำงานได้เร็วเพราะ AJAX หรือ Asynchronous JavaScript and XML นั้นเอง ซึ่งมันทำงานโดยใช้

# HTML/XHTML/CSS เพื่อแสดงผล
# Document Object Model ทำการส่งค่า html และทำงานโดยผ่าน JavaScript เพื่อทำการแสดงผลแบบ dynamic ให้กับ HTML/XHTML/CSS มากขึ้น
# XMLHttpRequest เพื่อทำการส่งข้อมูลเข้า และออก web server เพื่อประมวลผล

Web browser ที่สนับสนุนคือ

– Apple Safari 1.2 ขึ้นไป
– Konqueror ทุกรุ่น
– Microsoft Internet Explorer (and derived browsers) 4.0 ขึ้นไป
– Mozilla Firefox (and derived browsers) 1.0 ขึ้นไป
– Netscape 7.1 ขึ้นไป
– Opera 7.6 ขึ้นไป
– ฯลฯ ในอนาคต

ซึ่งจริงๆ แล้วเป็น Technology ที่ใช้ใน Outlook Web Access อยู่แล้ว ซึ่งทำงานผ่าน Microsoft Exchange Server โดยทำงานบน Microsoft Internet Explorer 4.0 ต่อมาในปี 2005 นั้น Google ก็เอามาใช้ใน Google Groups, Google Maps, Google Suggest และ Gmail

ดูเพิ่มเติมที่ http://en.wikipedia.org/wiki/AJAX

ซึ่งการมาครั้งนี้น่าสนใจดี แต่คงไม่ต่างกับ Gmail เท่าไหร่นัก แต่น่าสนใจคือ .Net รุ่นใหม่ และงานด้าน Web Application น่าจะมีการปรับโฉมการทำงานใหม่ไปในทางนี้มากขึ้นแน่นอนทีเดียวเลย

ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะว่ามันทำงานได้เร็วมากเลยหล่ะ ถ้าใครได้ลองใช้งาน Gmail จะรู้ว่าเร็วแค่ไหนในการทำงาน

 

เลือก mouse ดีทำงานได้คล่องขึ้น !!!

หายไปนาน ไม่ได้ไปไหนหรอก แต่ว่าเน็ตที่หอ ทำการปรับเปลี่ยนระบบใหม่ต่าง Wireless (ไร้สาย) เป็น Wire (สาย) แทน ไม่รู้ว่า ปรับทำไม -_-”

ประกอบกับมีงาน project ที่ต้องส่งอาจารย์อีก แถมสอบ Final Exam วิชาที่เรียนอีกต่างหาก เลยหายไปเลย

จริง ๆ อยาก เขียน blog อ่ะนะ idea เพียบ แต่พอจะเขียนจริง ๆ แล้วมันหายหมด T_T

วันนี้ก็เรื่องของเรื่องคือ รุ่นน้องมันมาถามว่า “พี่ ๆ Mouse พี่ตัวนึง ๆ ทำไมแพงจัง บ้ายี่ห้อ เหรอ เห็นใช้แต่ Microsoft ทั้งนั้นเลย”

ก็ตอบมันตรงนี้เลยแล้วกันว่า ไม่ได้บ้ายี่ห้อหรอก แต่ว่าด้วยเหตุที่มันทำงานได้ดี มาตั้งแต่รุ่นพี่มันที่ได้ซื้อมา ตั้งแต่รุ่น Microsoft IntelliMouse รุ่นแรกแล้ว (ตอนนี้น่าจะเป็นรุ่น Classic ไปแล้วมั้ง) และ Microsoft IntelliMouse Optical ต่อมาก็ Wheel Mouse Optical และ Wireless IntelliMouse Explorer

ทั้งหมดทั้งปวง ทำงานได้ดีมาก แต่ว่า Wireless IntelliMouse Explorer เจ้าตัวนี้หน่วง ๆ นิด ๆ ไม่ค่อยเหมาะกับเรา ตอนนี้เลยปล่อยไว้เฉย ๆ ก่อน เพราะว่ามันเหมือนไม่ค่อยเข้ากับตัวเราเท่าไหร่ ตอนนี้เลยใช้ Wheel Mouse Optical แทน และที่ไม่ใช้ IntelliMouse Optical เพราะว่าใช้กับเครืองที่บ้านดีกว่า มันแก่ แล้ว จะ 5 ปีแล้ว ให้น้องคนกลาง ทำงานแทน ส่วนน้องสุดท้อง ไม่ได้ดั่งใจในด้านการทำงานหน่วงตามแบบฉบับของ Wireless เลยทิ้งไว้เฉย ๆ ก่อน

แต่ด้านความแม่นยำในการทำงาน นั้นถือว่าดี มาก ใครที่บอกว่ามันไม่ต่างกับ Mouse ราคา 350 ที่เป็น Optical เหมือนกัน ลองซื้อ หรือไปทดสอบที่ร้านค้าดู (ถ้าเค้าให้ลองนะ) ว่ามันต่างตรงไหน

งั้นบอกก่อนดีกว่า อย่างแรกคือการตอบสนองที่ดีกว่ามาก ๆ อย่างผมใช้งานต้องการตอบสนองที่รวดเร็ว ไม่กระตูก ทันใจ และมีความละเอียดในการควบคุม ด้วยแล้ว Mouse ราคาถูก ๆ ไม่ได้กินหรอก อย่างที่ใช้อยู่มัน 800DPI เห็นจะได้นะ

อย่างต่อมา ก็เรื่องความทนทานของ ปุ่มกด ที่กระหน่ำกด มันก็ไม่พัง ไม่ค้าง สักทีนึง … ทั้ง 4 ตัวที่ใช้งานอยู่ ยังคงใช้งานได้ดีีอยู่ ตัวที่แก่ที่สุดก็จะ 8 ปีแล้วมันก็ยังคงคลิ้ก ได้เสียงที่ Classic ตามแบบฉบับของมันอยู่ ไม่เสื่อมคลาย

การเลื่อน Scroll ที่แม่นยำ และไม่เลื่อนไปมากกว่าที่เราต้องการมากด้วยดิ อันนี้ก็อีกปัจจัยนึงเลยหล่ะ

สายสัญญาต่าง ๆ พวกสายอ่อน ๆ นี่อย่าไปซื้อ เพราะว่ามันจะงอ และขาดง่ายมากเลยหล่ะ แนะนำพวกสายแข็งๆ หน่อย ซึ่งมันก็แพงอีกหล่ะ …… -_-”

รูปทรงของ Mouse นั้น ส่วนมาก ถ้าเป็นรุ่นที่มีราคาแพงจะมีความเข้ากันได้กับมือ หรือลักษณะทางร่างกายของมนุษย์ ที่ทำให้เราทำงานกับมันแล้วไม่เมื่อย หรือเกิดอาการของโรคทางข้อกระดูก หรือเส้นเอ็นต่าง ๆ

พวก Mouse แพง ๆ จะมี Software ที่แถมมาที่ทำงานได้ดีกว่า และ Driver ที่ตรงตามรุ่นของมันด้วย แถมปรับแต่งได้ละเอียดกว่าด้วยดิ อันนี้สำคัญมากสำหรับเรา เพราะว่าบางครั้งปุ่มบางอันเราไม่อยากใช้เป็นไปตามค่่า Default ของ OS เราก็ปรับแต่งได้ อันนี้ถือว่าเป็นจุดหนึ่งในเรื่องของราคา

เห็นถึงข้อแตกต่างของความสามารถ ,ความทดทาน และการสนับสนุนของตัว Mouse ในรุ่นแพงหรือยังหล่ะคัรบ

เรื่องของ Mouse และ Keyboard เนี่ย น่าจะลงทุนซื้อของดี ๆ กันหน่อยนะ เพราะว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่เราต้องสัมผัสกับมันตลอดเวลา และส่งผลกับเราพอๆ กับ Monitor เลยทีเดียว น่าจะเลือกให้มันดี ๆ หน่อยนะ …….

 

บ่นนิดๆ สะกิดหน่อยๆ (Core Programming)

เมื่อ blog อันเมื่อกี้ไม่ได้ทักทายมาอันนี้ทักทายนิดดีกว่า

คือที่หายไปเพราะว่ามี project SAD แล้วเดี่ยวต้องทำ project Database ต่ออีก โอ้ววววววว ยังไม่พอนะท่านๆ ตอนนี้ทำ Project ขนาดใหญ่พอสมควร ทำคนเดียว อีก เวรกรรม เพราะว่าเพื่อนๆ ใน section และชั้นปีมันคงไม่มีใครเขียน PHP และทำงานบน MySQL ได้ (แค่ SQL ทำงานแบบ SELECT กว่า 80% ยังคงใช้งานไม่เก่งเพียงพอ ขื่นมาช่วยทำเกรงว่าเวลา train กับเวลาทำเอง จะพอๆ กันกลายเป็นงาน x2 ไป -_-”) แถมเขียน PHP แบบ OOP อีก ยิ่งไปใหญ่ เพราะอย่างที่บอกไป Concept OOP ถ้าคนไม่เข้าใจจะโคตร งง ผมก็ไม่ได้เก่งเท่าไหร่ แต่เอามาใช้งานได้ก็ถือว่า OK แหละ

คือเขียน PHP แบบ OOP นี่มันค้อนข้างจะผิดหลักพอสมควร (Version 4 ครับ) มันไม่ Encapsule เลย เซง แต่ก็พยายาม lock ตัวเอง และอื่นๆ ไม่ให้มันออกมานอก Class ได้แบบไม่ตั้งใจ ทุกๆ อย่างทำงานผ่าน Method หมด กันไว้ก่อน เพราะว่ามันปรับแต่งผ่าน Method ให้มันจัดการกับตัวแปรต่างๆ ได้ง่ายกว่าด้วย ขื่นให้ดึงไปใช้ได้ดื้อๆ มันจะมีปัญหาแน่นอน …. ตอนปรับแต่ง code บางคนที่มามอง class อาจดูโง่ๆ แต่ถือว่าเผื่ออนาคตดีกว่า มันไม่แน่ไม่นอน เพราะว่ายิ่งใกล้ทำ prototype ให้เค้ายิ่งมี request ที่ไม่ตรงกับ interfact และ operation ของเรามากขึ้น ยิ่งต้องเตรียมการไว้ก่อน จะได้สบายหน่อย

แต่ PHP แบบ OOP ถือว่าเขียนง่ายนะ สำหรับ Version 4 แต่ถ้า Version 5 ผมว่า OK กว่า แต่ว่าหา Server มา Run มันยากเลยต้องยึด เจ้า Version 4 ไปก่อนดีกว่า เพราะว่า Version 5 มันไปไกล และเขียนได้ดูเป็น OOP มาก และจัดการตัวแปร ง่ายกว่าเยอะ ทำให้ผมโปรแกรมภายในได้ง่ายกว่าเยอะเลย แต่ก็เล็กกับข้อกำหนดจุกจิกสักหน่อย แต่ไม่หวั่น เพราะว่าC++ มันมีเยอะกว่า เลยเฉยๆ ฮา …….

แต่เมื่อวานนี้คุยกับรุ่นน้องคนนึงมาคุยเรื่องเขียนโปรแกรมแบบ OOP ไม่รู้เรียนอีท่าไหน เอาตัวแปรมาใส่ Public เพียบเลย แถมถามกลับไปว่ารู้จักใช้ get/set ป่าว ตอบกลับมาแบบ งง ว่า “คือไร” ไอ้เราก็เซงเลยดิ อืมมมมม นะ

คือไม่ใช่อะไรหรอก การจัดการตัวแปร ต้องผ่าน method ที่ขึ้นต้นด้วย get (เข้าถึง) และ set (ตั้งค่า) ด้วยเหตุผลว่า การเข้าถึงแบบ method นั้น เราสามารถโปรแกรมได้ว่าจะ get/set แล้วมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง โดยที่ข้อมูลที่ “ตั้งค่า” และ “เข้าถึง” นั้นจะถูกนำไปใช้งาน หรือได้รับออกมาได้ถูกต้องตรงตามที่มันควรจะเป็นไป เช่น(ตัวอย่าง PHP นะ)
$x->set_month(15); // มันจะไม่ได้ เพราะว่าใน method นี้จะมีการตรวจเช็คว่า value >0 and <13 อยู่ และ return หรือ echo ออกมาว่า เกินกว่าจำนวนเดือนที่เป็นจริง แต่ถ้าเป็น
$y->date_month = 15; // มันจะใส่ได้ และไม่ขึ้น error หรือ echo อะไร เพราะว่ามันเป็นการใส่ค่าไปตรงๆ โดยไม่มีการตรวจสอบแบบด้านบน

ส่วน get ก็ประมาณเดียวกัน แต่ว่าการ get อาจจะเอามาใช้ในการแปลงตัวแปรต่างๆ ได้เช่นกัน ประมาณว่า
echo($x->get_month_name(12)); // มันก็จะเอา 12 ไปเทียบกับ string แล้ว return ค่าเป็นชื่อเดือนแทน อะไรประมาณนี้

เห็นแมะ ถ้าจัดการผ่าน method มันจะทำให้เราเขียนจัดการตัวแปรเข้า และออกจาก object ได้ง่าย และถูกต้องตรงตามความจริงได้ง่ายๆ เลย

ใครคิดว่า OOP มันเป็นอะไรที่ยาก ลองศึกษาและคิดใหม่น่าจะดีนะ ;)

 

Project Doucument กับ OpenOffice.org 2 Beta

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเอางานที่เกี่ยวกับการชี้เป็นชี้ตายมาฝูกติดกับฝั่ง OpenSource ทีเดียว

ซึ่งสำหรับ OpenOffice.org 2 Beta Writer นั้น ในที่สุดทุกอย่างก็ OK ในด้านการทำงาน แต่ไม่เสถียรภาพบางส่วน -_-”

ในด้านการตอบสนองต่างๆ ในด้าน Feature ที่เอามาทำงาน Document นั้นถือว่าครอบคลุมและทำงานได้ค่อยข้างครบ แต่คงน้อยกว่า Microsoft Word 2003 พอสมควร แต่การทำทั้ง Index และการทำ Caption ต่างๆ ก็มีมาให้ครบ แต่ดีกว่านิดๆ ตรงที่ Export เป็น PDF ได้เลย และตัว Color Management ใช้ได้ สี่ไม่เพี้ยนเมื่อ Export ออกมา

ในส่วนการ Format Profile นั้นทำได้ OK แต่ก็มีผิดพลาดพอสมควรนิดๆ ในงานด้านนี้ (อ้าวยังไงหว่าตู T_T) แต่พอรับได้แก้ไขสักพักก็ OK

และสุดท้ายเสถียรภาพยังคงทิ้งห่างจาก Microsoft Word พอสมควรทีเดียว แต่ดีตรงที่ Recovery Document ทำงานได้ดีเลยรอดไป เพราะว่าทำงานไปๆ มาๆ แฮงไปซะงั้น ทำให้งานเสร็จช้ากว่ากำหนดไป 30% ทีเดียว (ทำให้เรานอนเช้าแทนที่จะแค่นอนดึก T_T) เซงๆ เลยตรงส่วนนี้ แต่ผมคงไม่โทษใครเพราะว่ามันเป็น Beta Version มันคงแฮงๆ กันบ้าง แต่ถ้ามัน Release แล้วคงไม่แฮง ง่าย ๆ แบบนี้นะ ขอร้องเถอะ (ไม่อยากนอนเช้า)

ทำให้ตอนทำ Presentation File ต้องเปลี่ยนมาใช้ Microsoft Powerpoint 2003 แทน -_-”

เพราะว่า Impress จากที่ใช้มายิ่งกว่า Writer อีก แฮงกระจายกว่าเยอะ

หรือว่าเป็นที่การ config และ turning ระบบ Operating System ผมไม่ดี แต่คงไม่มั้ง ตัว OpenSource Software อื่นๆ ก็ทำงาน Work ดี รวมถึงตัวอื่นๆ ด้วย -_-”

แต่เอาเหอะ ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ส่งไป Defent แล้วผ่านผมก็ถือว่า ok แล้วหล่ะ

 

Client Choice with Google Talk

They say talk is cheap. Google thinks it should be free. Google Talk enables you to call or send instant messages to your friends for free–anytime, anywhere in the world. Google Talk offers you:

  • Choice: Get in touch how and when you want to–over email, IM or a call
  • Quality: Talk through your computer but hear your friends as if they were in the same room
  • Convenience: Your Gmail contacts are pre-loaded into Google Talk so inviting or talking to your friends is just a click away

Google Talk is in beta and requires a Gmail username and password.
Google Talk

——————————————-

เท่าที่ได้ลองใช้ในการทดสอบพูดคุย พบว่าแทบไม่พบการ delay ของสัญญาเสียงเลย ค่อนข้าง work มาก ทีเดียว ส่วนลูกเล่น ยังไม่มีมากเท่าใดนัก

ส่วนการกินทรัพยากรนั้น อยู่ในระดับ 3:4 ที่ MSN Messenger ใช้