หลังจาก Microsoft Surface 2 แล้วไงต่อ?

คือส่วนตัวใช้ Surface RT อยู่แล้ว น่าจะพอเทียบๆ คราวๆ ได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าว่ากันตรงๆ ในตอนนี้ ผมแนะนำให้ซื้อ Surface Pro 128GB จะดูคุ้มค่ากว่า Surface 2 ในแง่ความสามารถในการรองรับซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่หลากหลายกว่ามาก แม้ Windows RT 8.1 จะมีแอพเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังห่างชั้นกับ Windows 8.1 ใน Surface Pro อย่างเทียบกันไม่ติดจริงๆ (Surface Pro เล่น Diablo 3 ได้นี่ก็ถือว่าห่างชั้นกันแล้วกัน) และ Surface Pro 2 ดูจะไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาในตลาดไทยเร็วๆ นี้ (มั้ง)

สำหรับท่านผู้ปกครองที่เผลอมาอ่านเจออยากให้ลูก-หลานมีคอมพิวเตอร์ไว้ใช้ทำรายงาน หรือเรียน ซึ่งเน้นแต่ Microsoft Office เป็นหลักเลย อยากแนะนำให้ซื้อ Surface RT หรือ Surface 2 ก็ดูจะตอบโจทย์ดีกว่า Surface Pro เพราะอย่างน้อยๆ ก็มีเกมให้เล่นได้น้อยกว่า (ผมถือว่าเป็นข้อดีนะ) คือเอามาเรียน ทำรายงาน ท่องเน็ตได้ มัลแวร์ก็ยังไม่เยอะ และ ณ ตอนนี้ ผมว่า Surface RT ก็ยังคุ้มค่ากว่ากับราคาขนาดนี้ ราคา 8-9,890 บาทของ Surface RT นี่คุ้มเกิ้น เพราะส่วนที่ได้เพิ่มเติมมากับ Surface 2 นั้น แม้จะดูเยอะ แต่ถ้าใช้งานจริงๆ ก็ไม่ได้แตกต่างกันจนรู้สึกว่าเงิน 5-6,000 บาทที่จ่ายเพิ่มเติมไปดูคุ้มค่ามากขึ้น เอาส่วนต่างไปซื้อสายชาร์จ เมาส์ คีย์บอร์ด และสายต่อพ่วงอื่นๆ เพิ่มเติมน่าจะเหมาะสมกว่า

prod_surface2_Pageสรุป Surface 2 มีอะไรดีเนี่ย?

คือเจ้า Surface 2 เป็นการอัพเกรดตัวเครื่องให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้านความสามารถตัว Windows RT 8.1 เป็นหลักเสียมากกว่า กล่าวคือ หน้าจอละเอียดขึ้นเป็น Full HD 1080p ที่จอภาพละเอียดกว่าตัวเก่าเท่าตัว ให้ CPU และ VGA แรงขึ้นกว่าเดิม (อัพเกรดเป็น NVIDIA Tegra 4) แต่ยังคงงก RAM ที่ 2GB เหมือนเดิม (เพื่อ!?!?) ส่วน Fullsize USB 3.0 ทีให้มาก็ดีมีประโยชน์ แต่ในตลาด Tablet ดูจะเป็นส่วนเกินไปสักหน่อย (ใส่ micro USB 3.0 มาก็ได้ แล้วให้หัวแปลงน่าจะตอบโจทย์กว่ามั้ง) รองรับการส่งภาพแบบไร้สายที่ชื่อ Miracast (ซึ่งใน Surface RT ไม่มี) กล้องหน้า-หลังที่ละเอียดมากขึ้น รับการเร่งความสว่างในที่มีแสงน้อย (แต่ชาวบ้านเค้าก็ทำความละเอียดหนีไปแล้ว) แบตอยู่ได้นานขึ้นกว่าตัวเก่าอีก 3 ชั่วโมงเป็น 10 ชั่วโมง และขาตั้ง kickstand ปรับระดับได้ 2 ระดับ (ดูดี แต่ทำให้คำโฆษณาตอน Surface RT ที่บอกว่าคิดมาอย่างดีดูแย่ไปเลย) ซึ่งจากสิ่งที่อัพเกรดขึ้นมา อยากให้ลองเทียบๆ ดูว่าได้ใช้ความสามารถหรือความเร็วแรงต่างๆ พวกนี้แค่ไหน กับเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมไปอีกครึ่งหมื่น

ราคา Surface ณ วันที่ 25 มีนาคม 2557 (ราคาจาก IT City)
– Surface RT 32GB ราคา 8,290 บาท
– Surface RT 64GB ราคา 9,890 บาท
– Surface Pro 64GB ราคา 15,990 บาท
– Surface Pro 128GB ราคา 18,990 บาท
– Surface 2 32GB ราคา 14,500 บาท
– Surface 2 64GB ราคา 17,500 บาท
– Touch Cover 2 for Surface ราคา 4090 บาท (มีสีเทา)
– Type Cover 2 for Surface ราคา 4490 บาท (มีสีม่วง ฟ้า ชมพู เทา)

ส่วนตัวใช้ Surface RT 64GB อยู่ เห็นราคาล่าสุดที่ 9,890 บาท แล้วสะท้อนใจ ผมซื้อมา 12,500 บาท!!! T_T

คำถามต่อมา เทียบกับ Tablet ของ platform อื่นเช่น Android หรือ iOS แล้วยังไง?
คนละแนวคิดเลย ให้มองว่ามันเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ที่ดันอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็น Tablet มากกว่า ซึ่งถ้าจะใช้ Surface คุณจะคุยกับคนใช้ Android หรือ iOS ไม่รู้เรื่อง ><”

มองว่าขายได้ไหมในไทย?
ผมว่ายังขายยากอยู่ ณ ตอนนี้ ตัวมันเองไม่ใช่ขายไม่ได้นะ แต่คนซื้อ Tablet ติดภาพความวาไรตี้ มากกว่าเอาไปใช้ทำงาน คือต้องคิดว่าคนซื้อ Windows 8 Tablet ซื้อมาทำงานเป็นหลัก และยังมี Tablet ในอีก platform หนึ่งตัวแยกต่างหากเป็นอย่างน้อย คือมีเจ้าตัวนี้ตัวเดียวถามว่าได้ไหม ก็บอกว่าได้ แต่ต้องใจแข็งกับความอยากได้ใคร่มีตัวแอพต่างๆ ที่ฮิตๆ กันเหมือนคนอื่นๆ ซึ่งส่วนตัวผมก็ยังทำไม่ได้นะ ผมก็ยังมี Android Tablet ขนาดหน้าจอ 7″ ไว้เล่นนั้นนี่อยู่บ้างเช่นกัน ว่าง่ายๆ คือ Microsoft ต้องยอมรับความจริงให้ได้ว่าในตลาดนี้ตนยังรั้งท้ายมากๆ (ไกลสุดๆ) ต้องทำใจในช่วงนี้ว่าตัวเองไม่ใช่ตัวเลือกแรกในตลาด Tablet สักเท่าไหร่ คือถ้าไม่ทำราคาให้ดูน่าสนใจ ผลักดันให้นักพัฒนาทุ่มกำลังมาลงแทพให้ทัดเทียมกับ Android หรือ iOS คนก็ยังไปเล่น Android Tablet หรือ iPad อยู่ดี คือ Microsoft ทำ platform ตนเองดีแค่ไหน ระบบ Store ดีมากๆ ระบบรัดกุมสุดๆ แต่แอพไม่ลง ก็เท่านั้น เพราะโลกในวันนี้ขับเคลื่อนด้วย แอพของนักพัฒนาภายนอกมากกว่าผู้ควบคุมระบบนิเวศ เพราะในโลกที่เกือบทุกบ้านมีคอมพิวเตอร์ที่รัน Windows เพื่อใช้ทำงานได้อยู่จนครองตลาดไร้ผู้แทรกแซงฉันใด ในตลาด Tablet ตอนนี้ก็ดูจะไม่จำเป็นต้องมี Windows เพื่อใช้ทำงานสักเท่าไหร่เช่นกัน (เพราะดันมาช้าไป)

อันนี้เป็นเนื้อหาแนวบ่นๆ ระหว่างรอ Microsoft ส่ง Surface 2 มาให้รีวิวแล้วกันครับ เดี่ยวจะรีวิวเทียบ Surface RT vs Surface 2 ไปเลยทีเดียว เขียน Surface 2 แล้วเดียวมันครึ่งๆ กลางๆ แถม รูป Surface 2 เมื่อวานก็ลืมถ่ายมา แต่ก็นะ เขียนบ่นแรงขนาดนี้เค้าจะส่งมาให้รีวิวไหมเนี่ย ><“

แนะนำแอพ Hollywood HD ดูภาพยนตร์แนวสตรีมมิ่งในราคาเบาๆ

เมื่อดึกๆ ของวันศุกร์ที่ผ่านมา บน Timeline ใน Facebook ของผม ไปสะดุดกับแชร์ของทาง Blognone ซึ่งคอเนื้อหา Hollywood HD นี่แหละบริการดูหนังออนไลน์ที่ว่ากันว่าเป็น Netflix ของเมืองไทย โดยเจ้าแอพนี้ ผู้สร้างนั้นเป็นคนคุ้นเคยกันอยู่ในฐานะที่ผมเป็น Consult ในส่วนของ AIS BPL อยู่ ซึ่งแน่นอนว่าต้องลอง!

โดยแอพ Hollywood HD นั้นทางทีมงานที่ได้เคยร่วมงานด้วยนั้นมีความตั้งใจ และมุ่งมั่นกับผลงานชิ้นนี้อย่างมาก ออกแบบและพัฒนากันอยู่นานพอสมควรเลยทีเดียว

Hollywood HD เป็นบริการดูหนังออนไลน์แบบสตรีมมิ่ง ลักษณะเดียวกับ Netflix โดยคิดราคาแบบเหมารายเดือน-รายปี ไม่จำกัดจำนวนภาพยนตร์ และสามารถดูได้บนอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งเบราว์เซอร์, iOS และ Android

หนังที่เปิดให้ชมเป็นหนังฮอลลีวู้ดจากสตูดิโอใหญ่ระดับโลก ซึ่งเรามีครบทั้ง 6 รายคือ Universal, Warner Bros, 20th Century Fox, Sony Pictures, Disney, Paramount ปัจจุบันมีหนังให้ชมประมาณ 300 กว่าเรื่อง แต่ที่อยู่ในคลังและจะทยอยเปิดให้ชมมีทั้งหมดราว 1,000 กว่าเรื่อง

อัตราค่าบริการคิดแบบขั้นต่ำ 30 วัน ราคา 299 บาท แต่ช่วงนี้โปรโมชั่น ก็เปิดตัวที่ 149 บาท ถ้าซื้อเป็นแบบครึ่งปีหรือรายปีก็มีส่วนลดเพิ่มอีก – คุณกษิดิศ กลศาสตร์เสนี กรรมการผู้จัดการ

มาดูกันในตัวแอพกันสักหน่อย โดยผมใช้บน Android 4.2.2 บน Lenovo IdeaTab A3000 ซึ่งเป็นรุ่นเล็ก และหน้าจอ 7″

ในหน้าแรกนั้นมีส่วนของการสมัครสมาชิกและรหัสโปรโมชั่น โดยในรายการต่างๆ นั้น ตัวภาพยนตร์เข้าถึงค่อนข้างง่าย ระบบค้นหาหาไม่ยาก แต่การแบ่งหมวดหมู่ดูสับสนไปบางส่วน ภาพยนตร์บางเรื่องไม่น่าจะอยู่ในหมวดบางหมวดก็กลับไปอยู่เสียแบบนั้น (อาจจะเพราะอ้างอิงจากค่ายหนังมั้ง)

Screenshot_2014-03-22-02-36-28 Screenshot_2014-03-22-02-36-54

Screenshot_2014-03-22-02-49-21 Screenshot_2014-03-24-00-31-31

ในหน้ารายละเอียดของตัวภาพยนตร์นั้นทำได้ดีทีเดียว มีรายละเอียดครบ บางเรื่องมี Trailer ให้ดูด้วย ส่วนที่ค่อนข้างชอบคือ การทำ List ส่วนตัวเพื่อง่ายต่อการเอาไว้เป็นส่วนตัว

Screenshot_2014-03-22-02-48-30 Screenshot_2014-03-24-00-32-03

ลองดูภาพยนตร์ ส่วนของการควบคุม การสลับภาษาทั้ง เสียง ซํบไตเติ้ล และความสะเอียดของภาพค่อนข้างตรงไปตรงมา

Screenshot_2014-03-24-00-35-10

ในด้านของข้อมูลส่วนบุคคล มีให้หกรอกไม่เยอะ ดูไม่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวมากนัก (ซึ่งค่อนข้างโอเค) สำหรับในขั้นตอนการสมัครนั้นไม่ยากเลย ข้อมูลที่ใช้ในการสมัครสมาชิกค่อนข้างน้อย และการกรอกข้อมูลเพื่อชำระเงินนั้นค่อนข้างกรอกง่าย จ่ายเงินปั้บดูหนังตามที่มีอยู่ในโปรได้ทันที ราคาตอนนี้ 149 บาทต่อเดือนเท่านั้น

Screenshot_2014-03-22-02-50-10 Screenshot_2014-03-22-02-25-40

สำหรับส่วนการใช้งานบนเว็บที่ http://www.hollywoodmoviehd.com/ นั้น สามารถใช้งานผ่านชื่อบัญชีที่ได้สมัครผ่านแอพได้ทันที ทำให้การใช้งานนั้นไม่จำกัดอยู่แต่แอพบน iOS หรือ Android เท่านั้น แต่ใช้่งานบน Computer หรือ Tablet ที่สามารถใช้งาน Flash Player ได้ โดยจากที่ใช้งานมา ดูจะมีปัญหาอยู่บ้างบน IE 11 และ Firefox คงเพราะมุ่งพัฒนาในแอพก่อนเป็นหลัก และส่วนตัวคิดว่าการใช้งานบนเว็บคงจะพัฒนาให้ทำงานได้ไร้ปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตแน่นอน

Capture

สรุปแล้ว แอพ Hollywood HD ทำการบ้านมาดีมากๆ UI ใช้งานง่าย ตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน ราคาค่าบริการเป็นมิตรอย่างมาก ในตอนนี้อาจจะยังมีจำนวนภาพยนตร์น้อยไปเสียหน่อยในช่วงแรก แต่คิดว่าในอนาคตคงค่อยๆ ทยอยใส่ลงมา ส่วนตัวแล้วอยากให้มีพวกซีรีย์ต่างๆ มาลง ไม่ว่าจะลองฝั่งอเมริกา หรือฝั่งเอเชียเอง ซึ่งผมมองว่าน่าจะคุ้มค่ามากขึ้นไปอีก

รวมสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ปัญหาและทางแก้ไข (บางส่วน) ที่เจอหลังจากติดตั้ง Windows Phone 8 Update 3 (preview) ในรอบ 12 ชั่วโมง

  1. แยกเสียงเตือนระหว่าง Text/IM, voicemail, email และ remiders ออกจากกันแล้ว
  2. มีระบบ driving mode สำหรับ pair อุปกรณ์แล้วปรับให้ยกเลิกการรับสาย หรือ auto reply text ได้
  3. เพิ่มระบบ screen rotation lock มาใน Settings แล้ว
  4. ปุ่มปิด app ผ่าน app switcher
  5. การกด shift ในคีย์บอร์ดภาษาไทยได้รับการแก้ไขให้ unshift เองอัตโนมัติโดยไม่ต้องกด shift อีกครั้งแล้ว
  6. หลังอัพเดทตัวคีย์บอร์ดทับช่องสนธนาใน Line
    Q: เกิดจากการกะระยะในตัวคีย์บอร์ดกับตัว app ของ Line ผิดพลาดเอง แม้จะปิด Suggest text แล้วก็ตาม
    A: รอ Line แก้ไข เพราะ Skype, Whatsapp, Facebook chat หรือ IM+ Pro ไม่พบปัญหานี้
  7. เพิ่ม Facebook Account ใน Setting ของ Windows phone 8 update 8 แล้วขึ้น error code 0x85fbe196
    Q: เกิดจากตัว Facebook connect ใน Windos Phone 8 update 3 ตัวล่าสุดไม่รองรับ Login Approvals (2-Factor Authentication)
    A: การแก้ไขคือ ไปที่ Security ที่ facebook.com แล้วยกเลิก Login Approvals เสียก่อน แล้วจึงเปิดอีกครั้งหลังจากเพิ่ม Facebook Account และ sync เสร็จสิ้น
    อ้างอิงจาก http://support.microsoft.com/kb/2762064
  8. Connect facebook chat จาก People Hub ไม่ได้!
    Q: ปัญหานี้เกิดจากเปิด battery saver อยู่
    A: ทางแก้ไขคือ ให้ทำการ turn off ตัว battery saver ตามวิธีด้านล่าง
    – ไปที่ settings แล้วเลือก battery saver อยู่ ให้เข้าไปที่ advanced
    – ให้คลิ้กเลือกตัวเลือกอื่นๆ สักตัวแล้ว back กลับมาเพื่อบันทึกค่าใหม่ แล้วกลับไปเลือกเดิมอีกครั้ง
    – แล้วเลือก turn off ตัวเลือก battery saver
    – ทำการ reset เครื่อง 1 รอบ
    – ไปที่ People hub เลือก set chat status เป็น offline แล้ว back บันทึกออกมา แล้วกลับเข้าไปเลือก available อีกรอบ จะ online ได้

ส่วนอื่นๆ ที่ไม่ได้ลองเพราะไม่รองรับเช่น

  1. Tiles แบบ 6 columns (เหมือนยังไม่มีในอัพเดทนี้ หรือไม่ก็เพราะใช้ได้เฉพาะจอ 1080p ซึ่งยังไม่มีตัวไหนในตลาดมี)
  2. Screen reader บน Mobile Accessibility for Windows Phone 8
  3. Internet Sharing ที่ pair ผ่าน Bluetooth

ความสามารถใหม่บางส่วนและลอง Windows 8.1 RTM จนได้เรื่อง ใจไม่พร้อมอย่างเพิ่งลอง update จาก RTM !!

เมื่อวานได้ดาวน์โหลดตัว Windows 8.1 RTM ที่เป็น ISO มาจาก MSDN ซึ่งเพิ่งเปิดให้ดาวน์โหลดได้ไม่ถึงวัน ก็เลย “ลองของ” สักหน่อย

ไม่ยากอะไร บน Windows 8 Pro ก็แค่ mount ISO แล้ว double click setup.exe แล้วก็กรอก CD-Key ของ Windows 8 Pro ที่ใช้อยู่ตอนนั้น แล้วกด Accept/OK!!!

2013-09-12_161943

Next แล้วเลือก keep personal files แล้วก็กด Next เสร็จแล้วก็นั่งรอ Restart อยู่ 3-4 รอบ …..

แหม่… มันช่างสะดวกอีกจริงๆ จิบน้ำ 10-15 นาที แล้วก็โผล่มาให้ Setup โน้นนี่ เหมือนตอนลงใหม่เลยวุ้ยยยย อืมๆๆ ดีๆ คงต้องตั้งค่าใหม่แหละมั้ง

ตูม!!!!

Untitled

เหลืออยู่ประมาณนี้!!!

ตอนนั้นช็อคมาก พื้นหลังก็เปลี่ยน ไม่มี Lenovo System update ด้วย App/Program หายหมด!!!

ชิบหายแล้ว ><”

ทุกอย่างหายหมดจริงๆ ครับ!!!

พอเข้ามาใน drive C: ทุกอย่างที่เป็น Windows 8 Pro เก่ามันไปอยู่ใน Windows.old ทั้งหมด!!!

image

แถม Program Files ที่เป็น 64bit ไม่มีด้วย

image

เอาวะ เออ อย่างน้อยๆ Account Profile ของ Windows ยังอยู่ครบ AppData ค่า settings ส่วนใหญ่ยังมีอยู่

ดีนะที่ data file อยู่ที่ driver D: เลยไม่มีความเสียหายอะไรเท่าไหร่ นอกจาก App/Program ต้องมาไล่ลงใหม่

image

ก็เลยต้องมานั่งลงโปรแกรมใหม่หมดเครื่อง กว่าจะครบก็ปาไปเกือบวัน งานการไม่ต้องทำ เสียเวลานั่งลงใหม่ ><”

ไหนๆ ก็ไหนๆ พาทัวร์สักหน่อย หลังจากเล่าถึงนรกมาสักพัก

2013-09-13_143106

ส่วนที่เปลี่ยนแปลงคือหน้า Windows 8 UI ที่เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ขนาดของ Tiles มีเพิ่มมาเป็น 4 ขนาด ก็ดีนะ ไม่ใหญ่เกินไป อันไหนไม่มีข้อมูลบน Tiles ก็จัดให้มันเล็กๆ อันไหนข้อมูลมีเยอะก็ใช้อันใหญ่ ดูมีประโยชน์มากขึ้น แถมหา App/Program ได้ง่ายขึ้น

ส่วนแรกที่หลายคนอยากรู้ Start Button!!!

ไม่มีอะไรมาก ถ้ากดจากหน้า Desktop ก็เข้าหน้า Start Screen

image

และกดจากหน้า Start Screen จะเข้าหน้า Desktop

image

คลิ้กขวาที่ Start Button มีเมนูและความสามารถเข้าถึงได้เยอะขึ้น

image

สิ่งที่หลายคนรอคอยมาแล้ว!!! ตัวเลือกในการข้ามหน้า Start Screen เข้าสู่ Desktop mode ได้ทันทีหลัง login เข้าเครื่อง!!

image

ส่วนของการค้นหาเปลี่ยนแปลงไปอยู่ที่ Sidebar แทนแล้ว ดูดีขึ้น (น่าจะทำตั้งแต่แรกแล้วนะ)

image

ปุ่ม all App เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ หาง่ายขึ้น ใช้ง่ายขึ้น และเข้าถึง all App ได้ง่ายขึ้น

กดที่ซ้ายมือล่าง ตัว Start Screen จะเลื่อนขึ้นแล้ว all App จะเลื่อนตามขึ้นมา

image10

พอคลิ้กที่จุดเดียวกัน all App จะเลื่อนลง และ Start Screen จะเลื่อตามลงมา ดูดี และเหมาะสมดีมาก

image

หน้าตา PC Settings ดูดีขึ้น มีฟังค์ชั่นให้ตั้งค่าเพิ่มมากขึ้น

image

รองรับการเข้าระบบด้วย Fingerprint ได้ทันทีจากหน้า PC Settings

image

การตั้งค่า devices ต่างๆ มีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้นและจัดการได้เกือบทั้งหมดที่เป็นพื้นฐาน (ยังมีบางส่วนที่กลับไป Control Panel แต่หลักๆ ถ้าไม่ใช่ Power user ก็ไม่ต้องเข้าไปใน Control Panel เลย)

image

ระบบ Windows 8.1 ติดตั้ง SkyDrive มาให้พร้อมและรองรับทั้งบน Windows 8 UI และ Desktop mode โดยไม่ต้องติดตั้ง Program ที่โหลดมาต่างหากจาก SkyDrive เพิ่มเติมแล้ว

image

image

การส่วนของ Recovery แยกต่างหากออกมาอย่างชัดเจน เข้าถึงง่ายมากขึ้น

image

ส่วนของการเชื่อมต่อ Wireless และ Mobile Network มีปุ่มเปิดปิดมาให้พร้อมเลย (แต่ Bluetooth แยกไปต่างหากอยู่)

image

ใน File Explorer ส่วนของ Libraries ถูกปิดมาเป็นค่าเริ่มต้น ต้องไปเปิดที่ Navigation pane เพิ่มเติม แต่แน่นอนว่าไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ เพราะส่วนหลักๆ ถูกย้ายมาอยู่ This PC แล้ว

image

ยังมีความสามารถอีกมากที่เปลี่ยนแปลงไปใน Windows 8.1 RTM ถ้ามีเวลาจะมาเล่าให้ฟังอีกครับ …..

image

Windows Experience Index หายไป (จริงๆ มันหายไปตั้งแต่ 8.1 Preview แล้ว)

2013-09-13_163434

ทิ้งท้าย ผมยังไม่พบ Option ให้เพิ่ม account ของ Google เพื่อ sync ตัว Contact และ Calendar ใน Windows 8.1 ที่สนับสนุน CardDav และ CalDav แต่อย่างใด สำหรับ Mail ใน Windows 8.1 นั้นมี option ให้เพิ่ม account ของ Google แต่ใช้งานผ่าน IMAP/SMTP แทน Microsoft Exchange ActiveSync (EAS)

image