เอา Windows Live™ Messenger IM Control ใส่ใน blog

จากข่าว แปะ Windows Live Messenger ไว้บนบล็อก ผมก็เลยลองดู ตอนนี้ก็เข้าไปคุยได้ที่นี่ ครับ หรือเมนูด้านบน Talk to Me

The Windows Live™ Messenger IM Control lets people on the Web reach you in Messenger by showing your Messenger status on your web site, blog, or social networking profile.

The IM Control runs in the browser and lets site visitors message you without installing Messenger first.

It is supported in IE6, IE7, and FireFox 2.0 on Windows and FireFox 2.0 on Mac OS and supports 32 languages.

เข้าไปดูการเปิดใช้งานได้ที่นี่ ครับ

 

แก้ปัญหาจุกจิกหลาย ๆ อย่างใน IE 5/6 ด้วย IE7 { css2: auto; }

เจ้า IE7 { css2: auto; } นั้นตอนนี้เป็น version ที่ 0.9 (alpha) แล้ว และหยุดพัฒนาตั้งแต่ปี 2005/08/19 โดยหลัก ๆ ที่เอามาใช้เพราะนำมาแก้ไขปัญหา PNG alpha transparency ใน IE5/6 นั้นเอง และ JavaScript ตัวแก้ไขตัวนี้ก็ทำงานได้ดีตลอดมา ผมนำไปใช้กับ Siampod.com และได้ผลดีมาก ๆ แต่เว็บ blog ตัวเองก็ยังไม่ได้ใส่มัน -_-‘ เดี่ยวใส่วันสองวันนี้แหละ เริ่มวาง ๆ แล้ว ;)

IE7 is a JavaScript library to make IE behave like a standards-compliant browser. It fixes many CSS issues and makes transparent PNG work correctly under IE5 and IE6.

  • supports the following CSS selectors:
    • namespace|selector
    • parent > child
    • adjacent + sibling
    • adjacent ~ sibling
    • [attr], [attr="value"], [attr~="value"] etc
    • .multiple.classes (fixes bug)
    • :hover, :active, :focus (for all elements)
    • :first-child, :last-child, only-child, nth-child, nth-last-child
    • :check, :disabled, :enabled
    • :root, :empty, :contains(), :not()
    • :before/:after/content:
    • :lang()
  • works with both HTML and XML documents
  • supports imported style sheets
  • preserves the cascade of the style sheet
  • does not alter the document structure
  • does not repeatedly query the DOM tree using JavaScript
  • uses pure CSS to enforce style sheet rules
  • supports the W3C box model in both standards and quirks mode
  • supports fixed positioning (flicker free)
  • supports overflow:visible
  • supports min/max-width/height
  • fixes broken (X)HTML elements (abbr, object)
  • standardies forms behavior
  • supports PNG alpha transparency
  • lightweight script (22K)
  • completely modular (add/remove fixes)
  • works for Microsoft Internet Explorer 5+ (Windows only)

[Update 11/11/2007 1:38am]

นั่งแก้ มันทำไมใช้ไม่ได้ก็ไม่รู้ พอหา ๆ ใน Google เจอคนมีปัญหาแบบเดียวกัน แต่สรุปได้ว่า เพราะใช้ Themes K2 นี่เอง T_T คนใช้ IE 6 ก็เศร้ากันไปนะครับ อันนี้ช่วยไม่ได้ ฮา ….

 

พูดให้มันถูก ๆ กันหน่อยได้ไหม !!!

ผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับรายการไอที ที่ไม่ทำการบ้านมาสักเท่าไหร่ คือตายตั้งแต่ข้อมูลนำเสนอ ไม่มีการเตรียมตัวอะไรแบบนั้น นำเสนอแต่ gadget อยากให้อ่าน สัมภาษณ์ กล้า ตั้งสุวรรณ แห่ง Duocore.tv ครับ ผมก็รู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่ แรก ๆ ก็ดี หลัง ๆ เริ่มเบื่อ เพราะมันไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรนอกจากโฆษณา และเสียเงิน ความรู้ที่ได้แค่น้อยนิด แถมบางครั้งส่งเสริมการทำผิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์กันก็มี -_-‘

กล้า Duocore.tv : มันก็เริ่มมาจากคุณออย  มาจุดประกายตอน 5 ทุ่ม (หัวเราะ) เพราะเขาได้ดูรายการชื่อ www.diggnation.com ซึ่งเป็นรายการทีวีออนไลน์เมืองนอก ของ Digg.com แล้วมีความรู้สึกว่า น่าจะมีรายการอย่างนี้ให้บ้านเราดู  เพราะว่ารายการไอทีบ้านเราบนทีวี เป็นรายการขายของโฆษณาแฝงทั้งนั้น  อย่างที่พี่ทำ ReadyPlanet มาพี่ก็รู้ว่า  ไอทีไม่ใช่มือถือ  ไอทีไม่ใช่ปริ๊นเตอร์  ไอทีไม่ใช่จอLCD  อินเทลคอร์ทูดูโอก็ไม่ใช่ไอที  เล่นเว็บก็ไม่ใช่ไอที  ไอทีจริงๆมันคือความรู้ที่เอาไว้สำหรับจัดการข้อมูลให้เป็นประโยชน์  ไอทีเป็นความรู้ไม่ใช่สินค้า  แต่ที่เห็นทั้งหมดคนไอทีโอ้โหขายของ  ทุกคนขายของกันหมดเลย  มันไม่ใช่ ไอทีจริงๆเป็นเซอร์วิสด้วยซ้ำ  ถ้าบอกว่าเราขายเซอร์วิสอย่าง ReadyPlanet เนี้ย  เราเรียกว่าเป็นธุรกิจสายไอทีโดยตรง  ผมไปถามคน 100 คน ผมว่าส่วนใหญ่จะตอบว่า  ฟอร์จูน พันทิพ  พวกเนี้ย นี่คือ ห้างไอที ซึ่งมันไม่ใช่น่ะ  ก็เลยคิดว่าทำตรงนี้กันได้  ก็เลยลองทำกัน

ยิ่งช่วยนี้ Mac OS X Leopard 10.5 ออกมานี่ น่าจะเรียกว่า "เลพเพิร์ด" ตาม Steve Jobs ซะ ไม่ใช่ "ลีโอพาร์ด" หรือ "เลโอพาร์ต" น่าจะยืนพื้นเสียงดั่งเดิมที่ผู้ผลิตสินค้าเค้าพูดไว้ คือมันจะตรงตามหลักภาษาหรือเปล่ามันอีกเรื่อง แต่ควรตรงตามสิ่งที่ผู้ผลิจสินเค้าเค้าได้กล่าวไว้ ไม่งั้นเวลาสื่อสารตอนพูดกันมันจะงงซะ

อย่างเมื่อวานเพื่อนโทรมาถามถึง Leopard เนี่ยแหละ แล้วมันก็พูดว่า "เลียวพาร์ต" ไอ้เราก็งงไปพัก โปรแกรมไรวะ พอมันบอกว่า Mac OS X ขึ้นต้นเท่านั้นแหละ ด่าไปชุดนึง เต็ม ๆ ก่อน ค่อยว่ากันต่อ

ตัวอย่างนี้นี่มันเป็นผลมาจากการที่เราไม่ได้ให้สิ่งที่ถูกต้องกับผู้ชม ผู้รับข่าวสาร ผู้เป็นสื่อน่าจะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ถ้ารู้ว่าผิดควรแก้ไข ไม่ใช่ปล่อยให้มันผิด เอาความสะดวกเข้าว่า และยิ่งข่าวสารเดียวนี้มีที่มาที่ไป ยิ่งเป็นข่าวไอที ที่มีแหล่งที่มาอ้างอิงทั้งนั้น น่าจะสร้างความถูกต้องได้มากขึ้นด้วยซ้ำไป

ถึงไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่เรา แต่ก็ควรจะทำให้ถูกต้องครับ ไม่ใช่จำไปผิด ๆ เพราะมันมีผลกับการสื่อสารในอนาคตครับ

ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิดน่ะใช่ครับ แต่ถ้ารู้แล้วไม่ยอมแก้ไขนี่สมควรด่าครับ

 

เพิ่ม Captcha ลงในส่วนของการกรอก Comment

ไม่ไหวจริง ๆ วันนี้โดน spam comment ทั้งวัน ถึงแม้ว่า Akismet จะดักได้และยัดลง Awaiting Moderation แล้ว แต่ว่ามันขึ้นเยอะมาก ๆ และมันก็ส่งอีเมลแจ้งตลอด รำคาญมาก ๆ วันนี้ตอนเย็น ๆ เลยยัด Captcha ลงซะเลย จะได้สบายใจหน่อย เฮ้อ ….. ดักกัน 2 ทางไปเลย หมดเรื่องหมดราว ;)

Plugins – Captcha!

Font – Dafont

 

มอนอของเรา

จาก เรื่องน่ารู้ของ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผมก็เลยเอามั่ง ขอไปขุดจาก Fwd-Mail มาบ้าง

  • มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก มีชื่อเล่น ว่า มน.
    (NU, มอ-นอ และเป็นที่มาของเว็บ mornor.com)
  • เป็นมหาวิยาลัยที่ร้อนและแดดแรงมากที่สุดในสยามประเทศ
    (ร้อนไปได้ไง ซัมเมอร์ 43 องศาและแดดแรงขนาดมีศูนย์พลังงานแสงอาทิตย์ และสาว ๆ หนุ่ม ๆ ที่นี่จะใส่เสื้อกันหนาว  แม้แดดจะร้อนแรงแทบจะเป็นลม และเหงื่อออกซึมเข้าเสื้อจนบิดเป็นน้ำได้เลย)
  • เราเรียกนักศึกษาที่นี่ ว่า นิสิต
    (ไม่ต้องเถียงกัน เรื่องนี้ หาอ่านได้ทั่วไป)
  • สีประจำมหาวิทยาลัยคืิอ เทา แสด
    • สีเทา หมายถึง แมลงอันอุดมสมบูรณ์
    • สีแสด หมายถึง แดดอันแผดร้อน
  • บัตรนิสิต เป็นบัตรที่เราไม่อยากจะให้ใครได้เห็น เพราะรูปนั้นมันนรกมาก ช่างกล้องที่ถ่ายบัตร ช่างเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการถ่ายรูปอย่างสูงจริงๆ
    (จริง บัตรตัวเองยังไม่อยากให้ใครดูเลย)
  • สิงที่นิสิตเคารพบูชาที่สุด คือ พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในท่าประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาทรงสุวรรณภิงคารหลั่งทักษิโณทก เราเรียกที่นี่ ว่า ลานสมเด็จ
  • ลานสมเด็จนี่เองจะมีช่วงคึกคักมากๆที่สุดในรอบปี คือ สอบมิดเทอม และช่วงสอบไฟนอลเท่านั้น สิ่งที่นิสิตมักบน สมเด็จเสมอคือ
    • วิ่งรอบลานสมเด็จ(เมื่อก่อนเล็กกว่านี้ ปัจจุบันขยายกว้างขึ้น)
    • ถูลานสมเด็จ
      (อันนี้สมเด็จท่านอนุโลมให้เอาเพื่อนมาช่วยถูได้ และตอนปีหนึ่งไปถูบ่อย ๆ เพราะโดนแฟน กับเพื่อนลากไปถู เพราะบนไว้ (ลำบากตรูอีก -_-‘) แฟนเคยบนไว้ว่าจะถูลานสมเด็จ 15 ครั้ง ก็ผ่อนวันละ 2-3 ครั้ง ไม่สะอาดทุกวันได้ไง คนทำความสะอาดสบายไป ฮา ….. )
    • ดอกไม้สีสันสวยงามต่างๆ
    • ตุ๊กตาไม้ที่เป็นช้าง ม้า และไก่ชน (เท่านั้น)
  • ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ดอกเสลา ซึ่งเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทย์มากๆ บางคนเรียนมา สี่ปียังไม่เคยเห็นดอกเสลาซะที
    (เราเคยเห็นตอนปีหนึ่ง หุๆๆๆ)
  • หน้ามหาวิทยาลัย ยังทำนา และเลี้ยงเป็ดอยู่ ถนน หน้ามหาวิทยาลัย บางทีชาวบ้านก็เอาข้าวเปลือกมาตากซะงั้น
    (เห็นทุกครั้งที่กลับบ้าน หรือกลับมอ)
  • นิสิตมน.เกือบทุกคนต้องรู้จักเจ๊เสริฐ
    (กะเทยสมรภูมิที่ขายกับข้าวตามสั่ง เคยเห็นกับตาเลยว่าแกกระดกเบียร์ ตอนทำกับข้าว สงสัยจะบิ้วอารมณ์)
  • มน.มีชาไข่มุกของป้าที่อร่อยสุดๆของแคว้นแดนไทย ซึ่งในกรุงเทพยังหากินได้อร่อยไม่เท่า
  • ช่วงใกล้รับปริญญาคนสวนของมหาลัยจะมีอิทธิปาฏิหาริย์ สามารถเนรมิตพื้นที่ และดอกไม้ให้สวยได้ภายใน3-4วัน
  • และช่วงรับปริญญานี่เอง เป็นช่วงที่น้องหมาสุดรักประจำคณะต้องเก็บตัว
  • คณะเราต้องเรียกพี่ยามเท่านั้น ห้ามเรียกลุงยาม แกบอกว่าแก่ไป พี่ก็พอ
  • พาหนะที่ใช้มากที่สุด คือ รถมอเตอร์ไซต์ และรถวิ่งรอบมอ เมื่อก่อนเราเรียกว่ารถส้ม (รอบละบาทเอง ทันนั่งอยู่ปีเดียว) ปัจจุบันมันเป็นรถไฟฟ้าไปซะแล้ว (คันสีขาวเหมือนรถกอล์ฟ)
  • ใครขับรถรอบมอตอนเที่ยงๆถึงบ่าย สาม สิ่งที่คุณได้รับอย่างไม่น่าเชื่อ คือ สีผิวเปลี่ยนได้ทันตาเห็น และคุณจะกลายเป็นลูกครึ่งผมแดง ทั้งที่พ่อแม่คุณเป็นคนไทย
  • ตอนที่ยังไม่เป็นหวยบนดิน นิสิตสามารถแอบซื้อหวยได้กับป้าแม่บ้าน
  • สะพานลอยหน้ามหาลัยมีไว้ให้มอเตอร์ไซต์หลบฝน และนิสิตไว้หลบแดดตอนรอรถเท่านั้นไม่ได้มีไว้ใช้ข้าม
    (สารภาพว่า สี่ปี ไม่เคยข้ามสะพานนี้เลยครับ)
  • มนุษย์เพศชายในคณะมนุษย์ ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลที่น่าสงสัยว่าเป็นมนุษย์กึ่งชาย
    (อันนี้ no-comment)
  • มน.มีการแข่งขันประกวดดนตรี เราเรียกมันว่า NU VOICE
  • น้องปีหนึ่งจะต้องแต่งตัวถูกระเบียบ น้องผู้หญิงใส่เสื้อนิสิตที่เชยที่สุด คือเสื้อไม่มีสาบ ติดกระดุมคอ กระโปรงคลุมทรงเอคลุมเข่าสีดำ รองเท้าหุ้มส้นสีดำ ห้ามมีลวดลาย น้องผู้ชายใส่เชิตขาวแขนยาว ผูกไทด์สีเทา กางเกงสแล็ค รองเท้าหนัง
    (แต่งตัวเรียบร้อย แต่ผมชอบนะ สาว ๆ น่ารักดี ฮา …. )
  • กระดุมคอและเนคไทด์ของน้องปีหนึ่ง จะได้รับการปลดให้โดยพี่รหัส เมื่อปิดห้องเชียร์เรียบร้อยแล้ว
    (อยากปลดกระดุมน้อง ๆ สาว ๆ อ่ะ แต่ไม่ได้ผิดจรรยาบรรณ์รุ่นพี่ผู้ชาย T_T ต้องไปปลดไทด์น้องผู้ชายแทน)
  • ก่อนจะมีการประกาศห้ามรับน้องรุนแรง วิดยามีประเพณีชิงธง(ในโคลน) ด้านหน้าตึกแมท เข้าใจว่า นิสิตรหัส 47 จะเป็นรุ่นสุดท้าย (ที่ได้ลงโคลน)
  • ชุดพิธีการของมน.หมายถึง ชุดที่ใช้ในพิธีสำคัญต่างๆ ซึ่ง คือการแต่งกายถูกระเบียบ แต่เปลี่ยนจากกระโปรงและกางเกงสีดำ เป็นกระโปรงและกางเกงสีเทาแทน
  • ช่วงเทอมหนึ่ง น้องปีหนึ่งทุกคนจะได้รับการบอกกล่าวให้ไหว้รุ่นพี่ และอาจารย์ที่เดินผ่าน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดา ที่เมื่อรุ่นพี่หรืออาจารย์เดินผ่านหรือขับรถ ผ่านจะมีน้องๆซึ่งแต่งตัวถูกระเบียบไหว้และร้องทักว่า “พี่คะ/ครับ สวัสดีค่ะ/ครับ”
    (รุ่นพี่ก็เขิน จะไม่รับไหว้เดี่ยวน้องมันจะด่าลับหลัง)
  • ช่วงก่อนเปิดเทอม 1 จะมีการจัดค่ายให้น้องๆ ปี 1 มาอยู่รวมกันทำความรู้จักกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน เรียกว่า “Begining Camp” โดยน้องปีหนึ่งจะได้รับการบายศรีสู่ขวัญ และผูกข้อมือ
    (หุๆๆ เจอแฟนก็งานนี้แหละ ฮา …. ช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะสาว ๆ ปี 1 จะ reset state/status กันเกือบทุกคน ฮา ….. )
  • ค่ายปรับฐานของคณะวิดยาฯ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ต้องไปค้างคืนที่ศาลาสวดศพวัดคุ้งวารี ตอนถ่ายรูปจะมีเมรุเผาศพติดมาด้วยทุกรูปเลยครับ
  • ครุยมน. เป็นครุยผ้าโปร่งสีขาว มีแถบสีเทา-แสด อันเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย มองเผินๆคล้ายกับชุดพระยาแรกนาขวัญ (อันนี้เพื่อนชอบแซว) ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพฯ ในช่วงธ.ค.- ม.ค.
  • ช่วงรับปริญญาที่มน. เป็นช่วงที่คึกคัก และทำให้การจราจรติดขัดที่สุด
  • ชื่อเดิมของ มน.คือ “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขต พิษณุโลก”
  • ที่นั่งเล่น ออกกำลังกายในมอนอ มี 2 แห่งคือที่โอเอซิสหรือที่เรียกอีกชื่อว่า สวนเทเลทับบี้ ใครนึกไม่ออกจินตนาการถึงสนามหญ้าที่พวกเทเลทับบี้ชอบออกมาเต้น กับอีกแห่ง คือ อ่างเก็บน้ำ ที่นี่มักมีคนไปให้อาหารปลาด้วย
  • ไอติมทอดข้างมอร้าน “กิ่งแก้ว” (เอ๊ะ หรือเปล่า – -*) ป้าคนขายเป็นคนขี้ลืมมากๆ ถ้าไม่จดให้ป้าแก ป้าแกจะลืมทำ หรือถ้าไม่จด เวลาคิดเงิน ป้าแกจะถามว่า สั่งไรบ้าง เดินไปก้าวนึง ก็จะถามคำถามเดิม เดินอีกก้าว ก็ถามใหม่จนกว่าจะถึงเก๊ะเก็บตังค์ -*-
  • ไก่ทอดร้าน กะต๊าก (หรือกะโต๊กนี่แหละ) อร่อยม้ากๆๆ อร่อยกว่า KFC อีก !!!
  • มีโลโก้ประจำม.ก็คือ ยุงที่มีมือซ้ายกางร่ม มือขวาครีมกันแดด (ยุงเยอะมากกกกกกก แดดแรงมั่ก )
  • รถไฟฟ้าที่วิ่งรอบมหาวิทยาลัยจะเรียกสั้นๆว่า ” โดเรม่อน” หรือ “เตาอบเคลื่อนที่ ”
  • นิสิตหอหญิง(เก่า) ส่วนใหญ่จะรู้จัก ” ยามจอย “(ดุมาก)
  • ลานสมเด็จจะคึกคักช่วงก่อนสอบ และจะมีควันธูปตลบอบอวนอยู่ตลอดเวลา
  • เด็กปี 1 ผู้ญ จะต้องโดน “รองเท้าคัดชูกัด” แทบจะทุกคน
  • แทบจะทุกคนจะต้องได้ไปเรียนที่ตึก MD
  • ตลาดนัดวันอังคาร จะเป็น center point ของเด็กมน.จะมีขายทุกสิ่งอย่าง ผักสด, เสื้อผ้า ,สุนัข ฯลฯ และเป็นศูนย์รวมแฟชั่น
  • ที่นี่จะขับรถเหมือนเวียดนาม ก็คือ ไม่มีไฟเขียวไฟแดง นึกจะเลี้ยงก็เลี้ยว นึกจะปาดก็ปาด ไฟเลี้ยวไม่เปิด
  • ที่นี่จะมีอยู่ 2 ฤดู ก็คือ ร้อน กับ ร้อนอิ๊บอ๋าย.. – -*
  • วิศวะชอบไปกินข้าวที่โภชนาคาร 2 เวลาไปกินที่โภฯ นิ จะเจอพวกนี้เยอะมากกก..
  • ทางหลังม. ตรงทางแยก ถนนตรงนั้นจะไม่สามารถซ่อมได้ และ สามารถเลี้ยงปลาได้
  • ประตูทางออกตรงคลองหนองเหล็ก ส่วนใหญ่เค้าจะเรียกว่า ” ป่าดงดิบ ”
  • สวนเทเลทับบี้มีไว้ให้ลูกหมาวิ่งเล่น
  • ที่ฟิตเนสจะมีพวก กึ่งชายกึ่งหญิง ตัวล่ำขาวๆ มักจะเล่นอยู่ประจำ
  • อ่างเก็บน้ำมีไววิ่งออกกำลังกาย และ ให้อาหารปลา
  • รถไฟฟ้า เปิดประทุน ช่วงเย็น ถ้าคุณจะนั่ง คุณต้องไปขึ้นที่ตรงเก็บรถ
  • 7-11 ตรงโภฯ 2 จะมีไว้ให้นิสิตหญิงใช้เท่านั้น!!
  • อ.ผู้ชายที่หน้าตาดีที่สุดของมหาวิทยาลัย อยู่ที่คณะเภสัช หน้าตาดีเป็นจำนวนมาก ด้วย จนไม่น่าเชื่อว่า เป็นศูนย์รวม อ.หน้าตาดีอะไรได้ขนาดนี้ แต่ 80 เปอร์เซนต์ของอาจารย์ที่ว่ามา เป็น…..
  • มีสวนเทเลทับบี้ อยู่ใกล้หอสมุด
  • ตรงสวนเทเลทับบี้ เด็ก มน.หลายคนอาจไม่ทราบมีการปลูกต้นไม้ประจำจังหวัดของทั้ง76จังหวัด ปลูกเรียงกัน เป็นแผนที่ประเทศไทย
  • บริเวณตลาดหลังมอ เรียกอีกอย่างว่า ตลาดปอยเปต เพราะสภาพไม่ต่างอะไรกับตลาดชายแดน (ล่าสุดได้ข่าวว่าพัฒนาแล้ว ถนนลาดยางไปแล้วเรียบร้อย ก่อนมีนโยบายให้นิสิตปีหนึ่ง ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในมอ)
  • แยกวัดใจ ตรงหน้าคณะมนุษย์ (บริเวณที่ตั้งเพชรคณะมนุษย์)
  • ลานสมเด็จ โหดร้ายมากๆ ถ้ารุ่นพี่ให้ไปยืนร้องเพลงคณะตอนเที่ยงตรง
  • ก๋วยเตี๋ยวไก่ป้าล้อม มามอนอ แล้วไม่ได้กิน เสมือนว่ามาไม่ถึง (ตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่หน้าตึกแมทคับ ตอนที่อยู่โภฯ 1 มีคนเข้าแถวรอซื้อเหมือนแจกฟรี)
  • เด็กรุ่นรหัส43 เป็นรุ่นสุดท้าย ที่เกรดไม่มีประจุ (บีบวก ซีบวก ดีบวก)
  • รหัส 43 นอกจากเป็นรุ่นสุดท้ายที่เกรดไม่มีประจุ ยังเป็นรุ่นสุดท้ายที่เวลาตกจะได้ “E” แทน “F” ในรุ่นต่อๆ มา
  • รหัส 43 ยังเป็นรุ่นสุดท้ายด้วย ที่รู้จักการต่อคิวลงทะเบียน หลังจากนั้นลงผ่านเนทหมด
  • ร้านข้าวต้มอารมณ์ดี ร้านข้าวต้มหน้ามอ เจ้าอร่อย เจ้าของร้านใจดีด้วย (แต่รายการอาหารไม่มีราคาบอกนะ ต้องสังเกตุจานเอา)
  • รพ.มหาลัย ก่อนเปิดเป็นรพ.ในปัจจุบัน เริ่มแรก เปิดเป็นหอหญิงด้วย นิสิตรหัส 45 เป็นรุ่นแรกที่ได้เข้าไปประเดิมนอน ตอนเข้าค่ายมอ
  • คณะเภสัชศาสตร์ ม.นเรศวร เป็นคณะเภสัชแห่งแรกในประเทศไทย ที่เปิดหลักสูตร6ปี
  • รพ. มหาลัยไม่เคยมีห้องเต็ม
  • สภานิสิตมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นสภาแห่งแรกที่จดโดเมนเนมเป็นของตัวเองในชื่อ sapanisit.com
  • เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียว ที่คณะเภสัชศาสตร์เป็นคณะบุกเบิกในการถ่ายภาพและที่คณะเภสัชฯ แห่งนี้ มีห้องมืดล่างอัดภาพขาวดำเป็นของตัวเอง
  • ในอดีต ไม่มีหอพักชายภายในตัวมหาวิทยาลัย มีแต่หอพักหญิง
  • พระรูปสมเด็จพระนเรศวร ทรงคนโฑด้วยพระหัตถ์คนละข้างกับพระรูปที่อยู่ที่ในตัวเมือง
  • เป็นมหาวิทยาลัยที่มีตราสัญญลักษณ์สองแบบ คือองค์สมเด็จไว้สำหรับติดในที่สูง และช้างเจ้าพระยาไชยานุภาพไว้ติดในที่ต่ำ (เช่นหัวเข็มขัด)
  • วิดวะมี ร้านอาหารข้างใต้ แต่ไปกินโภ 2 เพราะใกล้ กว่าโภฯ 2
  • ตลาดนัด เป็นที่ทำไว้สำหรับจอดรถ ทั้งมหาลัยแล้วให้ นั่งรถไฟฟ้ามาเรียน แต่โดนประท้วง
  • ร้านข้าวใต้ตึก EN อาหารที่ฮิต คือ ข้าวไข่เจียว
  • ร้านถ่ายเอกสาร ตาตู้ มี ชีท ของ ทุึกคณะทุกวิชา ที่เรียนที่ตึก EN
  • อาจารย์ วิดวะ สามารถแจ้งข่าวการสอน ได้ที่ร้านตาตู้
  • เมื่อก่อน รุ่นพี่วิดวะพาน้องไปลองของที่วัดจูงนาง
  • ตึกวิดวะก่อนสอบ มีแต่นักศึกษาแพทย์ เอากระดูกมาท่อง
  • สมัยก่อนลานสมเด็จ ยังไม่กว้าง แก้บนด้วยวิ่งรอบมอ
  • คนที่แก้บนด้วยการถูลานสมเด็จคนแรก เป็นเด็กคณะวิดวะ
  • ช่วงก่อนสอบและหลังสอบ ผ้าถูพื้นลานสมเด็จไม่เคยแห้ง
  • เด็กวิดวะ ถ้าไม่เข้าครอบครูประจำปี จะเรียนไม่จบ
  • คณะวิดวะใช่จะมีชายแท้ หญิงแท้มาเรียน เคยมีกระเทย มาเรียนแล้วเรียนไม่ไหวลาออกไปแปลงเพศ
  • ปัจจุบัน เจ๊เสริฐ ขายร้านอาหารตามสั่งทิ้งไปแล้ว
  • ร้านเช่าการ์ตูนไทเกอร์ ตอนนี้ไทเกอร์เข้าประถมแล้ว
  • ประตูหน้ามอ ใกล้ๆ กับศูนย์วิจัยจะเปิดตอนรับปริญญา
    (และเป็นสถานที่ซ้อมเชียร์ต่าง ๆ เยอะที่สุด เพราะกว้าง และไม่มีรถผ่าน)
  • ก่อนที่จะมีลูกระนาด เคยมี เด็กวิดวะเคยแข่ง มอไซค์รอบมอด้วยความเร็วกว่า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • มีบางคนเรียนจบแล้วยังไม่รู้ว่า มีประตูออกจากมออีก ตรงคณะวิทยาศาสตร์
    (เพิ่งรู้ตอนปี 3 เหมือนกัน -_-‘ แต่แถวนั้นมีร้านข้าวอร่อยหลายร้านนะ ขอบอก ๆ ให้ไปชิมให้ได้)
  • ปี 46 ห้องเชียร์วิดยาภาคพิเศษ ที่จัดที่มอในเป็นปีสุดท้าย และย้ายมาจัดที่อาคารกิจกรรมแทน กลังจากปีนั้นเป็นต้นมา