ผมได้เครื่อง Lenovo ThinkPad X230 เครื่องนี้มาทดสอบผ่านทาง PR ของ Lenovo (Thailand) โดยเอามาใช้กันจุใจกว่าตอน ThinkPad X220 พอสมควร โดยได้ใช้งานอย่างเต็มที่เกือบๆ 3 อาทิตย์เลยทีเดียว ส่วนตัวแล้วแบกเอาไปใช้งานตามที่ต่างๆ อยู่บ้าง เอาไปออกทริปถ่ายรูปภาคสนามอยู่หลายครั้ง แน่นอนว่าก็แบกไปพร้อมๆ กับ ThinkPad T420 เครื่องที่ผมทำงานอยู่ด้วยเช่นกัน (รวมสองเครื่องก็เกือบๆ 4 กิโลกรัม) โดยใน ThinkPad X230 ตัวนี้นั้นมีบางส่วนที่แตกต่างจากเดิม และบางส่วนที่คงเดิม แต่สิ่งที่ยังสัมผัสได้อยู่คือ ความแน่นของงานประกอบของเครื่องในการจับถือที่ไม่มีอาการยวบจากแรงกดทั้งฝาหลังและที่วางมือบริเวณคีย์บอร์ดแต่อย่างใด และดูๆ จะบางลงเล็กน้อยด้วย โดยไม่มีตะขอเกี่ยวจอเหมือนเช่นเดียวกับ ThinkPad X220 ตัวเก่า ดูรวมๆ แทบจะเหมือนกับ ThinkPad X220 ก็ว่าได้
Blog
ลองเล่น ownCloud
ตอนนี้ผมทดลอง Implement ระบบ Cloud Storage ตัวหนึ่งชื่อ ownCloud (http://owncloud.org/) เป็น open source software ที่เป็น Web Interface และระบบ WebDAV API สำหรับจัดการไฟล์แบบ Virtual File System อีกทีหนึ่ง
โดยตัว concept ก็เหมือนๆ Cloud ทั่วไป คือเราไม่ต้องรู้ว่ามันจัดเก็บไฟล์ที่ไหน โดยมันเป็น Interface ที่เราเอาไว้โยนไฟล์ใส่ แล้วมันจะเอาไปไว้ในที่ที่เราตั้ง Mount ตัว File System ต่างๆ ไว้อีกทีหนึ่ง โดยเราจะเอาไว้บน Local File System, FTP, WebDAV, Open Stack Storage หรือ Samba ก็ได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาไว้ใช้บนรูปแบบการจัดเก็บหลังบ้านแบบไหนต่อไป (Frontend/Backend) แถมทำ Versioning File ได้ด้วย
แต่ที่สุดยอดจริงๆ ของมันคือ มันมี Sync Software ที่มีให้เลือกทั้ง Windows, Mac และ Linux ซึ่งจากที่ลองใช้ ทำงานเหมือน Dropbox เลย ใช้งานแบบลากไฟล์ใส่ Folder ที่กำหนด แล้วไฟล์มันจะ sync ขึ้น cloud ให้เอง (เหมือนเลยดีกว่า)
ส่วนบนมือถือเราก็หาตัว Apps ที่รองรับการทำงานผ่าน WebDAV ก็สามารถใช้งานได้แล้ว (จะทำ auto upload ก็ทำผ่านไอ้ตัวนี้ได้เลย) ซึ่งจากที่นั่ง Lab มาได้สัก 1-2 อาทิตย์ ถ้าเราใช้งานทั่วไป และ Share File ระหว่าง user ผมว่าตอบโจทย์การใช้งานในองค์กรได้เลยนะ (มันทำ Share Folder ระหว่าง group/user ได้)
ตอนนี้ผมกำลังลองทำ Mount ไปใช้รูปแบบอื่นๆ อยู่ ซึ่งคิดว่าจะลองตัว Open Stack Storage ด้านหลังแทน Local File System อยู่ (Open Stack Storage ทำงานคล้ายๆ Amazon S3) คิดว่าถ้าโอเค น่าจะทำ Solution ต่างๆ ได้เยอะมากๆ โดยไม่ต้องพึ่งพวก Dropbox เหมาะกับองค์กรหรือคนที่ห่วงข้อมูล กลัวโดนพวก 3rd party พวกนี้ไปใช้ อาจจะใช้ภายในองค์กรเฉยๆ ไม่ได้อยากต่อออก Internet ก็น่าสนใจอีกตัวนึง
บ่นประมูล 3G
ขอเอาความคิดเห็นตัวเองจากใน Facebook มาลงสักหน่อย
จากเรื่องประมูล 3G เมื่อวาน เพื่อนผมหลายคนก็มาบ่นๆ ว่าได้ราคากลับเข้ารัฐน้อย คนแข่งขันก็น้อย ดูเหมือนสมประโยชน์กัน
ส่วนตัวสำหรับผมจะดูสมประโยชน์ไหม ก็อาจจะนะ คือนี่ต้องบอกว่าราคาเค้าว่าถูกยังมีคนแข่งอยู่ 3 เจ้า แต่ไอ้คนพูดก็อยากให้มีเจ้าใหม่ๆ เข้าประมูล (นี่เค้าว่าถูกๆ แล้วเนี่ย ทำไมมันไม่มีมาเพิ่มเลย) ซึ่งถ้าอยากให้มีเจ้าใหม่เข้ามาก็คงต้องลดราคาเริ่มต้นเยอะกว่านี้อีกเพื่อให้มีคนแข่งขันได้มากขึ้น แต่นั้นแหละ 3 เจ้าใหญ่ก็ยังอยู่ และแน่นอนว่าก็คงเข้าเรื่องเดิมคือทุ่มราคาลงมาจนอาจจะใกล้เคียงกับตอนนี้ หรือมากกว่าเล็กน้อย หรือมันอาจจะดุเดือดขึ้น แต่สุดท้ายทุกเจ้าก็มีข้อจำกัดของเงินของตัวเองอยู่ดี
สิ่งที่เกิดต่อมาคือ เราควรไปดราม่ากับค่ายมือถือ 3 ค่ายที่ให้ราคาเพียงเท่านี้คงไม่ได้ เพราะสิ่งที่เค้าทำก็ถูกต้องตามระเบียบการประมูลในครั้งนี้อยู่แล้ว เพราะ 4,500 ล้านบาท/ช่วงความถี่ นั้นเป็นราคาที่ กสทช. คิดว่าเหมาะสมที่รัฐจะไม่เสียผลประโยชน์ และแน่นอนว่าค่ายมือถือที่ได้สิทธิ์นั้นก็ใช้สิทธิ์นั้นเต็มที่เช่นกัน ถามว่าราคาตั้งต้นทำให้รัฐเสียผลประโยชน์ไหม คำถามที่เอกชนก็ต้องถามรัฐกลับไปเช่นกันว่า รัฐทำให้เอกชนเสียผลประโยชน์ในการแข่งขันตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีหรือไม่ และประชาชนเสียผลประโยชน์ต่อตัวสังคมเองมากแค่ไหนตลอดระยะเวลาดังกล่าว ผมยังไม่เห็นใครเอาตัวเลขตรงนี้มาหักล้างหรือพูดกันเลย เพราะยิ่งล่าช้ามันก็ทำให้ระยะเวลาของ cycle technology ของตัว 3G นี้สั้นลงไปเรื่อย และสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะ 3G อาจมีอายุสั้นกว่าใบอนุญาติที่ทั้ง 3 ค่ายได้รับและสุดท้ายก็ต้องมาประมูลเพื่อใช้ 4G ต่อไปอีก (อนาคตมันไม่แน่นอน)
เพราะฉะนั้นส่วนตัวผมแล้ว มองว่าต้องคิดว่ายังได้ไม่พอ เราจะเรียกเก็บภาษีจากการให้บริการ 3G ในไทยในรูปแบบภาษีสรรพสามิต ภาษีน้ำเข้าอุปกรณ์ ฯลฯ อีกมากมายที่ทำให้รัฐยังคงได้รับผลประโยชน์ต่อไป และยังมีการติดตั้ง การจ้างงาน หรือเรื่องอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการลงทุนในด้านนี้อีกเยอะ การหวังเพียงค่าประมูลใบอนุญาติเพียงอย่างเดียวอาจทำให้การแข่งขันในการประมูลนั้นดูดุเดือด แต่ก็แลกกับผู้เจ้าร่วมประมูลน้อยรายอย่างที่เห็นกันอยู่นี้
คือก็แลกกันไป เจ้าใหญ่เงินหนาก็จัดหนัก เจ้าเล็กๆ ยื่นรอบแรก พอเห็นระเบียบและระยะเวลาระดมทุนไม่ทันก็ถอยกันไปหมด นี่ขนาดว่าถูกๆ 4,500 ล้านต่อช่วงความพี่ ยังมีแค่ 3 เจ้าหลัก ถ้าไป 6-7,000 ล้านต่อช่วงความถี่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ก็เหลือ 3 เจ้าเดิมประมูลนั้นแหละ แล้วมันจะเข้าเรื่องของการเลือกปฎิบัติอีกหรือเปล่า ><"
3G ไทยเรื่องเยอะเนอะ ญี่ปุ่นเกือบๆ จะแจกให้ไปทำเลย คือส่งข้อเสนอมาให้รัฐ ใครให้ข้อเสนอดีก็ได้ไป เค้าอยากเร่งให้มันเกิด แล้วให้เอกชนเมีเงินพอที่จะนำไปทำการขยายโครงข่ายได้ตามเงื่อนไขครบ แล้วเรียกเก็บภาษีจากผู้ให้บริการแทน แล้วตอนนี้เป็นยังไง ผมว่าคงไม่ต้องบอกมั้งครับ -_-"
โดนสับเละ จน Oppo Find 3 ออก ROM ตัวใหม่ ICS 4.0.3 (Oppo v. 4.0.9)
หลังจาก 6 เดือนกับ Oppo Find 3 สับแหลก! ไปเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2555 ที่ผ่านมา
มาวันที่ 17 ต.ค. 2555 ทาง Oppo Thailand ก็ออก ROM ของ Oppo Find 3 ตัวใหม่ ICS 4.0.3 (Oppo v. 4.0.9) โดยอัพเกรดได้ผ่าน OTA ได้แล้ววันนี้ (ต้องใช้เป็น Oppo v.4.0.3 ขึ้นไป) โดยไม่ต้อง Wipe ให้เสียเวลา upgrade ได้เลยสบายๆ ข้อมูลไม่หาย จัดไป!!!
6 เดือนกับ Oppo Find 3 สับแหลก!
มารอบนี้เป็นเรื่องราวการใช้งาน Oppo Find 3 ในช่วงเกือบๆ 6 เดือนที่ผ่านมา
ต้องบอกก่อนว่า ผมซื้อเจ้า Oppo Find 3 ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว (ไปซื้อเครื่องที่งานเปิดตัวเลย) แล้วจริงๆ ผมได้จับและเล่นเครื่องก่อนงานเปิดตัว (เพราะได้ลองเครื่อง demo/review) ส่วนตัวตอนนั้นกำลังเล็ง Sony Xperia S แต่กว่าของจะเข้า ของจะมา กว่าจะได้ซื้อนานมาก แล้วพอได้ลองเครื่องเจ้า Oppo Find 3 ผมก็ว่าโอเคนะ จอภาพสวยงาม ความเร็วของเครื่องก็เร็วดีมาก กล้องก็ถ่ายออกมาชัดดีด้วย หน่วยความจำที่ให้มาก็ถือว่าสมราคา แม้วัสดุฝาหลังจะดูแปลกๆ แต่โดยรวมแล้วตัวเครื่องนั้นงานประกอบดีมาก
ถ้าถามว่าจะให้ติส่วนไหน จริงๆ ต้องบอกว่าคงเป็นฝาหลัง แล้วก็ที่ปิด ช่อง microUSB ที่ดูจะลำบากมากเวลาจะใช้งานสักหน่อย (ผมใช้ไปสักพักรำคาญ เลยดึงออกมันซะเลย)
ซึ่งตอนซื้อผมได้แถมเคส ฟิล์มกันรอยหน้าจอ และแบตก้อนที่สอง มาด้วย คือใช้งานไปสักพักเลยเข้าใจเลยว่าแถมแบตก้อนที่สองนั้นสำคัญมาก เพราะแบตหมดเร็วพอสมควรเลย
สำหรับคุณภาพเสียงจากลำโพงที่ตัวเครื่องนั้นผมว่าทำได้ดีนะ เสียงที่ได้มีแบสออกมาเป็นลูกๆ เลย ดูใส่ใจ และให้ความสำคัญกับลำโพงที่เครื่องโทรศัพท์ดีครับ เปิดฟังเพลงแทนลำโพงตั้งโต๊ะก็พอไหวนะ
สำหรับเรื่องกล้องนั้นการถ่ายรูปทำได้ดีครับ หน่วงๆ บ้าง ก็พอเข้าใจได้ คงเอาไปสู้กับ Samsung Galaxy Nexus ที่ผมเคยได้ลองใช้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ห่างกันมาก การถ่าย HDR ทำได้ดีเลยแหละ
(ไฟล์รูป Original คลิ้กจากรูปได้เลย)
สำหรับสเปคคงหากันไม่ยากนะครับ
คะแนน benchmark เครื่องที่ผมมีอยู่
ซึ่งจากที่ใช้มา ตัวเครื่องมันมี Storage อยู่ 3 ส่วน คือ Phone (2GB), Internal storage (16GB) และ microSD Card (ผมใส่ไป 16GB Class 10) จากที่ใช้มาก็ไม่ค่อยได้ใส่อะไรหนักๆ เท่าไหร่ (นอกจาก MV/VDO) แล้วเพลงก็ไม่ได้ใส่ เพราะมี iPod nano กับ iPod Touch ใช้งานแยกต่างหากอยู่แล้ว (ผมมักแยกในเรื่องนี้ เพราะจะได้ทำงานสะดวก และไม่ต้องพะวงเรื่องแต)
ตัว OS ตอนแรกที่ผมได้มานั้นเป็น Android 2.3.6 (Gingerbread) โดยเป็น version 3.05 (version ของ Oppo ที่เรียกลำดับของ ROM ตัวเอง) ช่วง 1-3 เดือนแรกของการใช้ Oppo Find 3 เป็นไปด้วยความยากลำบากในการใช้งานอยู่พอสมควร ด้วยความที่ ROM ของ Oppo Find 3 นั้นมีปัญหาในเรื่องของการจับสัญญาณ AIS และการติดต่อ Internet จน Connection overflow และทำให้เกิดปัญหาเครื่อง restart อยู่บ่อยครั้ง คือใช้ๆ อยู่ ถ้าเริ่มต่อ Internet ไม่ได้ แล้วดันทุรังใช้งานไป เครื่องจะ restart ทันที!!! ซึ่งเป็นบ่อยมาก วันนึงไม่ต่ำกว่า 10 รอบ (ผมเป็นคนใช้งาน Internet บ่อยมาก) หรือบางครั้งโทรศัพท์อยู่ ก็ดัน Restart ไปซะอย่างนั้น ทำให้การติดต่อสื่อสารเริ่มมีปัญหา ผมบ่นๆ ใน twitter ไปหลายรอบ จนทางทีมงาน Oppo Thai ติดต่อกลับมาเพื่อรับทราบปัญหาและแก้ไข ซึ่งส่วนตัวในตอนนั้นก็ประทับใจในการใส่ใจ จนเริ่มเสถียรตอน Android 2.3.6 version 3.15 ได้ ปัญหาเรื่องนี้ก็ไม่เกิดขึ้นอีก ซึ่งส่วนตัวก็ประทับใจ
จนทาง Oppo Thai ออก ROM ตัวใหม่ Android 4.0 (Ice Cream Sandwich) โดยเป็น version 4.03 (version ของ Oppo ที่เรียกลำดับของ ROM ตัวเอง) พออัพ ก็งานเข้าเลย เกิดอาการแฮงกระจาย และมีออก version 4.06 ออกมา ก็คิดว่าจะแก้ไขปัญหา ดันมีปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีก งั้นผมลิสรายการปัญหาทั้งหมดเลยแล้วกัน ><”
-
เครื่องแบตหมดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ 4-5 ชั่วโมงแบตเหลือ 20% (หรือต่ำกว่า) ทั้งๆ ที่ปิด 3G แล้วนะ
(GPS และ AutoSync ก็ปิด แต่เหมือนตัว Bar ที่ใช้ในการปิดมันจะใช้งานได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะเห็นขึ้น AutoSync ขึ้นมาทั้งที่ปิดไปแล้ว) -
เครื่องร้อนกว่าปรกติ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เปิด Apps อะไรด้านหลังเยอะแยะ เกมก็ไม่มีสักเกม
-
การใช้งานร่วมกับ Apps ที่เชื่อมต่อ Internet ตลอดเวลา หรือพวก Push ต่างๆ โดยเฉพาะ Apps ที่เกี่ยวกับ Chat ทั้งหมดถ้าลง ROM ใหม่ๆ จะโดน Apps ที่จัดการเรื่อง Security (บ้าบอสักตัว) มาคอยปิด Apps หรือ block การเชื่อมต่อไว้ ทำให้ไม่แจ้งเตือน ต้องไปตั้งค่าใน Security ให้ allow เป็นราย Apps ไป (ส่วนตัวผมปิดมันไปเลย) แล้วแบบนี้คนใช้งานทั่วไป ใครมันจะไปรู้ครับ
-
การกดวางสายตอนโทรศัพท์ชอบค้างไปดื้อๆ ทำให้วางสายไม่ได้ หรือวางสายช้ากว่าที่ควรจะเป็น (กดวางแล้วไม่ยอมวาง บางครั้งต้องถอดแบตออกก็มีมาแล้ว)
-
ระบบการแจ้งเตือน Data plan ที่ใช้เกิน (data exceed) ไม่มีที่ปิด หรือกำหนด!!! เหมือนมันหายไปตอน Android 4.0 และไม่มีที่ให้ปรับ หรือยกเลิกแจ้งเตือน
-
เมื่อ restart เครื่อง ในส่วน Notification Bar บอกปิด 3G แต่สัญลักษณ์เชื่อมต่อคือ H หรือเชื่อมต่อ 3G อยู่ ต้องมาไล่ปิด-เปิดใหม่อีกรอบ
-
Apps “Photos” ที่ให้มากับเครื่องนั้นโดยรวมดี แต่มีปัญหาในการที่มันไปวิ่ง scan หารูปใน directory ของระบบทุกๆ path/mount ของระบบเลย พวกลากเอาทั้ง cache image ของ Apps ต่างๆ มาด้วย ทำให้ใช้งานจริง ไม่ได้ เพราะรกและหาไฟล์รูปจริงๆ ที่มียากมากจนต้องใช้ ES File Explorer และ JustPictures มาใช้แทน
-
Home Screen/Luncher ถ้าใช้ของตัวอื่นที่ไม่ใช่ของ Oppo จะมีปัญหาชอบ reset ตัวเอง และบางครั้งตอน restart เครื่อง กลับมา ก็จะ reset ไปใช้ของ Oppo (เครื่องมันความจำเสื่อมหรือไง)
-
Icon ของ App ไร้รสนิยมมาก เป็นมาตั้งแต่ Android 2.3.6 ควรเปลี่ยนหรือทำให้มันเปลี่ยนได้ด้วย ผมรับไม่ได้ ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ผมเปลี่ยน Home Screen และต้องมาโหลด Icon pack เสียเงินเพิ่มอีก
-
ปัญหาเครื่อง restart/reset ตัวเองกลับมาอีกแล้ว รอบนี้ผมไม่ได้ใช้ AIS แต่เป็น dtac ซึ่งสัญญาณ Internet ดีกว่ามาก เพราะงั้นปัญหาเดิมไม่น่าใช่ วางๆ อยู่เฉยๆ มัน restart ไปดื้อๆ เลย หรือโทรศัพท์อยู่ดัน restart ตัวเอง (คุยงานอยู่ด้วยนะ) นี่ถ้าไอ้คนใช้คนนั้นมันกำลังทะเลาะกับสาว มันไม่โดนงอนตายเหรอว่าวางหูใส่ ><”
-
อยู่ๆ ก็ เกิดอาการเล่นเพลงกระตุก (ไม่เคยเกิดขึ้นตอน Android 2.3.6)
-
OTA มีเหมือนไม่มี ตอน Android 2.3.6 นั้นผมอัพผ่าน OTA และผ่านเว็บ มีให้โหลดแบบรู้สึกได้ถึงความใส่ใจ แต่ใน Android 4.0 ต้องเข้า ศ. ไปอัพเท่านั้น OTA ไร้การตอบรับ การดาวน์โหลดผ่านเว็บโดนถอดออก
-
ใน Android 4.0 ในส่วนของ ROM นั้น Oppo Find 3 ไร้การสนันสนุนอย่างเห็นได้ชัด มีการออก ROM มาให้โหลด 2 ตัว ระยะห่างกันประมาณ 1 เดือน และรอบล่าสุดก็เงียบหายไปนานแล้ว (คิดว่าประมาณ 1 เดือนเกือบๆ 2 เดือน) ตอน Android 2.3.6 ออก ROM และแก้ไขปัญหาเกือบทุกอาทิตย์ มีการสนับสนุนที่ดีกว่าในตอนนี้มาก (ตอนนั้นประทับใจมาก) สรุปคือทิ้งคนใช้ Oppo Find 3 ที่เปิดตลาดคุณไปแล้วเหรอ เห็นออก ROM ตัว Oppo Finder รวดเร็วทันใจมาก ส่วนคนใช้ Oppo Find 3 นั่งมองแบบงงๆ นี่เราลูกเมียน้อยหรือไง
-
การ root หรือ custom ROM ของ Oppo Find 3 มีคนเล่นน้อย เอกสารหายาก คนเริ่มขาย Find 3 ทิ้งกันเยอะ ส่วนตัวผมก็กำลังนั่งคิดว่าจะไปใช้ Pure Google อย่าง Samsung Galaxy Nexus หรือตัวอื่นๆ ที่เป็น Pure Google ที่รองรับ Android 4.1 (หรือ 4.2 ในอนาคต) เพราะรอไม่ไหวกับการสนับสนุนแบบตามมีตามเกิดแบบนี้ (เข้าไปดู Webboard ของ Officialได้คนใช้แนะนำและช่วยเหลือกันเองซะเยอะ)
-
การอัพ ROM แต่ละครั้งต้อง wipe แบบ all และ erase cache/userdata ทิ้งทั้งหมด แล้วต้องมานั่งลง Apps ใหม่ นั่ง config ใหม่ตลอด (เสียเวลาไป 1 วัน) ตอน Android 2.3.6 ยังดีหน่อย มี patch ให้ แต่ตอน Android 4.0 ต้อง wipe แถมต้องมา erase cache/userdata เองก่อนลง ไม่งั้นจะเจอข้ออ้างว่าที่มันแฮงเพราะคุณไม่ erase cache/userdata ก่อนติดตั้งให่ แล้ว User ที่ไหนมันจะมานั่งทำ ผมเป็น Power User ยังเบื่อเลย ><”
เล่าไม่หมด เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน เยอะมาก ผมเฝ้ารอ ROM ตัวใหม่ของ Oppo Find 3 ที่แก้ไขปัญหา ผ่านเว็บ (ผมไม่มีเวลาไป ศ. หรอกนะ) ผมก็หวังว่าจะไม่หมดความอดทนไปใช้ยี่ห้ออื่นก่อนก็แล้วกันนะ