เพิ่มทางเลือกในการใช้แอพแชทที่ชื่อ Telegram

ผมใช้ Telegram มานานแล้วหลายปีแล้ว ช่วงแรกค่อนข้างเหงาเหมือนกัน เพราะคนใช้น้อยพอสมควร แต่หลังๆ เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เพราะความรวดเร็วในการส่งข้อมูลที่ดีเยี่ยม และตัวแอพที่มีความเบาใช้ทรัพยากรของเครื่องที่น้อย ไม่มีโฆษณาให้รก ประกอบกับข้อมูลการแนะนำในต่างประเทศเรื่องความปลอดภัยในการส่งข้อความที่มีการเข้ารหัส ซึ่งเป็นจุดเด่นจุดหนึ่งที่แอพตัวนี้โฆษณาไว้

แต่ก็มีข้อมูลโต้แย้งต่อกระบวนการเข้ารหัสที่อาจจะมีปัญหา เพราะใช้กระบวนการเข้ารหัสของตัวเองที่ชื่อ MTProto ซึ่งเป็นกระบวนการเข้ารหัสเฉพาะที่มี paper ว่ายังไม่ใช่ IND-CCA secure อ่านได้ที่ Is Telegram secure?

และเมื่อวันก่อน (วันที่ 11 มีนาคม 2559) เกิดเหตุการณ์ LINE ล่มไป ก็เลยเขียนอะไรเล่นๆ ช่วงหลัง LINE ล่ม (หรือกำลังล่มอยู่ก็ไม่แน่ใจ เพราะช่วงเวลาพอๆ กัน) เป็นหัวข้อๆ ไว้บน twitter เกี่ยวกับการชักชวนคนมาเล่น Telegram โดยข้อความเหล่านั้นพยายามเขียนให้คนอ่านเข้าใจง่ายๆ บางอันก็เขียนผิดไปไกล เลยคิดว่าควรเขียน blog สรุป และเพิ่มเติมเนื้อหาบางส่วนที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม เพราะใน facebook ส่วนตัว ก็เขียนแก้ไขที่ผิดพลาดไปหลายครั้ง พร้อมๆ กับเพิ่มเติมเนื้อหาที่มากกว่าบน twitter ไปหลายส่วนด้วย โดยจุดประสงค์หลักตอนเขียนเนื้อหาข้างต้นคือ ต้องการให้เพิ่มช่องทางการติดต่อทางเลือกเพิ่มเติม สำหรับคนที่ไม่ทราบ และอย่างน้อยๆ ความสามารถบางอย่างของ Telegram ก็พอจะใช้ทดแทน LINE ได้บางส่วนด้วย

Q: Telegram มีข้อเด่นต่างจาก LINE ตรงไหน?

A:

  • ไม่มีโฆษณาภายในแอพ ทำให้โหลดไวมาก ลงใช้งานร่วมกับ LINE ได้ไม่ยากนัก ไม่หนักเครื่อง
  • มี sticker ฟรี หรือสร้าง sticker ใช้เองได้อิสระ โดยตัวผู้ใช้งาน (ขั้นตอนการสร้าง sticker หรือ ที่นี่)
  • รองรับ GIF ส่งภาพเคลื่อนไหวได้ตามสมัยนิยม ตัวอย่างการใช้ เช่น save ภาพ GIF บน facebook แล้วมาส่งต่อในนี้แล้วเคลื่อนไหวได้
  • มี Web UI ให้สามารถเข้าไปใช้งานได้ โดยไม่ต้องลง Desktop App หรือใช้งานผ่านมือถือเพียงอย่างเดียว
  • ใช้ account เดียวเล่นได้ทุก devices ไม่แยก tablet กับ mobile ไม่ต้องจำ account เยอะ ใช้ได้ทั้งเบอร์โทรศัพท์และ username
  • ตั้งค่าปกปิด Last seen ได้ด้วย (อ้างอิง FAQ)
  • มีสถานะการรับข้อความว่าส่งถึง server และ คอนปลายทางเปิดอ่านหรือยัง (อ้างอิง FAQ)
  • มี API ที่เราสามารถทำ bot ตอบรับอัตโนมัติได้
  • ถ้าใช้โหมดคุยแบบปรกติ (Cloud Chats ทั้ง Private Chat และ Groups Chat) ย้ายเครื่องข้อความไม่หาย และทุกเครื่อง sync ข้อความล่าสุดให้ด้วย จะใช้การเข้ารหัสแบบ Server-client encryption ซึ่งคนทั้งกลุ่มถูกแชร์คีย์สำหรับถอดรหัสไว้
  • ในส่วนของ Groups Chat เราสามารถแชร์ไฟล์ระหว่างบุคคลภายในกลุ่มได้ (Shared Media)
  • ถ้าใช้โหมดคุยแบบ Secret Chat จะเป็นการส่งข้อความแบบ end-to-end encryption กล่าวคือ จะมีการเข้ารหัสข้อความจากเครื่องที่ส่ง และไปถอดรหัสข้อความที่เครื่องปลายทาง โดยข้อความที่เข้ารหัสนั้นจะยังผ่าน server กลาง โดยสามารถตั้งเวลาทำลายตัวเองของข้อความต่างๆ ได้  โดยมีแจ้งด้วยว่าปลายทางกำลัง take screenshot เก็บไว้หรือไม่ แต่หากย้ายเครื่องหรือลงแอพใหม่ข้อความจะหายทั้งหมด
  • มีส่วนของ Channel สำหรับทำการส่งข้อความแบบ Broadcast messages ทั้งแบบ public และ private (invite link) ช่วยในการกระจายข่าวสารสำคัญได้ทันทีภายใต้ชื่อ Channel นั้นๆ
  • ไม่มี Timeline ที่เป็นแนว Social Network อยู่ภายในแอพ โดยส่วนตัวมองว่าเป็นข้อเสียทีทำให้แอพทำงานช้า แต่บางคนอาจจะมองว่า มันไม่ใช่แอพแชทแบบปรกติทั่วไป แต่มันกลายเป็น Social Network ไปแล้ว ก็คงเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตและความชอบแต่ละบุคคลไป

ส่วนที่แตกต่างจาก LINE บางส่วนที่ควรทราบก่อนเริ่มใช้งาน

  • รูปแบบการใช้งานของตัวแอพจะเป็นแนวคิด text-messaging replacement  (SMS) คือคนที่สามารถส่งข้อความหาเราได้คือคนที่รู้หมายเลขโทรศัพท์ หรือ username ของเรา ซึ่งแตกต่างจาก LINE, Facebook หรือ BBM ที่เราสามารถ accepted/rejected คนที่แอดเราเข้าเป็น friends (แต่สามารถตั้ง blocked ได้)
  • เมื่อสมัครแล้ว มันจะส่งข้อความ <username> joned Telegram ไปยังเบอร์ภายในเครื่องเราว่าเราใช้ Telegram แล้ว มาคุยกันได้
  • ไม่มีวิดีโอแชท หรือโทรศัพท์คุยกัน มีแต่ส่งข้อความเสียงสั้นๆ เท่านั้น หากนำมาคุยกันเป็นตัวอักษรจะเหมาะกว่า
  • ยังมีความแตกต่างบางส่วนระหว่างแอพบน iOS และ Android อยู่ (รวมไปถึง platform อื่นๆ) อาจจะต้องศึกษาเพิ่มเติม

ของแถม บางคนอยากได้แอพแชทที่คุยกันเป็นกลุ่ม หรือแอพแชทที่มีความสามารถในการโทรศัพท์แบบเข้ารหัสแบบ end-to-end encryption ขอแนะนำ Signal (ชื่อเดิมคือ TextSecure และ RedPhone) โดยมันเป็น text-messaging replacement  (SMS) เช่นเดียวกับ Telegram แต่ความสามารถแฟนซีน้อยกว่ามาก ทำได้แค่ส่งข้อความ ส่งรูปภาพ ตั้งกลุ่มคุย และโทรศัพท์ ซึ่งเหมาะกับคนที่ซีเรียสเพิ่มขึ้นไปอีก โดยเป็นตัวที่ Edward Snowden แนะนำและเค้ายังใช้งานแอพตัวนี้อยู่ด้วย

จากทั้งหมดที่กล่าวมา ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่มันเป็นเรื่องเชิงเทคนิค และความสามารถ แอพแชทที่ติดตั้งคุ้มค่าที่จะใช้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับจะมีคนคุยด้วยหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงต้องอาศัยเวลา รวมไปถึงกลุ่มเพื่อนๆ ของแต่ละบุคคลว่าจะปรับเปลี่ยนมาใช้งานหรือไม่ ก็หวังว่าหากสนใจแอพตัวนี้แล้วจะชักชวนกันมาใช้เพื่อได้ลองแอพแชทเบาๆ ไว้คุยกัน (ส่ง sticker และส่ง GIF ได้ด้วย)

สุดท้าย แม้จะมีช่องทางติดต่อที่หลากหลาย หากติดต่องานสำคัญ ผมยังคงเชื่อว่าควรใช้อีเมลเป็นหลัก หรือหากต้องการติดต่อด่วนก็ควรใช้โทรศัพท์พูดคุยกันแทน เพราะได้คุยและตอบโต้ได้ทันที โดยหลังจากโทรศัพท์แล้วก็อีเมลสรุปอีกครั้ง เพราะในงานสำคัญทำอะไรต้องมีหลักฐานเป็นเอกสารชัด และแม้ว่า Telegram จะเป็นช่องทางในการติดต่อที่ดีอีกช่องทางหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง เราควรมีช่องทางติดต่อหลายๆ ช่องทาง เพราะบางคนใช้แอพแชทแค่ LINE สำหรับติดต่อสื่อสารอย่างเดียว ซึ่งเวลาล่ม (ตามที่บอกไปข้างต้น) มันทำให้การติดต่อชะงัก ได้ เช่นอาจจะใช้ LINE เป็นหลัก แต่มี Telegram, Singal, SMS, โทรศัพท์ และแอพแชทอื่นๆ เป็นช่องทางติดต่อสำรองเผื่อไว้ด้วย ซึ่งโดยส่วนตัวใช้ Telegram และ Signal เป็นหลัก เพื่อนๆ รอบตัวใช้กัน เลยสบายหน่อย ส่วนในตอนนี้ ก็ใช้ LINE ในวงจำกัด และ leave ออกกลุ่มที่ไม่เกี่ยวทั้งหมดออกมา เพราะแอพโหลดช้า และมีพวก Bloatware ต่างๆ เยอะจนรู้สึกว่า หลายๆ อย่างเกินความจำเป็น

ใช้อีเมลกันไม่เป็นแล้วหรือไง

ผมเป็นคนที่มักจะเปิด online ให้กับ IM (Instant Messenger, ระบบการส่งข้อความทันที) ตัวหลักของผมอย่าง Windows Live Messenger ซึ่งส่วนใหญ่ผมจะ Away หรือ Busy ด้วยเหตุผลที่ว่า บางครั้งไม่อยู่ หรือกำลังทำงานก็จะไม่ตอบเลย ซึ่งเป็นวิธีที่น่าจะเข้าใจได้ง่าย และสื่อในความหมายอยู่แล้ว ซึ่งบางคนที่สนิท ๆ มาทักก็จะตอบกลับทุกคนแล้วยกเว้นว่า "ไม่อยู่หน้าเครื่อง" ซึ่งก็คงไม่อาจตอบได้อยู่แล้ว ฮ่า …

ซึ่งบ่อยครั้งมากที่มีรุ่นน้องหรือเพื่อน  ๆ พี่ ๆ เราต้องการขอความช่วยเหลือหรือมีการติดต่องานต่าง ๆ  ทั้งสำคัญ และไม่สำคัญแล้วมักจะเข้ามาทักหรือลากเข้าไปคุยในห้อง chat ซึ่งส่วนใหญ่มักจะอยู่ในช่วงไม่อยู่ หรือปิด Alert ไป ซึ่งทำติดต่อกันไม่ได้ ซึ่งทางออกของเรื่องนี้ที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการส่งอีเมลมา เพื่อให้ข้อมูลต่าง ๆ รวมไปถึงเรื่องเร่ง ๆ การส่งอีเมลน่าจะทำให้อะไร ๆ นั้นถึงปลายทางได้ดีกว่า IM มาก แต่เดี่ยวนี้กลับไม่ทำกัน ซึ่งเจอบ่อยจนชินไปแล้ว แถมบางคนทักแล้วผมไม่ตอบ ก็ดันด่าเราเสียอีก ซึ่งทางออกของเรื่องนี้คือ "การส่งอีเมล" น่าจะดีที่สุด แต่การที่ IM มันเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตคน IT มากขึ้นทุกวัน ทำให้เกิดความเคยชิน จนลดความอดทนที่จะรอคำตอบ

โดยเรื่องที่เป็นทางการไม่มาก อาจใช้ IM คงไม่มีปัญหา แต่ถ้า IM มันติดต่อไม่ได้การใช้อีเมลนั้นก็น่าจะทำให้ข้อมูลส่งถึงผู้รับได้แน่นอน เพราะบางครั้ง IM ที่คนผู้นั้นใช้งานอยู่อาจจะไม่ใช่เครื่องของตนเอง ทำให้การตรวจสอบบันทึกการคุยใน IM นั้นไม่ได้ ทำให้อ่านย้อนหลังหรือลำดับเรื่องได้ลำบาก ซึ่งอีเมลเป็นทางออกของเรื่องนี้ได้ดีมาก จากการใช้ Reply/Forward โดยมันจะทำให้เราสามารถไล่อ่านลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้้ง่าย และช่วยให้การติดต่อราบรื่นกว่าเยอะ แต่ก็ยกเว้นกว่า กล่องอีเมลมันไม่เต็มไปเสียก่อน ซึ่งปัญหานี้แก้ไขได้โดยใช้หาพื้นที่อีเมลเยอะ ๆ รวมไปถึงใช้ อีเมลโปรโตคอลแบบ POP3 หรือ IMAP แล้วใช้โปรแกรม Client ไปดึงอีเมลมาอ่านในเครื่องเราได้ แล้วเก็บอีเมลในเครื่องเราไว้เลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลานั่งสำรองข้อมูลหลายรอบ แล้วทำให้พื้นที่ในกล่องอีเมลเราไม่เต็มด้วย แต่วิธีนี้ก็มักจะไม่เหมาะกับคนที่ไม่มีเครื่องเป็นของตนเอง การมี Web-based e-mail น่าจะเป็นคำตอบได้ดี แต่คงต้องหาที่เยอะ ๆ เข้าไว้ตามที่ได้แนะนำไว้ข้างต้น เพื่อใช้สำหรับติดต่องาน อย่างเช่น Gmail, Yahoo หรือ Windows Live Mail (Hotmail, Live Mail) นั้นเอง

ผมมองว่าการติดต่องานผ่าน IM นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี รวดเร็วลดค่าใช้จ่ายได้มาก แต่มันก็มีปัญหาในเรื่องของการบันทึกข้อความการคุยกัน ถึงแม้จะมีบันทึกการคุยกันแล้วก็ตาม แต่มันก็เพียงพอ เพราะว่ามันถูกจัดเก็บไว้ในเครื่องต่าง ๆ ไม่ได้นำมารวมศูนย์ที่เดียวกัน ซึ่งยากต่อการลำดับเหตุการณ์ในการคุยกันในอนาคตได้ แต่ป้ญหานี้ถูกแก้ไขด้วยการใช้ Gmail และ GTalk ของ Google โดยการสนธนากันไปมาใน GTalk จะถูกบันทึกในอีเมลของ Gmail ทั้งหมดทำให้ง่ายต่อการจัดเก็บและลำดับการสนธนาได้ง่ายประหนึ่งใช้อีเมล Reply คุยกันแบบ Real-Time เลยทีเดียวซึ่งน่าจะช่วยได้มาก แต่ปัญหาคือ ……. มันไม่มีคนใช้มากมายขนาดเอามาเป็น IM หลักได้นี่ดิ (เซง…) อาจจะเพราะลูกเล่นมันน้อยด้วยมั้ง เพราะมันมีแต่สิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งผมก็ชอบมันในเรื่องนี้ เบาบางแต่ได้คุณค่าของมันเอง

หลังจากเขียน blog วันนี้หวังว่าจะมีการใช้อีเมลโต้ตอบ ไปมา บ้าง ถ้าใน IM ไม่ตอบหรือติดต่อกันไม่ได้ เพราะผมมองว่า IM และ อีเมลมันน่าจะช่วยลบจุดเสียของกันและกันได้ดีกว่าการเอาระบบใด ๆ สักตัวเป็นหลัก และไม่ใช่รอบบย่อยเลย เพราะไม่งั้นปัญหามันจะเกิดขึ้นมากถ้าข้อมูลหรือข่าวสารต่าง ๆ ที่จำเป็นมันไม่ถึงคนปลายทางอย่างแน่นอน ซึ่งผมมองว่าอีเมลมันมีความเสถียรภาพในการส่งข้อมูลมากกว่า IM มาก ถึงแม้บางครั้งมันจะส่งไม่ถึงปลายด้วยเหตุผลด้านกล่องอีเมลเต็ม หรือเครื่อง Server ล่ม และปัญหานานับประการ สรุป ….. โทรศัพท์มาคุยกันไปเลยดีกว่าไหมเนี่ย หมดเรื่อง -_-‘ (แล้วจะบ่นซะยาวทำไมหล่ะเนี่ย o_O)

Client Choice with Google Talk

They say talk is cheap. Google thinks it should be free. Google Talk enables you to call or send instant messages to your friends for free–anytime, anywhere in the world. Google Talk offers you:

  • Choice: Get in touch how and when you want to–over email, IM or a call
  • Quality: Talk through your computer but hear your friends as if they were in the same room
  • Convenience: Your Gmail contacts are pre-loaded into Google Talk so inviting or talking to your friends is just a click away

Google Talk is in beta and requires a Gmail username and password.
Google Talk

——————————————-

เท่าที่ได้ลองใช้ในการทดสอบพูดคุย พบว่าแทบไม่พบการ delay ของสัญญาเสียงเลย ค่อนข้าง work มาก ทีเดียว ส่วนลูกเล่น ยังไม่มีมากเท่าใดนัก

ส่วนการกินทรัพยากรนั้น อยู่ในระดับ 3:4 ที่ MSN Messenger ใช้

มารยาทในการ Chat หรือเล่น IM รวมถึงถาม/ตอบ คำถาม ต่างๆ

เดี่ยวนี้มีคน add ผมเข้า msn contact list ของเค้ามาวันนึงๆ ก็หลายคน แล้วในระยะเวลาในการที่ผมทำเว็บมานั้น ก็เกือบๆ 5 ปีแล้ว ผมใช้ IM ตั้งแต่ ICQ นั้นโด้งดัง (ตอนนี้เลิกใช้ไปแล้ว) จนมาถึง MSN Messenger ก็ยังคงมีคน add มาเรื่อยๆ เช่นเดิม ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า list ผมนั้นเก็บได้หรือไม่ได้ คำตอบคือไม่ได้ ซึ่งพอสม add ปั้บ ถ้าไม่ใช่เพื่อน หรือน้องๆ ที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว หรือคนที่คุยกัน ok ก็ลบกันเสียส่วนใหญ่ เพราะมันเก็บได้แค่ 150 Address เท่านั้น ด้วยการเก็บ Contact List ที่จำกัด ทำให้ผมก็คงไม่เห็นว่าคุณๆ ที่ add ผมไป online หรือไม่อย่างไร บางครั้งหาว่าผมรังเกียจไม่อยากคุยด้วย ก็ไม่เห็นคุณนิครับ แล้วไม่อยู่ใน list มันเลยคุยไม่ได้ แต่คุณที่เห็นผมน่ะ คุณก็ send มาคุยกับผมได้ บางคนพาลว่าผมไม่ทัก หรือบางคนก็หาหาว่าผมไปอยู่ใน list เค้าได้ไง ขอชี้แจงอย่างงี้ครับ ถ้าคิดจะ add ผมก็ช่วยจำๆ ผมหน่อยนะครับ ว่า add ไปตอนไหน ส่วนมากผมไม่ค่อย add ใครเท่าไหร่ หรอกมีแต่คนอื่นๆ มา add ผมเข้า contact list เค้า …. แต่เอาเหอะไม่ว่ากัน ……. แต่เข้าใจกันหน่อยว่ามันต้องเป็นไปแบบนี้

แล้วเรื่องที่ผมเบื่อสุดๆ จนผมอยากจะด่า หลายรอบ แต่อดทนไว้ อดกลั้นจนบางครั้งพาลไม่คุยกับคนพวกนี้เลย คือ พวกชอบใช้ภาษาไทยแบบ …. แบบ จะบอกว่าไงดีอ่ะ ภาษาไทยยุดวัยรุ่นผู้ใฝอิสระในทางที่ไม่ถูกแล้วกัน คือไม่ว่าหรอกนะ เข้าใจว่าภาษาวัยรุ่นน่ะ ใช้กันในกลุ่นคุณน่ะไม่ว่าหรอก แต่ผมอ่านแล้วปวดหัว อยากตบหัวเหลือเกิน คือใช้พอสมควรก็ ok นะ พอน่ารัก ประมาณว่าคุณกันเห็น 20 – 30 msg. โผล่มาหน่อยเป็นสีสัน ก็ ไม่ว่าหรอก แต่นี่มันเล่นทุก msg. นี่ผมรับไม่ได้จริงๆ ผมเซ็งครับ ต่อไปนี้ไม่คุยด้วยแล้วนะ ถ้ามันมาทุก msg. ผมจะไล่ให้มันมาอ่าน blog นี้หล่ะ แล้วให้มันพิจรณาตัวเอง ถ้ามันคิดว่ามันถูก ก็ไม่ต้องคุยกัน เพราะภาษาไทย มันไม่ควรมาใช้แบบนี้ ถ้าทับศัพท์ภาษาอังกฤษผมยังรับได้ และยินดีมากกว่าเสียอีกนะ อีกอย่างผมไม่เข้าใจว่ามันลำบากนักหรือไงฟร่ะ ในการยกแคร่พิมพ์ หรือกด Shift ป่ะ คือจากที่ทดสอบลองพิมพ์ดูแล้วเนี่ย ผมว่าลำบากกว่าอีกต้องมานั่งแปลงให้มันได้อีกนะ หรือว่าผมแก่ไปแล้วก็ไม่รู้หว่ะ รับพวกภาษาเด็กแนว (ตะเข็บชายแดน) ไม่ได้ก็ไม่รู้

แล้วที่อยากจะบอกคนที่เข้ามาคุยทุกคนนะ ช่วยรักษามารยาทหน่อยเหอะ คือมาถามคำถามน่ะ อย่าทำตัว “จิกคำถาม ตะแบงขอคำตอบ” จากผมได้ไหม ผมไม่ได้เป็นขี้ข้าคุณนะ คือคุณถามผม ผมตอบคุณ ด้วยความสุภาพ และเคารพต่อสิทธิ คือบางครั้งไม่ว่างตอบจริงๆ หรือไม่อยู่เนี่ย ก็ไม่ต้องมาว่ากันก็ถือว่า ok นะ แต่แล้วบางคนนะ มันไม่ใช่ มาถึงก็มา “เฮ้ ….” , “เฮ้ย ….” แล้วตามด้วยคำถาม พอผมไม่ตอบ มันก็ด่าผมอีกว่า “ไม่ตอบ ห่วงความรู้แงะ” อ้าว เวรกรรม บางครั้งคนเราไม่ว่างมาตอบนี่หว่า หรือไม่อยู่ให้ทำไงฟร่ะ online ทิ้งไว้แล้วไม่อยู่ แล้วผิดกฏหมายแงะ แล้วบางคนไม่ใช่แบบนี้อย่างเดียวนะ ถามปั้บมันก็ บอก “บาย … ไม่ตอบก็ไม่ตอบ” คือมันทำแบบนี้น่ะ ภายในเวลาไม่ติดๆ กัน ในเวลา 10 วินาที (ประมาณเอา) โห่ มันจะเอาคำตอบให้ได้ภายใน 10 วินาที เวรเอ้ย ….. ตรูกำลังจะหาคำตอบให้อยู่ ยังไม่ได้เข้าเว็บอะไรเป็นกิจจะเลย มาด่าตรูแล้ว หรือทำนิสัยเสีย แบบเด็กมีปัญหา เลย block + delete ไปเลย ชาตินี้ไม่ต้องเจอกัน เซ้งเว้ยย เวรกรรมจริงๆ ตรูไปเป็นลูกน้องมันแต่เมื่อไหร่ฟร่ะ เนี่ย ส่วนคนที่ถามมาดี ผมก็ตอบไปตามปกตินิสัยผมเหมือนๆ ทุกครั้งครับ ;)

แล้วเรื่องต่อมาที่เหลืออดคือ การปรึกษาเรื่องที่มันก็อยู่ใน google.com เนี่ย หาสักหน่อยมันจะตายหรือไง เนี่ยเจอมาร้อยละ 70% – 80% เลยนะที่เป็นคำถามที่พิมพ์ใน google.com แล้วมันขึ้นมาเลย ถึงแม้บางครั้งมันจะเป็นภาษาอังกฤษสักหน่อย พจณานุกรมภาษาอังกฤษ มันก็มีในเน็ตน่ะ เปิดมาแปลสักหน่อยมันจะตายหรือไง นี่ก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอก อาศัยความพยายาม (ม.ปลาย ตรูตกภาษาอังกฤษรูด 3 ปีซ้อน ยังอ่านออกเลย) อยากเก่งมันต้องหัดแปลอะไรพวกนี้หน่อยก็ดีนะ คือไม่ได้อะไรหรอก ส่วนใหญ่คนไทยส่วนมากที่ประสบพบเจอจะชอบอะไรที่มันอยู่ตรงหน้า หรือง่ายเข้าว่า ไม่ชอบค้นหา คือประมาณว่า ไม่ค้นหาหรอก ตั้งคำถาถามเลย ทั้งๆ ที่มันก็มีคำตอบอยู่ในเว็บไทยสักแห่งนั้นแหละ แต่ไม่หาหรอก ผมว่าคงต้องฝึกคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตใหม่ๆ ให้ใช้ Search Engine หรือ Web Directory ให้ใช้ในการค้นหาก่อนมั้ง แล้วค่อยมาใช้เน็ต หรือผมมันเป็คนรุ่นเก่าหว่า ที่แต่ก่อนมันไม่ค่อยมีเว็บให้ถามตอบหรือ IM ที่ดีๆ มีแต่ IRC กว่าจะเจอคนเก่งๆ นี่หาแล้วหาอีก หรือก่อนจะใช้ www หรือทำเว็บเนี่ย ต้องฝึกการใช้ระบบ Search Engine ก่อน ไม่งั้นหาข้อมูลยากมาก ต่อมารุ่นหลังๆ มันเลยง่าย เพราะ web board อยากได้อะไรโพสดะ เอาทุกเว็บบอร์ดทั่วไทย หวานแห เดี่ยวก็มีคนมาตอบให้ โห …… เดี่ยวนี้เค้าเล่นง่ายกันแบบนี้แล้วนะ เด็กรุ่นใหม่ๆ บางพวกน่ะ การบ้านก็มาโพสไว้ อะไรแนวๆ นี้ ดีหว่ะ ดีจริงๆ หากันหน่อยเหอะ คุณๆ ทั้งหลาย ถ้าหาไม่เจอเดี่ยวช่วยครับบบบบบ …… ;)

เฮ้อ เหนื่อยจริงๆ ครับ แค่สามัญสำนึกธรรมดาที่น่าจะคิดได้ กลับคิดกันไม่ออก เอาง่ายเข้าว่าครับ (ว่าคนบางพวกนะครับ)

Desktop Sidebar ของเล่นใน Longhorn แต่เราเอามาใช้ก่อน 5555

วันนี้ได้โหลด Desktop Sidebar จาก http://www.desktopsidebar.com/ มาลองใช้ดู ก็ ok มากสำหรับประสิทธิภาพ แม้จะหนักเครื่องไปบ้าง แต่ก็พอๆ กับ MSN Messenger 7.0 BETA นั้นหล่ะ

จากที่ได้ปรับแต่งก็ อืมมมม ใช้ได้ๆๆ ทำให้เราสะดวกในการทำงาน ในเรื่อง contact list และ IM ต่างๆ ด้วย แต่ก็ลองใช้ต่อๆ ไปว่ามันจะทำอะไรเครื่องเราหรือเปล่า …….