10 ทักษะที่ Developer ควรรู้

ได้อ่านจาก 10 skills developers need in next five years แล้วน่าสนใจเลยเอามาสรุปและเผยแพร่อีกรอบ

  1. One of the "Big Three" (.NET[VB.NET/C#], Java, PHP)  – รู้สักตัวไม่อดตาย ;P
  2. Rich Internet Applications (RIAs)  – AJAX, Adobe Flex/AIR, JavaFx และ Silverlight ซึ่งถ้าผนวกกับ HTML 5 ทำให้ RIA App ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  3. Web development – การ "hand code" ในส่วนของ JavaScript, CSS, และ HTML นั้นจะบูมอีกครั้ง เพราะ WYSIWYG ไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด โดยเฉพาะ JavaScript และ CSS ที่ RIA แบบ AJAX ต้องมีการ optimize ซึ่ง Tools ช่วยอะไรมากไม่ได้นอกจาก Automate coding หรือ Profiler เท่านั้น
  4. Web services – REST หรือ SOAP? JSON หรือ XML? เลือกเอา แต่สำหรับผม REST + JSON/XML ครับ ;)
  5. Soft skills – สื่อสารกับคนนอกวงการไอทีรู้เรื่อง หรือคุยภาษาคนทั่วไปรู้เรื่องนั้นแหละ ;P หรือบางที่อาจจะบอกว่า “ทักษะการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างที่ดี มีความสามารถในการนำเสนอได้ดี ดูแลและทำงานกับเพื่อนร่วมงานได้ดี  มีน้ำใจ มีคุณธรรม จริยธรรม” ประมาณนี้
  6. One dynamic and/or functional programming language – ถึงแม้ว่า Ruby, Python, F#, และ Groovy จะไม่ใช่ภาษาหลักแบบข้อที่ 1 แต่มันก็ช่วยให้เราได้แนวคิดใหม่ๆ ที่ภาษา Big Three ไม่มีและช่วยให้เราเปิดมุมมองใหม่ๆ
  7. Agile methodologies – สามารถรองรับการพัฒนาระบบให้อยู่บนการเปลี่ยนแปลงแบบมีแบบแผนได้ทันทวงที
  8. Domain knowledge – ต้องเริ่มมีทักษะในการพัฒนาระบบบนความพื้นฐานความรู้ที่แท้จริง ต่อไป Programmer อาจะต้องเข้าใจสิ่งที่ตัวเองกำลังพัฒนาเท่าๆ กับผู้ที่วางจ้างเราเข้าไปพัฒนาระบบให้ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ทำตามสั่งแล้วจบ
  9. Development "hygiene" – หมดยุคของ Cowboys Coding ([1]/[2]) แล้ว ได้เวลาศึกษา bug tracking systems, version control และเริ่มใช้ IDE และควรทำให้มี standards, processes, policies และ team integrated stacks เข้ามาให้การทำงานเป็นทีมนั้นราบรื่นขึ้น
  10. Mobile development – RIA App ทำให้ตลาด Mobile ดูน่าสนใจขึ้นเป็นกอง อย่างน้อย ๆ ก็ iPhone OS, WebOS, BlackBerry และ Windows Mobile 7 ก็รองรับ RIA แน่ๆ อยู่แล้ว แล้วจะรออะไรลุยเลย

รู้ก่อนมีสิทธิ์ก่อน อย่ารอ มันเสียเวลา ;)

Project “pushshout” Started

pushshout เป็น shoutbox ที่ใช้ memcached เข้ามาช่วยลดโหลดให้กับระบบ DBMS อย่าง MySQL โดยพัฒนาต่อจาก Shoutbox ที่ใช้ jQuery (www.yensdesign.com) พัฒนาโดย Adrian "yEnS" Mato Gondelle & Ivan Guardado Castro ซึ่งทำออกมาได้ดี แต่ว่ายังไม่พอ ผมเลยเอามาทำต่อ และเอามาใช้ร่วมกับ SMF Forum ซะเลย โดยทำงานผ่าน SMF API อีกที โดยที่เพิ่มก็มีตามรายการด้านล่างนี้ครับ

  • Improved code
  • Counting display (with 30 secord countdown)
  • Limit countdown (10 time)
  • Used memcached for cache data
  • Plugin to SMF (use smf_api.php, SMF 1.1.x API, http://download.simplemachines.org/?tools)
  • Link to profile in SMF
  • Store Name and User ID for SMF to database
  • Lock for SMF user only (No Guest)

ตอนนี้ออก release ตัวนึงป็น Production ที่ใช้เป็น Shoutbox ใน ThaiThinkPad.com ไปแล้วครับ เข้าไปดูได้ที่ http://code.google.com/p/pushshout/ ครับ ตอนนี้ revision 2 อยู่ กำลังปรับปรุงส่วนที่ hardcode และแตกเป็น lib file เพื่อพัฒนาให้ง่ายขึ้น แต่พยายามให้เบาที่สุดมี state/declare น้อยที่สุดเพื่อความเร็วครับ เพราะ shoutbox ต้องทำให้เร็วมากๆ ไม่มีมาสนอะไรมากมาย และคาดว่าต่อไปจะใช้ memcached + sqlite แทน MySQL เพื่อลดโหลดหลายๆ อย่างลง

ส่วนเมื่อปรับ core เสร็จไม่น่าเกิน revision ที่ 10 คงมี feature เรื่องสีของตัวอักษรใน revision ที่ 15 และ emoticon ใน revision ที่ 20 ครับ ส่วน reply คาดว่าจะก่อน revision ที่ 10 ซะมั้ง มีคนอยากได้เยอะ

Facebook and memcached @ Facebook Engineering Tech Talks

พูดเรื่อง Memcached ใน Slide “PHP Performance with APC + Memcached” ที่นำเสนอในงาน Barcamp Bangkok 3 เลยเอา VDO ที่บอกว่าหลาย ๆ อย่างน่าสนใจใน Facebook จาก Facebook Engineering Tech Talks ที่เคยบอกไว้ตอนพูดใน Barcamp Bangkok 3 แต่ไม่มีเวลาเอา VDO มาขึ้นสักที ซึ่งจริงๆ ดูใน Tech Talks ก็ได้ แต่อยากเอาขึ้น Server ตัวเองมากกว่าเพราะเร็วกว่า ไม่ต้องโหลดข้อมูลกันข้ามประเทศครับ

download (mp4:83MB, flv:74MB)

Note : http://www.facebook.com/note.php?note_id=39391378919

ขอสอนจับปลาใน Wikipedia

ขอสอนจับปลาแป๊บนะครับ…

การค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองคราวนี้ ผมทำภายใต้สมมติฐานที่ว่า "ไม่แน่ว่ามันจะมีข้อมูลให้หรือเปล่าด้วย" นะ ลองดูนะครับ
1. ไปที่ Wikipedia ถ้าอ่านภาษาอังกฤษได้ หรือ วิกิพีเดีย ถ้าอ่านภาษาไทยง่ายกว่า
2. พิมพ์ลงไปในช่อง Search ว่า CMS
3. ถ้าเป็น Wikipedia นี่จะเจอเลย มันจะแสดงเนื้อหาในหัวข้อ Content Management System แทบจะทันที ส่วนเวอร์ชันภาษาไทยจะถามก่อนว่า มันมีหลายความหมายอยู่นะ… แต่ว่าหนึ่งในนั้นน่ะก็คือ ระบบจัดการเนื้อหา ใช่หรือเปล่า
4. อ่านเลยครับ แต่แนะนำเวอร์ชันภาษาอังกฤษมากกว่า เวอร์ชันภาษาไทยอ่านแล้วต้องแปลไทยเป็นไทยอีก งงพอสมควร

เท่านี้ล่ะครับ หัดใช้บ่อยๆ นะครับ จะได้หาความรู้ได้โดยไม่ต้องรอใครมาช่วย วิธีการเดียวกันนี้ใช้กับกูเกิลได้ด้วย ขอให้โชคดีครับ

จาก latesleeper comment #108041 ใน blognone.com

เจอบ่อยกับคำถามที่มักจะสามารถค้นหาได้ง่ายๆ ใน Wikipedia (และวิธีนี้ก็ใช้ได้กับ Google ด้วย) บางครั้งก็หงุดหงิดที่ต้องมานั่งหาให้ และบางครั้งก็ไม่หาให้ ปล่อยให้ถามไปอย่างงั้นแหละ

เรื่องบางเรื่องหาเอง เร็วกว่าถาม ถามแล้วบางครั้งต้องมานั่งรอคำตอบ เพื่ออะไร ?

ถ้าหาแล้วพยายามแล้วมันเจอแต่อะไรที่ไม่เข้าใจ เออ ค่อยน่าสนใจที่จะช่วยหน่อย จริงไหม ?

ผมเชื่อว่าประเทศไทยสอนวิธีการเข้าห้องสมุดและค้นหาจากสารบัญห้องสมุดและการจัดหมวดหมู่นะ แต่ก็ไม่มีใครใส่ใจจะเข้าห้องสมุด เลยทำให้เราค้นหาอะไรด้วยตัวเองไม่เป็น ดีแต่ถามและนั่งรอคำตอบ ได้แต่นั่งฟังแล้วก็นึกไปเองว่าตัวเองเข้าใจแล้ว ทั้งที่จริงๆ ตัวเองแค่รับรู้ รับฟังผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 แต่ยังไม่เข้าใจ จนกว่าจะได้ทำมันลงไปจนรู้สึกว่ามันคือประสบการณ์ที่ตัวเองต้องสัมผัส นั้นแหละถึงจะเรียกว่าเข้าใจจริง ๆ (เข้าใจว่าถูกหรือผิด ล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จนั้นอีกเรื่อง)