ลุ้นระทึกกับการซื้อบัตร Girls’ Generation Concert Live in Bangkok

ผมนัดกับ @plynoi และ @imfai ว่าเราจะไปต่อแถวจองตั๋วกันที่แถวๆ ย่านพระราม 9 เพราะเป็นแหล่งของ True Shop ที่เยอะ ใกล้ True สำนักงานใหญ่ เซ็นทรัลแกรนด์พระราม 9 ก็เดินทางง่าย คนเยอะก็มาต่อที่ Fortune ที่มี 2 สาขาอีกเช่นกัน เพราะงั้นตัวเลือกเยอะ การกระจายตัวของแถวย่อมเยอะ

ผมตื่นแต่เช้า เมื่อถึง MRT พระราม 9 ผมเจอกลุ่มคนต่อแถวที่ทางเข้าเซ็นทรัลแกรนด์พระราม 9 อยู่ตรงประตูเหล็กที่ปิดอยู่ของทางเชื่อมเซ็นทรัล-MRT เห็นจำนวณคนขนาดนี้ ผมเลยขึ้นไปที่ Frotune แทน โดยผมไปถึง Fortune เวลาประมาณ 9:30 น. เดินผ่าน Shop ชั้น 1 ไปเห็นคนต่อแถวอยู่พอสมควร ก็เลยพุ่งตัวสู่ชั้น 3 ทันทีเพื่อต่อแถวด้านบนแทน เพื่อหวังว่าคนจะน้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้น้อยกว่ากัน ออกแนวกระจายตัวกันมากกว่า

IMG-20120114-00517

ปกติเนี่ยจองบัตรคอนเสิร์ตศิลปินต่างประเทศที่มาเล่นในไทย ไม่หมดไวอยู่แล้ว คือการจองผ่าน Shop หรือเว็บเนี่ยถ้าไปลำดับหลักสิบ (ผมได้ 31 ของ True Shop สามารถ Fortune ชั้น 3) ยังไงก็ต้องได้ อย่างน้อยๆ ก็ได้ที่ราคาถูกสุดแหละ

IMG-20120114-00518

ก็ได้เวลาลุ้นกัน ….

11:00 พนักงาน True Shop ขานให้คิวที่ 1-5 เข้าไปซื้อ

11:03 ผมเช็ค twitter สิ่งที่เกิดขึ้นคือบัตร 5,000 และ 4,500 หมดแล้ว!!!!

11:05 มีการยืนยันออกมาตลอดว่า 5,000 และ 4,500 หมดแล้ว!!!! และบัตรที่นั่งอื่นๆ เริ่มหมด พนักงาน True Shop ขานให้คิวที่ 6-10 เข้าไปซื้อ

11:15 ยังมีกระแสใน twitter แจ้งว่า 3,000 เหลือหลักร้อยและ 4,000 (บัตรยืน) ก็เหลือไม่ต่างกัน!!! พนักงาน True Shop ขานให้คิวที่ 11-15 เข้าไปซื้อ

11:20 กระแสข่าวบอกใน twitter อย่างไม่ยืนยันว่าบัตรหมดทุกที่นั่ง!!!! พนักงาน True Shop ขานให้คิวที่ 16-20 เข้าไปซื้อ

11:25 ทางพนักงาน True Shop เดินออกมาแจ้งว่าบัตรทั้งหมดได้ถูกซื้อไปหมดแล้ว ขอให้รอบัตรหลุดการจองผ่านหน้าเว็บในอีก 1 ชั่วโมง!!!

หมดหวัง!!! มีคนได้บัตรไปก่อนในกลุ่มเราคือ @imfai ส่วนผมและ @plynoi หมดหวังไปแล้วในตอนนั้น ….

เราก็ยืนๆ เบลอๆ อยู่หน้า Shop กันสักพักใหญ่ๆ จนเลยเที่ยงสักนิดก็ไม่มีวี้แววว่าจะได้บัตรหรือมีการขานเข้าไปซื้อบัตรหรือรายละเอียดอะไรจากใน Shop

ระหว่างนั้นความหมดหวังก็ได้ความหวังเมื่อใน twitter เริ่มมีการขายบัตรส่วนที่จองเกินจากแผน A, B, C ของเหล่าสาวกทั้งหลายที่ต้องการบัตร แต่เน้นกองทัพมดออกมา ระหว่างนั้นทาง @plynoi ก็ได้ข้อมูลจาก @PattaramonK หรือน้องนกว่าเค้ามีบัตรที่ซื้อเกินอยู่ 2 ใบ เป็นบัตรราคา 4,000 บาทอยู่โซน BA สนใจไหม แน่นอนว่าวินาทีนั้นผมพูดออกไปแบบไม่คิดว่า “เอา” โดยทันที แน่นอนว่า @plynoi คงไม่มีทางเลือกและผมก็ไม่อยากมานั่งลุ้นอีกต่อไป เราตกลงขอรหัสยืนยันและรหัสบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อทำเรื่องจ่ายเงินที่ Shop ทันที ทุกอย่างจบลง เราได้ใบเสร็จรับเงินพร้อมชำระเงินว่าเราได้บัตรแล้วแน่นอน …

เราถือใบเสร็จออกมาแบบเหมือนฝัน ออกแนวลงไปในเหวแล้ว แต่ตะกายกันขึ้นมาได้ ….

Huai Khwang-20120114-00519

สุดท้าย…. มันเป็นการจองบัตรคอนเสิร์ตที่น่าสะพรึงที่สุด ลุ้นทุกวินาที มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้องอาศัยความอึด ดวง และเครือข่ายคนรู้จัก…

นี่ตูจะได้ยิน "Bangkok, Put it back on" แล้วใช่ไหมมมม (><)/

SNSD Japan First Tour Girls Generation BluRay Full HD1080p[14-58-03]

 

เปิดเว็บเกี่ยวกับการถ่ายรูป 2 เว็บในรอบ 3 วัน

เป็นการคิดแบบบ้าดีเดือดมากๆ หลังจากโดนยุจากการเปิด ThaiThinkPad.com เมื่อหลายปีก่อน โดนยุอยู่พอสมควร ก็เลยได้เปิด ประกอบกับมีประสบการณ์ในการดูแลชุมชนขนาดใหญ่อย่าง ThaiHi5.com เป็นทุนเดิมอยู่ เลยไม่ยากที่จะเริ่ม การเริ่มเป็นเว็บแรกๆ ในตลาดที่ไม่มีใครสนใจนั้นไม่ยาก อาศัยความต่อเนื่องเป็นหลัก (แต่ ThaiHi5 ตอนนี้ก็ไม่มีคนเข้าเท่าไหร่แล้ว)

มาช่วงอาทิตย์นี้ โดนยุอีกว่าไม่ลองเปิดเว็บแนวถ่ายรูปดูบ้างหล่ะ ก็เลย เออ น่าสนใจดีนะ แต่ …. กลายเปิดเว็บถ่ายรูปมันไม่ง่ายแบบเมื่อก่อนแล้ว เพราะเว็บแนวๆ ที่ ThaiThinkPad.com ทำและจะนำมาปรับใช้กับเว็บถ่ายรูปนั้น “ไม่ง่าย” และไม่ใช่เราเป็นคนเก่งและมีประสบการณ์ด้านนี้มากเท่ากับ ThinkPad แบบเดียวกับ  ThaiThinkPad.com เพราะฉะนั้นการเปิดเป็น Forum แบบเดิมๆ จะไม่เติบโต เพราะการเปิดแนว Forum นั้นต้องมีกลุ่มคนมากพอที่จะขับเคลื่อนได้ เพราะฉะนั้นต้องเปลี่ยนแนวออกไป

เว็บ http://www.nixpx.com จึงแตกต่างจากที่เคยทำมาเพราะตลาด Forum เริ่มอยู่ตัว คนถ่ายรูปไม่ได้ต้องการที่แสดงผลงานที่มากกว่าที่ตัวเองต้องการ แต่สิ่งที่ขาดคือเว็บที่นำเสนอความรู้และข่าวสารมากกว่า เพราะในไทยยังไม่มีเว็บแนวนี้เท่าไหร่นัก จึงเป็นจุดที่น่าสนใจลงมาทำ ซึ่งการอ่าน “NIXPX” ให้อ่านว่า NICEPIX หรือ ไนส์พิก

ที่มาของ X ตัวอักษรลำดับที่ 3 เป็นการนำมารวมกันของ C (Create) + E (Emotion) = X (สร้างสรรค์งานบนความรู้สึก)

การตัด I ออกไปเพื่อบ่งบอกว่าเราจะไม่ยึดมั่นในแนวคิดของเราแต่เพียงคนเดียว

NIXPX เป็นเว็บที่รวบรวมเรื่องราวของการถ่ายรูปที่ทุกคนสามารถสนุกไปกับมัน เพื่อสร้างสรรค์ภาพที่สวยงามและน่าดึงดูดใจ และยังนำเสนอข้อมูล-ข่าวสารในวงการถ่ายภาพต่างๆ ที่รวดเร็วและเข้าใจง่ายที่สุด

ช่างเป็นอะไรที่ลึกลับดีกับที่มาของชื่อแฮะ ….

ที่มาของชื่อใช้เวลาคิดสักพัก กับการนั่งเคาะๆ whois บน commandline เสร็จแล้วก็จดเลยในคืนวันที่ 10 มกราคม 2555 แล้วก็ setup WordPress ตัวใหม่และลง plugins ที่จำเป็นแล้วนั่งหา themes ที่คิดว่า ok มาใช้ ปรับอยู่สัก 1-2 ชั่วโมงก็พร้อมใช้งาน

ช่วงแรกตอนนี้เอาเนื้อหาที่เคยเขียนใน blog เก่าๆ มาโพสใส่ลงไปเพื่อเพิ่มเนื้อหาให้ไม่ดูโล่งไป ตอนนี้อยู่ในช่วงหาแหล่งข่าวต่างๆ และในช่วงอาทิตย์ต่อไปคงได้ลุยเนื้อหาเต็มที่

ต่อมาคือ IARTWRK by Ford AntiTrust เข้าได้ที่ http://www.iartwrk.com ได้แนวคิดจาก thesartorialist.com (แต่ความเทพของอารมณ์ยังไม่เท่า นี่เราคิดเทียบกับระดับโลก ช่างกล้า ><“) ในเวลา setup ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพราะชื่อเว็บมีอยู่แล้ว จดมานานมาก แต่ไม่ได้ใช้เลย แล้วไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไรจริงๆ ในตอนแรก แต่พอคิดว่าจะทำชื่อนี้ก็โผล่มาในหัว เพราะสื่อกับสิ่งที่ตัวเองต้องการนำเสนอมากๆ

IARTWRK อ่านเป็น I + ART + WORK ตอนแรกนั้นเว็บนี้กะใช้เป็นที่รวม Music Artwork ของตัวเพลงต่างๆ ที่ใส่ลงในเพลงที่อัพเข้า iPod จึงมีเหตุที่มันมีตัว I อยู่ด้านหน้า แต่สุดท้ายก็ไม่มีเวลาทำ มารอบนี้เลยเปลี่ยนและปรับแนวใหม่ เป็น Individual Artwork แทน จริงๆ ไม่ได้ซีเรียสกับชื่อเท่าไหร่แฮะ เพราะความหมายตรงๆ ของ Artwork มันก็ไม่ใช่แค่เรื่องรูปภาพอย่างเดียว มันเป็นเรื่องของ printed publication เลยนั่งคิดๆ ต่อว่าควรจะมีความหมายอะไรยังไงดี สุดท้ายก็ได้เป็น Individual Art without Work แทน ออกแนวหาที่ลงมากกว่า ฮา …. แต่เอาเหอะ คิดมากไปเรื่องชื่อ ไม่ได้เริ่มกันพอดี

โดยเว็บ IARTWRK นั้นไม่เชิงว่าเอาแนวคิดแนวการถ่ายรูปมาจาก  thesartorialist.com เท่าไหร่นัก แต่ออกแนวโพสรูปที่ตัวเองชอบจากใน Gallery ของตัวเอง มาโพสเรื่อยๆ ไม่เป็นเซ็ตหรืออัลบั้ม แต่เป็นแนว Photo Stream มากกว่า คล้ายๆ กับ Flickr ที่ตัวเองใช้อยู่ แต่อันนี้คัดมาวันละ 3-5 รูปต่อวัน ออกแนวเน้นคุณภาพ (ที่ตัวเองคิดว่าโอเค)

ก็ลองดูสักตั้งนึง….

 

Nikon Sales Thailand เปิดตัว Nikon D4 และเลนส์รุ่นใหม่ในประเทศไทย

ในวันที่ 6 ม.ค. 2555 Nikon Sales Thailand เปิดตัวกล้องและเลนส์รุ่นใหม่พร้อมกับ Nikon สาขาอื่นทั่วโลก แน่นอนว่าเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้เปิดตัวกล้องรุ่นโปรพร้อมกับประเทศ อื่นๆ อีกด้วย

คุณสมบัติของกล้อง Nikon D4 คือ

  • CMOS image sensor 16.2 megapixel format FX (24x36mm Full-Frame)
  • ความเร็วในการถ่ายรูปต่อเนื่องที่ full-resolution (16.2 megapixel) ที่ 10 frame per second (fps) เมื่อเปิด AE/AF และไม่เปิด AE/AF ที่ 11 frame per second (fps)
  • Startup time 0.12 seconds และ Shutter Lag 0.042 seconds
  • ปรับปรุงการถ่ายรูปในที่แสงน้อยโดยตั้งแต่ ISO 100 ถึง 12,800 และลดและเร่งได้ตั้งแต่ ISO 50 ถึง 204,800 ทั้งในโหมดถ่ายภาพปรกติและวิดีโอ
  • Image Processor EXPEED3 รุ่นใหม่
  • ปรับปรุงระบบวัดแสงจาก D3 เป็นรุ่นที่ 3 (Third generation color matrix metering system) ที่ 91,000 pixel RGB metering sensor และ 3D Color Matrix III เน้นความสว่างที่ใบหน้าของคน
  • Advanced Multi-CAM 3500FX ระบบโฟกัสปรกติทัั้งหมด 51 จุด และระบบโฟกัสแบบ cross-type ทั้งหมด 15 จุด ที่ f/5.6 หรือกว้างกว่า และระบบโฟกัสสามารถโฟกัสได้ช่วงสว่างน้อยลงไปได้อีก 2 stop จากความสว่างปรกติ
  • มีระบบ Focus Point Switching ระหว่าง Portrait/Landscape
  • เพิ่มปุ่มย้าย Focus อีกปุ่มเพื่อความสะดวกตอนใช้ถ่ายแนวตั้ง
  • Viewfinder แบบ Full Pentaprism 100%
  • บันทึกวิดีโอแบบ Full HD 1080p ได้ที่ 30 และ 24 fps และ HD 720p ที่ 60 fps ในโหมด slow-motion โดยรอบรับการบันทึกแบบบีบอัดด้วย H.264 B frame compression ด้วย ถ่ายได้สูงสุด 29 นาที 59 วินาทีต่อคลิป
  • ระบบบันทึกวิดีโอมี Auto Flicker Reduction (50/60Hz)
  • ระบบวิดีโอสามารถเลือก FX (x1), DX (x1.5) และ CX (x2.7) Format บนวิดีโอแบบ Full HD โดยไม่ลดคุณภาพใดๆ
  • สนับสนุน WTSA wireless control บน Nikon WT-5 wireless tramsmitter และมี Ethernet port
  • HDMI ouput สำหรับบันทึกวิดีโอแบบไม่บีบอัดบน Apple ProRess 422 Series
  • มี Function ทำงานผ่าน HTTP Mode ในการควบคุมและเข้าถึงไฟล์ต่างๆ ในกล้องได้ทันที
  • เพิ่มระบบ face detection/recognition เพื่อสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น
  • ตัวกล้องนั้นเป็นกล้องตัวแรกที่สนับสนุน XQD Compact Flash memory card (125MB/s) และ CF UDMA7 (100MB/s)
  • Thermal Shield พื้นผิวตัวกล้องเพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอกเข้าภายในกล้องได้ดีมากขึ้น
  • ตัว Shutter นั้นออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยทดสอบแล้วทำงานได้ถึง 400,000 ครั้ง
  • เพื่อขนาดจอ LCD ด้านหลังเป็น 3.2" 921,000 pixel Gapless และมีเซ็นเซอร์ปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ
  • น้ำหนัก 1.180kg (ไม่รวมแบตฯ)

ราคาขายอยู่ที่ 200,000 บาท (ถามตอน Q/A ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต)

ปิดท้ายด้วย เปิดตัว AF-S Nikkor 85mm f/1.8G เลนส์รุ่นใหม่ในงานนี้ด้วยราคาประมาณ 16,000-17,000 บาท (ถามตอน Q/A ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต)

ราคาทั้งสองตัวยังไม่มีออกมาอย่างเป็นทางการ

Read more

 

ระบบรักษาความปลอดภัยในเครื่องที่ผมใช้

DSC_6603

เครื่องโน๊ตบุ๊ค Lenovo/IBM ThinkPad ที่ผมใช้มา 3 เครื่องนั้นสามารถตั้งรหัสผ่านก่อนที่จะเข้าสู่ OS Mode อยู่ 3 ส่วนคือ

image Power On Password (POP)

image Hard Disk Password (HDP)

image Supervisor Password (SVP)

โดยทั้ง 3 ส่วนนั้นรหัสผ่านถูกเก็บรักษาและหรือ Encrytion Key อยู่บน Trusted Platform Module (TPM) โดยในปัจจุบัน เครื่องที่ผมใช้คือ ThinkPad T420 นั้นมาตรฐาน TCG Ver.1.2 Compliant chip (ผมไม่รู้ขั้นตอนแน่ชัดในการเก็บว่ามันเก็บแค่ Key หรือเก็บ Passphrase ทั้งหมด)

image
รูปจาก tabletkiosk.com

เพราะฉะนั้นถ้าผมดันไปลืมรหัสผ่านทั้ง 3 ตัวด้านบน หรือมีคนพยายามเข้าสู่เครื่องผมจะไม่สามารถใช้การ reset ด้วยวิธีเอา Backup Battery บน M/B ออกและใส่กลับไปใหม่ได้ เพราะรหัสนั้นอยู่บน Trusted Platform Module (TPM) โดยเป็น chip ที่สามารถคงสภาพรหัสไว้ได้แม้จะไม่มีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่เลย ถ้าลืมก็มีอย่างเดียวคือเปลี่ยน M/B ในกรณีที่ลืม Power On Password (POP) หรือ Supervisor Password (SVP) และเปลี่ยน HDD ในกรณีที่ลืม Hard Disk Password (HDP) กันไปเลย

ส่วนวิธีใต้ดินในการ Hard Reset ตัว Trusted Platform Module (TPM) ก็มีให้เห็นอยู่บ้าง แต่ใช้ไม่ได้กับทุกๆ System เพราะฉะนั้นก็ต้องเสี่ยงดวงเอากันเอง (มีคนทำได้แต่รุ่นเก่าๆ เมื่อ 3-4 ปีก่อน ยังไม่เห็นรุ่นใหม่ๆ ทำได้ แต่ในอนาคตไม่แน่)

เมื่อผ่าน 2 รหัสผ่านด้านบนได้ (อีก 1 ตัวคือ SVP เป็นรหัสจัดการ BIOS และระบบอื่นๆ เป็นหลัก ไม่ค่อยได้ใช้) ก็มาถึงตอนเข้า OS กัน ส่วนตัวแล้วใช้ Windows 7 และใช้ Biometric Device ในส่วนของ Fringerprint ในการเข้าระบบ โดยผมตั้งให้มัน override ตัวรหัสผ่าน 2 ตัวก่อนหน้านี้ทั้งหมด ถ้าผมเปิดเครื่องผ่านการแสกนลายนิ้วมือผมได้ และเมื่อเข้าถึง Windows 7 ก็ให้ login เข้าตัว Windows ผ่านไปได้เลย ไม่งั้นผมต้องใส่รหัสผ่านทั้งหมด 3 ครั้ง Power On Password, Hard Disk Password และ Windows Authentication

2011-12-30_102139

เข้าใช้งานได้ ตัวที่รักษาความปลอดภัยระหว่างทำงานตลอดเวลาป้องกัน การติด Malware ก็คือ Norton AntiVirus 2012 ตัวนี้ เมื่อก่อนผมว่าใช้ ESET NOD32 แต่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ได้ไม่นาน เพราะเบากว่า กินทรัพยากรน้อยกว่า และมีระบบตรวจจับรุ่นใหม่ที่ทันสมัยกว่า รวมไปถึงมี Feature ที่คุ้มค่าตัวอีกด้วย

2011-12-30_102235

เมื่อป้องกัน Realtime ในส่วนของ Process แล้ว ก็มีป้องกันส่วนของ Network กัน ส่วนตัวแล้วใช้ COMODO Firewall เป็นหลักในการป้องกัน เมื่อช่วงแรกๆ ที่ใช้ Windows 7 ผมจะใช้ Windows Firewall with Advanced Security แต่มาตอนหลังผมกลับมาใช้ COMODO Firewall อีกครั้ง เพราะชินกับตัวนี้มากกว่า และก็ป้องกันได้ดีในระดับที่น่าพอใจอีกด้วย

2011-12-30_102254

สุดท้าย ก็เป็นระบบ AutoLock ของ ThinkPad เอง

เป็นการใช้ Webcam ที่มีอยู่ในทุกๆ เครื่อของ ThinkPad ในปัจจุบันมาทำการตรวจสอบว่ามีผู้ใช้งานอยู่ที่หน้าเครื่องตามเวลาที่กำหนดหรือไม่ โดยมันจะเปิด Webcam แอบมองโดยใช้ Face Detection ในการตรวจสอบ ถ้าในระยะเวลาที่ตั้ง Keyboard/Mouse ไม่ได้ถูกใช้งาน จะเปิด Webcam ตรวจสอบ ถ้ามีคนอยู่มันจะไม่ Lock เครื่อง แต่ถ้าไม่มีคนอยู่ ก็จะทำการ Lock เครื่องให้ทันที แทนที่จะรอให้ Screensaver Password ทำงานตามเวลาที่กำหนดไว้ตายตั ก็ทำงานตัดหน้าก่อนไปเลยนั้นเอง

2011-12-30_102044

ดูเหมือนเยอะ แต่ถ้าข้อมูลคุณสำคัญก็แนะนำให้ทำไว้ครับ จริงๆ ถ้าทำ Full Encrytion จะเยอะกว่านี้อีกนะ แต่นี่ยังไม่ได้ทำทั้งหมด เหลืออีกหลายส่วน และคิดว่าคงไม่ทำ เพราะมันทำให้ OS/HW ช้าลงไปอีก เอาแค่นี้ก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว ;)

 

Tablet ในวงการศึกษา

ขอสั้นๆ จริงๆ มีเรื่องเยอะกว่านี้ แต่อันนี้ออกแนวพูดแบบเร็วๆ

ปัญหาเรื่อง Tablet ในวงการศึกษา ถ้ามองในปัจจุบัน ไม่ใช่ตัว "เด็ก" หรือ "ผู้เรียน" แต่คือ "ผู้สอน" และ "ผู้ดูแล" มากกว่า ว่าจะจัดการและสามารถทันต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ได้หรือไม่

การเอา "เนื้อหา" และ "สื่อต่างๆ" เข้าสู่ภูมิภาคต่างๆ ที่ห่างไกล และขาดโอกาส (และเงินทุน) เป็นการกระจายโอกาสทางการศึกษา จะด้วยระบบสื่อสารความเร็วสูงอย่าง ADSL, WiMax และหรือดาวเทียมก็ตาม อุปกรณ์รับ แสดงผล และป้อนข้อมูลที่ง่ายกว่า Desktop/Notebook Computer ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ อาจจะเอาไปทำรายงานเป็นจริงจังไม่ได้ แต่ก็เอาไปเพื่อใช้งานใน input ที่ง่ายๆ (ซึ่งในตัวอย่างให้เห็นอยู่มากมาย) การนำไปเพื่อรับสื่อเช่นวิดีโอ โดยอาจจะ copy แล้วส่งผ่านระบบไปรษณีย์พื้นฐาน ในกรณีที่ไม่มีระบบการสื่อสารอื่นๆ ที่ดีกว่า เพราะการส่งข้อมูลหลาย TB ผ่านโปรษณีย์เป็นเรื่องที่ทำง่ายและไว ในระดับที่ยอมรับได้ (ส่งวันนี้ไม่เกิน 3 วันถึงที่หมาย)

ซึ่งถ้ามองในมุมเนื้อหาวิชาการที่เป็นหนังสือเป็นเล่มๆ แล้วนั้น แทนที่จะต้องแบกหนังสื่อจำนวนมากๆ ไปโรงเรียนให้หนักและก่อให้เกิดอันตรายต่อสรีระร่างกาย (โรคต่างๆ ที่เกียวกับกระดูกสันหลัง) ถ้าได้เห็นการเรียนในปัจจุบันจะเห็นเด็กระดับประถมต้องแบกหนังสือกระเป๋าลากกันแล้ว ซึ่งดูบ้าบอมาก และไม่เหมาะสมกับสรีระ รวมถึงภาระของการเคลื่อนย้ายสถานที่เรียนที่มากมายขนาดนั้น ลองนึกถึงภาพลูกคุณต้องแบกรับน้ำหนัก 3-5 กิโลกกรัมเพื่อหิ้วไปไหนมาไหน ขนาดวัยรุ่น-กลางคนยังบ่นว่า Notebook 1-2 กิโลกรัมแบกไปทำงานยังว่าหนัก เด็กๆ สมัยนี้เค้าขนกันหนักกว่านี้อีก เพราะฉะนั้นการมีอุปกรณ์ที่จัดเก็บและแสดงผลได้หลากหลาย การเชื่อมต่อระบบสื่อสารและการป้อมข้อมูลที่ง่าย ในน้ำหนักที่ไม่มาก จึงเป็นสิ่งที่ควรมีไว้เป็นทางเลือก

เลิกนำกระบวนทัศน์แบบเดิมๆ ในอดีต ที่โลกเรามีข้อมูลเนื้อหาวิชาการณ์ที่ไม่เยอะ มาตัดสินและจำกัดการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารและการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ที่เค้าต้องมาแทนที่คุณเพื่อพัฒนาประเทศและโลกในอนาคตได้แล้ว