Google


Tag Archive for 'Microsoft'

เรื่องเล่าจากงาน Microsoft TechNet/MSDN ในวันที่ 25 ที่ผ่านมา

หลังจากที่ผมเขียน Blog ใน entry ว่าด้วยการซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์อย่าง Microsoft Office 2007 และ เหตุผลที่ซื้อ Microsoft Office 2007 ทางคุณ @mk จาก Blognone ก็บอกให้ผมนำบทความไปลองใน Blognone แล้วก็แนะนำเรื่องราวนี้ให้ทาง Microsoft ได้อ่านครับ โดยทางคุณจีระวัฒน์ (คุณต้น) จาก Microsoft อยากพบผมเพื่อสอบถามเรื่องราวเหล่านี้ ทางคุณ @mk เลยแนะนำให้ผมรู้จักครับ แล้วทางคุณต้นก็ส่งลิงค์เชิญไปงาน Microsoft TechNet/MSDN “Intelligence Step to Success” ผ่านทาง Facebook มาให้ผมครับ ซึ่งตอนนั้นยังไม่แน่ใจว่าไปได้ไหม แต่พอเคลียร์งานแล้วทำเรื่องลาก็ตอบตกลงกับทางคุณต้นไปครับ พร้อมทั้งแนะนำพี่อั้ม (@9aum) ไปด้วยเพราะพี่เค้านี่ซื้อ Windows Vista Business OEM ก่อนผมอีก ซึ่งเมื่อรวมกับผมที่ซื้อ Office 2008 SB OEI แล้วก็น่าจะครบส่วนที่คนทั่วไปใช้กัน เพื่อพูดคุยในครั้งนี้ครับ

ในช่วงเช้าคนมางานเยอะพอสมควรเลยครับ ตอนที่ถ่ายนี่ประมาณ 9 โมงเช้าครับ

IMAG0443 IMAG0444 IMAG0445

พอลงทะเบียนเสร็จก็รีบเข้าห้องเปิดงานครับ ตอนนั้นพี่อั้มยังไม่มาเลย ก็เลยเข้าไปก่อน –_-‘

ตอนเช้ายังไม่แบ่งห้องครับ โดยผู้เปิดงานก็คือ คุณปัทมา จันทรักษ์ Managing Director, Microsoft (Thailand) Limited ขึ้นมาพูดภาพรวมของงานวันนี้ โดยรวมวันนี้มุ่งเน้นด้าน Virtualization โดยเทคโนโลยี Hyper-V บน Windows Server 2008 with Hyper-V และ SQL Server 2008 เป็นหลักในงานวันนี้ครับ

โดยในแผนของงานนี้มีส่วนของการ Deploy ตัว Windows Vista SP1 และ Silverlight เป็นส่วนของ Session หนึ่งของงานอย่างละ Session ซึ่งโดยรวมก็ ok ครับถือว่าได้ความรู้เยอะ โดยเฉพาะจากพี่ Kong จาก ThaiAdmin.org ที่มาพูดเรื่องการ Deploy Windows Vista SP1 ทั้งแบบใช้งานส่วนตัวและใช้งานแบบองค์กรครับ

IMAG0447 IMAG0448 IMAG0449

ตอนเที่ยงก็ได้เวลาข้าวเที่ยง ในงนานนี่ Microsoft ก็จัดอาหารเที่ยงเป็นข้าวกล่องครับ ด้านในผมยังไม่เห็นรูปร่างหน้าตา เพราะว่าผมแยกตัวไปคุยกับทาง Microsoft ในส่วนของ Insider อีกที่นึงครับ

IMAG0452

โดยเนื้อหาที่คุยก็มีนอกเรื่องกันบ้าง แต่โดยรวมคือทาง Microsoft ก็อยากได้กลุ่มคน หรือบุคคลที่มาช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลการเข้าพวกซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง รวมไปถึงหาคนมา Review Product ต่าง ๆ บนเว็บบ้าง และช่วยกันเผยแพร่ความรู้เชิงลึกของทางฝั่ง Microsoft ให้ออกไปในวงกว้างมากกว่านี้

ซึ่งโดยรวมแล้วเนี่ยผมก็กำลังคิดว่าเราจะทำยังไงได้บ้างในการทำให้ทุกคนเห็น และตระหนักถึงแนวคิดการเคารพผลงานของผู้อื่นทั้งที่เป็นรูปแบบซอฟต์แวร์ ฯลฯ โดยรวมแล้วเนี่ย จากที่คุยกันบทสรุปที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ซื้อของแท้ และละเมิดกันอยู่นั้น เนื่องจากราคาตัวสินค้าเอง ความสะดวกในการซื้อ และความซับซ้อนในรูปแบบลิขสิทธิ์ที่เข้าใจยาก และคลุมเครือครับ ซึ่งตรงนี้คงต้องใช้สื่อโฆษณาต่าง ๆ ที่เข้าใจง่ายมากกว่านี้ครับ

ต่อมาคือการเข้าถึงข้อมูลว่าซอฟต์แวร์แต่ละตัวน่าจะมีรายละเอียดว่าที่ซื้อเป็นชุด ๆ เนี่ยมันมีชุดอะไรบ้าง ที่เหมาะสมกับแต่ละคนครับ (ไม่ใช่อยู่แต่บนเว็บ) โดยที่ผมหาข้อมูลมาเนี่ย Microsoft Office เนี่ยมีทั้งแบบซื้อเป็นชุดและซื้อแบบแยกตัวก็ได้ ซึ่งผมก็ต้องนั่งไล่หาในเว็บเอาครับ สื่อต่าง ๆ ยังไม่มีข้อมูลส่วนนี้เป็นกระดาษทั่วไปให้หาอ่านกันง่าย ๆ เท่าไหร่นัก รวมไปถึงราคาต่าง ๆ และการทำความเข้าใจในชนิดของลิขสิทธิ์แต่ละแบบที่แน่นอนตายตัวและอ้างอิงได้บนสื่อแบบกระดาษที่หาได้ง่าย ๆ เช่นกัน

พอพูดคุยกันเสร็จก็เข้า Session ตอนบ่ายอีก 2 Sessino ครับคือ Silverlight กับ Deploy Windows Vista SP1 ครับ อันนี้ไม่ได้เขียนรายละเอียดเท่าไหร่ครับ

แต่ก่อนกลับก็มีจับรางวัลและกรอกแบบฟอร์มไปแลกเสื้อครับ แต่เบอร์ XL หมดอ่ะ มีแต่ L ก็เลยเอา L มาแทนครับ (แสดงให้เห็นว่าหุ่นคน IT มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าที่เค้าคาดไว้นะเนี่ย ;P)

ในแบบฟอร์มนั้นมีสิ่งที่น่าสนใจคือมีการสอบถามว่าเป็นสมาชิก community ที่ไหนบ้าง และใช้ social networking ที่ใดบ้าง โดยหลัก ๆ ที่เค้าเลือกมาสำหรับ social networking คือ Hi5, Facebook และ Twitter พอเห็น Twitter แล้ว ร้องเฮ้ยยย เลย เค้ายกมาให้เทียบชั้นกับ Hi5 และ Facebook เลยเหรอ แสดงว่า Twitter นี่แรงไม่เบาสำหรับตลาดในไทยเลยนะเนี่ย ขนาด Microsoft Thailand ยังให้มีตัวเลือกนี้แสดงว่าไม่ธรรมดาครับ แสดงว่า Geek เยอะ ;P

IMAG0459 IMAG0458

สิ่งที่ทาง Microsoft ให้ผมหลังจากกลับมาคือมีสติกเกอร์ “หยุดแผ่นก๊อป สต็อปซอฟต์แวร์เถื่อน” กับโปสเตอร์พวกโครงสร้างของระบบที่ Microsoft Design ไว้ แล้วก็ตามด้วยแพ็ค Windows Server 2008 กับ Windows Vista Ultimate SP1 ที่มี CD-Key ใช้งานได้ 365 วันหลังจาก Activate แล้วครับ

P1080811

โดยรวมงานนี้เนี่ย ส่วนหนึ่งเพราะได้รับเชิญจากทาง Microsoft ครับแล้วก็สนใจส่วนของ Silverlight และ Deploy Windows Vista SP1 ครับ ส่วนของ Windows Server 2008 นี่ คาดว่าจะหาเวลาเล่นดูเห็นเค้าว่า IIS 7 ทำงานกับ PHP แล้วเร็วกว่า Apache + PHP เสียอีก ไม่รู้ว่าจะมีเวลามาทดสอบหรือเปล่าเพราะงานตอนนี้ล้นมือเลย T_T

ทำไมไม่เคยมีใครฟ้อง Apple เรื่องการผูกขาด เหมือน Microsoft โดน

ข้อความจาก แอปเปิลปฏิเสธโปรแกรมบน App Store ด้วยข้อหา "แข่ง iTunes"

ทำไมไม่เคยมีใครฟ้อง apple เรื่องการผูกขาด เหมือน Microsoft โดน

แล้วมานั่งคิด ๆ ดูแล้วก็ เออ จริงหว่ะ -_-’

ตัวเองผูก Safari ลงไปกับ Mac OS X แต่ไม่โดยฟ้องแบบ Windows ที่ผูกกับ Internet Explorer หรืออย่างมี Quicktime/DVD Player ใส่มาพร้อมแบบเดียวกับ Windows Media Player ยังไม่รวม iTunes, iPhoto, iMovie, iDVD, iWeb และ GarageBand ที่มากับ iLife ที่มากับเครื่องที่ซื้อในรุ่นใหม่  ๆ อีกนะ (ตัวอย่างนี้ยกมาจาก Macbook ) แต่ทำไม Apple ดันไม่โดนอะไรเลยในเรื่องของการผูกขาดหล่ะเนี่ย -_-’ อืมมม น่าคิด ๆ

Microsoft เปิดตัว Phone Data Manager Beta การเริ่มต้น Windows Live บนโลกมือถืออีกครั้ง

image_thumb

ตัว Phone Data Manager นี่เป็น Software สำหรับเข้าไป Sync Contact บนเครื่องมือกับ Windows Live Contact และ Backup ตัว Pictures กับ Music บนเครื่องมือถือของเรานั้นเอง โดยทำผ่าน USB หรือ Bluetooth ก็ได้

ดาวน์โหลดได้ที่ Microsoft Phone Data Manager ครับ สำหรับการใช้งานก็ User Guide ส่วนมือถือรุ่นใดใช้ได้บ้างก็ที่นี่ Will my phone work with this application? 

โดยรวมจากที่ได้ลองศึกษานี่คาดว่าในอนาคตคงจะสามารถ Sync ตัว Calendar ในตัว Windows Live Hotmail ได้ด้วยแน่นอน อาจจะเอามาชนกับ Mobile Me ของ Apple โดยตรง ถึงแม้ความสามารถมันจะไม่ทันทีทันใด ใช้แบบ Basic ธรรมดาผ่านสาย USB กับ Bluetooth แต่ก็เป็นก้าวแรกที่ Microsoft กำลังก้าวเข้ามาโดยอาศัย Windows Live ID ครับ อย่าลืมนะครับว่าบริการ Windows Live Services นี่มีทั้ง Spaces ที่เป็น Blog และ Photo Album ที่ผมมองว่าในรุ่นต่อ ๆ ไปคง Sync รูปเข้า Photo Album บน Spaces ได้โดยตรง แถมมี SkyDrive สำหรับบริการเก็บไฟล์ทั่วไป คาดว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคงเอาไป Sync พวก Picture รวมไปถึง Music บนนั้นได้เลย

ผมเริ่มเห็นเหตุผลในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนชื่อใหม่ของ MSN มาอยู่ในชื่อ Windows Live ซึ่งโดยตัว Windows Live Hotmail มีความสามารถต่าง ๆ ด้านการสื่อสาร และที่เกี่ยวกับชีวิตการทำงานทั้ง E-Mail, Calendar และ Contact อยู่ภายใน และจากการปูทางของ Spaces ที่มี Blog และ Photo Album ที่เกี่ยวแนวการดำเนินชีวิตของคนทั่วไป ที่ผูกอยู่กับ Windows Live Messenger ที่เป็นช่องทาง ทางการสื่อสารในยุคนี้ และการเปิดตัว SkyDrive ที่ใช้ Windows Live ID เพื่อให้บริการรับฝากไฟล์ทั่วไป และครั้งนี้ตามด้วย Phone Data Manager ที่นำเอาข้อมูลบน Internet เชื่อมเข้าสู่โลกของมือถือ ผมว่าน่าจะแสดงผลในอีกไม่นานนี้ครับว่าจะเป็นยังไงต่อไป

อย่าพลาดกับ Business Week Thailand เล่มนี้

DSC00296

เอารูปมาลงเฉย ๆ สำหรับใครที่อยากอ่านเรื่องราวของ Microsoft และ Google …

Live @ MSDN - Thailand REMIX 2007

10.25 - จากบริเวณห้องบอลรูม โรงแรมแชง-กรีล่า กรุงเทพฯ

ผมมาสายเนื่องจากว่ารถไฟฟ้าอ่อนนุชดันขัดข้องเลยมาสายซัดไป 10 โมงกว่า ๆ กว่าจะได้เข้ามาลงทะเบียน และได้ข้อมูลเบื้องต้นจากแฟ้ม และกรอกแบบสอบถามเพื่อรับแผ่น DVD Microsoft Visual Studio 2008 beta 2 ซึ่งตอนที่มาถึงนั้น keynote ช่วงเช้าก็เสร็จสิ้นไปแล้ว เลยรอในส่วนของการสมันาและ word-shop แบบแยกห้องอีกที โดยผมเข้าไปในส่วนของ web-developer ซึ่งน่าจะมีการ review และ hand-on ในส่วนของ SilverLight ครับ

11.00 - จากห้องบอลรูม (Web Development, Building Rich Web Experiences Using SilverLight and JavaScript for Developers) โรงแรมแชง-กรีล่า

REMIX 07 - 1

REMIX 07 - 2

11.00 - ตอนนี้อยู่ในส่วนของ Section Web Developerment โดยพูดถึงส่วนจุดเริ่มต้นและจุดประสงค์ของ SilverLight

11.05 - สามารถทำ Cross Browser และ Cross Platform ได้โดยตอนนี้สนับสนุน Browser Internet Explorer (แน่นอนของ Microsoft), Mozilla Firefox และ Safari (Opera ยังมีปัญหานิดหน่อย)

11.06 - สามารถสร้าง user interface โดยใช้ลักษณะรูปภาพแบบ Vector
- สามารถเล่นไฟล์มีเดียต่าง ๆ ได้
- โดยจะได้ลักษณะภาพเคลื่อนไหว และ effect ต่าง ๆ โดยที่จะรองรับทั้งรูปภาพ(Vector และ Raster) และไฟล์ Video

11.07 - คำถามที่มักถูกถามถึงก็คือ SilverLight คือ Flash clone ? คำตอบคือ “มันเป็นอีกระดับของ Flash และการพัฒนาอีกขั้นของ VML (Vector markup language) ที่ทำขึ้นโดย Microsoft”

11.08 - โดยที่ SilverLight เป็o platform สำหรับวาดรูปภาพแบบ vector, การส่งข้อมูลแบบ Rich media content และ user experience โดย animation, interactive interface ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ทำได้เช่นเดียวกับ Flash (แนว ๆ ว่าทำได้เหมือน Flash นั้นแหละ !!!)

11.10 - ความละเอียดใน media แบบ video คือ 1280×720 รองรับระดับ HD, WMV, VC-1 (H.264), โดย WMV จะเป็น container โดยที่จะใช้ WMV เองหรือจะใช้ VC1 + WMA Track ก็ได้ รวมไปถึงไฟล์เสียงก็ใช้ WMA หรือ MP3 ก็ได้
- โดยที่รองรับทั้ง Live Streaming หรือ On-Demand Content
- ไฟล์เสียงนั้นทำงานได้ในระดับ CD Quality ที่ 64kbps, Radio ที่ 32kbps และ HD Video Content at 2Mbps

11.12 - Demo Audio Quality, Video Quality (ตอน Demo รู้สึกว่าจะมีการผิดคิวไปหน่อย -_-’ เสียงไม่เหมือนต้นฉบับ เรียกเสียงฮาได้ดี)

11.18 - Basic concept ของ Rich Internet Application

11.20 - เปรียบเทียบระหว่าง Technical อื่น ๆ เช่น JavaScript + DOM และ Flash/Flex

11.25 - Demo การสร้าง SilverLight สำหรับเล่นไฟล์ media บนเว็บด้วย Visual Studio 2008 beta 2 (Orcas)

11.30 - Hosting Environment, ไม่จำเป็นต้องลง .NET บน Web Server, โดยที่ Web Server นั้นสามารถใช้ได้ตั้งแต่ IIS, Apache, Tomcat, Lighttpd ฯลฯ

11.45 - Platform convergence - รองรับ Web Browser แทบทุกตัว (อันที่ได้บอกไว้ข้างต้น) โดยที่ตัว runtime มีขนาดประมาณ 2MB

11.48 - SilverLight 1.1 กำลังมา (Wow !!!)

11.49 - ปัจจุบัน !!! สามารถเขียนได้ด้วย C# และ VB.NET และในอนาคตนั้นก็เขียนได้ด้วย IronRuby และ IronPython

11.50 - Better performance และปัจจุบันมีคนเขียน SilverLight เพื่อสร้าง 3D Action Games. ได้แล้ว (ทั้ง ๆ ที่ตัว release ต่อไปจะมี API เืพื่องานนี้โดยเฉพาะ และง่ายกว่า)

11.55 - ความสามารถใหม่ ๆ ใน SilverLight 1.1 ได้แก่
- Control Framework, Full keyboard and mouse system
- Standard control built-in, template and style (เหมือนกับ WPF)
- Layout System
- Data binding feature.

13.20 - จากห้องบอลรูม (Web Development, Using Visual Studio Codename “Orcas” to Design and Develop Rich AJAX Enabled Web Sites) โรงแรมแชง-กรีล่า

13.25 - อะไรคือ Visual Studio 2008 ?

13.30 - IDE Demo

13.31 - IDE Improvement demo
- Transparent Intellisense Mode (ใช้ Crtl Key ทำ Transparent ใน Intellisense เพื่อให้มองเห็น code ด้านหลังได้)
- VB Intellisense Filtering (Filter-out ตัว method ออกไปให้เหลือเฉพาะช่วงที่เราพิมพ์เท่านั้น)
- Organize Using (ทำการ Filter ตัว ‘Using’ ว่าในแต่ละไฟล์ใช้หรือไม่ใช้ และทำการลบตัวที่ไม่จำเป็นออกไป ทำให้การ Using นั้นน้อยลง และลดความซับซ้อนของ Code ด้วย)

13.40 - Multi Target Support demo
- Backward Compatible to .NET 2.0 (ไม่สนับสนุน .NET 1.0/1.1 เพราะว่า Architecture หลักนั้นแตกต่างจาก 2.0 เยอะเกินไป)
- Switch between Compatible (มีส่วน filter template project ว่า template project ไหนบ้างเหมาะสมกับ .NET ในแต่ละ version)

13.50 - LINQ (Language Integrated Query) Interface demo โดยตัวภาษาจะมีการเขียนคล้าย ๆ กับการดึงข้อมูลในภาษา SQL เพียงแต่มันสามารถสลับตัว DBMS ไปมาได้ระหว่าง SQL Server, Access หรือ XML ส่วน Oracle นั้นคาดว่าจะออกเร็ว ๆ นี้ ทำให้เข้าถึงข้อมูลใน DBMS ได้หลากหลายมากขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลง code ภายในแต่อย่างใด

14.00 - Web Designer Enhancements - อันนี้คล้าย ๆ กับ Adobe Dreamweaver ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ประมาณว่าร้อง เฮ้ยยย !!! ได้เลย เพียงแค่มันเอาไว้เขียนกับงานที่ต้องเอา C# หรือ VB.NET มาใช้งาน ทำให้สะดวกมากขึ้นในการทำให้เว็บนั้นสวยขึ้น โดยที่มีระบบ Masterpage (คล้าย ๆ กับ Template/Themes ั้นแหละครับ) เพียงแต่มันถูก build-in มาเลย

14.05 - JavaScript object type filter/detector และ debugger ที่ build-in มาใน IDE
- โดยเป็นตัว debugger สำหรับ JavaScript ตัวนี้ ok มากสำหรับในกรณีที่เราต้องยุ่งกับ JavaScript เยอะ ๆ
- เมื่อเราสร้าง object ใน JavaScript แล้ว ตัว IDE จะ detect object type ว่าเป็นแบบไหน แล้วจะ filter method ให้เหมาะสมกับ object type นั้น ๆ เวลา Intellisense ขึ้นมาทำให้ไม่สับสนว่า method ไหนใช้ได้บ้าง
- ระบบ Detect Method ที่เขียนเพิ่มเติมขึ้นมา เมื่อเราเขียน class ของ JavaScript ซึ่งก็แนว ๆ เดียวกับ C# และ VB.NET นั้นแหละ เพียงแต่คราวนี้ลงมาเล่นที่ตัว JavaScript ซึ่งเป็น Dynamic Type Language (น่าจะเป็นหนูทดลองยาของ Microsoft ในการสร้าง IDE ที่ทำงานกับ Dynamic Type Language ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Python และ Ruby และคาดว่าจะรวมถึง PHP ด้วย)
- ระบบ Debug JavaScript แบบ real-time และ mark ไว้เลยว่าตรงไหนมีปัญหา (ตัว debug มันคล้าย ๆ กับ Firebug ใน Mozilla Firefox)

14.07 - Testing Improvement (Web-site stress test and Web performance test) ส่วนใหญ่ก็เหมือน ๆ กับของค่ายอื่น ๆ เพียงแต่มีตัว Summary บอก Project manager ว่า code มีประสิทธิภาพแค่ไหน

14.45 - จากห้องบอลรูม (Web Development, Developing ASP.NET AJAX Controls with Silverlight) โรงแรมแชง-กรีล่า

14.48 - Using ASP.NET Control and AJAX

14.50 - Demo

15.00 - พูดถึงการ Control ตัวไฟล์ Video โดยใช้ตัว Control ของ ASP.NET เอง

15.00 - พูดถึงการแสดง Subtitle ที่มีอยู่ในตัวไฟล์ Video มาโชว์ใน tag HTML ทั่วไปแทนให้แสดงภายในไฟล์ Video โดยใช้ตัว Control ของ ASP.NET เอง

15.15 - 16.00 - พูดถึงการ Implement ซึ่งก็เอา ASP.NET มาสร้าง AJAX ซึ่งก็เป็นเรื่องทั่วไปที่ไม่ต่างกับภาษาอื่น ๆ เช่น PHP เป็นต้น ซึ่งการสร้าง Control ของ AJAX นั้นซัอนพอสมควรครับ ซึ่งตรงส่วนนี้ผมไม่ได้ดูรายละเอียดมากเพราะลงในระดับ Coding ของ ASP.NET และ SilverLight build-in ที่อยู่ภายใน Visual Studio 2008 นั้นเอง

Continue reading ‘Live @ MSDN - Thailand REMIX 2007′

NTFS vs FAT32 (Spec)

เจอใน Folder ชื่อ eBook & eDocs ในเครื่องเลยเอามาลง ของเก่า (เก่ามาก ๆ) แต่น่าจะมีประโยชน์

FAT32 (File Allocation Table 32 bit version) พัฒนาโดย Microsoft พัฒนาในครั้งแรกใช้ใน Windows 95 OSR2 ในปี 1996

- โครงสร้างทาง Data Structure เป็น Linked List
- สามารถใช้ความจุสูงสุดต่อไฟล์ที่ 4 Gb ต่อ 1 ไฟล์
- สามารถบรรจุจำนวนไฟล์ได้มากที่สุด 268,435,437 ไฟล์
- ชื่อไฟล์ตั้งได้ที่ความยาว 8 ตัวอักษรสำหรับชื่อ และ 3 ตัวอักษรสำหรับนามสกุล และ/หรือ 255 ตัวอักษร เมื่อใช้งาน LFNs
- ขนาดความจุต่อ Partition ที่รองรับได้ไม่เกิน 2TB (2,048Gb)
- ระยะเวลาของไฟล์ที่จะสามารถบ่งบงเวลาและวันที่ได้ถูกต้อง 1 มกราคม 1980 - 31 ธันวาคม 2107

NTFS (New Technology File System) พัฒนาโดย Microsoft เริ่มใช้ครั้งแรกใน Windows NT 3.1
- โครงสร้างทาง Data Structure เป็น B+-tree
- สามารถใช้ความจุสูงสุดต่อไฟล์ที่ 16 Eb (17,179,869,184 Gb) ต่อ 1 ไฟล์
- สามารถบรรจุจำนวนไฟล์ได้มากที่สุด 4,294,967,295 (2 กำลัง 32) ไฟล์
- ชื่อไฟล์ตั้งได้ที่ความยาว 255 ตัวอักษร
- ขนาดความจุต่อ Partition ที่รองรับได้ไม่เกิน 16 Eb (17,179,869,184 Gb)
- ระยะเวลาของไฟล์ที่จะสามารถบ่งบงเวลาและวันที่ได้ถูกต้อง 1 มกราคม 1601 - 28 เมษายน 60056

ทั้งหมดอ้างอิงจาก http://en.wikipedia.org/

ประสบการณ์ในการใช้งาน Microsoft Wireless Notebook Optical Mouse 4000

หลาย ๆ คนคงรู้อยู่แล้วว่าผมนั้นเป็นคนที่ใช้เมาส์ยี่ห้อ Microsoft มาแต่ไหนแต่ไร ในหลาย ๆ ตอนของ Weblog ผมก็ได้พูดถึง Microsoft Mouse มาพอสมควร แต่วันนี้จะมาพูดถึง Microsoft Wireless Notebook Optical Mouse 4000 กันครับ ซึ่งเมาส์ตัวนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ Laptop ครับ ตัวเล็กแต่เหมาะมือครับ แรก ๆ อาจจะจับยากหน่อยแต่พอใช้ไปสักพักจะเริ่มชินและใช้งานได้คล่องขึ้นครับ

ด้านบน


ด้านซ้าย


ด้านขวา


ด้านหลัง


ด้านล่าง จะมีที่เก็บเสาสัญญา


เสาสัญญาตัวนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่มากครับ ส่งสัญญาได้ประมาณ 1 เมตรกว่า ๆ (แต่ทดลองแล้วได้เกือบ ๆ 2 เมตรครับ)


ขนาดเมื่อเทียบกับมือ


ช่องใส่แบตฯ ครับ

ผมได้ใช้เมาส์ตัวนนี้มาได้เกือบ 3 อาทิตย์แล้ว ในด้านความแม่นยำมีสูงมาก ซึ่งตาม spec คือ 1,000 dpi ครับ ซึ่งสูงกว่าเมาส์ตัวเก่าผมถึง 2 เท่า (Wheel Mouse Optical และ IntelliMouse Optical ได้อ่านจากคนที่ได้ทดสอบน่าจะอยู่ประมาณ 400dpi - 500dpi ครับ และ Wireless IntelliMouse Explorer 2.0 อยู่ที่ 600dpi ครับ) ในตอนแรก ๆ ที่ได้ใช้จะดูว่ามันเคลื่อนที่ได้เร็วมาก และเมื่อปรับระดับการเคลื่อนที่ของตัว Cursor ให้เหมาะสมกับการใช้งาน จะรู้ได้เลยว่าต่างจากตัวเก่าที่ความแม่นยำมากครับ (อาจจะน้อยกว่าบางยี่ห้อที่อยู่ระดับ 1,xxxx - 2,xxxx dpi) ครับ

จริงๆ แล้วอยากได้ Microsoft Wireless Notebook Laser Mouse 6000 มากกว่า แต่ด้วยว่างบไม่พอเลยเอาัตัวนี้ก็พอ แต่ก็ถือว่า ok ในระดับราคา 1,800 บาทครับ

โดย Feature ของมันก็มี

  • Microsoft® High Definition Optical Technology อย่างที่บอกไปแล้วครับว่ามีความละเอียดระดับ 1,000 dpi ครับ
  • Ergonomic Design อันนี้ออกแบบให้เหมาะสมกับมือ และการใช้ครับ ซึ่งทำให้ไม่เมื่อยมือครับ
  • Wireless Freedom เป็นแบบไร้สาย
  • Customizable Buttons มี Software (ไม่ขอเรียกกว่า Driver เพราะว่าเราเสียบแล้วเจอเลย แต่ถ้าต้องการความสามารถมากขึ้นก็ต้องลง Software ไปแทน) แถมมาด้วยครับ สามารถปรับแต่งการใช้งานได้หลากหลาย และสามารถปรับการใช้งานแต่ละปุ่มได้ว่าในแต่ละโปรแกรมที่เราใช้นั้นปุ่มแต่ละปุ่มจะมีหลายที่อะไรบ้าง (อันนี้ผมหล่ะชอบมาก)
  • Comfortable in Either Hand ใช้ได้ทั้งมือซ้ายและขวา
  • Rubber- Sided Grip ตัวเมาส์นั้นใช้แผ่นยางเป็นส่วนประกอบเพื่อการยึดเกาะกับมือไม่ให้หลุดมือได้ง่าย
  • Cutting-Edge Design
  • Smart Receiver ตัวส่งสัญญาที่เล็กและเก็บได้ง่าย แถมยังหาสัญญาเมาส์ให้เองด้วย
  • Laptop/Notebook Portable เหมาะสำหรับ Laptop
  • Longer Battery Life อันนี้แหละที่ชอบมากสำหรับ Mouse Microsoft ซึ่งเป็นสิ่งที่ยี่ห้ออื่นสู้ไม่ได้ครับ อย่างตัวเก่าที่เป็น Wireless ก็ใช้แบตฯ ได้นานถึง 3 เืดือนกว่า ๆ (ใช้งานหนักมาก) ซึ่งถือว่าอึดมากครับ ถ้าเป็นยี่ห้ออื่นไม่เกิน 2 สัปดาห์คงหมด
  • Scroll side to side เป็น Wheel Scroll แบบ 4 ทิศทางครับ ใช้สะดวกมาในการจัดการเอกสาร, ท่องอินเตอร์เน็ต และทำงานต่าง ๆ ที่ต้องใช้พื้นที่จอที่ล้นออกมาจนต้องใช้ Scroll bar ครับ
  • Magnify อันนี้ไว้สำหรับ Zoom ดูข้อความหรือรูปภาพโดยไม่เสียรายละเอียดครับ เหมาะสำหรับคนที่ชอบอ่านข่าว หรือหนังสือบน Computer ครับ ทำงานเหมือนแว่นขยายครับ






Close
E-mail It