Seasons Change NO#4682

จริง ๆ กะว่าจะเอามา review แต่ด้วยเหตุอินเตอร์เน็ตมีปัญหาระดับชาติ เลยต้องยกไว้ก่อน คราวนี้เลยได้เวลาเอามาลงสักที ;)

———————————

ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้ดูภาพยนต์เรื่อง Seasons Change นี้ในโรงภาพยนต์ครับ เพราะว่าตอนนั้นต้องปิดโครงงานที่เรียนให้เสร็จ ทำให้มันออกโรงไปก่อนที่จะว่าง เลยต้องรอ ร้อ รอ …… จนมันออกมาเป็นแผ่น VCD/DVD เนี่ยแหละ ซึ่งจริง ๆ ช่วงภาพยนต์กำลังจะออกจากโรงมีอัลบั้มเพลงของ Seasons Change ออกมาให้ซื้อ ผมก็ซื้อแผ่น CD ให้แฟนไป (ไม่มีอะไรมาก แค่อยากให้ในวันฝนตก ฮ่า …., แผ่นแท้นะเฟ้ย ไม่ใช่ mp3) เพลงก็ ok แต่ไม่ค่อยอินเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ดู แต่แฟนบอกเพราะดี

ซึ่งเมื่อวันพุธที่ 14 ธันวาคม 2006 ที่ผ่านมาก็สั่ง DVD Seasons Change Limited Edition มาจากเว็บ Boomerang.co.th ราคาบวกค่าส่งแบบ EMS+พกง ก็ 629 บาท (ตัวชุด DVD  509 บาทครับ ค่าส่ง 120 บาท) เรื่องการซื้อและได้มาอย่างไรเอาไว้แค่นี้ครับ ส่วนรูปต่าง ๆ เดี่ยวขอเขียนให้จบ จะลงต่อไปทีหลังแล้วกัน

———————————-

Spoils เน้น ๆ  ยังไม่ได้ดู แนะนำให้ข้ามไปดูรูป Boxset เลย [Jump]

ต้องบอกตามตรงว่าผมค่อนข้างอินมาก ๆ กับภาพยนต์เรื่องนี้หลังจากดูจบ คือรอบแรกนี่ยัง งง ๆ นิด ๆ ในบางช่วง แต่พอได้ดูรอบ 2 และ 3 มันเข้าใจได้เลยว่าภาพยนต์ชุดนี้ มันสวยทั้งอารมณ์ของภาพ และมุมกล้องมาก ๆ เลย แถมนักแสดงใส่อารมณ์ลงไปในตัวละครได้ดีมาก ๆ (ถ้าไม่นับความน่ารักของนักแสดงนำฝ่ายหญิงทั้งสองคนถือว่าการแสดงดีมาก ๆ แม้จะมีหลุดบ้างตอนเล่นดนตรีบ้าง ซึ่งถ้าไม่สังเกตจะไม่รู้เลย ซึ่งมี 2-3 ครั้ง แต่ก็อย่างว่าอ่ะ เล่นไม่เป็นหรือไม่เก่งก็เข้าใจ อิๆๆๆ)

คือที่อินกับภาพยนต์เพราะมันคล้าย ๆ กับชีวิต ม.ต้นที่กำลังติดสินใจว่าจะเรียนต่อสายสามัญหรือสายอาชีพดี บ้างบางส่วน คือตอนนั้นมันไม่มีเพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิง และที่เหมือนคือแอบชอบสาวคนหนึ่งจนยอมลงทุนไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษด้วย เกือบปี แต่สุดท้ายก็แห้ว 5555555 แล้วช่วงนั้นไม่ได้บ้าคอมฯ อะไรมากมาย และไม่รู้ว่าจะเรียน ม.ปลายดี หรือไปวิทยาลัยเทคนิคดีด้วยซ้ำ (ช่วงตัดสินใจ) แต่พอเจอเรื่องดังกล่าวไปก็เรียน ม.ปลาย ซะงั้น -_-‘ แหมเหตุผลในการเรียนโคตรเน่าสุด ๆ เลยตอนนั้น (แต่จริง ๆ ก็โดนแม่ให้เรียนด้วยอีกเรื่องเลยต้องเรียน) คือในภาพยนต์มันเป็นอะไรที่คล้าย ๆ

โดยเนื้อเรื่องทำได้ดี สื่อสารออกมาให้แง่คิดของคน 3 ประเภทได้ดีมาก ๆ

  1. ประเภทที่วัน ๆ ก็ตามดูและเฝ้ามองคนที่ปลิ้มและชอบ แบบป้อมในเรื่องจนต้องตามดาว ไปเรียนที่วิทยาลัยดุริยางศิลป์ เพราะอยากตามคนที่ตัวเองชอบไป (ประมาณว่าจะได้เจอกันต่อไปอีก 3 ปี อะไรประมาณนั้น แต่ดูอยู่ำไกล ๆ ไม่กล้าไขว่คว้ามา) แถมยังค้นหาตัวเองไม่ได้ว่าตัวเองมีจุดหมายอะไร ดูได้จากตอนที่เพื่อน ๆ ชวนไปประกวดร้องเพลงจะถามแบบลังเลว่าต้องประกวดด้วยเหรอ ซึ่งมันแสดงว่าตัวเองยังไม่มีจุดมุ่งหมายว่าจะทำดีหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เก่งแบบโคตรเทพ
  2. ประเภทมุ่งมั่น ความฝันไม่ไกลเกินเอื้อม อันนี้ต้องยกให้ดาวในเรื่องเลย ซ้อมไวโอลินทั้งวัน ขยันโคตร จะไม่ให้เก่งได้ไง โดยสิ่งที่ทำนั้นมันทำให้มีความสุข และทำได้ดีเสียด้วย ซึ่งในเรื่องนี้ดาวต้องการ A คนที่ 1 ด้วย มันเลยทำให้พระเอกอย่างป้อมที่ไม่มีจุดหมายของตัวเองอึ้งไปเลยตอนได้ยิน ซึ่งคนประเภทนี้ในเมืองไทยก็มี แต่ถ้าสิ่งที่มุ่งมั่นไปถึงนั้นเป็นอะไรที่สังคมและครอบครัวไม่ยอมรับ มักถูกสภาพการศึกษา, ครอบครัว และสังคมหล่อหลอมให้เป็นไปในประเภทที่หนึ่งมากกว่า ประมาณว่าตาม ๆ กันไป หรือพวกมากลากกันไป
  3. ประเภทใจรัก แค่ได้ทำ ได้เล่น ดีหรือไม่ดีไม่สน ชอบและรักในสิ่งที่ทำก็มีความสุข อันนี้ต้องยกให้อ้อม ซึ่งเด็กไทยในปัจจุบันมักจะเกือบ ๆ ใช่แต่ยังไม่ใช่ จะกึ่ง ๆ ประเภทที่ 1 และ 3 มากกว่า คือคนในประเภทนี้หาได้น้อยมาก เพราะตัองเป็นคนที่รู้ว่าตัวเองต้องการและชอบอะไร อยู่กับอะไรแล้วมีความสุข ทำมันได้ไม่รู้เบื่อ และถ้าโชคดีครอบครัวเข้าใจ ก็มักจะไปได้ดีเสมอ (แต่ส่วนใหญ่จะไม่)

จากในเรื่องเราจะเห็นว่า ถ้าเอาเรื่องนี้ไปสอนในด้านการดำเนินชีวิตถือว่าดีมาก ๆ เลยหล่ะ ซึ่งถ้ามองในแง่การค้นหาตัวเองแล้วเนี่ยถือว่าเป็น ตัวอย่างการสอนที่ดีมาก

ต่อมาในตัวภาพยนต์นั้น ถือว่าทำดี ok นะ คือหนังเรื่องนี้จะเน้นใส ๆ ขนาดที่ว่าแค่แขนมาชนกันยังสะดุ้งอะ คิดดู (ถ้าในชีวิตจริง ถ้ามันเกิดเหตุแบบนี้ไม่อยากจะคิด -_-‘)  จึงไม่น่าแปลกใจเลยอ่ะ ที่ทั้งเรื่อง เราจะไม่เห็นตัวละครใด ๆ บอกรักกันแบบตรง ๆ ไม่มีเดินจับมือกัน คือถึงแม้ว่าจะรักกันในวัยเรียน ก็ทำให้มันสวยงามได้ โดยก็คือช่วยกันเรียน ช่วยกันไปในทางที่ดีก็ควรส่งเสริมมากกว่าไปทำลาย จริงแมะ ;)

โดยในตัวเนื้อเรื่องเนี่ยไม่มีจุดจี้ด ๆ ของตัวหนังอย่างชัดเจน จึงทำให้อารมณ์ของเนื้อเรื่องดูกระจาย ๆ จะมีช่วงเร้าอารมณ์อยู่ไม่กี่ช่วง ซึ่งประโยชน์เด็ดในหนังก็ไม่มี ถ้าถ้าจะหามันก็พอจะหาได้ เช่น

"โธ่ นึกว่ารักดนตรี ที่แท้ก็ตามผู้หญิงมา"

"ชอบ ต้องมีอะไรมากกว่านี้อีกเหรอ"

"ไม่ชอบกินผักทำไมไม่บอก" (อันนี้ต้องอ่านต่อที่นี่ครับ “ไม่ชอบกินผักทำไมไม่บอก” ช่องว่างที่หนังเว้นไว้กับสองความเป็นไปได้ ในโลกแห่งจินตนาการ)

"คนเราอะนะ อะไรที่ควรจะห้ามก็ไม่รู้จักห้าม เด็กมันไม่กินผัก ก็ปล่อยมันไม่กินอยู่นั่นแหละ แล้วพอมันโตขึ้น อยากจะเรียนอะไร ก็จะไปห้ามมัน"

ฉากที่ผมชอบมากที่สุด คงเป็นฉากที่อ้อมเขาสอบไวโอลินแล้วเล่นเพี้ยน ๆ นั้นแหละครับ คือสื่ออารมณ์ได้ดีมาก ๆ สีหน้าและท่าทางนี้โคตรเศร้าแบบได้ใจมากเลย ผมว่าฉากนี้เป็นฉากที่จี้ดมาก ๆ ฉากหนึ่งในเรื่อง

ที่ผมโดน ๆ ก็มีอยู่ประมาณนี้ และมีคนเขียนเป็นเรื่องเป็นราวอยู่หลายที่อยากให้ลองไปอ่านดู แล้วดูหนังอีกรอบน่าจะทำให้สนุกมากขึ้นครับ

ซึ่งภาพยนต์เรื่องนี้ ทำให้มันนึกย้อนกลับไปช่วง ม.ปลาย ที่อยากทำอะไรก็ได้ทำ เที่ยวเล่น เฮฮา ตามประสา ชอบทำกิจกรรม โดดเรียนเป็นกิจวัตร (ฮ่า….) ทำให้ภาพเก่า ๆ ที่ประทับใจในตอนนั้นกลับมา
———————————-

Review DVD Seasons Change Limited Edition NO# 4682

DVD Seasons Change Limited Edition นั้นมีเพียง 5,999 ชุดเท่านั้น โดยหลังจากที่ออกจำหน่ายได้เกิดข้อผิดพลาดในแผ่น ที่ 1 ซึ่งเป็นตัวภาพยนต์ขึ้น โดยในการผลิตคือนาที 15.00 – 15.27 นั้นเสียงกลองนั้นหาย และมีช่วงของเสียงช้ากว่าปกติ (1/4 วินาที) ซึ่งทางผู้ผลิต DoDisc ได้ออกมาแก้ไข ด้วยการเรียกคืนแผ่น DVD รุ่นปกติกลับทั้งหมด แต่จะจำหน่ายแต่ Limited Edition ต่อไป ส่วนการแก้ไขขั้นต่อมาคือผู้ที่ซื้อ DVD ไปแล้วนั้นสามารถเอาแผ่นที่ 1 มาเปลี่ยนเป็นแผ่นใหม่ได้ โดยวิธีการต่อไปนี้ครับ

วิธีการเปลี่ยนแผ่นกับทาง MGA ดังนี้

  1. สำหรับลูกค้าในเขตกรุงเทพมหานคร ท่านสามารถนำแผ่นภาพยนตร์แผ่นที่ 1 ไปเปลี่ยนด้วยตนเองที่ร้าน Imagine, ร้าน B2S และร้านดิจิตอลบูมเมอแรง ได้ทุกสาขา (ในเขตกรุงเทพมหานคร) โดยไม่ว่าท่านจะซื้อมาจากร้านใด และไม่จำเป็นต้องมีใบเสร็จยืนยันการซื้อ แต่สงวนสิทธิ์สำหรับแผ่นแท้ลิขสิทธิ์เท่านั้น
  2. สำหรับลูกค้าในต่างจังหวัด ท่านสามารถส่งแผ่นภาพยนตร์แผ่นที่ 1 มาเปลี่ยนได้ทางไปรษณีย์ โดยทาง MGA จะจัดส่งแผ่นที่แก้ไขแล้วให้กับท่านด้วยซองกันกระแทก โดยสามารถส่งเฉพาะตัวแผ่นที่ 1 มาได้ที่

    "คุณประทุม แก้วด้วง ฝ่ายการตลาดบริษัท จี เอ็ม เอ็ม แกรมมี่ จำกัด เลขที่ 50 อาคาร จี เอ็ม เอ็ม แกรมมี่ เพลส ชั้น 20 ถ.อโศก-สุขุมวิท 21แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110" Tel. 0-2669-8154

ซึ่งเนื้องานของ Limited Edition นี้เรามาดูกันว่ามีดีอะไร ;)

Read more

 

Internet Connection ระหว่างประเทศล่ม ต้องปรับตัวกันหน่อย !!!

วันนี้หลายคนอีเมลมาบ่น ว่าเข้าเว็บแล้วมันโหลดไม่หมด ซึ่งปัญหานี้เกิดจาก Script Program บางส่วนของเว็บ มันไปดึงข้อมูลหลาย ๆ อย่างกับทางต่างประเทศครับ แล้วการเชื่อมต่อต่างประเทศนั้นมีปัญหาอยู่จากตอนที่แล้ว ทำให้ Web Browser ต้องดึงข้อมูลจากต่างประเทศ แต่ดึงไม่ได้ เลยเกิดการรอข้อมูลของ Web Browser จนทำให้เว็บโหลดไม่สำเร็จครับ ตอนนี้ผมได้เอาพวก Script Program ต่าง ๆ ที่ดังข้อมูลจากต่างประเทศออกไปก่อนในช่วงนี้ครับ ไม่งั้นจะเข้าเว็บลำบากมากครับ แล้ว E-Mail ก็รับส่งลำบากมาก โดยเฉพาะเมลที่ Gmail และ Hotmail ที่เข้าไปเช็คลำบากมาก ๆ

เห็นว่าจะใช้เวลาแก้ไขประมาณ 10 วันไ้ด้มั้ง (นานมาก -_-‘) โดยข่าวล่าสุดตอนนี้ไทยสูญเสียอัตราความเร็วในการติดต่อสื่อสารไป 5Gbps (หรือ 5,120 Mbps และหรือ 5,242,880 Kbps) ซึ่งมากมายมหาศาลมาก โดยตอนนี้แก้ลำด้วยการเพิ่มวงจรการสื่อสารไปทางยุโรปแทนที่ 620Mbps ซึ่งน้อยกว่าเดิมเกือบ 10 เท่า แต่ก็พอบรรเทาปัญหาธุรกิจระหว่างประเทศไปได้มาก

ถ้าทุกอย่างกลับมาสภาพเดิมก็จะปรับแก้กลับมาเหมือนเดิมในภายหลังครับ ;)

 

Internet ออกนอกประเทศ ล่มสนิท

ไม่ต้องแปลกใจถ้าเข้า Google, Hotmail, Yahoo หรือ Youtube ไม่ได้ หรือแม้แต่ขา MSN และ Camfrog คงเครียดกันทั่วหน้า (ฮ่า….) เพราะตอนนี้

เพราะจากข่าว

"Taiwan’s largest telephone company, Chunghwa Telecom Co, said damage to an undersea cable had disrupted 98% of Taiwan’s communications with Malaysia, Singapore, Thailand and Hong Kong. Repairs could take three weeks, Vice-General Manager Lin Jen-hung said, but quality would improve daily"

ถ้าจะให้แปลสั้น ๆ ง่าย ๆ สรุป ก็คือ "สายเคเบิลใต้ทะเลของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน Telecom ของใต้หวัน ชื่อ Chunghwa Telecom Co เสียหายกว่า 98% ทำให้การติดต่อสื่อสารของมาเลเซีย, สิงค์โปร์, ไทย และฮองกง มีปัญหา คาดว่าใช้เวลาประมาณ 3 อาทิตย์ในการแก้ไข"

โดยความเสียหายเกิดจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลที่ใต้หวัน ที่วัดได้ 7.2 ริตเตอร์ ทำให้สายเคเบิลขาดและเสียหายนั้นเอง ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการแก้ไข เพราะรัฐบาลให้เฝ้าดูเหตุการณ์ไปสักระยะก่อน (คาดว่า 1-2 วัน)

โดยข่าวล่าสุด IIG ที่ CAT และ TOT เน่าสนิท ทำให้ลิงส์ออกนอกประเทศเสียหายอย่างมาก และเป็นทุก ISP ครับ (ไม่ต้องบ่น)

ถามว่า IIG นี่มันสำคัญมากเหรอ ต้องบอกว่าเป็นลิงส์ใหญ่ที่สุดในการออกนอกประเทศ และทุก ISP ต้องออกผ่านเส้นทางนี้เกือบหมด มีบางส่วนที่สำรองไว้กับ IIG ของ TOT ซึ่งก็คาดว่าจะไม่ต่างกัน ส่วน ISP ที่มีลิงส์อื่น ๆ ก็ไม่ต่างกัน เพราะมันก็ลงไปที่งสิงค์โปร์อยู่ดี -_-‘ และมีการใช้ดาวเทียมบ้างบางส่วน แต่ปัญหาคือมันไม่พอต่อความต้องการขนาดนี้ โดยขนาด Traffic ของ IIG ที่จะสลับไปใช้ดาวเทียมนั้นต้องใช้ B/W ของดาวเทียมมหาศาลมาก และต้องใช้เวลาในการเพิ่มวงจรการสื่อสารครับ

โดยคาดว่าความเสียหายครั้งนี้น่าจะมีอีกหลาย ๆ ประเทศที่ไม่ได้กล่าวมามีปัญหาไปด้วย เพราะลิงส์ออกต่างประเทศของแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่จะผ่านไปที่สิงค์โปร์ และส่งต่อไปที่ใต้หวัน, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นตามลำดับครับ ถ้ามันขาดที่ใต้หวันก็แน่นอนว่ามันจะล่มกันกว่าครึ่งแน่นอน ซึ่งจริง ๆ ยังมีสายที่ไปทางอินเดีย แต่น้อยกว่า เพราะมีราคาแพงกว่าไปทางใต้หวัน เพราะอย่างลืมว่าลากสาย Fiber ใต้ทะเลยิ่งสั้นยิ่งดี เพราะมันแพงงงงงงงงง !!! ดาวเทียมก็ดี แต่ว่ามัน Delay สูง ไม่ทันกินครับ (เคยใช้ IPStar และ IPTV จะรู้ว่ามัน Delay ขนาดไหน และถ้าคิดจะเอาไปใช้ในการทำระบบ Realtime นี่ลำบากมาก ต้อง Tuning กันอีกเยอะ และต้นทุนสูง)

ดูได้จาก Internet Map ของไทยที่ http://iir.ngi.nectec.or.th/internet/map/current.html ว่า IIG ทั้งสองที่นั้นมีขนาดใหญ่แค่ไหน

ตอนนี้แค่เข้า Google ยังลำบากเลย -_-‘

อ่อ ลืมบอกไปว่าตอนนี้เล่นเน็ตที่บ้านครับ ใช้ MaxNet ครับ

 

ย้อนความหลัง ThaiAdmin.org Training & Meeting 2006

ต้องขออภัยอย่างสูงที่หลาย ๆ คนตามอ่าน ไม่ได้ทำการลงเนื้อหาใหม่ ๆ เลยในรอบเกือบ ๆ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา เนื่องจากว่าหลังจากกลับมาจากงาน ThaiAdmin.org Training และ Meeting แล้ว ก็เจองานประดังเข้ามาเลยจำเป็นต้องเร่งเคลียร์งานทั้งหมด แทบหาเวลาว่างไม่ได้เลย จะรวบรวมสมาธิมาลงเนื้อหาก็มีเวลาเรียบเรียงได้น้อย น่ะครับ

เรามาเข้าเรื่องกันเลย

จาก กลุ่มผู้ดูแลระบบแห่งประเทศไทย เชิญชวนร่วมงาน Training และ Meeting ครับ ผมก็ได้ทำการสมัครและลงทะเบียนเรียบร้อยในเว็บก่อนงานเริ่มหลายสัปดาห์ก่อน แถมรับจำนวณจำกัดเพียง 50 คนในคราวแรก แต่สุดท้าย มีเหตุผิดพลาดเล็กน้อยเลยต้องรับเพิ่มเป็น 60 กว่าคนได้ครับ แต่ถือว่าอยู่ในจำนวณที่พอดีครับ โดยงานนี่แบ่งออกมาเป็น 2 ส่วนคือ Training (อบรมสัมนา) และ Meeting (พบปะสังสรรค์) โดยงาน Training จะมีในตอนเช้าและ Meeting จะมีในตอนหัวค่ำ

เรามาเริ่มในช่วงเช้าในงาน Training โดยชื่องานเต็ม ๆ  คือ Training Network Troubleshooting #1 โดยลงทะเบียนตอนเช้าและทุกคนจะได้รับเข้มกลัดด้วยครับ

โดยการอบรวมนี้เป็นแนว Troubleshooting  (การแก้ไขและวิเคราะห์ปัญหา) ได้แบ่งออกเป็น  3 ส่วนหลักซึ่งผมขอสรุปและคัดลอกบางส่วนจากเว็บ ThaiAdmin.org ดังต่อไปนี้ครับ

1. เรื่อง OSI และ Layering โดยอธิบายเรื่อง OSI 7 Layer และเรื่อง Layering เนื้อหาส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ขยายต่อจาก OSI ที่ทุกคนเรียนๆกันมา แต่ต่างไปตรงที่ผมจะอธิบายให้เห็นถึงระดับแก่นของ Layering ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำ Troubleshooting ขั้น Advance เนื้อหานี้จะไม่มีให้อ่านในหนังสือทั่วๆไป และจะมี  Lab Discussion 2 lab จุดประสงค์ของ Lab discussion เพื่อเปิดโลกกว้างของ Networking ให้แต่ละคนเห็น แล้วเราจะได้รู้ว่า นานเท่าไหร่แล้วที่เราโดนล้างสมองด้วย OSI 7 layer จากโรงเรียนและมหาวิทยาลัย

2. Protocol Analyzer อธิบายว่า Packet aAnalyzer คืออะไร โดยจะนำ Ethereal มาเป็นเนื้อหาในการสอน และจะสอนวิธีการใช้งานตั้งแต่การ Capture packet, การ Filter, การ Analyze packet

3. Protocol Detail ส่วนนี้จะเป็นส่วนรายละเอียดของ Basic Protocol เช่น ICMP, DHCP/BOOTP, ARP/RARP, IP, TCP, UDP, Telnet, FTP, HTTP, SMTP, POP3, SNMP ส่วนนี้ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เนื้อหาจะสอนถึงโครงสร้างของแต่ละ Protocol, Message Flow, Pesponding code โดยรายละเอียดจะลงในระดับ Bit และ Byte ถ้าจะว่าไปแล้วเนื้อหาระดับนี้จัดเป็นระดับ Hard core ที่ปกติจะไม่สอนในเมืองไทย ยกเว้นเงินหนาจริง ๆ ที่จะจ้างอาจารย์เข้ามาสอนในเมืองไทย เนื้อหาที่พูดถึงไม่สามารถจบได้ในวันเดียว ดังนั้นชื่อ Training จึงลงท้ายด้วย #1 และจะมีการจัดต่อในส่วนที่เหลืออีกประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้า

โดยเนื้อหามีรอบ 2 และ 3 ตามมาแน่นอน ซึ่งสิ่งที่ได้จากการอบรมครั้งนี้นั้น นี่ผมต้องต้องบอกว่าสุด ๆ ครับ ได้รับความรู้เยอะมาก แถมปรับความคิดใหม่ ๆ ว่ามันไม่ได้มีแต่ OSI Model และ OSI มันเป็นแค่แนวทาง ไม่ได้หมายความว่ามันจะถูกใช้ทั้งหมด ซึ่งพี่ Fordot วิทยากร ก็ให้แง่คิดและความรู้ใช้เชิงลึกมาก ๆ มาด้วยครับ เห็นว่าพี่ Fordot บินกลับมาไทยเพื่อ Training ครั้งนี่โดยเฉพาะเลย ได้ใจผมไปเต็ม ๆ ครับ o_O

คราวนี้ได้คุยกับพี่เชษฐ (DevMan), คุณอัต (Eut) คราวนี้คุยกันยาวเลย แล้วก็ตามด้วยนาย HackPro สุดหล่อ (เหมือนใน Avantar เลย -_-‘) แล้วก็ตามด้วยพี่  M.a.k.u.b.e.x. แล้วก็อีกหลาย ๆ คน คราวนี้คุยกันสนุกถูกคอเลยน่ะครับ

โดยในงานสัมนาครั้งนี้ก็ได้แนบเอา DVD Training Neworking Knowledge for Newbie Admin กลับมาด้วย ซึ่งตอนนี้ดูจบไปแค่ DVD แผ่นแรก ส่วนแผ่นที่สองก็ไปครึ่งนึง เหลืออีกครึ่งทาง ซึ่งในนั้นมีความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นในด้านเทคโนโลยี Network มากมายครับ แน่นมากครับ ไม่เสียดายเวลาและค่ารถที่ได้ลงไปที่กรุงเทพฯเพื่ออบรมในครั้งนี้ครับ

ในงานที่อบรมได้ทำการมอบ Thailand System Administrator Group Certification "Basic Knowledge for Advance Network Troubleshooting #1" ด้วยครับ

ในช่วงเย็นเป็นงาน Meeting ชื่อเต็ม ๆ คือ Thaiadmin Meeting ครั้งที่ 5 "Thaiadmin Meeting End Season Party #5"

โดยก่อนเริ่มงานก็ได้มีการประชุมกลุ่ม ThaiAdmin.org เพื่อกำหนดทิศทางต่อไปของกลุ่มในปี 2007 ซึ่งจะประเดิมด้วยการออก Magazine ราย 4 เดือนครับ โดยผมได้เสนอเรื่อง OOP in PHP 4/5 ไปแล้ว และได้รับการตอบรับเรียบร้อยครับ เตรียมตัวพบกันในนิตยสารได้ครับ

มาพูดถึงเรื่องงานกันต่อครับ ในงานโดยรวมก็แนว ๆ สังสรรค์ทั่วไป ตอนแรก ๆ นี่ ก็กิน ๆ เพราะหิวอย่างแรงพอสักพักก็เล่นบิลเลียดกันเพื่อนสมาชิก 2-3 คน แล้วก็ออกมานั่งคุยกันพี่ ๆ ด้านนอกอีกสักพักใหญ่ ๆ งานสนุกมากครับ เป็นกันเองมาก ….. รอบต่อไปไม่พลาดแน่ ๆ ซึ่งในงานสนุกสนานมากครับ แต่ว่าผมกลับไปก่อนอ่ะ ประมาณตอน 4 ทุ่มกว่า ๆ ไปตอนแรก ไม่รู้จักใครเลย เดิน ๆ ไล่ดูป้ายชื่อบนเข็มกลัด ไป ๆ มา ๆ ก็เจอคนโน้นคนนี้ที ได้แลกเปลี่ยนความรู้สนุกครับ

โดยรวมงานนี้สบาย ๆ ครับ แต่ในงาน Training นี่ช่วงบ่าย ๆ มีนั่งหลับในด้วย (ไม่ไหว มึนอย่างแรง) แต่สุดท้ายก็ต้องเดินไปล้างหน้าและดื่มกาแฟสักหน่อย งานนี้มีเบรคกาแฟ 4 รอบ o_O

คราวหน้าเจอกันที่งาน Network Troubleshooting #2 ครับ


กำลังประชุมทิศทางในปี 2007 ของ ThaiAdmin.org ครับ


เข้ากลัดงานช่วงเช้า, ช่วงเย็น และ ThaiAdmin Certification

 

หนังสือดีอีกเล่มที่น่าอ่าน The World Is Flat (ใครว่าโลกกลม)

เป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงมาในต่างประเทศครับ แนะนำให้หามาอ่านกัน โดยตอนนี้ได้ถูกนำมาแปลเป็นภาษาไทยให้อ่านกันง่าย ๆ หรือใครยังไม่อยากซื้อ อยากรู้ว่ามีเนื้อหาอย่างไรอ่าน "สรุปสาระสําคัญจากหนังสือ The World is Flat" ก่อนก็ได้ครับ แล้วอยากลองเต็ม ๆ เข้าร้านหนังสือได้เลย ตอนนี้ B2S ลดราคาเล่มละ 179 บาท จากราคาปก 199 บาทครับ (ณ. วันที่ 8 ธันวาคม 49) หาซื้อมาอ่านกันได้ มีเรื่องเกี่ยวกับแวดวงไอทีเยอะพอสมควร เล่มนี้เป็นเล่ม 1 ครับ และเล่มที่ 2 กำลังจะตามมา เพราะผมว่ามันเป็นหนังสือที่กระแสแรงมาก คงทำออกมา 2 เล่มให้เกาะกระแสไว้ก่อน ซึ่งทั้ง 2 เล่มนั้นเท่าที่ดูจากบทที่มีแล้วเนี่ย ก็คงเป็นการแบ่งครึ่งจากฉบับจริงครับ ซึ่งก็ดีในแง่ของการพกพาด้วย แต่รวม ๆ สองเล่มแล้วราคาก็คงไม่หนี 400 – 500 บาทครับ

ส่วนเล่มล่างเป็นหนังสือ "กำแพงคนโง่" อ่านรายละเอีดดต่าง ๆ ที่ จินตนาการ นะครับ ทั้งสองเล่มนี้ดีมากเลย ตอนนี้กำลังอ่าน "กำแพงคนโง่" ใกล้จบแล้วหล่ะ