สรุปชีวิตปี 2009 แล้วนี่เราจะเป็น Web Developer หรือ Photographer หล่ะเนี่ย (ตอนที่ 1)

เป็น entry ที่จะเขียนหลายรอบแล้ว จะจรดนิ้วพิมพ์ก็มีงานให้เข้ามาให้ปวดหัวและทำก่อนเสมอ ๆ สุดท้ายก็ไม่ได้เขียนสักที คืนนี้คืนข้ามปีของปีใหม่เลยเขียนสักหน่อย แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้เอาขึ้นใน blog เมื่อไหร่แฮะ คาดว่าจะหลายตอนอยู่เหมือนกัน เพราะเขียนไม่จบแน่ๆ คืนนี้ เอ้าาา ลุย

คือหลาย ๆ คนที่ตาม blog ผมคงจะงง ๆ ว่าไอ้บ้านี่มันเป็น Web Devloper หรือมันเลิกทำงานทำการไปเป็น Photographer แล้ว ฮา ๆๆ น่าสนใจมาก ว่ามาได้อย่างไร จริงไหม

ใน To-do-list ของปี 2009 เนี่ยเอาของเก่าที่ทำไม่ได้ใน 2008 มาทั้งหมดคือ

  • สอบ Certification ด้าน Web Developer อย่างน้อย  ๆ 2 ใบ ที่ดู ๆ ไว้ตอนนี้คือ Zend PHP 5 Certification (ZCE) กับ  MySQL Certified Associate ก็พอ แต่สุดท้ายก็ยังหาเวลาไปสอบไม่ได้ ถึงแม้จะเตรียมตัวสอบไปหมดแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปสอบ แถมตอนนี้ PHP 5.3 ออกมาได้อ่านเพิ่มอีกกระบุงนึง –_-‘ แถมเยอะใช้ได้เลยทีเดียว
  • ไล่อ่านหนังสือที่อ่านค้าง ๆ คา ๆ ที่บ้านให้หมด รวมถึงที่ซื้อมาใหม่ที่กองอยู่ที่ห้องที่กรุงเทพฯ ให้หมดด้วย ตอนนี้ก็ยังไม่หมด แถมยังซื้อมาเติมอยู่เรื่อย ๆ –_-‘ ยิ่งถ่ายรูปยิ่งเยอะกว่าเดิมอีก เออ เอากับมันดิไอ้บ้านี่ 
  • ตอนแรกจะพัฒนาให้ PHP Hoffman Framework ออก pre-release ออกมา สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ และคาดว่าจะทำใช้เอง ไม่อะไรแล้ว รู้สึกว่าทำใช้เองมีความสุขกว่าแฮะ ;P
  • จากที่เก็บเงิน อันนี้หมดไปกล้องถ่ายรูป ฮาๆๆ จริงๆ เงินเก็บก่อนที่จะถ่ายรูปมีอยู่พอสมควรเพราะกะว่าจะเอาไว้แต่งงาน สรุปก็ … เอ่อ เอาเหอะ เรื่องก็จะครบปีแหละ
  • แล้วก็ออกกำลังกายให้มาก ๆ เดี่ยวจะตายเร็วเสียก่อนงานนี้ ตอนนี้ก็ได้ออกกำลังกายทุกๆ ครั้งที่ออกไปถ่ายรูปอยู่แล้ว เดินกันสนุกสนานเลยทีเดียว ฮา ๆๆๆ
  • สุดท้ายก็ภาษาอังกฤษที่ควรจะดีกว่านี้ถึงแม้จะอ่านออก แต่ใช้ในการสื่อสารยังไม่ดีแฮะ … คืออ่านได้เพราะตัวเองอ่าน text book เป็นเล่มๆ ตอนเรียนหนังสือจนชินเลยได้สบายหน่อยตอนทำงาน แต่การสื่อสารยังเข้าขั้นแย่อยู่มาก

ท้ายที่สุด To-do-list ทั้งหมดในปี 2009 ก็ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ตามที่บอกไปแล้วปีนี้ 2010 ก็เลยคิดว่าไม่อยากเพิ่มอะไรเท่าไหร่แฮะ ที่เพิ่มคงเป็นเรื่องถ่ายรูปที่อยากให้สร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่งให้กับตัวเองให้มากขึ้นอีกช่องทางหนึ่งก็เท่านั้นเอง

ส่วนแฟนเหรอ … ถ้ามีโอกาสค่อยว่ากัน แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ได้รีบหาไม่รู้ ถ้าจะมีก็คือมี อืมมม จังหว่ะชีวิต ไม่อยากคาดหวัง เท่าไหร่ว่าต้องปีนี้ เดือนนี้ หรือวันไหน ๆ …

แต่ก่อนอื่นมาสรุปเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างก่อน ว่าในปี 2009 เนี่ยเจออะไรกับชีวิตบ้าง คือประเดิมเดือนมกราคม เดือนแรกของปีก็เลิกกับแฟนเลย เป็นลางดีอวยพรประจำปีอย่างมากๆ เลยทีเดียว –_-‘ เหตุที่เลิกกันขอไม่ยาวมาก เดี่ยวจะหาว่า geek อกหักมักจะเฮิร์ตยาว (ฮา …) ก็แค่ระยะทางทำให้ทุกอย่างจบลง เสียดายนะเวลา 6 ปีที่คบกันมา แต่ทำไงได้ ทุกอย่างยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ได้แต่ทำใจและบอกเลิกกันไป เฮ้อ เซงมากตอนนั้น … พอ ๆๆ มาอ่านเรื่องเศร้ารับเดือนแรกปี 2010 นี่คงไม่ดี

มาเดือนที่สองของปีก็ต่อจากเดือนแรก เริ่มปล่อยตัว ปล่อยชีวิตทำงานแบบ เออ ชีวิตมีไปวัน ๆ มาก ๆ เพื่อนฟิวส์ (@ifew) มันก็ทักบอก “เฮ้ยยย! ถ่ายรูป ๆๆ อย่างงี้ต้องจัดสักดอกแล้ว D90 ไปเล้ยยยย” เราก็งง อะไรวะ D90 ไม่รู้จัก อะไรเหรอ 70-200 อืมมม แต่เราก็ยังไม่สนใจ “เออ ไว้ก่อน ๆๆ กูยังไม่พร้อม” ก็เลยไม่ได้อะไร เพราะเดือนนั้นได้เครื่อง Server สำหรับใส่เว็บ ThaiThinkPad มาเครื่องนึง Dell PowerEdge 1425  เป็น CPU Intel Xeon 3.0 GHz (64 Bit) มี Memory ให้ 1 GB ECC DDR-2 Ram (แบบ 512MB x 2) และมี Hard disk แบบ S-ATA มาให้สองตัวขนาด 80GB ตอนนั้นไม่คิดเรื่องอื่นครับ นั่งไล่ฟื้นความรู้ด้าน Server ทั้งหมดที่มีตอนฝึกงานที่ Lab Digital Content ที่ ม.ศิลปากร ที่ อ.รวิทัตดูแลอยู่ (@rawitat) กลับออกมาให้หมด (ตอนนั้นไปฝึกงานที่ทับแก้ว ก็รู้จักกับเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่นั้นที่ถ่ายรูปด้วยกันก็ @neokain นั้นก็ด้วย) ใช้เวลาอยู่สักพักประมาณอาทิตย์นึกก็ได้เวลาเอาเครื่องเข้า IDC โดยการแนะนำของ @ifew ให้ไปวางที่ CS-Lox เสือป่า ก่อนจะย้ายมาที่ CyberWorld ในภายหลัง เดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคมทั้งสองเดือนนี่ง่วนกับเรื่องนี้อย่างเดียวเลย เข้าออกหลายรอบ สุดท้ายก็สบายตอนหลัง ๆ เพราะระบบเริ่มนิ่งและไม่มีปัญหาอะไร แต่ไอ้ตอนมีปัญหานี่ตี 2-3 ทุกรอบซิน่า –_-‘

ต่อมาเดือนมีนาคม ก็ได้ความช่วยเหลือจากคุณทิม (http://www.memorytoday.com) มาสนับสนุน RAM ของ Server ที่เพิ่งได้มา ซึ่งทางผมก็ติดป้ายโฆษณาให้พี่เค้าด้วยในเว็บ ThaiThinkPad โดยเพิ่มจาก RAM 1GB เป็น 5GB โดยได้เป็น Transcend TS2GDL670S 2GB DDR2 PC2-3200 400MHz REG CL3 Module สำหรับเครื่อง Dell PowerEdge 1420SC/1425SC แบบ Single Rank มาใส่เครื่องซึ่งก็เป็นจำนวนเงินที่มากทีเดียวครับ ซึ่งในตอนนั้นเพื่อน ๆ สมาชิกในเว็บ ThaiThinkPad ก็ช่วย ๆ กัน Donate เข้าเว็บกันเรื่อย ๆ ครับ ช่วยเรื่องค่าเครื่องบ้าง ค่าวางเครื่องใน IDC บ้าง แต่ส่วนใหญ่ผมก็ออกเองเป็นส่วนใหญ่ครับ ออกแนวทำเอามันแฮะ ;P แต่ทุก ๆ คนช่วย ๆ กันเลยทำให้เว็บนี้ยังอยู่ได้จนทุกวันนี้ และในเดือนนี้แหละได้ซื้อกล้องสมใจเพื่อนช่างยุอย่างเจ้าฟิวส์ –_-‘ เพราะเดี่ยวก็ไปเท่าที่กระบี่ เลยเออ เอาวะ ซื้อก็ซื้อ ไม่มีความรู้เรื่อง DSLR เลย เอาง่าย ๆ ว่าความรู้เป็นศูนย์ ใช้แต่คอมแพ็ดแบบงู ๆ ปลา ๆ ถ่ายแบบ เออให้มันออกมาสวยแล้วกัน แค่นั้นแหละ ได้มาสักพักไม่ถึงอาทิตย์มั้ง ไปเดือนถ่ายรูปที่ Commart แบบ มือใหม่มาก ยังฮาตัวเองไม่หาย เพราะรูปที่ถ่ายเสียเกือบหมด ฮา ๆๆ โดนพี่ๆ ใน twitter บอก “มึงไปฝึกวัดแสงก่อนไป …..” ไอ้เราก็ “เออ อะไรวะวัดแสง เกิดมาเพิ่งได้ยิน”  ตอนนั้นก็บ้าสุด ๆ ซื้อหนังสือมานั่งอ่าน แล้วก็มานั่งกด ๆ ถ่าย ๆ สรุปช่วงนั้น 10,000 shutter release แรกเป็นครูมาก ๆ เพราะเสียเยอะจนหลายคนบอก “มึงซื้อมากดถ่ายรูปให้มันเสียเล่นๆ แล้วลบทิ้ง ใช้ไหม” –_-‘ เออ ก็จริงนะ ตอนนั้นรู้สึกได้ว่า ถ่ายด้วยกล้องคอมแพ็คตัวเก่ายังสวยกว่าเลย T_T คือไปงาน Commart ได้ภาพที่ใช้ได้มานิดหน่อย (เพราะนอกนั้นลบออกไปเยอะเลยทีเดียว) และงาน Motor Show ก็เช่นกัน สวยอยู่ไม่กี่รูป (กล้าพูดจริงจริ้ง ….) พอจบจากงาน event สองงานนี้นี่ไปกับ @neokain ซะส่วนใหญ่ เดิน ๆ ถ่าย ๆ รู้จักพริ๊ตตี้ก็น้องมิกส์และน้องแพท ที่ก็ไปเจอในงาน Motor Show เช่นกัน ส่วนคนอื่น ๆ ก็ผ่าน ๆ ตาบ้างบางคนเราก็รู้จัก แต่เค้าไม่รู้จักเรา (เอ้า ฮา …)

พอมาเดือนเมษายน ก็ไปเที่ยวกระบี่ คือซื้อกล้องมากะไปถ่ายตอนเที่ยวเนี่ยแหละ แต่ภาพตอนไปเที่ยวก็ยังไม่ได้ทำอะไรกับภาพเท่าไหร่แฮะ ก็ยังถ่ายดีมั่งไม่ดีมั่งอยู่ ขนาดถ่ายทะเลแดดแรง ๆ ยังใช้ ISO 400!!!  เออ ความอ่อนหัดสุดๆ ของตัวเอง ความไม่รอบคอบและประสบการณ์ที่ยังไม่มี CPL ก็ไม่ซื้อไป ฮาๆๆ ก็เลยได้ภาพแบบ อืมมม นะ เอาเหอะ ไม่เป็นไร ค่อยว่ากัน หลังจากนั้นก็ไปทริปฟรี Dpixmania.com พอดีว่าพี่อัท (ThaiAdmin.org) โทรมาชวน “เฮ้ยย ทริปฟรี มาฝึกมือกันมา” ก็เลยตกลงไป โทรชวนยศเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยไปด้วยอีกคนก็มาด้วย ตอนนั้นถ่ายทริป Portrait แรกเลย มุมมอง อะไรนี่ไม่มีในหัว ท่าทางนางแบบก็บอกเค้าไม่เป็น อะไรคือหลังละลายก็ไม่รู้จัก อืมมม สรุปยังโง่อยู่ –_-‘ ฮาๆๆ โง่ก็บอกว่าโง่ อวดฉลาดไปก็เท่านั้นแหละ ส่งท้ายเดือนก็มีงาน ThaiThinkPad Meeting 2 ก็จัดกันเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก เพราะอยากให้สบายๆ นั่งกินข้าวกัน เราก็ได้เพื่อนๆ ในเว็บเพิ่มขึ้นเยอะเลย สรุปเดือนนั้นเว็บ ThaiThinkPad เริ่มเข้าที่เข้าทางและไปได้ดีแล้วหล่ะ

มาเดือนพฤษภาคมนี้พี่หงษ์ (@hongsyok) ก็เห็นว่าผมถ่ายรูปแล้วใช้ Nikon เหมือนกัน ประกอบกับพี่เค้าเลิกถ่ายรูปด้วยกล้อง DSLR พี่เค้าบอกเกินวัยของพี่แหละ กล้องและเลนส์หนักไม่เหมาะสมกับวัย ให้หนุ่มๆ แบกแทนแล้วกัน –_-‘ แล้วก็เลยให้ยืมเลนส์มา 2 ตัวคือ Nikkor AF 60mm F2.8 micro (ตัวนี้อายุ 10 กว่าปีแล้ว) และ Nikkor AF 80-200mm F2.8 ED (อายุกว่า 15 ปี) แล้ววันต่อมาเลยเอาไปถ่ายรูปที่งาน Architect 09 ต่อเลย ก่อนหน้านั้นใช้แต่เลนส์ Kit 18-135mm F3.5-5.6 ED ที่รูรับแสงไม่กว้าง และหลังไม่ละลายเท่าไหร่ พอมาใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างๆ เริ่ม เฮ้ยยย ใช่เลย แต่ตอนนั้นใช้ 60mm F2.8 Micro เป็นหลัก เพราะระยะไม่ต้องยืนไกลมากนัก แต่ปัญหาคือระยะชัดมันไม่เยอะ วืดไปซะเยอะแฮะ –_-‘ ช่วงนั้นก็ยังใช้ 80-200mm F2.8 ไม่คล่องเท่าไหร่ ออกแนวกิงก่าได้ทอง มีของดีแต่ใช้ไม่เป็น พี่อั้ม (@9aum, http://www.scriptdd.com) ก็บอกตอนไปงาน Barcamp Bangkok 3 ว่า “เมิงนี่ใช้ของไม่เป็นจริงๆ มาเดี่ยวเดือนสอนให้ แล้วจะรู้ว่า Tele มันดียังไง” –_-‘ เออ เอาครับพี่ ได้เลยครับ ในงาน Barcamp Bangkok 3 นั้นก็เลยได้ลองได้ถ่ายบ้างตามสมควร ในงาน Barcamp Bangkok 3 นี่ผมก็ไปพูดเรื่อง PHP Performance with APC + Memcached ในงานนั้นคนเข้าฟังเยอะมากมาย จนรู้สึกว่าเฮ้ยยย ใช้ได้แฮะ เป็นหัวข้อที่ทุกคนสนใจ จริงๆ ในงานนี้ก็ได้ฟังเรื่องการถ่ายรูป Portrait จากน้าแมว (http://catphoto.multiply.com/) หัวข้อ “ความจริงของตากล้องใน multiply กับการถ่ายภาพ 100 นางแบบใน 3 เดือน” ฮาดี แถมภาพสาว ๆ ที่นำมาโชว์เรียกเสียงฮือฮาจากหนุ่ม ๆ ในห้องได้เยอะทีเดียว ตอนนั้นไม่รู้หรอก ทริปถ่ายรูปเค้าไปกันยังไง … แต่ ในงาน Barcamp นั้นก็ประกาศหัวข้อเพิ่มอีกหัวข้อเกี่ยวกับสาวๆ ใน Hi5 ไทยบ้างเล็กน้อย แต่ว่าก็ออกแนวคุยแลกเปลี่ยนกันมากกว่าแฮะ ในงาน Barcamp รอบนี้สนุกสนานไปอีกแบบ แต่ก็เหนื่อยกว่ารอบก่อนๆ เพราะมี 2 วันแบบค้างคืนที่โน้นเลย แต่ผมก็ไม่ได้ค้าง กลับมาตอนตีสามกว่าๆ แล้วไปอีกทีตอนเก้าโมงเช้า เจองานนี้ไปสองวันกลับมาสลบไปเลยทีเดียว (blog งาน Barcamp นี่ก็ยังเขียนไม่จบ เจ้าของ blog ก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ –_-‘) ต่อจากงานนี้ ได้ถ่ายรูปใช้เลนส์ Tele 80-200mm แล้วพี่เค้ากระถุงต่อมในงาน Barcamp ก็เลยหาที่หาทางถ่ายฝึกๆ ไว้บ้าง นิดหน่อยแล้วหล่ะ สุดท้ายแล้วก็ได้ไปเดินถ่ายรูปงาน Money Expo 09 งานนั้นเลยเริ่มเข้าใจว่า 80-200mm มันดียังไง แล้วช่วงท้ายเดือนก็ไปเดินถ่ายรูปเล่นๆ ที่วัดพระแก้วกับเพื่อนฟิวส์ บ้าง แต่ระหว่างเดินถ่ายรูปก็ฝนตกลงนิดหน่อย แต่พอทน ภาพก็ยังอยู่ แต่ก็ยังไม่ได้แปลงตัว RAW สักที –_-‘

เดือนมิถุนายนพี่อั้ม (@9aum) ก็ชวนไปถ่ายรูปที่ Fat T Shirt 09 เป็นงานถ่ายรูปคอนเสิร์ตงานแรก ได้เรียนรู้จากคำแนะนำจากพี่อั้มเยอะมาก อ่อ ลืมบอก พี่อั้มเป็นโปรแกรมเมอร์และตากล้องประจำเว็บ http://www.songburi.com นั้นเอง เลยได้วิธีการทำงาน การเตรียมตัวและมุมมองกล้องต่างๆ ว่าควรจะยืนตรงไหนยังไงบ้าง ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีในการถ่ายงานแนวนี้เพราะต่อมาก็เป็นงานที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่ๆ Organize ที่รู้จักกันให้ไปถ่ายรูปงานแนวๆ นี้อยู่เรื่อยๆ จบงานนี้ก็ไม่ได้ไปถ่ายรูปที่ไหนเลย เพราะงานเข้าช่วงนั้นกำลังออกจากงานที่บริษัทเก่า ไล่เคลียร์งานกันหูตูบเลยทีเดียว แต่จนแล้วจนรอดพี่อัทก็ชวนไปถ่ายรูปนอกรอบรับปริญญาน้องออมที่สวนรถไฟ ได้ถ่ายแนวนี้ก็ได้แนวคิด ไปมุมมองใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอีก แล้วก่อนสิ้นเดือนก็มีงานเข้าให้กดดันอีกครั้งกับงาน Federbrau – Glow In The Dark Party ที่ไอ้เราก็ไม่มีประสบการณ์ด้านถ่ายรูปตอนกลางคืนประกอบกับเฟลชเราก็ไม่มี งานนี้ยืม SB600 จากฟิวส์มา จริงๆ มันก็ถ่ายได้ แต่ก็ไม่มาถ่าย บอกไม่ใช่แนว –_-‘ เออ เอากับมัน เอาวะได้เฟลชมาต้องฝึกก่อนไปงานจริง พอไปหน้างานมีน้องในทีมมี SB800 เออ ก็โอเคอยู่ เลยแลกกันใช้เพราะไอ้เราเป็นกล่องหลัก –_-‘ เออนะ แต่ว่าด้วยความที่ไปถ่ายงาน Fat T Shirt ก่อนหน้านี้เลยบอกในทีมที่ไปถ่าย เกือบทุกคนก็มือใหม่กับงานแนวนี้ซะเยอะด้วยซ้ำ มีพี่อ้วน (@anantachai) ที่ถ่ายรูปมาก่อนหน้านี้เยอะกว่าทุกๆ คนต่างคนก็ต่างช่วยๆ กันวางแผนว่าเฮ้ยย เน้นมุมให้มากเท่าที่ทำได้ สุดท้ายก็เลย ได้ภาพที่รวมๆ กันแล้ว ได้กันในมุมมองที่ดี และคุณภาพที่น่าพอใจ เพราะงานนี้พวกเน้นจำนวนคนเข้าว่า เพราะถึงมีบัตร Staff แต่พอเอาเข้างานจริงแล้วแทบไม่มีประโยชน์เลย –_-‘ เบียดเสียดกันซะ ดีที่วางแผนว่าให้ไปยืนกันทีเดียวเลย 3 คนหน้าเวธีใครโดนบังโดนเบียดหรือไม่ได้มุมค่อยออกมา ให้คนที่ได้มุมดีๆ หรืออยู่ได้ถ่ายกันไป ซึ่งก้ได้ผลแฮะ … เราโดนเบียดจากเข้าไปถ่ายไม่ได้ ในมุมที่สวยและดี เลยให้พี่อ้วนที่อยู่ในมุมที่ดีกว่ารับหน้าที่ถ่ายแทน ส่วนผมกับน้องอีกคนก็ออกมาท้ายด้านนอกมุมกว้างๆ และมุมเทเลถ่ายเจาะเอาตามสมควรแทน พอจบงานนี้ก็ได้ประสบการณ์การเรื่องถ่ายรูปด้วยเฟลชและการทำงานเป็นทีมเพิ่มมามากขึ้นเยอะ และสุดท้ายของเดือนก็ถ่ายรูป The Last Day at TARAD.com เป็นภาพที่ลองถ่ายแนวๆ นี้แล้วก็ชอบแฮะ ถึงได้ไม่กี่รูปแต่ก็ได้ความรู้สึกไปอีกแบบนึง

เอ้าา จบตอนที่ 1 ก่อนแล้วกันนะครับ มาได้ 6 เดือนแล้ว ;)

6 thoughts on “สรุปชีวิตปี 2009 แล้วนี่เราจะเป็น Web Developer หรือ Photographer หล่ะเนี่ย (ตอนที่ 1)

  1. หลงเข้ามาอ่านหนุกดีค่ะชอบๆ ถ่ายรูปแต่ม่ะค่อยเก่งเหมือนกัน

  2. มีนายน มีเดือนนี้ด้วยหรอตัวเธอออ

    เอ้า รอๆ 6 เดือนหลัง ^^

  3. เป็นเรื่องยากครับ แต่มันจะไปด้วยกัน… web developer + Photographer

    …อยากอ่านตอนต่อไปนะครับ

Leave a Reply