7 สิ่งมหัศจรรย์ แห่ง 7 – ตอนที่ 2 สิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ 4

ห่างจาก "7 สิ่งมหัศจรรย์ แห่ง 7 – ตอนที่ 1 สิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ 1-3” มาหลายอาทิตย์ แต่ยังเขียนต่อนะครับ ;P

4. Network Connection และ Default Printer ที่แปรผันตาม Network Connection

เป็นสิ่งที่ได้รับการปรับปรุงจาก Vista พอสมควรครับ คลิ้กไม่กี่ทีก็สามารถ Connect หรือ Disconnect ได้ทัน และสิ่งที่น่าจะดีขึ้นจาก Vista คือการเข้าถึง Connection Propperties ที่ใช้การคลิ้กลดลงครับ

2009-10-13_203955 2009-10-13_204042

ส่วนต่อมานั้นหน้าตาของ Network and Sharing Center ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจาก Vista มากนัก แต่ส่วนที่น่าสนใจคือ Network Location ครับ เป็นลักษณะของ Profile ด้านความปลอดภัย

image

  1. Home network – สำหรับ Network ที่ใช้ภายในบ้านที่จะเปิดใช้งาน HomeGroup และ Network discovery เพื่อให้เครื่องอื่นๆ และเราเห็นว่ามีใครใน Network ของบ้างเป็นค่าเริ่มต้น (จะปิดก็ได้)
  2. Work network – คล้ายๆ กับ Home network แต่จะปิด  Network discovery ก็ได้ และจะไม่สามารถสร้าง หรือเข้าไปใช้งาน HomeGroup ได้
  3. Public network – เป็น location ที่เหมาะมากสำหรับคนที่มักไปเล่นนอกสถานที่โดยจะปิดการใช้งาน HomeGroup และ Network discovery ออกไปทำให้คุณไม่โดนโจมตีหรือเห็นในระบบ Network (ในเบื้องต้น) และยังปิดการ Share พวก Folder ต่างๆ โดยอัตโนมัติครับ (แต่ปรับแต่งภายหลังได้ในระบบ Advanced Settings)
  4. Domain – เป็น option เล็กๆ สำหรับ Enterprise ครับ อันนี้คงไม่ขอพูดถึงรายละเอียด

ซึ่งตัว HomeGroup นั้นจะอยู่ใน Home Premium, Professional และ Ultimate ที่ทำให้เราสามารถปรับแต่ง Sharing Profile และตั้งรหัสผ่านสำหรับ Join เข้ามาใน HomeGroup เพื่อเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ใน HomeGroup ได้ทันที จากทีเมื่อก่อนมี Workgroup แต่ค่อนข้าง Public มากๆ เพราะแค่เสียบสาย Ethernet หรือเข้าถึงผ่าน WiFi ก็สามารถเข้า Workgroup ได้ทันที แต่ตอนนี้เรามี HomeGroup เข้ามาร่วมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลที่เราทำการ share กันได้มากขึ้น เพราะถ้าไม่มีรหัสผ่านก็ไม่สามารถเข้า HomeGroup ของเราได้ โดยข้อมูลที่ share กันนั้นจะสื่อสารกันด้วยการเข้ารหัส 128-bit ในการสื่อสารกันผ่านระบบ Network ครับ

โดยที่ 1.-3. นั้นจะเหมาะกับผู้ใช้ตามบ้าน และสำหรับ Power User เราสามารถปรับแต่งได้ที่ “Choose homegroup and sharing options”

image

โดยด้านในนั้นจะมีให้เลือกว่าเราจะให้ default libraries ตัวใดบ้างใมนการ Share ออกไปได้ ซึ่งเราถ้าเข้าไปที่ Change advanced sharing settings เราจะสามารถตั้งค่าของ Home or Work Network และ Public Networkได้ว่าเราจะเปิดและปิดอะไรบ้าง ซึ่งในงานของผมแล้วเนี่ย Home และ Work Network นั้นต่างกันแค่ต้องตั้งค่า Homegroup แยกออกมาจาก option ข้างต้นเท่านั้นครับ นอกนั้นเหมือนกันหมด แต่ Public จะแยกออกาชัดเจนเลย

image

ซึ่งในส่วนของ Network นี้จะมี option รวมเข้ากับ Windows Firewall with Advanced Security ด้วยครับ

image

ซึ่งในส่วนนี้จะ Advanced มากๆ ซึ่งยก option ต่างๆ มาจาก Windows Server เยอะเหมือนกัน

2009-10-13_212824

image

ซึ่งสามารถ filter ตัว rule ได้ผ่านทางรูปแบบ Program, Port หรือ Predefined ที่เป็นตัวอย่างมาให้แล้ว หรือจะ custom ก็ได้เช่นกัน โดยเมื่อเราเลือกตัว Rule type ได้แล้วนั้นที่ Action เราก็กำหนดได้ว่าจะ Allow หรือ Block ได้ ซึ่งผมบอกไปแล้วว่าเราสามารถใช้ Rule เหล่านี้ที่เรากำหนดไว้ตาม Network locaton ได้

image

ซึ่งเมื่อเรากำหนดว่า Rule ที่เรากำหนดเองเหล่านี้ทำงานบน Network location ตามที่เราต้องการได้เลย ทำให้เวลาเราปรับ Network connetion เราก็ไม่ต้องมานั่งเปิด-ปิด Rule ต่างๆ ของ Firewall เอง (จะเห็นได้ว่าไม่มีคำว่า Home or Work เพราะโดนรวมเป็น Private profile ลงไปทั้งหมด ซึ่งผมคิดว่าถ้าปรับคำให้ตรงกัน น่าจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ)

สำหรับส่วน Network ตัวหลัก ๆ ผมชอบก็ประมาณนี้ และส่วนที่ชอบพอๆ กันและมารวมกันในข้อนี้คือ Default Printer ที่แปรผันตาม Network Connection ครับ ซึ่งเข้าไปที่ Devices and Printers แล้วเลือกที่ Printers ตัวไหนก็ได้จะเจอเมนู Manage default printers ขึ้นมาครับ

image

แล้วเราก็ทำการจับคู่ระหว่าง Network กับ Printer ได้เลยครับ เช่น Network ที่บ้านอาจจะใช้ default printer ตัวนึง ที่ทำงานมี Network อีก profile ก็ใช้ default printer อีกตัวนึงโดยระบบจะสลับให้ทันทีครับ อันนี้ช่วยได้เยอะเลยสำหรับคนใช้ Netbook ทำงานหลายๆ ที่ครับ

image 

โดยรวมผมคิดว่าเป็นส่วนเพิ่มเติมที่ได้รับการปรับปรุงจาก Vista มาเป็นอย่างดีครับ หลายๆ จุดน่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะเรื่องของ Network location และ HomeGroup ครับ

สำหรับ preview ในส่วนนี้ยังมีรายละเอียดเยอะครับ อันนี้ต้องลองเล่นดูผมขอนำเสนอส่วนที่คิดว่าน่าสนใจครับ จริงๆ มี Streaming Media อีกตัวนะเนี่ย แต่ว่ายกไว้ตอนหน้าครับ ;P ผมเกี่ยวเนื่องกันแต่ผมคิดว่าควรยกไปต่อในส่วนของสิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ 5 แทนน่าจะเห็นภาพมากกว่า ;)

ก็เห็นประเทศเราใช้ของผีมาเป็นสิบ ๆ ปี ไม่เห็นมันจะพัฒนาขึ้นเลย!

สิ่งที่ผมได้ยินอยู่เสมอคือ ราคา Software ลิขสิทธิ์บ้านเรามันมีราคาแพงไม่สมดุลกับรายได้

เราเป็นประเทศกำลังพัฒนา เราใช้ของผีไปก่อน

ผมก็เห็นประเทศเราใช้ของผีมาเป็นสิบ ๆ ปี ไม่เห็นมันจะพัฒนาขึ้นเลย

จริง ๆ เราควรจะพัฒนาทางด้านความคิดตัวเราเสียก่อนแล้วค่อยไปพัฒนาประเทศ

 

ผมเคยได้ยินคำนี้หลายต่อหลายครั้ง

และหลายต่อหลายครั้งคนที่พูดอยู่ในฐานะไม่ควรที่จะพูด

เช่นอาจารย์มหาวิทยาลัย พูดให้นักศึกษาจำนวนมากฟัง

ประโยคโดนใจจาก @2how  (http://www.2how.com/board/topic.php?id=36861)

Windows 7 Wallpaper Contest

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ เว็บไซต์ www.pixpros.net ขอเชิญผู้สนใจส่งภาพถ่ายเข้าประกวดในโครงการ “Windows 7 Wallpaper Contest” เพื่อร่วมค้นหา 7 ภาพที่ดีที่สุดที่จะได้รับการโปรโมตเป็นภาพวอลเปเปอร์อย่างเป็นทางการของ Windows 7 จากประเทศไทย โดยผู้สนใจสามารถเลือกส่งภาพถ่ายเข้าประกวดได้จาก 7 หมวดต่อไปนี้ (ไม่จำกัดจำนวนภาพและหมวด)

1. Landscape/ Cityspace
2. Nature
3. Architecture
4. Art & abstract
5. Graphic & 3D
6. Digital surreal
7. ETC.
ผู้สนใจสามารถเลือกส่งภาพได้ที่เว็บไซต์ www.pixpros.net จนถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2552 คณะกรรมการจากเว็บไซต์ www.pixpros.net และทีมงานวินโดวส์ 7 จากไมโครซอฟท์จะคัดเลือกภาพที่ผ่านเข้ารอบทั้งหมด 10 ภาพจากแต่ละหมวดและเปิดให้สมาชิก PixPros ร่วมโหวตภาพที่โดนใจได้ในระหว่างวันที่ 13 – 17 ตุลาคม 2552 โดยจะมีการประกาศผลคะแนนโหวตในวันที่ 17 ตุลาคม 2552 ภาพที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด 3 อันดับในแต่ละหมวดจะได้รับการเผยแพร่ในเว็บไซต์ของวินโดวส์ 7 ประเทศไทย www.windows7thailand.com ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี และจะมีการมอบรางวัลให้แก่ 7 ผู้ชนะเลิศเจ้าของภาพถ่ายที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากแต่ละหมวดในงานวันเปิด ตัววินโดวส์ 7 ในประเทศไทย ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 ที่ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน นอกจากนี้ ภาพที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดในแต่ละหมวดจะได้รับการจัดพิมพ์ และจัดประมูลภาพภายในงานอีกด้วย โดยรายได้จากการประมูลจะถูกนำไปบริจาคเพื่อการกุศล

กติกาและหลักเกณฑ์ในการร่วมสนุก
1. ต้องเป็นรูปที่ถ่ายด้วยตนเอง และ/หรือ ตกแต่งภาพด้วยตนเอง
2. ขนาดภาพ 800×500 พิกเซล ไฟล์ต้นฉบับ ขอให้มีขนาด กว้าง 3600 พิกเซล ด้านสูง 2250 พิกเซล และทำภาพขนาด 1440×900 พิกเซลเพื่อส่งเข้าประกวดรอบ 10 ภาพสุดท้าย
3. ใส่โลโก้ของ Microsoft และ Pixpros.Net ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.pixpros.net/forums/attachment.php?attachmentid=233718&d=1253504392
4. ในกรณีสำหรับรูปที่มีขนาดผิดไปจากขนาดที่กำหนด คณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับพิจารณา 
5. ภาพที่ส่งเข้าประกวด ต้องไม่ติดสัญญาเช่าซื้อ/เช่าขาย เนื่องจากภาพที่ชนะการประกวดจะถูกนำไปเผยแพร่ทางสื่ออินเทอร์เน็ตในรูปแบบ Desktop Wallpaper
6. ข้อกำหนดสำหรับข้อมูลและสิ่งที่ต้องใส่มาในภาพ คือ ชื่อภาพ, ชื่อ-นามสกุลผู้ส่ง, ชื่อlogin, หมวดของภาพที่ต้องการส่ง, e-mail ที่สามารถติดต่อกลับได้ หากข้อมูลไม่ครบถ้วนจะไม่ได้รับการพิจารณา
7. การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นมติเอกฉันท์

*** เนื่องจากภาพที่ชนะการประกวดจะถูกนำไปเผยแพร่ทางสื่ออินเทอร์เน็ตของ Microsoft และ PixPros.NET ต่อไป คณะกรรมการจึงขอแนะนำและสนับสนุนให้ผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดควรใช้ ซอฟต์แวร์ของแท้ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย

ติดตามรายละเอียดการส่งภาพถ่ายเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=36640

นำมาจาก http://suppawat.multiply.com/journal/item/29

Script PHP สร้าง Link ไปยังไฟล์รูปขนาดเต็มของ twitpic

ได้ไอเดียจาก shellscriptของพี่ @lewcpe ด้วยความที่เป็น shellscript ที่ดูด feed ออกมา ผมว่ามัน ok แต่มันไม่เพียงพอ เพราะผมต้องการเอารูปออกมาทั้งหมดไม่ใช่แค่ update 20 items ล่าสุด เลยเกิด script นี้ขึ้นมาครับ ;P

ซึ่งเป็น script ที่เขียนเอาไว้ใช้ backup รูปตัวเองเป็นหลักครับ เผื่อใครอยากเอาไปใช้ เขียนไว้ใช้คนเดียวไม่แบ่งก็กะไรอยู่ วันนี้เลยเอามาแบ่งกันครับ

เป็น function ง่ายๆ ใช้ file_get_contents มา get ตัว HTML แล้ว parse ตัว hash-id ของรูปออกมาอีกทีแล้วไปต่อกับ full size url แทนครับ

  1. < ?php
  2. function getTwitpic($username, $from_page) {
  3.     foreach(range(1, $from_page) as $key=>$p) {
  4.         $html = file_get_contents('http://twitpic.com/photos/'.$username.'?page='.$p);
  5.         $matches = null;
  6.         $r = preg_match_all('/a href="\/([0-9a-zA-Z])+"/', $html, $matches);
  7.         foreach($matches[0] as $key=>$val) {
  8.             $filename = str_replace('"', '', str_replace('a href="/', '', $val));
  9.             $image_url = 'http://twitpic.com/show/full/'.$filename;
  10.             echo '<a href="'.$image_url.'">'.$image_url.'</a><br />'.PHP_EOL;
  11.         }
  12.     }
  13. }
  14. ?>

ขั้นตอนการใช้งานก็ไม่ยาก

  1. getTwitpic('FordAntiTrust', 20);

ตัว args ตัวแรกก็ username และตัวที่สองเป็นหน้าสุดท้ายของ twitpic ของเราครับ สำหรับใครที่มีไฟล์เยอะๆ ให้ใช้ page=9999 ครับ

  1. http://twitpic.com/photos/username?page=9999

จะได้หน้ารองๆ สุดท้ายให้ PREV กลับไปอีก 1-2 หน้าก็จะได้หน้าสุดท้ายมาครับ แล้วก็จะได้เป็น link รูปขนาดเต็มมา ก็ใช้พวกโปรแกรมช่วย download มาโหลดไปอีกทีครับผม ;P ง่ายๆ ไม่ยาก แหะๆๆ