ไม่รู้จะอธิบายยังไง? “สิ่งที่ควรจะมีในใบเสนอราคาตอนรับทำเว็บ”

จากทวีตที่ได้ทวีตไป

ผมอยากทำเว็บแนว Facebook แต่ผมมีงบ 50,000 บาท คุณพอช่วยผมได้ไหม" #อยากเอาหัวโขกข้างฝาตาย ><"

คือถ้าคุณต้องการทำเว็บแนว Social Network หรือจริงๆ ก็อะไรที่มีคนเข้าเยอะๆ หลักหมื่นหรือแสนคนต่อวันขึ้นไป มันไม่ใช่แค่คุณมีเว็บที่เขียนด้วยภาษาโปรแกรมมิ่งอย่างเดียวแล้วจบนะ มันมีเรื่องของการออกแบบหน้าตาของเว็บ (ซึ่งหลังๆ มืออาชีพในสายงานนี้มักจะคิดราคาแยกต่างหากกันอยู่แล้ว) และระบบ Server/Infra ที่มารองรับการใช้งานตัวเว็บซึ่งอยู่เบื้องหลังอยู่อีก
โดยต้องบอกก่อนเลยว่า ยิ่งคนเข้าเว็บที่คุณสร้างขึ้นมาเยอะเท่าไหร่ คุณก็ต้องจ่ายออกไปเป็นค่าระบบที่เอามารองรับการเข้าเว็บมากขึ้นไปด้วย นี่ยังไม่รวมค่า b/w ที่คุณต้องจ่ายให้ IDC ด้วยนะ เพราะถ้าคุณฝากตัวระบบไว้ในประเทศไทย link ระหว่างประเทศของคุณจะมีค่ามากๆ โดยราคาหลัก 1 Mbps อยู่ที่หลักหมื่นบาทหรือหลายหมื่นต่อเดือน (Link ของ IDC ต่อ inter connection)
นี่ยังไม่รวมสิ่งที่ผมมักผมเจอบ่อยๆ กับคนที่อยากได้เว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่ไม่ทราบว่าต้องมีการจดชื่อเว็บ (Domain Name) และพื้นที่สำหรับฝากไฟล์เว็บที่จัดทำขึ้น (Web Hosting) ซึ่งมีค่าใช้ย้ายแบบเช่าใช้งานเป็นรายปี (หรือรายเดือน) ซึ่งเป็นราคาที่แยกต่างหากจากค่าเขียนระบบและงานออกแบบหน้าเว็บอีกด้วยนะ

ซึ่งทั้งหมดรวมกันแล้วจะมีการใช้เงินลงไปในเนื้องานอยู่พอสมควร ผมว่าคนที่เคยรับทำคงตีราคาคราวๆ ได้ว่าเท่าไหร่

จากที่บอกไป คงพอทราบภาพใหญ่ๆ แล้วว่าปรกติทำเว็บ 1 เว็บเนี่ยเรามีปัจจัยอะไรบ้าง (มันเยอะนะ แต่อันนี้ผมเอาแค่หลักๆ พอ)

แล้วเวลาผมเสนองานต่างๆ ผมคิดโครงสร้างและแบ่งส่วนงานในการเสนอราคาเป็น checklist ดังต่อไปนี้

  1. Data ETL.
    เป็นค่าใช้จ่ายในการกรอกข้อมูลใหม่ หรือการแปลงข้อมูลเข้าระบบจากระบบหนึ่งมาที่ระบบที่พัฒนาใหม่ และรวมถึงการจัดระเบียบข้อมูลที่ลูกค้าส่งมาแล้วใส่ลงในระบบ อันนี้บางครั้งเราก็ไม่แน่ใจว่ามีข้อมูลตั้งต้นเยอะแค่ไหน บางครั้งเจอข้อมูลจำนวนมากๆ จนต้องจ้างคนมาช่วยใส่ข้อมูลให้ก็มี เพราะฉะนั้นต้องคิดถึงตรงส่วนนี้ไว้
  2. Translate UI
    กรณีที่ระบบมีหลายภาษา ก็ต้องมีการแปลหรือจ้างคนมาแปล และในหน้า UI ก็ต้องมาไล่แก้ไขภาษากันทุกๆ String ซึ่งใช้เวลาอยู่พอสมควร
  3. Theme and CSS Layout Design
    งานออกแบบหน้าเว็บและการตัดหน้ากราฟฟิกต่างๆ ของเว็บ โดยอาจจะมีราคา Font ที่ใช้ในการทำ Theme และราคาของรูปภาพต่างๆ ที่นำมาใช้ในตัวเว็บใส่เสนอมาด้วย ซึ่งบางภาพอาจจำเป็นต้องซื้อจาก Stock Photo ต่างๆ ซึ่งทั้งราคาของ Font และ Stock Photo นั้นจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ในสื่อใดบ้าง และในส่วนรูปภาพก็ราคาตามขนาดของรูปภาพและระยะเวลาในการนำไปใช้ (ในกรณีที่ไม่ได้ซื้อขาดมาเลย)
  4. General Implement
    การ Implement ระบบ ถ้ามีการ Custom ก็เพิ่มเป็น 3.1 – 3.n ไป แต้ถ้าแยกจนเป็นระบบใหม่ ก็เป็นข้อใหญ่ 4. – N. ไปซึ่งการแก้ไขงานในส่วนนี้ก็ต้องคิดเป็นราย issue ไป รวมไปถึงการปรับเพิ่ม-ลดระยะเวลาของงานนั้น ต้องตามความเหมาะสมในการแก้ไขงาน โดยการแก้ไขงานแต่ละครั้งต้องมีขอบเขตชัดเจนและมีจำนวนครั้งจำกัดหรือกำหนดระยะเวลาในการรอการ feedback เพื่อปิด issue ไม่งั้นเจอลูกค้าลากยาวจนลืม และเป็นการกำหนดกรอบเวลาให้ลูกค้าด้วยว่าต้องใส่ใจในการส่ง feedback กลับมา
  5. Domain Name
    ชื่อเว็บ ถ้ามีอยู่แล้วก็ไม่ได้คิดเงินเพิ่ม อะไร นอกจากลูกค้าจะมีเรื่องการย้าย หรือเรื่อง support อื่นๆ ถ้าไม่ได้เยอะก็แถมๆ ไป แต่ถ้าต้องดำเนินเรื่อง หรือย้ายมาให้เราดูแลก็คิดเงินไปตามเนื้อผ้า
  6. Web Hosting
    หรืออาจจะเป็น Dedicated server, Colocation server or Cloud server อันนี้ปรกติตอนแรกก็ต้องดู scale เล็กกันก่อน แล้วค่อยไปเล่น scale ใหญ่ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของงาน
  7. Training & Document
    ค่าทำเอกสารคู่มือ และอบรบการใช้งานต่างๆ ตรงนี้ต้องคิด เพราะมีค่าเดินทางและค่าสอนด้วย จำไว้เสมอค่าทำระบบไม่รวมค่าทำเอกสารครับ ไม่งั้นคุณต้องใช้เวลาทำเอกสารพอๆ กับทำระบบกันเลยทีเดียว (ยิ่งมีการแก้ไขระบบก็ต้องกลับมาแก้เอกสารด้วย)
  8. Maintenance
    ค่าดูแลและแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบ ปรกติผมจะเน้นเรื่อง bug และ security เป็นหลัก ตรงนี้คิดเป็นรายปี ซึ่งไม่เกี่ยวกับ new feature ที่มันมาเพิ่มในข้อ 3. ด้านบน ตรงนี้ลูกค้าต้องจ่ายไม่อย่างนั้นก็ต้อง support ตัวเองไปหลังจากที่ระบบขึ้นไปแล้ว โดยปรกติผม Maintenance ให้แบบยังไม่คิดค่าใช้จ่ายในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น โดยเป็นช่วงหลังจากส่งมอบงานแล้วขั้นต่ำ 1 เดือน สูงสุด 3 เดือน

อันนี้คือคราวๆ ที่ผมคิดไว้นะ ซึ่งจะเห็นว่าจะมีครบตั้งแต่ input, process, output และ maintenance ส่วนตัวแล้วคิดว่าครอบคลุมในสิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่ที่รับๆ มา และบางอย่างเป็นสิ่งลูกค้านึกไม่ถึง ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่า บางอย่างไม่คิดเนี่ยขาดทุนแน่ๆ ครับ

หลายคนคงถามว่า ถ้าคิดรวมไปในราคาส่วนใดส่วนหนึ่งได้ไหม ก็ตอบว่าได้ครับ แต่ถ้าแยกแยะออกมาจะทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าลูกค้ามีค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้างจริงๆ จะลดการตอบคำถามลงไปได้เยอะ เราจะอธิบายได้ชัดเจนมากๆ ว่าแต่ละส่วนเราทำอะไร และถ้าเค้าต้องการตัดออกจะลดค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่

 

Happy birthday, 20th years ThinkPad!!! (5, Oct 2012)

hbd20th_thinkpad

ถือเป็นวันที่ดีสำหรับคนใช้ ThinkPad ที่จะได้รำลึกความหลัง สำหรับคนที่ใช้งานกันอยู่ หรือถึงแม้ว่าหลายคนจะไม่ได้ใช้แล้วก็ตาม อย่างน้อยๆ ก็มีวันดีๆ ที่เจ้า ThinkPad ฉายา Black Box ตัวนี้ทำงานอยู่คู่ชีวิตกันมาครับ
ขอรำลึกกับบทความทั้งเก่าและใหม่บางส่วนที่น่าจะเหมาะกับวันนี้กัน

จาก ThinkPad ของ IBM สู่ Lenovo จาก ThinkPad

ThinkPad Best Engineered Design Tour

กว่าจะมาเป็น ThinkPad X1 AccuType keyboard! (ThinkPad Keyboard V.2012)

และที่ผมอยากแนะนำมากที่สุดเป็นบทความจาก The Verge ชื่อบทความ
ThinkPad turns 20: how IBM’s ‘black box’ defined the laptop industry

 

ปีหน้า 1,366px กำลังมา!

วันนี้ก็ได้พูดๆ เรื่องนี้ไปใน Facebook เลยคิดว่าเขียนอะไรสั้นๆ นิดๆ ให้เห็นภาพดีกว่า

คือส่วนตัวแล้วผมสังเกตุมาได้สักปีถึงสองปีมานี้ แนวการแสดงผลของเว็บอ้างอิง Resolution ไปที่ขนาดความกว้าง 1,280 pixel (WXGA) ทั้ง 1,280×800 pixel (16:10) และ 1,280×720 pixel (16:9) มากขึ้นเรื่อยๆ จะเห็นว่าเว็บต่างประเทศเน้นไปขนาดจอภาพแนวกว้างมากขึ้น และจอภาพในตลาดที่นำออกมาขายก็มีไม่ต่ำกว่าขนาดความกว้างขนาดนี้แต่ก็ยังตามหลังจอภาพขนาด XGA 1,024×768 pixel (4:3) อยู่พอสมควร

มาปีนี้ Windows 8 กำลังจะเปิดตัว ได้กำหนดว่าจอภาพที่เหมาะสมต่อการใช้งานนั้นขั้นต่ำคือระดับ HD ที่ 1,366×768 (16:9) ขึ้นไป ซึ่งทำให้ปีหน้าจอภาพระดับนี้จะเป็นมาตรฐานแน่ๆ ผมมองว่าคนทำเว็บควรจับตาและเตรียมแผนรองรับการแสดงผลที่ระดับนี้กันได้แล้ว

ผมขอนำสถิติของทั้ง http://gs.statcounter.com และ http://truehits.net มาแสดงให้เห็นชัดๆ ว่าสิ่งที่ผมรู้สึกนั้นกำลังจะมาจริงๆ ครับ

ซึ่งจะเห็นว่า ในตอนนี้ถ้าเราทำเว็บที่รองรับที่ขนาดจอภาพขั้นต่ำที่กว้างระดับ WXGA (1,280 pixel) ก็ทำให้เราทำเว็บที่รองรับกับจอภาพของคนที่เข้ามาชมเว็บซึ่งมากกว่า 1,024 pixel ไปแล้ว!!! แล้วจะรออะไร ทำไมต้องทำเว็บที่มีพื้นที่เว็บกว้างแค่ 1024 pixel ด้วยจริงไหม?

2012-10-05_225835

StatCounter-resolution-ww-yearly-2009-2012

 

Like หน้า Fan Page Facebook ยังไงไม่ให้ content จาก Fan Page มากวนใจ News Feed!!!

คุณรู้สึกเบื่อหน่ายไหมที่ต้องมากด Like ตัว Fan Page เพื่อเล่นเกมแล้วรู้สึกว่าชีวิตต้องมานั่งดูอะไรก็ไม่รู้จากหน้า Fan Page ที่แชร์มาให้เต็ม News Feed จนกีดขว้างการอ่านข้อมูลที่เพื่อนๆ โพสมาแทน คุณแทน

บางครั้งก็รู้สึกว่า เฮ้ยย! Like พอ อย่างอื่นไม่ต้องส่งมา เดี่ยวอยากอ่าน เดี่ยวเข้าไปอ่านเอง หรือรู้สึกว่า Fan Page มันชักเยอะ ชักรู้สึกว่ามากไป แต่ก็ยังอยากติดตามอยู่บ้าง แต่ไม่อยากให้มันเยอะมาก

หรือบางคนบอก เบื่อไม่อยากติดตามแล้ว แต่ก็อยากเล่นเกมที่พวก Fan Page กากๆ บังคับให้กด Like ซึ่งผิด Policy แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ถูกลงโทษเสียที

วันนี้ผมขอเสนอวิธีที่เหล่านักการตลาดบางจำพวกไม่อยากให้คุณได้เจอ

1. ก็ถ้ากด Like อยู่ ก็ Unlike ซะ!!!

2012-10-02_174034

2. ถ้ารู้สึกว่า Content ที่ Fan Page ส่งมาให้รู้สึกว่าอันนี้ไม่อยากเจออีกก็กด Hide เป็นราย Content

2012-10-03_132712

3. ถ้ารู้สึกว่าไร้สาระไม่อยากพบ อยากเจอกันอีกก็ Hide All มันทั้ง Fan Page ไปเลย!!! หรือเลือก Unlike ไปซะก็ได้ แต่การ Unlike ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาเท่าไหร่ ถ้าเพื่อนคุณยัง Share มาให้คุณเห็นได้อยู่ แนะนำให้ Like แล้ว Hide all แทน จนกว่า Facebook จะมีตัวเลือกที่จะ Hide All แบบไม่ต้อง Like!!!

2012-10-03_132727

ผมหวังว่าชีวิตบน Facebook ของคุณจะสงบสุขมากขึ้นแล้วนะครับ ;)

 

แกะกล่อง Blu-ray ของ JAPAN FIRST TOUR GIRLS’ GENERATION แบบ Hong Kong Version

นี่เป็นแผ่น Blu-ray แผ่นแรกในชีวิตผมเลยมั้งที่ตัดสินใจซื้อ ส่วนตัวแล้ว รอแผ่น JAPAN FIRST TOUR GIRLS’ GENERATION มานานพอสมควรแอบโหลดมาดูก่อน เพราะตั้งใจซื้ออยู่แล้ว ก็ได้แต่ฟินล่วงหน้าไปสักพัก ผมก็รอแผ่นตัว Blu-ray ในไทยว่าจะมีไหม คือที่ญี่ปุ่นน่ะมีแผ่น Blu-ray ออก ผมก็เฝ้ารอ ของแผ่นไทย สรุปออกมาแต่ DVD!!!

ความฟินของผมมันอยู่ระดับ 1080p ไปแล้วสำหรับคอนเกาหลี คือ ผมดู Live Perform กับ Music Video แบบ 1080i/720p มาตลอด จะให้มาซื้อ DVD ดูจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก คือคอนปีก่อนมันก็มีแต่ DVD ทั้งไทยทั้งเทศ มันก็พอโอเค เพราะมันหาซื้อไม่ได้ แต่ถ้ามันมีขายผมก็ซื้อ Blu-ray อยู่ดี

มารอบนี้ พอมีผมก็ตามหา แล้วไปเจอ JAPAN FIRST TOUR GIRLS’ GENERATION (Blu-ray)(Hong Kong Version) Blu-ray Region All ซึ่งเป็นแผ่นที่เฝ้ารอมานาน คลิ้กซื้อแบบไม่คิดเลย แน่นอนมีแผ่นของญี่ปุ่นด้วย แต่ว่ามันแพงกว่าแผ่นฮองกงเกือบเท่าตัว ก็เลยเอาตัวแผ่นฮองกงแทน (ถ้าซื้อแผ่นญี่ปุ่นของ Limited ดีกว่า แต่ว่ามันหมดแล้ว T_T)

IMG20120925234643

ผมก็ได้มาในเวลาไม่นาน ประมาณ 2 สัปดาห์เห็นจะได้ ในราคา 1,162 บาท ซึ่งรวมค่าส่งแล้ว (ผมหา coupon code มาลดค่าส่งนิดหน่อยด้วย ประหยัดไปได้พอสมควร)

IMG20120925234702

ตัวกล่องก็ทั่วๆ ไปพลาสติกขุ่น ตามปรกติของกล่อง Blu-ray

IMG20120925234846

ด้านในมี Booklet มาให้แผ่นเล็กๆ พร้อมแผ่น Blu-ray

IMG20120925234734

เป็น Booklet ที่มีรายชื่อเพลงและคนที่เกี่ยวข้องกับคอนเสิร์ต

IMG20120925234755

ไม่รอช้าด้วยความละเอียดระดับ 1080HD/59.94i ดูบนจอ Full HD 23” ผ่าน Samsung Blu-ray BD-C5500 ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้มานาน แต่มันไม่เคยได้อ่านแผ่น Blu-ray เลย พอได้ดูของจริงแล้วฟินมาก คมชัดจริงๆ

สรุป ได้เวลาถอยทีวี LED 42” แล้วซินะ!!!!