เตรียมตัว Lenovo IdeaPad Tablet (LePad) และ Lenovo ThinkPad Tablet บุกไทย!

ข่าวจากต่างประเทศหลุด Lenovo ThinkPad Tablet มาสักพัก แต่ดูจะเงียบๆ ไม่มีรูปอะไรออกมาเพิ่มเติมเท่าไหร่นัก ไม่รู้จะขายเมื่อไหร่ด้วย แต่ที่แน่ๆ รูปร่างหน้าตาก็แนวๆ ThinkPad ที่รูปร่างเป็นทางการมาก

ThinkPad Tablet ข่าวบางสำนักเรียก Think Slate จากเสปคที่หลุดมาคราวๆ ก็เป็นจอภาพ 10.1” capacitive touch display ตามสมัยนิยมเพื่อให้รองรับ multi-touch ได้พร้อม IPS Panel ความละเอียด 1280×800 pixel และที่แตกต่างคือมี stylus มาให้ด้วย (ไม่ทิ้งแนวทางตัวเองเท่าไหร่) โดยมาพร้อมกับ Android 3.0 Honeycomb และปรับ UI ใหม่ในชื่อเรียก Lenovo Family UI เพื่อให้รองรับการใช้งานสำหรับตลาดองค์กร แน่นอนว่า CPU ก็ตามมาตรฐาน dual core Tegra 2 มีหน่วยความจำ 16, 32 และ 64GB พร้อมแบตที่อยู่ได้ 8 ชั่วโมง รองรับทั้ง 3G และ 4G ด้วย

สิ่งที่แปลกใจคือตากเสปคที่หลุดมาจากหลายๆ สำนัก มีช่องต่อ USB 2.0, SD Card, mini USB และ mini HDMI มาให้พร้อม แน่นอนว่าด้วย Tablet ที่ออกมาเพื่อองค์กรแบบนี้ต้องมี Lapdock แน่นอน ซึ่งดูๆ แล้วก็คงคิดว่าช่วงปลายปีคงได้เห็นกันทั้งในต่างประเทศ และในไทยแน่ๆ (กระซิบมาแล้วว่าจะนำเข้ามาไทยแน่นอน) ส่วนราคาคิดว่าไม่น่าต่างจากต่างประเทศมากนัก รอดูกันว่าจะเป็นอย่างไร ในต่างประเทศที่หลุดมานั้นตั้งไว้ที่ $499 ในไทยไม่น่าจะเกิน 18,xxx บาท (ราคาไม่ยืนยัน กะเอาจากราคาสินค้าตัวอื่นๆ)

image

ต่อมา Tablet สำหรับองค์กร ก็มาถึง Tablet ในระดับผู้ใช้ทั่วไป Lenovo ก็ประกาศชัด และยืนยันแล้วว่า Lenovo IdeaPad Tablet (ชื่อในประเทศจีนคือ LePad) เข้าไทยในช่วงเดือน 6-7 ของปี 2554 นี้แน่ๆ (ผมคาดว่าจะเป็นช่วงงาน Commart X-Gen)

ตัวเสปค Lenovo ideaPad Tablet คราวๆ ก็คือ Qualcomm Snapdragon processor (1.3 GHz) จอภาพแบบ multi-touch 10.1” ความละเอียด 1280×800 pixel GPU เป็น Adreno 205 และใช้ระบบปฎิบัติการ Android 2.2 (ไม่แน่ใจว่าจะได้รับการอัพเกรดเป็น Android 3.0 เมื่อตอนเข้าไทยแล้วหรือเปล่า) โดยที่มีแบตฯ มากกว่า iPad 2 และ Xoom พร้อมชิพเสียงของ Wolfson ที่หลายต่อหลายคนบอกว่าเสียงดีมากๆ แน่นอนว่า ถ้าตัว Tablet เข้ามา ผมไม่แน่ใจว่า Lenovo (Thailand) จะเอา IdeaPad U1 base เข้ามาหรือเปล่า เพราะเมื่อเอา Lenovo IdeaPad Tablet ต่อกับ IdeaPad U1 base จะใช้เป็น Notebook ได้เลย โดยที่ตัว IdeaPad U1 base จะมีเสปดเริ่มต้นที่ CPU Intel Core i5-540UM 1.2GHz และมีรุ่น Core i7 ด้วย ทำให้เราใช้งานสลับไปมาระหว่าง Windows 7 และ Android ได้ 

สำหรับราคา Lenovo IdeaPad Tablet (ชื่อในประเทศจีนคือ LePad) ราคาขายในประเทศจีนอยู่ที่ $530 (แพงกว่า ThinkPad Tablet ที่มีข่าวหลุดมาอีกแฮะ –_-“ ) และถ้าซื้อ Lenovo IdeaPad Tablet พร้อมกับ IdeaPad U1 base ราคาจะอยู่ที่ $1,300 ผมเดาว่าราคาในไทยก็คงอยู่ที่ 19,xxx บาท และ รุ่นที่พร้อม base คงประมาณ 42,xxx บาท (ชักแพง) แต่ถ้าเข้าไทย ผมคิดว่าราคาน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงให้ลงต่ำกว่าจากที่ผมคาดการณ์ไว้แน่ๆ

ย้ำอีกครั้ง!!! ราคาที่เป็นเงินบาทนี้ เป็นการคาดการณ์ราคาเท่านั้น ไม่ใช่ราคายืนยันออกจาก Lenovo (Thailand) แต่อย่างใด!!!

 

image

image

http://reallycuteasians.com/2011/04/wang-meng-touch-screen-or-touch-girl/

อ้างอิง
Leak: 10-inch Lenovo ThinkPad Tablet with IPS display, stylus and Honeycomb
Quick video: Lenovo LePad slate, IdeaPad U1 Hybrid in action
Lenovo announces LePad Tablet with Android and Windows 7 functionality

 

ไปงานเปิดตัว Dell Venue ที่ Siam Paragon แบบไม่ตั้งใจ

ต้องบอกก่อนว่า เป็นงานที่ไม่ได้เตรียมตัวไปแต่อย่างใด โดยคนชวนคือ @yokekung ครับ พอดีว่าพี่เค้าทวิตคุยกับ @pleplejung และ @muenue พอดี และเป็นทางผ่านตอนกลับบ้านพอดี ก็เลยไปด้วยซะเลย

งานจัดที่ Fashion Hall ชั้น 1 Siam Paragon ครับ ส่วนตัวแล้วนั้น กะไปแค่จับเครื่องของจริงมากกว่า เพราะตัวเสปคและอื่นๆ ก็อ่าน และได้ข่าวมาพอสมควร จากเว็บข่าวต่างๆ แล้ว

IMG_0384 IMG_0385

ไปยืนๆ รอคนอื่นๆ เค้าเล่นกันจบ เราก็เลยไปยืนเล่นบ้าง สัมผัสแรก เครื่องประกอบแน่นดี งานเนียบมาก วัสดุดี ถือแล้วเหมือนนักธุรกิจมากๆ ส่วนที่ต้องชมคือจอ AMOLED ขนาด 4.1 นิ้ว (800x480px) แบบ Gorilla Glass ที่ป้องกันรอยขีดข่วน และให้การแสดงผลที่ดีมาก ให้ภาพสวย สีสันเด่นมากๆ สิ่งที่แปลกคือจอมันโค้งนูนขึ้นมานิดๆ เลยดูแปลกๆ (ส่วนตัวใช้ iPod Touch แล้วมันก็เลยแปลกๆ) แต่พอใช้งานแล้ว อืมมม ก็ดีแฮะ ดูจับง่ายดี ฝาหลังเป็นพื้นผิวถักไม่เรียบ เลยดูกระชับ ไม่ลื่นง่าย

กล้อง 8 Mpx พร้อมไฟส่อง LED นี่ให้มาเกินพอ Dell บอกว่าต้องการเน้นในส่วนของกล้องมากๆ เลยให้มาเต็มที่ จากที่ทดสอบก็พอใช้ได้ Dynamic Range ทำได้ตามมาตรฐาน ถ้ามี App ถ่ายรูปดีๆ น่าจะได้ภาพที่สวยงามทีเดียว

เสปคภายในนี่ CPU 1 GHz Snapdragon ดูจะน้อยไปนิดสำหรับ Smartphone เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ที่เปิดตัวในช่วงนี้ ส่วน ROM 1 GB และ RAM 512 MB และใส่ micro SD ได้ 32 GB ก็ดูจะเป็นมาตรฐานทั่วไปครับ

ระบบปฎิบัติการ ก็ยังคงเป็น Android 2.2 (Froyo) สำหรับระบบ UI ก็ใช้ Stage UI ตาม Dell Streak 5 ครับ อันนี้ไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่ที่แน่ๆ Apps เพียบ สำหรับ Android ในปัจจุบันนี้

สำหรับขนาดเครื่องและน้ำหนักนี่ต้องบอกว่าขนาดเครื่องใหญ่และหนักกว่าปรกติครับ (จอใหญ่ประมาณ 4.1” นั้นแน่นอนอยู่แล้ว) ใครต้องการซื้อแนะนำให้ลองจับดูก่อน เพราะหนักประมาณ iPhone 4 + iPod Touch 4 รวมกันนะ (ผมกะๆ เอาจากในงาน)

สุดท้าย ราคาที่เปิดตัวที่ 15,990 บาท (ณ.วันที่ 31/5/2554) ซึ่งดูจากราคาแล้วคงตั้งราคามาให้เหมาะสมกับตลาดในตอนนี้เพราะคู่แข่งตั้งราคาต่ำลงมาจนกดให้ต้องตั้งราคาต่ำลงมาอีกเพื่อให้จูงใจคนซื้อเช่นกัน และผมคิดว่าในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-end คงมีโปรตีคู่กับตัวนี้แน่ๆ เพื่อจูงใจคนซื้อให้สนใจซื้อตัวนี้ได้ไม่ยากนัก

Read more

 

คิวถ่ายรูปซ้อม-พิธีพระราชทานปริญญาบัตร จุฬาฯ 54

ดูข้อมูลค่าบริการที่นี่ ขอไม่รับงานวันจันทร์ – ศุกร์นะครับ หรือนัดถ่ายนอกรอบได้ตามวันและเวลาที่ว่างนอกเนื้อจากรายการด้านล่าง สามารถติดต่อสอบถามได้ครับ

วันเสาร์ ที่ 18 มิถุนายน 2554
เวลา 8.30 น. (ยืนยันช่วงเช้า)
– คณะครุศาสตร์
เวลา 13.00 น. (ว่าง)
– วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาญารณสุข, วิทยาลัยปิโตเลียมและปิโตเคมี, วิทยาลัยประชากรศาสตร์, สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน 2554 (ว่าง)
เวลา 8.30 น.
– คณะรัฐศาสตร์
เวลา 13.00 น.
– คณะนิเทศศาสตร์, คณะจิตวิทยา

วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน 2554 (ว่าง)
เวลา 8.30 น.
– คณะวิศวกรรมศาสตร์
เวลา 13.00 น.
– คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ตรี)

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน 2554
เวลา 8.30 น. (ว่าง)
– คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (ตรี)
เวลา 12.00 น. (ยืนยันรอบบ่าย)
– คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (โท เอก)

วันเสาร์ ที่ 2 กรกฏาคม 2554 (ยืนยันท้้งวัน)
เวลา 8.30 น.
– คณะเภสัชศาสตร์, คณะสัตวแพทยศาสตร์
เวลา 13.00 น.
– คณะแพทยศาสตร์, คณะทันตแพทยศาสตร์

วันพระราชทานปริญญาบัตร จุฬาลงกรณ์ 2554

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฏาคม 2554 (ว่าง)
เวลา 8.30 น. และ เวลา 13.00 น.

วันศุกร์ที่ 8 กรกฏาคม 2554 (ว่าง)
เวลา 8.30 น. และ เวลา 13.00 น.

 

เชิญ Blogger ไปงาน Press

เห็นพูดๆ ใน twitter กันขอนิดนึงแล้วกัน ^^

ได้รับเชิญไปหลายงานขอสรุปประสบการณ์ส่วนตัวและข้อเสนอแนะตามนี้ เผื่อเป็น checklist/guideline สำหรับคนจัดงาน

  • วันและเวลาควรเป็นเวลาที่มนุษย์เงินเดือนเค้าว่างกัน เพราะ Blogger กว่า 90% เป็นพวกทำงานประจำกินเงินเดือนบริษัท ฯลฯ จะเชิญวันและเวลาทำงานปรกติแนะนำว่าต้องแน่ใจจริงๆ ว่าจัดแล้ว Blogger ไม่มาบ่นทีหลังว่าจัดทำไม เพราะงั้นถ้าไม่แน่ใจว่าจัดโดนใจ หรือมีข้อมูลเชิงลึกสุดๆ แบบกระจายได้มากๆ ไม่ต้องเชิญครับ (หลายงานไม่ขอเอ่ยจริงๆ จนหลังๆ ถ้าลาไม่ได้ก็ขอไม่ไป) ส่วนตัวไม่ค่อยอยากปฎิเสธเข้าร่วมงาน แต่ถ้าลางานบ่อยๆ โดนไล่ออกได้ เห็นใจกันบ้าง เพราะ Blogger ไม่ใช่สื่อที่สามารถลางานได้ตามภาระหน้าที่จริงๆ และแนะนำถ้าจัดวันธรรมดาก็นัดสัก 18:30 เป็นต้นไปจะดีมาก งานเริ่มสัก 19:00 อะไรแบบนั้น เลิกกี่โมงไม่ใช่ปัญหาดูแลตัวเองกันได้ ถ้าเสาร์-อาทิตย์ แนะนำว่าควรจัดช่วงบ่ายเป็นต้นไปครับ เหตุผลน่าจะเข้าใจกันดี ><"
  • เนื้อหาขอให้ตรงกับความรู้ความสามารถของ Blogger นั้นๆ ถนัดจริงๆ อันนี้สำคัญ เพื่อข้อมูลตรง ชัดเจน เวลามาเขียนหรือเล่าเรื่องของ Blogger ท่านนั้นๆ ครับ ถ้าออกแนวกำกึ่งก็ต้องลองดูอันนี้อยู่ที่คนเชิญครับ
  • ไม่ต้องรับรอง VIP อะไรมากมาย ขอพื้นที่สำหรับสุ่มหัวกันคุยกันเฮฮาได้ในงานด้วย เผื่อนั่งมึนๆ หรืออยากพูดคุยในรายละเอียดกับคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จะระหว่างงาน ก่อน-เลิกงานจะได้ไม่รบกวนส่วนหลักของงาน อันนี้ประจำครับ แบบตอนนำเสนอไม่ค่อยมีคนถาม แต่พองานเลิก เริ่มมีสอบถาม Q&A ปั้บ คำถามเพียบ อันนี้ดูจะเป็นปรกติไปแล้ว เพราะความเป็นทางการของงานบางงานเนี่ยแหละครับ (คุยกันตอนหลังได้ข้อมูลลึกๆ หรือพวกข้อมูลเชิงกระซิบเยอะกว่ามากๆ)
  • Press Kit ถ้าเป็นพวกเอกสารกระดาษคงไม่จำเป็น ถ้าเป็นของแจกก็ให้แค่ของก็พอ ส่วนใหญ่ Blogger ดูแลข้อมูลเบื้องต้นของตัวเองได้อยู่แล้ว แนะนำว่าส่งเข้าอีเมลมาเลยทีเดียวก่อนเริ่มงาน ผมเชื่อว่า Blogger ทุกคนมีอีเมล และ online อ่านเมลได้ทันทีกันเยอะ คงไม่ยากเกินไปอยู่แล้ว เพราะพวกเอกสารผมได้มาผมก็ไม่ได้อ่าน กองๆ ไว้มากกว่า เพราะหาอ่านได้ตามสื่อหลักอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่
  • รูปภาพต่างๆ ไม่ว่าจะของงาน ตัวสินค้า ฯลฯ ไม่ต้องส่งมาทางอีเมลก็ได้นะครับ เชื่อผมเหอะ ผมเจอหลายงานส่งมาเป็น 10MB อึ้งไปสักพัก ผมแนะนำให้อัพเข้าเว็บฝากรูปดีๆ สักที่ มีเยอะแยะให้เลือก Flickr ก็ดีนะ เดี่ยวพวก Blogger เค้าไปดูดกันมาเอง อ่อ…. อย่าลืมกำหนด tag ไว้จะดีมากครับ จะได้รวมเป็นกลุ่มๆ เข้าใจง่ายว่างานไหน
  • สำคัญสุดๆ คือ Wireless Network(WiFi) อันนี้สำคัญมาก เพื่อติดต่อสื่อสารทำ Live Blogging ฯลฯ ได้ทันที บางคนอาจจะไม่ Live แต่อาจจะ Note บน Online Note ได้ทันที หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสอบถามอะไรในงาน เผื่อขาดเหลืออะไรจะได้ครบถ้วน ถ้าต้องเก็บ log หรือต้องใช้ username/password ก็เตรียมพร้อมไว้เลยครับ
  • ถ้าอยากให้มี Live Blogging แนะนำให้บอกเลยว่าใช้ tag/hashtag อะไรในงานอย่างชัดเจนจะได้ไปในทางเดียวกันทั้งงาน เจอบางงานก็หลากหลายเหลือเกิน และไม่ควรยาวเกินไป คิดมาสั้นๆ ก็ได้ครับ จะคำย่อก็ดี เพราะเจ้า tag/hashtag เนี่ยจะถูกใช้ใน keyword ตอน search ในอนาคตแน่นอน คล้ายๆ กับคำย่อของงานนั้นๆ ด้วย
  • คนนำเสนอแนะนำคนที่รู้ลึกรู้จริง จัดเต็ม เพราะเจอคำถามแบบลึกๆ อาจจะมึนๆ งงๆ แบบคาดไม่ถึงแน่นอน จะมีกี่คนก็ได้ จะพา engineer มาเท่าไหร่ไม่ว่า ผมเชื่อว่าระดับ Blogger สมัยนี้คำเทคนิคต่างๆ คิดว่าฟังได้สบายๆ ครับ
  • การนำเสนอนี่เอาแบบสบายๆ ก็ได้นะ พิธีอะไรไม่ต้องเยอะ เน้นเฮฮา ปรกติไปกันนี่ก็มักจะรู้จักกันอยู่แล้ว ไม่ค่อยซีเรียส ผมจำได้ตอนงาน Windows 7 Insider Blogger Day นี่เฮฮามากคนไปไม่เยอะ หลัก 30-40 คนเอง ของกินเพียบ ไม่ได้หรูอะไร แต่เป็นกันเอง สอบถาม ให้ข้อมูลและนำเสนอนี่เนื้อๆ เน้นๆ มากมาย แถมเป็นกันเองมากคุยกันสนุก
  • แนะนำว่าควรมี post-it หรืออะไรสักอย่างที่แปะชื่อไว้สักหน่อย จะได้เรียกชื่อกันได้ง่ายๆ (อันนี้เห็นผลจริงๆ ตอนงาน Barcamp)
  • Blogger ส่วนใหญ่ไม่มีนามบัตรครับ เพราะงั้นแนะนำว่าไม่ต้องขอ ขอเว็บ blog, e-mail, twitter, facebook, linkedin หรือช่องทางการติดต่อแบบ online เป็นหลักครับจะดีที่สุด
  • ของกินนี่เอาบ้านๆ ก็พอ น้ำเปล่า น้ำอัดลมอะไรก็ว่าไป จะขนม ของคาว จัดวางไว้เป็นสัดส่วน ไม่ต้องเดินเสริฟก็ได้ครับ ผมเชื่อว่า Blogger บ้านๆ แบบผม ดูแลตัวเองได้ และอย่าให้พร่อง ;P (ชักเริ่มเห็นแก่กินแฮะเรา ><")

คิดออกแค่นี้แหละครับ ถ้าดูดีๆ ไม่ต้องการอะไรมากมายเลย ผมว่ามันคล้ายๆ กับมาติวหนังสือตอนเรียนมหาวิทยาลัยมากๆ นัดมาเจอกันหิ้วน้ำ ขนมกันมาเอง แล้วก็มาสุ่มหัวกันติวๆๆ โดยมีหัวโจกคนนึงมาให้ข้อมูลเชิงลึก เทคนิคลับอะไรก็แล้วแต่ แล้วทุกคนก็กลับไปจัดการทบทวนทำข้อสอบของตัวเองในห้องสอบอะไรแบบนั้น เพราะ Blogger ก็สูตรใครสูตรมัน อะไรแบบนั้นครับ ;)

ดูเรื่องมากเนอะ ….. แต่จริงๆ จะเห็นว่าไม่มีอะไรเลย จัดแบบง่ายๆ เรียบๆ วันและเวลาของงานก็หลบๆ เพื่อคนทำงานบริษัทแค่นั้นเองครับ เรื่องมากน้อยกว่า Press อีกมั้ง ฮา….

 

ไอ้พวกนี้ทำสังคมตากล้องเสื่อมเข้าไปทุกวัน

จากกระทู้ (ขอเอาที่โพสมาเก็บไว้สักหน่อย คิดว่าสักพักกระทู้นี้คงหายไปเพราะอายุกระทู้ของ pantip.com)

ขอถามช่างภาพหน่อยค่าเรื่องชวนนางแบบออกทริป(สงสัย)
http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O10531139/O10531139.html

ในฐานะที่รู้จักนางแบบอยู่พอสมควร และเชิญน้องๆ มาออกทริปบ่อยๆ ทั้งประกาศและส่วนตัวนะ

1. วันและเวลาที่ถ่าย (ต้องถามก่อนเลย เพราะสำคัญมาก น้องๆ บางคนคิวทองและงานเยอะ)
2. แนว concept ที่จะถ่ายว่าแนวไหน เสื้อผ้า หน้าผม แนวไหน (บางคนบางแนวเค้าไม่มั่นใจ ถ่ายออกมาจะไม่สวย)
3. แล้วสถานที่ถ่ายห้องพัก, ออกแดด หรือในร่ม ทุกอย่างต้องบอก น้องบางคนไม่รับถ่ายในห้องพักโรงแรม หรือออกแดดนานเกินไป อันนี้ต้องบอกให้ชัดเจน รวมถึงที่อยู่ที่ชัดแจนของสถานที่ที่ถ่าย และการเดินทาง (สำคัญมาก เพราะบางคนแฟนไปส่ง หรือพ่อแม่มารับ-ส่ง เพราะงั้นต้องชัดเจน แต่บอกทีหลังได้ แต่ถ้าบอกทีหลังต้องสนิทกันสักหน่อยไม่งั้นต้องใจให้เค้าก่อนคือระบุชัดเจน)
4. จำนวนตากล้องที่ถ่ายแน่ชัด ว่าถ่ายกี่คน อาจจะไม่ต้องบอกว่าใครบ้าง แต่อย่างน้อยๆ เราก็ต้องรู้ว่าเคยมีปัญหากันมาก่อนหรือเปล่า อย่างน้อยๆ เวลาถ่ายจะได้ไม่นอยกัน (กรณีทริปส่วนตัว ไม่ใช่เป็นการเป็นงาน หรืองานถ่ายโฆษณาหรือลูกค้าจ้างมา)
5. สอบถามค่าตัว เพราะทุกอย่างครบ วัน-เวลา สถานที่ concept ก็ได้เวลาให้เค้าคิดเอง อาจจะไม่ตกลงทันที แต่ก็ให้เวลาเค้าตัดสินใจ แต่ส่วนใหญ่มักจะตอบรับบอกค่าตัวมาเลย (เกือบจะ 100% จะตอบทันที)

ขั้นตอนผมเวลาจัดทริปก็ประมาณนี้ ไม่เคยห้ามนางแบบพาใครมา จะแฟน พ่อ-แม่ คนในครอบครัว ตามสะดวก ขออย่าวุ่นวายหรือบังมุมตอนถ่ายรูปก็พอ (เดินมาดูก็ได้ ไม่ว่า) คือเราสะดวกใจ สบายใจ ทั้งสองฝ่าย จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง น้องๆ ไว้ใจ ครอบครัว แฟนเค้าก็ไว้ใจเรา ทำงานครั้งต่อๆ ไปก็สบายๆ คุยกันง่ายครับ

ผมแนะนำว่าถ้าเค้าไม่ให้พาใครไป หรือให้เราไปคนเดียวจริงๆ แนะนำว่าไม่ต้องรับครับ ค่าตัวอาจจะเยอะจนคิดว่าทำงานทั้งเดือนอาจจะได้ไม่เท่านี้ ก็ลองชั่งใจดู แต่ผมแนะนำว่าอย่า มีกรณีแบบนี้อยู่บ่อยๆ ได้ไม่คุ้มเสียกันมาเยอะแล้วทั้งนั้น -_-“