Google


Review – Targus Wireless Mouse Blue Trace (AMW50AP)

ผมได้เมาส์ตัวนี้มาใช้งานสัก 3 วันเห็นจะได้ ส่วนตัวแล้วนั้นใช้ Microsoft Wireless Mouse 2000 (Blue Track) อยู่ก่อนแล้ว จึงคุ้นชินกับ Blue LED Tracking เป็นอย่างดี ประกอบกับจากประสบการณ์ใช้ Optical Mouse มาตั้งแต่ยุดแรกๆ ตั้งแต่ Red LED ความละเอียดเพียง 400dpi จนมาถึง 800dpi ตอน Microsoft Notebook Wireless Mouse ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับจอภาพขนาด 1024×768 pixel ในสมัยก่อน สัก 7-8 ปีที่แล้ว จนมาถึง Laser Tracking เมื่อสัก 4 ปีก่อน ตอนสมัย Microsoft Arc Mouse และสักเกือบๆ 1 ปีสำหรับ Blue Tracking

P1000358 IMAG0754

DSC_5453 

จาก Red LED Tracking ในสมัยก่อนนั้น จะเน้นเรื่องความแม่นยำบนพื้นฐานเดิมๆ จาก Ball Tracking มากกว่าการทำงานบนพื้นผิวที่มีสภาพแย่ๆ หรือไม่ใช้แผ่นรองเมาส์ แม้ว่าจะมีการพูดถึงว่ามันทำงานได้เกือบทุกสภาพพื้นผิว แต่พออยู่บนพื้นผิวมันๆ ก็ทำงานได้แย่เอามากๆ เพราะมันจับพื้นผิวว่าทำงานบนตำแหน่งใดๆ ไม่ได้เลย เพราะแสงมันกระเจิงหลุดออกจาก sensor ไม่เป็นระเบียบ

ประกอบกับด้วย Red LED Tracking นั้นประสิทธิภาพนั้นจำกัดอยู่ที่ 3,000 dpi แต่ความต้องการของมนุษย์นั้นไม่เคยพอ จึงได้พัฒนามาเป็น Laser Tracking ใช้การยิงแสง Laser แทนแสง Red LED และอาศัยการสะท้อนของพื้นผิวให้วิ่งเข้า CMOS Sensor ทำให้เราได้ Mouse ที่ละเอียดขึ้นถึง 6,000dpi แต่ข้อเสียก็คือต้องอาศัยการสะท้อนแสงที่ต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้ยังคงมีปัญหากับพื้นผิวที่แย่ๆ และสกปรก เพราะแสง Laser มันสะท้อนกลับมาได้ไม่หมดและไม่ต่อเนื่อง ทำให้ความสามารถในการทำงานลดลง แม้จะทำงานได้บนพื้นผิวต่างๆ นอกจากแผ่นรองเมาส์ได้ดีขึ้นมากก็ตาม

จึงความคิดในการขจัดความไม่ต่อเนื่องของการรับภาพที่ได้จากแสง Laser ออกไปด้วยการแก้ปัญหาจากการใส่แสงต่อเนื่องลงไปเพื่อให้เกิดการสะท้อนภาพกลับมาแทนเพื่อชดเชยความไม่ต่อเนื่องของ Laser แต่ด้วยข้อจำกัดในการทำงานที่ละเอียดของ  Red LED ทำให้มีความคิดที่จะใช้แสงที่มีความเสถียรในการจับภาพที่ดีกว่าเข้ามา จึงเอาแนวคิดทั้งสองอย่างมาทำงานร่วมกัน คือนำเอา Blue LED (LED สีน้ำเงิน) ทำงานร่วมกับ Laser Tracking (Diffuse Beam) บน Specular Optics ที่จะยิงแสงทั้งสองรูปแบบสะท้อนพื้นผิวเพื่อให้ CMOS sensor รับภาพด้วยแสงสีน้ำเงินที่สะท้อนพื้นผิวได้ดีกว่า ทำงานร่วมกับแสง Laser เป็นแบบไม่ต่อเนื่องมาผสม ทำให้ทำงานได้บนพื้นผิวที่สกปรกและที่มีแสงสะท้อนได้ดีมากขึ้น

image

รูปจาก What you need to know about Microsoft’s BlueTrack mouse

image

รูปภาพจาก Microsoft BLUETRACK Mouse: Microsoft Explorer Mouse and Mini Mouse

จากการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทำให้เราได้ Mouse ที่มีเทคโนโลยีที่ดีขึ้นมากๆ ทำงานได้แม่นยำมากขึ้นทีเดียว บนพื้นผิวที่หลากหลายเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้เลยเอา Targus Wireless Mouse Blue Trace มาใช้งานและนำมาแนะนำว่าดีและทำงานได้เท่ากับต้นตำหรับอย่าง Microsoft หรือไม่

DSC_5461

ตัวเมาส์ออกแบบเป็น Dualpurpose และ Ergonomic Design เท่าที่ลองจับจะดูแบนๆ หน่อย ไม่สูงมากนั้น ทำให้เหมาะกับใช้ทำงานบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั่วไป หรือพกพาทำงานนอกสถานที่ได้สบายๆ ด้วยคุณลักษณะที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป เหมาะมือพอดีๆ เนี่ยแหละ

ในส่วนของการคลิ๊กปุ่มนั้น ต้องบอกว่าต้องปรับตัวสักหน่อย เพราะต้องใช้แรงกดมาสักนิด อาจจะเพราะการออกแบบที่ให้ฝาหลังของเมาส์นั้นถอดเปลี่ยนได้เลยทำให้กดได้ไม่หนักแน่นเพียงพอก็ได้

โดยเจ้าตัว USB Wireless Micro receiver นั้นมีขนาดเล็กดีมาก ทำงานบนคลื่นความถี่ RF 2.4GHZ รองรับการทำงานได้ไกลถึง 33 ฟุต จากการออกแบบแบบนี้ผมบอกเลยว่าชอบมากๆ มีขนาดเล็กไม่รำคาญเวลาใช้งานกับ Notebook

DSC_5460 DSC_5459

ตัวแบตเตอร์รี่ใช้ AA จำนวน 2 ก้อนด้วยกัน มีสลักยึดไว้ให้มั่นคงไม่หลุดออกมาได้ง่ายๆ โดยที่เจ้าตัว Mouse ตัวนี้ไม่กินไฟจากแบตเตอร์รี่มากนักครับ ในเสปคเขียนไว้ 12 เดือน แต่ก็ต้องรอดูว่าจะอยู่ได้ถึงเท่าไหร่ หลายๆ คนอาจจะบอกว่าใช้ AA ทำให้เมาส์หนักขึ้น ซึ่งผมก็มองว่าจริง แต่ถ้าชินกับเมาส์รุ่นก่อนๆ ที่ใช้แบบเดียวกันแล้วจะเฉยๆ มากกับน้ำหนักประมาณนี้

DSC_5463

ที่ด้านล่างนั้นมีตัว Sensor ที่เป็น Blue Trace ครับ จะไว้อยู่ด้านขวาของตัวเมาส์ จากการใช้งานแล้วนั้นเทียบกับ Microsoft นั้น ต้องบอกว่ามันเร็วกว่าครับ ด้วย Setting Profile ใน Control Panel เดียวกัน บนเครื่องเดียวกัน ในระยะทางในการลากเมาส์เท่าๆ กัน Targus ให้ระยะที่เยอะกว่า ซึ่งผมใช้เวลาปรับตัวอยู่หลายวันกว่าจะชิน เพราะมันเร็วเกินไป เหมือนมาขับรถที่มีแรงม้าเยอะๆ มันจะเร่งๆ ให้เราออกตัวไปเร็วๆ แทนที่จะออกตัวช้าๆ แบบเมาส์ตัวเก่าครับ ส่วนตัว Microsoft นั้นให้ความนุ่มนวลในการลากมากกว่าครับ อาจจะเพราะขนาดของเมาส์นั้นใหญ่กว่า ฐานของเมาส์กว้างกว่าของ Targus เลยทำให้มันนุ่มนวลกว่าในการลาดไปบนพื้นผิวต่างๆ ส่วน Targus นั้นดูกระชากกระด่างกว่าครับ แต่ที่แน่ๆ ความแม่นยำนั้นไม่ต่างกัน คือบทจะลากให้ไปก็คือไปเลย ไม่มีอาการกระตุก หรือลักเลจะไปดีไม่ไปดีครับ ตรงนี้ต้องแยกให้ออกระหว่างความแม่นยำกับความนุ่มนวลในการลาก ความหมายไม่เหมือนกันนะครับ

ที่ด้านล่างถัดจาก Sensor ก็จะมีที่เสียบแบบแม่เหล็กสำหรับดูดเจ้าตัว USB Wireless Micro receiver ไว้กับตัว Mouse ซึ่งจากที่ได้ใช้งานและเคลื่อนย้ายก็ไม่เกิดอาการหลุดหรือทำตกหล่นแต่อย่างใดครับ

ส่วนตัวแล้วใช้งานพึงพอใจพอสมควรในเรื่องความเล็กและการเก็บตัว receiver ที่พกกาง่าย ได้ความแม่นยำที่คุ้นเคยในราคาที่ไม่แพงมากนัก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำงานนอกสถานที่และพกพาไปกับ Notebook มากๆ ครับ

สำหรับราคา Targus Wireless Mouse Blue Trace (AMW50AP) นั้นขายอยู่ที่ 810 บาท (ราคา ณ.วันที่ 25 มกราคม 2555)
จัดจำหน่ายโดย SiS Distribution มีขายตามร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไปครับ

RAW vs JPEG เทียบกับกระบวนการ data processing โดย แมวเหมียวพุงป่อง

ไม่ต้องดราม่า อ่านเอามันและเอามาบันทึกไว้กันกระทู้หาย ผมเชื่อว่าเป็นการอธิบายที่ค่อยๆ ปูพื้นและค่อยๆ ลำดับความ ที่ผมรู้สึกว่าเข้าท่าดีมากๆ

RAW .. ไม่ใช่คำย่อ แต่เป็นคำศัพท์ตรงๆ ที่แปลว่า "ดิบ" File RAW ไม่ใช่ไฟล์ภาพ แต่เป็นไฟล์ข้อมูล (data) ที่ใช้สร้างภาพ คำพูดต่างกันเล็กน้อย ถ้าไม่ดูให้ดีๆ ก็จะเข้าใจผิดกันแบบนี้เสมอ

ภาษาไทยเราที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ได้แยกคำว่า ข้อมูล (data), ข่าวสาร (information) ออกจากกัน แถมยังใช้สลับกัน ทำให้เกิดความสับสนบ่อยๆ ตั้งแต่ระดับตากล้องมือสมัครเล่น จนถึงการบริหารน้ำท่วมห้าหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ..

ข้อมูล (datum) คือ ข้อเท็จจริงชิ้นหนึ่ง (a single piece of FACT) โดยตัวมันเอง .. ไม่มีความหมาย (meaningless) และใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ (useless)

ข่าวสาร (information) คือ ข้อมูลมากกว่าสองข้อมูลขึ้นไป (data = พหูพจน์ของ datum) ที่ถูกรวบรวม และผ่านกระบวนการ (data processing) เพื่อให้มีความหมาย และนำไปใช้ประโยชน์ได้

เห็นที่ผมทำตัวใหญ่ให้กับคำว่า FACT ไหม ผมไม่รู้ว่า ใครเป็นคนแปลคำนี้เป็นภาษาไทย แต่ต้องขอคารวะ

FACT คือ ข้อเท็จจริง มีทั้ง ความเท็จ และความจริง

กระบวนการจัดการข้อมูล (ให้เป็น) ข่าวสาร data processing  .. จะทำการแยกความเท็จทิ้งออกไป เก็บเอาแต่ความจริง แต่ ….

  1. รู้ได้อย่างไร ว่า ความเท็จ คือ ความเท็จ
  2. มั่นใจอย่างไร ว่า ความเท็จ มิใช่ ความจริง
  3. มั่นใจอย่างไร ว่า ความจริง มิใช่ ความเท็จ
  4. มั่นใจอย่างไร ว่า ทิ้งความเท็จอย่างเดียว มิได้ทิ้งความจริงไปด้วย
  5. มั่นใจอย่างไร ว่า เก็บความจริงอย่างเดียว มิได้เก็บความเท็จมาด้วย

กระบวนการ JPEG ก็คล้ายๆกับกระบวนการ data processing นี่แหละ ข้อมูลที่เก็บไว้ใน RAW .. มันมีข้อมูลที่จำเป็นและไม่จำเป็น และมันเป็นข้อมูล (data) ที่ไม่มีความหมาย ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้

กระบวนการ RAW processing จะแยกแยะ และ ทิ้งข้อมูลที่ไม่จำเป็นสร้างเป็น แต่ …

กระบวนการ RAW processing

  1. รู้ได้อย่างไร ว่า ข้อมูลที่ทิ้งไป คือ ข้อมูลไม่จำเป็น/ไม่สำคัญ
  2. มั่นใจอย่างไร ว่า ข้อมูลที่ทิ้งไป คือ ข้อมูลไม่จำเป็น/ไม่สำคัญ มิใช่ ข้อมูลที่ทิ้งไป คือ ข้อมูลจำเป็น/สำคัญ
  3. มั่นใจอย่างไร ว่า ข้อมูลจำเป็น/สำคัญ มิใช่ ข้อมูลไม่จำเป็น/ไม่สำคัญ
  4. มั่นใจอย่างไร ว่า ทิ้งข้อมูลไม่จำเป็น/ไม่สำคัญ อย่างเดียว มิได้ทิ้งข้อมูลจำเป็น/สำคัญ ไปด้วย
  5. มั่นใจอย่างไร ว่า เก็บข้อมูลจำเป็น/สำคัญอย่างเดียว มิได้เก็บข้อมูลไม่จำเป็น/ไม่สำคัญมาด้วย

เพื่อให้ในภาพ JPEG มีแต่ข้อมูลที่จำเป็น/สำคัญ

กระบวนการจัดการ RAW ที่คิดค้นโดยวิศวกรและมากับกล้อง ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า คนใช้กล้อง และคนดูภาพ ส่วนใหญ่ (99%) ไม่สนใจความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ที่เกิดขึ้น (อาทิ WB เพี้ยน) และความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการแปลงข้อมูล RAW เป็นข่าวสารภาพ JPEG .. ยอมรับได้

จากคำถามที่ว่า

คือถ้าถ่ายรูปมาเป็น JPEG มันจะไม่สามารถแก้ WB ได้ตรงเหมือนกับ Flie Raw หรอคะ เพราะว่าอะไรคะ”

ทั้งหมดที่ว่ามา คือ คำตอบของคำถามนี้ เราเอาไฟล์ JPEG มาแก้ WB แต่ เราเอาไฟล์ RAW มาผ่านกระบวนการสร้าง JPEG โดยนำ WB ที่เหมาะสมใส่เข้าไปจัดการ

การแก้ไข WB ใน JPEG คือ การแก้ไขปัญหา, ข้อผิดพลาด หลังจากที่งานเสร็จ

แต่การแก้ไข RAW มันคือ กระบวนการปรับแต่ง WB ระหว่างผลิตผลงาน ให้มันถูกต้องตรงตามที่เราต้องการ

ต่างกันเยอะไหมหละ?

กูรูถ่ายภาพหลายๆ คน จึงพยายามผลักดันแนวคิด (concept) เรื่องการ "จบหลังกล้อง" ให้กับมือใหม่ แต่ไม่ได้อธิบายเหตุผลชัดเจน หรือครบถ้วน เลยมีกระแสค้าน มากพอสมควร

การทำงานให้เสร็จสิ้น ครบถ้วน ไม่ต้องแก้ไข มันดีกว่าการมาแก้ไขงานภายหลังมากมาย แต่ถ้าสถานการณ์บีบบังคับ ให้ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ มีความจำเป็นต้องแก้ไขงานภายหลัง .. "RAW file" หน่วยกู้ชีพแห่งดิจิทัลอิมเมจไฟล์ ตามที่น้าตู้เอกสารว่าไว้ใน ทุกประการ

RAW File ทำให้การกู้ชีพ "ง่ายขึ้น" แต่ถ้าไม่กู้เลย .. จบหลังกล้อง .. มันง่ายกว่าหลายพันเท่า

แมวเหมียวพุงป่อง (20 ม.ค. 55)

http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O11600260/O11600260.html

ลุ้นระทึกกับการซื้อบัตร Girls’ Generation Concert Live in Bangkok

ผมนัดกับ @plynoi และ @imfai ว่าเราจะไปต่อแถวจองตั๋วกันที่แถวๆ ย่านพระราม 9 เพราะเป็นแหล่งของ True Shop ที่เยอะ ใกล้ True สำนักงานใหญ่ เซ็นทรัลแกรนด์พระราม 9 ก็เดินทางง่าย คนเยอะก็มาต่อที่ Fortune ที่มี 2 สาขาอีกเช่นกัน เพราะงั้นตัวเลือกเยอะ การกระจายตัวของแถวย่อมเยอะ

ผมตื่นแต่เช้า เมื่อถึง MRT พระราม 9 ผมเจอกลุ่มคนต่อแถวที่ทางเข้าเซ็นทรัลแกรนด์พระราม 9 อยู่ตรงประตูเหล็กที่ปิดอยู่ของทางเชื่อมเซ็นทรัล-MRT เห็นจำนวณคนขนาดนี้ ผมเลยขึ้นไปที่ Frotune แทน โดยผมไปถึง Fortune เวลาประมาณ 9:30 น. เดินผ่าน Shop ชั้น 1 ไปเห็นคนต่อแถวอยู่พอสมควร ก็เลยพุ่งตัวสู่ชั้น 3 ทันทีเพื่อต่อแถวด้านบนแทน เพื่อหวังว่าคนจะน้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้น้อยกว่ากัน ออกแนวกระจายตัวกันมากกว่า

IMG-20120114-00517

ปกติเนี่ยจองบัตรคอนเสิร์ตศิลปินต่างประเทศที่มาเล่นในไทย ไม่หมดไวอยู่แล้ว คือการจองผ่าน Shop หรือเว็บเนี่ยถ้าไปลำดับหลักสิบ (ผมได้ 31 ของ True Shop สามารถ Fortune ชั้น 3) ยังไงก็ต้องได้ อย่างน้อยๆ ก็ได้ที่ราคาถูกสุดแหละ

IMG-20120114-00518

ก็ได้เวลาลุ้นกัน ….

11:00 พนักงาน True Shop ขานให้คิวที่ 1-5 เข้าไปซื้อ

11:03 ผมเช็ค twitter สิ่งที่เกิดขึ้นคือบัตร 5,000 และ 4,500 หมดแล้ว!!!!

11:05 มีการยืนยันออกมาตลอดว่า 5,000 และ 4,500 หมดแล้ว!!!! และบัตรที่นั่งอื่นๆ เริ่มหมด พนักงาน True Shop ขานให้คิวที่ 6-10 เข้าไปซื้อ

11:15 ยังมีกระแสใน twitter แจ้งว่า 3,000 เหลือหลักร้อยและ 4,000 (บัตรยืน) ก็เหลือไม่ต่างกัน!!! พนักงาน True Shop ขานให้คิวที่ 11-15 เข้าไปซื้อ

11:20 กระแสข่าวบอกใน twitter อย่างไม่ยืนยันว่าบัตรหมดทุกที่นั่ง!!!! พนักงาน True Shop ขานให้คิวที่ 16-20 เข้าไปซื้อ

11:25 ทางพนักงาน True Shop เดินออกมาแจ้งว่าบัตรทั้งหมดได้ถูกซื้อไปหมดแล้ว ขอให้รอบัตรหลุดการจองผ่านหน้าเว็บในอีก 1 ชั่วโมง!!!

หมดหวัง!!! มีคนได้บัตรไปก่อนในกลุ่มเราคือ @imfai ส่วนผมและ @plynoi หมดหวังไปแล้วในตอนนั้น ….

เราก็ยืนๆ เบลอๆ อยู่หน้า Shop กันสักพักใหญ่ๆ จนเลยเที่ยงสักนิดก็ไม่มีวี้แววว่าจะได้บัตรหรือมีการขานเข้าไปซื้อบัตรหรือรายละเอียดอะไรจากใน Shop

ระหว่างนั้นความหมดหวังก็ได้ความหวังเมื่อใน twitter เริ่มมีการขายบัตรส่วนที่จองเกินจากแผน A, B, C ของเหล่าสาวกทั้งหลายที่ต้องการบัตร แต่เน้นกองทัพมดออกมา ระหว่างนั้นทาง @plynoi ก็ได้ข้อมูลจาก @PattaramonK หรือน้องนกว่าเค้ามีบัตรที่ซื้อเกินอยู่ 2 ใบ เป็นบัตรราคา 4,000 บาทอยู่โซน BA สนใจไหม แน่นอนว่าวินาทีนั้นผมพูดออกไปแบบไม่คิดว่า “เอา” โดยทันที แน่นอนว่า @plynoi คงไม่มีทางเลือกและผมก็ไม่อยากมานั่งลุ้นอีกต่อไป เราตกลงขอรหัสยืนยันและรหัสบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อทำเรื่องจ่ายเงินที่ Shop ทันที ทุกอย่างจบลง เราได้ใบเสร็จรับเงินพร้อมชำระเงินว่าเราได้บัตรแล้วแน่นอน …

เราถือใบเสร็จออกมาแบบเหมือนฝัน ออกแนวลงไปในเหวแล้ว แต่ตะกายกันขึ้นมาได้ ….

Huai Khwang-20120114-00519

สุดท้าย…. มันเป็นการจองบัตรคอนเสิร์ตที่น่าสะพรึงที่สุด ลุ้นทุกวินาที มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้องอาศัยความอึด ดวง และเครือข่ายคนรู้จัก…

นี่ตูจะได้ยิน "Bangkok, Put it back on" แล้วใช่ไหมมมม (><)/

SNSD Japan First Tour Girls Generation BluRay Full HD1080p[14-58-03]