สวัสดีปีใหม่ 2011

DSC_6709

อาจจะช้ากว่า blog อื่นๆ แต่เอาเหอะ ผมว่า ก็ไม่ช้าเกินไปเท่าไหร่ ^^

เป็นเช้าวันทำงานวันแรกของปี แน่นอน ปีที่ผ่านมาผมมีอะไรหลายๆ อย่างติดค้างจากใน blog นี้เยอะมาก และอย่างที่หลายๆ คนเจอ สิ้นปีเหมือนสิ้นใจ 2 เดือนสุดท้ายที่ผมหายไป นี่กรำงานหนักมากๆ ผมติดค้างเหล่าพี่ๆ เจ้าของสินค้าและ PR ที่ส่งสินค้ามาให้ผมทดลองใช้อยู่หลายตัว จริงๆ ผมโน๊ตไว้หมดแล้ว เพียงแต่ว่าผมไม่มีเวลามานั่งตกผลึกความคิดจากที่ผมโน๊ตไว้ สินค้าบางตัวผมส่งคืนเค้าไปแล้ว รูปภาพและข้อมูลอยู่ครบ แต่ยังไม่มีเวลาลงมือเขียน

ถ้าหลายๆ คนติดตามผมใน twitter/facebook รวมถึงเหล่ามิตรรักแฟนภาพ ที่ติดตามชมภาพสวยๆ จากผม (มั้ง) ใน multiply/flickr ก็คงทราบดีว่าผมเล่าเรื่องราวต่างๆ หรือส่งรูปภาพต่างๆ ขึ้นอยู่บ้าง เหมือนกัน แต่เป็นช่วงที่ว่างๆ อย่างผ่อนคลายมากกว่า แต่ twitter/facebook ถือเป็นเหมือนสมุดจดความทรงจำที่มักจะเล่าเรื่องราวเป็นประจำมากกว่าใน blog นี้เสียอีก อาจจะเพราะมันง่าย และรวดเร็วกว่าก็ได้มั้ง คือมีอะไรก็จัดหนักตรงนั้นเลย ซึ่งก็ดีในมุมนึง แต่ก็มีข้อเสียงตรงที่บางครั้งเราก็ไม่ได้ไตร่ตรองให้ชัดเจนเพียงพอ

ในช่วงปลายปีก่อนปีใหม่นิดหน่อย ก็ซื้อขวัญให้ตัวเอง บ้าง แต่ทุกๆ อย่างที่ซื้อก็เพื่อเสริมการทำงานของผม ซึ่งในปีที่ผ่านมานั้น ผมเป็นช่างภาพอาชีพที่มือยังใหม่ หลายๆ อย่างก็เลยอิงไปทางถ่ายรูปเสียเยอะ แต่ไม่ได้ทิ้งงาน Web Developer ที่ตัวเองทำอยู่ แต่ว่าเป็นตัวเสริมให้ผมรู้สึกอย่างทำงานที่แตกต่างบ้าง ซึ่งก็มี Nikon AF Nikkor 50mm f/1.8D มาเสริมทัพการถ่ายรูป หรือจอภาพ LCD 23” ของ LG รุ่น E2360V-PN เป็น Full HD 1080p LED Backlit อันนี้ซื้อมาสำหรับงานแต่งภาพโดยเฉพาะเลย เพราะจอ Notebook ผมไม่ไหวแล้ว DR กับ Backlit มันไปแล้วจริงๆ ซึ่งมีจอต่อด้านนอกก็ต้องหาคีย์บอร์ดใหม่ ตอนแรกจะเอา ThinkPad USB Keyboard เห็นราคาแล้วถอยทันที!!! เจอราคา 3,000 กว่าๆ ไปไม่ไหวจะเคลียร์ ผมเลยจัด Dell Multimedia Pro USB Keyboard (W875D) แทนมาซะเลย คือตัวคีย์มันได้ความรู้สึกแบบเดียวกับพิมพ์ Notebook ถึงแม้จะไม่มันเท่า ThinkPad Keyboard แต่ก็พอไหวในระดับราคาที่รับได้ ตามด้วย Samsung 8X External slim DVD-writer (SE-S084F) ที่มาเสริมทัพสำหรับ Noteook ของผมที่มี HDD อยู่ 2 ตัวใส่อยู่ มันเลยไม่มี Opical Drive เลยต้องมีสักหน่อย เวลา write CD/DVD จะได้ไม่ต้องเอา Bay ออกให้เสียเวลา ส่วน iPod Touch 4 (32GB) อันนี้จัดมาเพื่อเป็น porfolio ส่วนตัวโดยเฉพาะ หลายๆ คนแนะนำผมให้ซื้อ iPad แต่ผมดูแล้ว ไม่ไหว มันหนักเกินไป และพกใส่กระเป๋ากางเกงไม่ได้ ผมเลยตัดออก iPod Touch จึงเป็นคำตอบมากกว่าในระดับราคาขนาดนี้ มีของเยอะเลยต้องซื้อ Adidas Messenger Bag มาใส่ คือผมไม่มีกระเป๋าแนวนี้เลย มีแต่ Backpack แบบลำลอง เลยจัดสักใบ สุดท้าย ผมเล็งมานานมาก กับ SNSD (Genie/Gee JP Version) ส่วน KARA (Wanna/Lupin Thai Edition) นี่ไปเจอพอดี เลยเหน็บๆ กลับมาด้วย นี่ก็รอ Girls’ Generation 1st Asia Tour: Into the New World อยู่นะเนี่ย ^^

ร่ายยาวเรื่องที่ซื้อ ทุกๆ การจ่ายนี่มีเหตุผลประกอบ และแน่นอน แกล็บไปอีกสักพัก ทำงาน 2 เดือนสุดท้ายนี่เหมือนสิ้นใจ แต่ก็มีของขวัญให้ตัวเองก็หายเหนื่อย ประกอบช่วงปีใหม่ ก็ไม่ได้กลับบ้าน แม่ผมเลยมา เที่ยว กทม แทน แน่นอนว่าไม่ได้เหมาะกับการเที่ยวเท่าไหร่สำหรับคนอายุเยอะ แต่ว่านานๆ มาที ก็เลยไปเที่ยวโน้นนี่ พากินอาหารที่อยากให้แม่ทานบ้าง แน่นอนว่าผมจ่ายหมด ^^ ก็รู้สึกดี ถึงไม่มีแฟนให้เลี้่ยง แต่ก็เลี้ยงแม่แทน ฮาๆๆๆ

ถึงจะมีความสุขในช่วงปีใหม่ แต่แน่นอนว่าเป็นช่วงปีใหม่ที่หงุดหงิดบ้างกับลูกค้าตัวเองบ้าง แต่เอาเหอะ ไม่อยากบ่นเยอะ ;P

สุดท้ายนี้หวังว่าทุกท่าจะติดตาม blog ผมต่อไปนะครับ Winking smile

 

Review – Lenovo ThinkPad EDGE 11”

เป็นครั้งแรกที่ผมได้ใช้ ThinkPad EDGE Series อย่างจริงจัง ส่วนใหญ่จะจับๆ เล่นๆ ตาม Shop เสียมากกว่า แต่ครั้งนี้ผมได้นำมาใช้งานก่อนงานเปิดตัวในวันที่ 27 ตุลาคม 2553 ถึง 4 วันด้วยกัน

ท้าวความก่อนว่า Lenovo ได้เปิดตัว ThinkPad EDGE Series และ X100e (e ที่ผมคิดว่ามาจากคำว่า EDGE นั้นเอง) โดยเป็นการแบก Class ออกมาเป็น 2 ส่วนคือ EDGE Series และ Classic Series โดยที่ EDGE Series ออกมาเพื่อรองรับในกลุ่มตลาดธุรกิจที่เน้นความสดใส ออกแนววัยรุ่นมากกว่า Classic ที่หลายๆ คนมองว่าแก่และดูล้าสมัย (อันนี้ผมก็เฉยๆ นะ แต่ EDGE มันก็สวยไปอีกแบบ และไม่ได้มีแต่สีดำที่หลายๆ คนบอกเชย)

โดยใน ThinkPad EDGE 11” Type 0328-23U ตัวนี้แม้จะมีขนาดเล็ก เบา แต่ขุมพลังด้านในไม่ได้เล็กตาม และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ Netbook แต่คือ Notebook ขนาดเล็ก

a5

โดย EDGE Series นั้นออกแบบมาโดยที่ไม่ได้เอาทุกความสามารถของ Classic Series มาทั้งหมด เนื่องจากคิดใหม่ทำใหม่ EDGE เน้นสวยและดูทันสมัยมากกว่า ไม่ได้อนุรักษ์นิยมแบบรุ่นพี่ซึ่งแน่นอนว่ามันมีแตกต่างหลักๆ คือ…

Read more

 

การตกแต่งภาพ

ผู้หญิงทุกคนสวยโดยธรรมชาติ การตกแต่งคือทำให้ผู้หญิงนั้นดูเป็นคนมีสุขภาพดี อะไรที่ไม่มีมาตอนกำเนิดก็ลบออก อะไรที่ควรมีตามวัยควรให้มี…แต่ความที่ไม่เข้าใจของคนแต่งภาพคือ เอารูปคนแก่ 80 ปี ลบรอยเหี่ยวย่นออก มันก็เลยดูว่าไป รพ. ยันฮี มา หรือแต่งให้ผิวเนียนจนเหมือนกับว่าไม่เปียกน้ำ ก็ดูแล้วไม่ธรรมชาติเหมือนกัน

อ้างอิงจากพี่ขจร ที่นำคำพูดของอาจารย์โชติ

 

เรื่องการห้ามเอากล้องเข้าโรงหนัง

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตอนแรกก็หงุดหงิดแฮะ … จริงๆ หงุดหงิดตั้งแต่สมัยห้ามเอา Notebook เข้าไปแหละ!!!! แต่หลังๆ Notebook ก็ปล่อยผ่านไป (ใครจะบ้าเอางานเข้าไปทำ หรือเอากล้อง webcam ถ่ายหนังฟร่ะ!)

ต่อมาสักปีเกือบๆ 2 ปี นี้ผมถ่ายรูปผมก็เจอเหตุการณ์ห้ามเข้ากล้องเข้าโรงหนังอยู่ครั้งนึง โชคดีที่วันนั้นผมหาที่ฝากที่ปลอดภัยกว่าการฝากกับเจ้าหน้าที่ของโรงหนังได้ เลยรอดตัวไป คืออย่างน้อยๆ ก็ไว้ใจได้กว่าเจ้าหน้าที่แน่นอน

หลังๆ ถ้าไปดูหนัง ผมจะไม่เอากล้องไปเลย ไม่อยากนั่งเครียดในโรงหนัง กังวลว่าออกมาจะเป็นยังไง เค้าจะขนย้ายเป็นไหม ตกแตกจะว่าไง แล้วถ้าหายหล่ะใครจะรับผิดชอบ ทำให้ผมเข้าโรงหนังน้อยลงพอสมควรเลย

คือผมไม่ค่อยชอบมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งอะไรกับเจ้าหน้าที่ของโรงหนัง เท่าไหร่เพราะรู้ว่าเจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่ของเขา และก็ไม่ใช่หน้าที่อะไรของเขาที่จะต้องรู้ว่าอุปกรณ์ลักษณะแบบนี้รุ่นนี้ มันถ่ายวีดีโอได้หรือไม่ได้ เค้าคิดแค่ว่ามันคือกล้อง ห้ามเข้า ก็จบๆ ไป คือผมพยายามเข้าใจเค้านะว่าบางคนแค่เอาตัวรอดให้พ้นเดือนก็ยากลำบากแล้วหล่ะ

อาจจะเพราะผมเคยทำงานด้านบริการคล้ายๆ แนวๆ นี้มาก่อนบ้าง แม้จะไม่คล้ายกัน แต่ก็หาเงินเองอยู่ตอนเรียน เลยพอทำให้เข้าใจว่าทุกครั้งที่เรามีเรื่อง ตัวเราเองก็จะสร้างปัญหา สร้างความเหนื่อยใจหนักใจให้กับเจ้าหน้าที่เค้าเช่นกัน

ผมเข้าใจว่าเราก็รักกล้องของเรา รักของของเรา กล้องเราหายของเราจะทำยังไง?
และแน่นอนเค้าก็รักหน้าที่การงานของเขา ถ้าเจ้าหน้าที่ปล่อยผ่านไป แล้วเขาโดนไล่ออกคุณจะทำยังไง?

สรุปพบกันครึ่งทางอันไหนที่มันเป็นข้อห้าม ต้องฝากไว้ เราไม่เอาไปก็จบ ถ้าเราเอาไป ก็ต้องรับความเสี่ยงกันเอง เพราะถือว่าก็รู้ๆ กันอยู่ (แต่บางที่ไม่มีป้ายบอกแฮะ …)

มีหนังหลายเรื่องที่ผมไม่มีเวลาไปดู และเวลาที่ว่างกลับมีกล้องติดต่อไปซะชิบ … ผมก็รอแผ่นเอาง่ายดี ^^

ผมยังหลอนกับข้อความในบัตรรับฝากของตามห้างต่างๆ อยู่ครับ

หากสูญหายทางห้างจะไม่รับผิดชอบ

เห็นแล้วเซงสุดๆ

 

BarcampBangkhen (บาร์แคมป์บางเขน)

คาดว่าผมจะโดดการไปเที่ยวประจำปีกับบริษัทเพราะงานนี้แหละ ^^

แล้วเจอกันวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ณ อาคารนานาชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://www.barcampbangkhen.org/

posterBCBK