มาส่อง DNG ไฟล์ของ Nokia Lumia 1020 และลองเล่นว่าทำไม DNG ถึงน่าสนใจกว่า JPG

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า DNG เป็นรูปแบบไฟล์มาตรฐานเปิดของ Adobe ที่ใช้ในการทำงานร่วมกันของไฟล์ RAW จากกล้อง ซึ่งเหมาะกับการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ในค่าย Adobe เอง โดยถ้าเราอยากอ่านไฟล์นี้ต้องไปโหลด codec จาก Adobe มาติดตั้ง หรือใช้ซอฟต์แวร์ของ Adobe ที่ติดตั้ง Camera RAW อยู่ภายในจึงเปิดไฟล์ DNG ได้

จากตัวอย่างในการอ่าน metadata ผมใช้ Adobe Brige CC ในการเปิด metadata ไฟล์ DNG และ JPG

2013-10-30_154638 2013-10-30_153433

ถามว่าไฟล์ DNG ใช่ไฟล์ RAW หรือไม่ ตอบว่าเกือบใช่ เพราะเป็นการแปลงไฟล์ RAW จากกล้องมาเป็นไฟล์มาตรฐานเปิดที่ซอฟต์แวร์ในตลาดช่างภาพสามารถอ่านได้โดยทั่วไป ซึ่งคือ DNG โดยไฟล์ DNG ที่ Nokia ปล่อยออกมานั้นเป็นไฟล์จากกล้องของมือถือ Nokia Lumia 1020 โดยจาก metadata ถูกแปลงจากโปรแกรม Nokia RAW-to-DNG converter v01.00.06 อีกทีเพื่อให้ได้ไฟล์ DNG ออกมา ซึ่งคาดว่าตัวโปรแกรมดังกล่าวเป็นโปรแกรมพื้นฐานหรือเป็นขั้นตอนเฉพาะของแอพที่ Nokia เขียนขึ้นเฉพาะและติดตั้งลงใน Windows Phone ของ Nokia เองเพื่อเพิ่มความสะดวก แต่ทั้งนี้การแปลงมาเป็นไฟล์ DNG นั้น คุณภาพและข้อมูลยังคงสมบูรณ์ใช้งานได้ครบถ้วน (เป็นการแปลงแบบ lossless) แต่แน่นอนว่าการตั้งค่าที่กล้องจะไม่มีผลกับไฟล์ DNG โดยเมื่อเราเปิดไฟล์นั้นต้องเป็นคนปรับแต่งอีกครั้งเหมือนเราเป็นแอพที่เปิดไฟล์เหล่านั้นมาปรับแต่ง ฉะนั้น ถ้าเรานำไฟล์ DNG ไปเปิดในโปรแกรมต่างยี่ห้อกัน ก็จะอ่านค่าไม่เหมือนกัน แม้จะมีการบันทึกและปรับแก้ โทน สี และความคมชัดจะไม่เท่ากันเลย แต่สามารถปรับแต่งให้ทุกอย่างเหมือนกันได้ผ่านการปรับแต่งอย่างละเอียดโดยผู้ใช้งานเองอีกครั้ง

ซึ่งเจ้าไฟล์ DNG ของ Nokia Lumia 1020 นั้นมีขนาด 41.66MB ทุกรูป ไฟล์มี resolution ที่ 7,728 x 4,352 pixel หรือ 33.6MP โดยให้ bit depth ที่ 10 bit และ color mode แบบ RGB และสำหรับไฟล์ JPG ที่ให้ดาวน์โหลดคู่กันนั้น มี bit depth ที่ 8 bit  แปลงมาจาก Adobe Photoshop Lightroom 5.0 (Windows) อีกที ไม่ใช่ไฟล์จากแอพในตัว Nokia Lumia 1020 โดยตรงแต่อย่างใด

2013-10-30_154057 2013-10-30_154259

เรามาดูกันสักหน่อยว่าได้ไฟล์ DNG มาแล้วมันดีกว่า JPG ในแง่การปรับแต่งยังไง โดยผมจะเปิด DNG ด้วย Camera RAW บน Photoshop CC แล้วแปลงกลับมาเป็น JPG ไม่ปรับแต่งใดๆ เพื่อเทียบกันในเรื่องของการปรับตั้งค่า exposure ว่าเมื่อปรับสว่างในระดับ 0.5EV, 1.0EV, 1.5EV และ 2.0EV ไฟล์แบบ DNG นั้นจะดีกว่า JPG แค่ไหน (วัดการเก็บข้อมูลส่วนมืด)

ไฟล์ JPG และ DNG เพิ่ม exposure ด้วยการปรับที่ Camera Raw 8.2 และบันทึกเป็น JPG ผ่าน Photoshop CC

2013-10-30_160837

* ไฟล์ทุกไฟล์ด้านล่างสามารถดาวน์โหลดไฟล์ต้นฉบับได้จากการกดที่รูปภาพจะเป็นการเข้าไปโหลดไฟล์ใหญ่สุด

JPG (Nokia) 0 EV (Photoshop CC)

WP_20131021_14_55_29_Pro-LR

DNG (Nokia) 0 EV (Photoshop CC)

WP_20131021_14_55_29_ProRAW

JPG (Nokia) +0.5 EV (Photoshop CC)

WP_20131021_14_55_29_Pro-LRnew-0.5

DNG (Nokia) +0.5 EV (Photoshop CC)

WP_20131021_14_55_29_ProRAW .5

JPG (Nokia) +1.0 EV (Photoshop CC)

WP_20131021_14_55_29_Pro-LRnew-1.0

DNG (Nokia) 1.0 EV (Photoshop CC)

WP_20131021_14_55_29_ProRAW 1

JPG (Nokia) +1.5 EV (Photoshop CC)

WP_20131021_14_55_29_Pro-LRnew-1.5

DNG (Nokia) 1.5 EV (Photoshop CC)

WP_20131021_14_55_29_ProRAW 1.5

JPG (Nokia) +2.0 EV (Photoshop CC)

WP_20131021_14_55_29_Pro-LRnew-2.0

DNG (Nokia) 2.0 EV (Photoshop CC)

WP_20131021_14_55_29_ProRAW 2

จากการไล่ exposure จะเห็นรายละเอียดชัดเจนว่าการใช้ไฟล์ DNG ในจาก Nokia Lumia 1020 มาปรับแต่งในค่าสูงๆ (หรือต่ำ) จะยังคงคุณภาพของตัวรูปไว้ได้เยอะกว่า จะเห็นว่าเมื่อเราดึง exposure ขึ้นมาให้สว่าง จะเห็นชัดเจนว่าข้อมูลของ DNG มีการแสดงผลรายละเอียดมากกว่า JPG (รวมไปถึงกด exposure ให้ต่ำลงเพื่อให้ภาพมืดลง) เพราะฉะนั้น เราสามารถนำภาพที่ได้จาก exposure ที่แตกต่างกันไปทำภาพแบบ HDR ที่มีคุณภาพของภาพที่มากกว่า JPG ได้อย่างสวยงาม

หมายเหตุ จอภาพที่ดูภาพไล่ด้านบนที่แสดงการไล่ exposure ต้องได้รับการ calibrate จอภาพมาอย่างถูกต้อง เพื่อให้แสดงสี ความสว่างและการไล่โทน อย่างถูกต้อง จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนมากขึ้น

ของแถมในเรื่องของการปรับสมดุลแสงสีขาว (white balance) ซึ่งการปรับแต่งตัวสมดุลแสงสีขาวนั้นไฟล์ JPG จะปรับแต่งและเปลี่ยนแปลงได้ยากกว่าและในบางครั้งจะไม่สามารถคงสีบางสีได้จนทำให้สีกลืนไปทั้งภาพ ผิดกับ DNG ที่สามารถปรับแต่งได้หลากหลาย และควบคุมได้มากกว่า โดยเราสามารถควบคุมอุณหภูมิของสีได้เป็นระดับเคลวิน

การปรับแต่งสมดุลแสงสีขาว (white balance) ทำในโปรแกรม Adobe Photoshop Lightroom 4 (Windows)

ไฟล์ JPG

2013-10-30_161829

ไฟล์ DNG

2013-10-30_161752

จะเห็นว่าไฟล์ DNG ที่ได้จาก Lumia 1020 สามารถนำมาใช้งานและปรับแต่งได้มากกว่าในภายหลัง แน่นอนว่าทั้งหมดเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของข้อดีของ DNG ไฟล์ที่ได้จากกล้องถ่ายรูปที่ปรกติแล้วมักจะมีอยู่ในกล้องระดับกลาง-สูง ในตลาดกล้องถ่ายรูป แต่ในตอนนี้สิ่งเหล่านี้มีมาใน Nokia Lumia 1020 แล้ว ซึ่งเหมาะสมกับคนที่ต้องการปรับแต่งรูปแบบสุดๆ ในภายหลังอีกครั้งหลังจากถ่ายมาแล้ว

ช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา กับ SSD มีปัญหา

มีคนถามผมมาว่า ช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาที่ SSD มีปัญหา ผมใช้หลักวิธี ติดตามปัญหา และสรุปปัญหายังไง ขอนำมาแชร์ให้ทราบ

  1. เช็ค S.M.A.R.T. (Self-Monitoring, Analysis and Reporting Technology) ของตัว SSD ว่ามีค่าต่างๆ เกินหรือมีค่าที่แปลกกว่าปรกติหรือไม่ ซึ่งตัวที่ผมเช็คว่ามีปัญหานั้น ในส่วนนี้ไม่มีอะไรผิดปรกติ จึงเช็คต่อในข้อที่ 2.
  2. สั่ง Surface test errors เพื่อเช็คข้อมูลทุกๆ cell data ของ SSD ซึ่งคล้ายๆ กับเช็ค track ของ HDD สรุปยังคงทำงานได้ปรกติดีไม่มีอะไรผิดพลาด หรือ bad cell ขึ้นมา เลยทำต่อในข้อที่ 3.
  3. สั่ง Erase ตัว SSD แล้วทำการติดตั้งระบบใหม่ แล้วลองใช้งานดูว่าเกิดอาการเดิมหรือไม่ ซึ่งมีอาการแปลกๆ แม้จะเพิ่งติดตั้งใหม่ โดย OS ที่นำมาติดตั้งนั้น ตัว media ใช้ checksum ตรงกับ source ของ Microsoft และแผ่นเป็นลิขสิทธิ์แท้ เลยติดตามปัญหาในข้อที่ 4. ต่อไป
  4. ปรกติอาการที่บ่งบอกว่า SSD เริ่มมีปัญหาคือ อยู่ๆ ไฟล์ก็เกิดปัญหา signature invalid หรือ checksum invalid ขึ้นมาแบบไม่ทราบสาเหตุ โดยการตรวจสอบคือใช้ System File Checker (sfc /scannow) ของ Windows เอง โดยตรวจสอบแล้วจะเจอ corrupt files ใน log และ repair ไม่ได้ ทำให้ไฟล์ระบบทั้งหมดมีปัญหา ซึ่งจะเกิด error ได้หลากหลายมาก อย่างที่ผมเจอคือ
    – อยู่ๆ activation services ไม่ทำงาน ทำให้ Windows deactivated แบบไม่ทราบสาเหตุ เช็คแล้วไฟล์เกิด signature invalid จนไม่สามารถทำงานได้ แม้แต่เรียก activation process มาเพื่อดู Installation ID ยังทำไม่ได้
    – เจอ Windows Search service ทำงานไปสักพัก tquery.dll โหลดไม่ขึ้น ทำให้ Search service ค้าง จน File Explorer พัง เพราะ checksum invalid
    – ไฟล์ mfmp4srcsnk.dll เกิด signature invalid ทำให้ File Explorer ปิดตัวเองลงเมื่อเปิด Folder ที่มีไฟล์วิดีโอเยอะๆ
    – อยู่ๆ ไฟล์ kernel ทั้งหมดระบบทั้งหมด ไม่สามารถเปิดหรือรันอะไรได้เลยหลังจากติดตั้ง
  5. จากข้อที่ 4. ใน Event Viewer จะมี log ที่ระบุ delayed write failed ที่ตัว SSD เกิดขึ้นในบางครั้ง
  6. ใช้ไปสักพักเกิดอาการ BSoD เกิดขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุแม้จะไม่ได้เปิดอะไรหนักๆ หรือเปิดโปรแกรมเดิมๆ แม้จะเพิ่งติดตั้ง Windows ใหม่ๆ และเพิ่งติดตั้ง driver และ update ระบบครบแล้ว ซึ่งจากที่ตรวจสอบ สรุปได้จากข้อที่ 4. และ 5.

จากทั้งหมดที่ว่ามา 6. ข้อเป็นการตรวจสอบและข้อสังเกตุทั้งหมดที่เจอมาจนมั่นใจแน่ๆ ว่า SSD มีปัญหาในการใช้งาน เพราะแค่ BSoD เฉยๆ อาจจะไม่มีอะไรมาก แต่เกิดอาการ delayed write failed และไฟล์ระบบอยู่ๆ ก็พังใช้งานไม่ได้ อย่างไม่ทราบสาเหตุ ใช้ System File Checker แล้วก็ใช้งานและแก้ไขไม่ได้ ก็ต้องเริ่มตั้งธงแล้วว่า SSD มีปัญหาครับ

ประสบการณ์ทำ Tablet ตกบน Taxi แล้วได้คืน

เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่าน ดันไปทำ Tablet ตกบนรถ Taxi ผมไหวตัวทัน เลยรีบโทรเข้าไปยิกๆ แต่ไม่มีใครรับ เลยนึกเรื่องของ Location History และ Android Device Manager ออก เลยใช้ ทั้งสองตัวมาช่วยไว้ ซึ่งพระเอกของงานคือ Android Device Manager ผมใช้การดึง locate เครื่อง แต่ไม่ติด ไม่สามารถติดต่อหรือรับสัญญา GPS ได้ ผมเลยส่งคำสั่ง Ring ไปที่ Tablet ปลายทางแล้วโทรศัพท์ซ้อนกลับเข้าไป เพราะเครื่องผมเปิดโหมด Silent ไว้ โทรศัพท์เข้าไปเฉยๆ ปลายทางจะไม่ได้ยินเสียง ดีที่พี่ Taxi เค้าเก็บไว้ได้ และตกลงขับเอามาส่งให้ เลยช่วยค่ารถกับค่าเสียเวลาพี่เค้าไปพอสมควร แต่บทเรียนนี้ทำให้ต้องระมัดระวังมากขึ้นว่าอย่าหิ้วของเยอะๆ แล้วอย่าเบลอบน Taxi เพราะไม่ได้โชคดีแบบนี้ตลอดเวลาหรอก ><“

ซึ่งจากกรณีที่ทำ Tablet ตก อยากบอกคนที่มี Smartphone และ Tablet ไม่ว่าจะเป็น Android, iOS และ Windows phone ที่ใส่ SIM ได้ว่า ให้ไปลงทะเบียนและศึกษาการใช้งานระบบติดตามเครื่อง (Find) ล็อค (Lock) และส่งสัญญาณลบข้อมูลทั้งเครื่อง (Remote erase/wipe device) ไว้ด้วย เพราะทั้ง iOS, Android และ Windows phone มีความสามารถนี้ให้บริการเราอยู่แล้ว

Android – https://www.google.com/android/devicemanager
iOS – https://www.icloud.com
Windows phone – https://www.windowsphone.com

2013-10-26_000158

2013-10-26_002802

มาทำให้ product key ของ Windows 8.0 สามารถติดตั้ง Windows 8.1 แบบ Clean Install ผ่าน USB ได้

ผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่ซื้อ Windows 8.0 แบบลิขสิทธิ์แท้ ต้องซื้อเป็นแบบ Upgrade ทั้ง Retail และ Download แน่ๆ ในขั้นตอนที่ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้จะสรุปและทดสอบแล้วว่าใช้งานได้จริงกับทั้งสองส่วนครับ ซึ่งแน่นอนว่าใน entry นี้ผมขอสรุปอีกสักครั้งสำหรับคนที่มี product key ของ Windows 8.0 แต่อยากติดตั้ง Windows 8.1 แบบ Clean Install ผ่าน USB โดยใช้ product key ของ Windows 8.0 ที่มีอยู่

  1. โหลดไฟล์ Windows 8.1 ตัวเต็มผ่านเว็บมาก่อนตามวิธีในหน้านี้ blog entry ID 3928 เพื่อนำมาสร้าง USB Installer (อยากได้ไฟล์ ISO ก็ทำตามขั้นตอนนี้ได้เช่นกัน)
  2. เพิ่มเติมไฟล์บางตัวใน USB Installer ของ Windows 8.1 เพื่อไม่ให้ถาม product key ของ Windows 8.1 ก่อนการติดตั้ง สำหรับคนที่มี product key ของ Windows 8.0 ผ่าน USB flash drive โดยเมื่อติดตั้งเสร็จ จะถาม product key ให้ใส่ product key ของ Windows 8.0 ลงไปใช้งานได้ทันที blog entry ID 3938

หมายเหตุ ก. การทดสอบบน product key แบบ Upgrade License ทั้ง Retail และ Download แล้ว

หมายเหตุ ข. ขั้นตอนทั้ง 2 ส่วนนี้ทดสอบแล้วใช้งานได้จริง

ข้อควรทราบ เกี่ยวกับ UEFI
การสร้าง USB Installer ของ Windows 8/8.1 นั้น อยากให้ตรวจสอบให้ดีว่าได้มาเป็น File System แบบ FAT32 เพราะการติดตั้งแบบ UEFI ของ Windows 8/8.1 ต้องใช้ media installer แบบ FAT32 เท่านั้น

ติดตั้ง Windows 8.1 โดยไม่ถาม product key ก่อนติดตั้ง สำหรับคนที่มี product key ของ Windows 8.0 ผ่าน USB flash drive

สิ่งที่ Microsoft ได้ตั้งใจไว้คือ ตัว Windows 8.1 จะไม่ยินยอมให้ Clean Install ด้วย product key ของ Windows 8.0 แต่ซิกแซกด้วยการใช้ product key ของ Windows 8.1 ก่อน ซึ่งคนมี product key ของ Windows 8.0 อาจจะหาเอาได้ตาม internet ทั่วไปเพื่อให้ขึ้น valid product key ก่อนการติดตั้ง แล้วจึงใช้ product key ลิขสิทธิ์ที่ตัวเองซื้อมา กรอกเพื่อ activate ตัว Windows 8.1 ที่เพิ่งติดตั้งลงไป

แต่ก็ยังมีทางซิกแซกเพิ่มเติมโดยให้ตัว Windows 8.1 ไม่ถามตัว product key ก่อนทำการ install ให้เรียบร้อย แล้วหลังจากเรียบร้อยแล้วค่อยใส่ product key ของ Windows 8.0 ลงไปแทนเพื่อ activate ทีเดียวโดยไม่ต้องหา product key ของ Windows 8.1 มาหลอกการติดตั้งก่อน

1. ดาวน์โหลดตัว Windows 8.1 มาเสียก่อนด้วยวิธีการตาม มาโหลด Windows 8.1 แบบ ISO กันดีกว่า (สำหรับคนที่มี product key ลิขสิทธิ์ แบบ Upgrade download version)

2. สร้าง media ที่ดาวน์โหลดเป็น USB flash drive แทน ISO (หรือจะสร้างทั้งสองแบบก็ได้ แล้วแต่สะดวก) แต่ file system ที่สร้างต้องเป็น FAT32 เพื่อที่จะสามารถติดตั้ง Windows 8.1 แบบ UEFI ได้

3. เราจะได้ตัว USB flash drive ที่มีตัวติดตั้ง Windows 8.1

4. เข้าไปสร้างไฟล์ชื่อ ei.cfg ที่ directory “sources” ใน USB flash drive ที่สร้างมาจากตัวติดตั้ง Windows 8.1

5. ภายในไฟล์ ei.cfg ให้มีข้อมูลตามด้านล่าง

[EditionID]
Professional
[Channel]
Retail
[VL]
0

6. ทำการบันทึกไฟล์ทั้งหมด แล้ว eject ไปติดตั้งได้ทันที

2013-10-22_203731

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save