Review – Lenovo IdeaPad Z470

ต่อจาก Review – Lenovo IdeaPad Y570 ที่แล้ว ก็ยังคงเป็น IdeaPad Series ของ Lenovo เช่นเดิม คือ Lenovo IdeaPad Y470 (59067781) ซึ่งผมได้รับมา review เพื่อใช้งาน ทำงานกับทั้งสองอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ด้วยกัน (ใช้สลับๆ กับตัว Lenovo ThinkPad Z61t ตัวเก่าอายุ 4 ปีของผมด้วย)

สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือขนาดของตัวเครื่อง Z470 ที่เล็กกว่า Y570 อย่างชัดเจน แต่บางกว่า ThinkPad E420 อยู่เล็กน้อย สิ่งแรกที่เห็นคือแปลกตากับฝาหลังสีฟ้าที่เด่นมาก เปิดออกมาก็ยังเป็นสีฟ้าเคลือบเงาดูเด่นสวยงามดี ซึ่งในส่วนนี้แล้วแต่คนชอบเป็นหลัก ไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับผมมากนัก ส่วนตัวแล้วเน้นหนักในด้านการใช้งานเป็นหลักว่าจะทำงานได้ดีแค่ไหน

DSC_6903

Read more

 

Review – Lenovo IdeaPad Y570

การ review รอบนี้อาจจะแปลกสักหน่อยที่ไม่ได้ review ตัว ThinkPad แต่ก็อยากจะลองในอีกสายนึงของ Lenovo คือฝั่ง IdeaPad บ้าง โดยส่วนตัวแล้วนั้นได้รับเครื่องนี้มา review มาใช้อยู่ประมาณเกือบๆ 2 อาทิตย์ พร้อมๆ กันถึง 2 รุ่น คือ Lenovo IdeaPad Y570 (59301113) กับ Lenovo IdeaPad Y470 (59067781) ส่วนตัวแล้วก็มานั่งสลับใช้งานไปพร้อมๆ กันทั้ง 2 เครื่อง

สัมผัสแรกก่อนเลยคือ กล่องบรรจุของ Y570 นั้นใหญ่และหนักใช้ได้เลย (ต่อไปจะเรียก Lenovo IdeaPad Y570 ย่อๆ ว่า Y570 เฉยๆ เพื่อความสั้นกระชับ) ซึ่งแน่นอนว่าจากที่ได้รับมานั้นก็ได้ศึกษาสเปคมาพอสมควรแล้วว่าเป็นรุ่นหน้าจอขนาด 15.6” มีน้ำหนักอยู่ในระดับเกือบๆ 3 กิโลกรัม (รวม adapter มันก็ประมาณนี้แล้ว)

DSC_6944

DSC_6957

เครื่องที่ได้รับมานั้นได้ใส่ CPU Intel Core i7-2630QM ที่ความเร็ว 2.0 GHz มี 6MB L3 Cache ถ้าใช้ Turbo Boost จะทำให้ความเร็วพุ่งสูงขึ้นไปที่ 2.90 GHz เลยทีเดียว เหมาะกับเอามาตัดต่อวิดีโอ แต่งรูป หรือเล่นเกมได้สบายๆ

Read more

 

แนวทางการ Backup ข้อมูล (ฉบับปรับใหม่)

จาก แนวทางการ Backup ข้อมูล รอบนี้ปรับใหม่ เนื่องจากว่าได้ HDD 2TB ตัวใหม่มา ประกอบกับ Notebook ตัวใหม่ มันไม่มี port Firewire 400 มามีแต่ eSATA มาให้เลยต้องปรับใหม่เน้นใช้งานจริงเป็นหลัก

HDD 1TB ตัวประกอบเองด้วย Enclosure Smart Drive เป็นตัว Backup Data จาก Drive D:, G:, H: และ K: ในส่วนที่จำเป็นทั้งหมดมาใส่ที่ I: ส่วนของตัวทำงานอีกตัวคือ E: นั้นจะถูก Mirror Backup/Work ผ่าน H: ที่ทำงานบน eSATA อีกทีนึงเผื่อโยนงานไปเครื่องอื่นก็แค่เอาสาย eSATA ไปเสียบทำงานได้เลย

ส่วนไฟล์ทำงานบน Notebook อยู่ที่ Drive D: ถูกส่งเข้า I: เช่นกัน

จะเห็นว่า Drive I: รับบทหนักในเรื่องนี้ แต่เป็นการกระจายความเสี่ยงว่าถ้าไอ้ตัวนี้พัง ก็คือพังตัวเดียวเดียวแล้วจบไป ตัวอื่นพังก็มาเอาที่ตัวนี้ได้อยู่เช่นกัน อะไรแบบนั้น อนาคตคิดว่าจะทำ RAID 1 สำหรับ Drive I : ด้วย

สำหรับ Contents อื่นๆ ใน K: มีหลายส่วนไม่ได้ Backup จริงจัง เช่นพวก Software, MV ต่างๆ และไฟล์หนังที่ Rip ไว้ดู (ไม่อยากให้แผ่นแท้ที่ซื้อเป็นรอย) ก็เลยต้องใส่ในี้แทน กำลังมีแผนกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกันอาจจะใช้ NAS แทน (เงิน!!!!)

ตอนนี้มุมมองตัว Media สำหรับ Backup คือเน้นรวม ศ. เพื่อการค้นหาและเรียกคืนที่ง่ายมากขึ้น และกระจายข้อมูลที่ใช้ไปหลายๆ แหล่งแทน

สรุปง่ายคือๆคือ

[E:] –> [H:]

[D:|G:|H:|K:] –> [I:]

การ Sync ข้อมูลต่างๆ ใช้การ Sync ด้วย SyncToy ทั้งหมด

สำหรับ Backup จาก Notebokk เข้า HDD Backup ใช้ Incrementals Chain Version บน Acronis True Image Home 2011

สำหรับ Versioning ใช้ OS จัดการแทน เสียพื้นที่ 5-8% ของพื้นที่ทั้งหมดของแต่ละ partition เพื่อทำ Versioning บน File System อีกเช่นเคย

2011-07-27_222947

ฝากไว้อีกครั้งครับ

Backup พันวัน เอาไว้ใช้วันสำคัญวันเดียว … วันที่ข้อมูลมีปัญหา!!!

 

ความสำเร็จของการงานบางอย่างเรียกร้องความโดดเดี่ยว ถนนบางสายจำเป็นต้องเดินเพียงลำพัง

เป็นบทความที่ผมเคยโพสใน Multiply แต่ไม่ได้นำมาไว้ใน Blog ตัวเอง แต่ผมขอนำมาบางส่วน ถ้าอยากอ่านเต็มๆ ก็แนะนำให้อ่านที่ต้นฉบับได้เลย

ยุทธนา อัจฉริยวิญญู ช่างภาพไทยในสนาม National Geographic
เรื่องและภาพ วรพจน์ พันธุ์พงศ์
– ตีพิมพ์ครั้งแรก: นิตยสาร Image
– เผนแพร่บนเว็บที่ onopen (http://www.onopen.com/2006/editor-spaces/591) เมื่อ 22/05/2006 เวลา 11:26

ส่วนที่จับใจผมที่สุดคงเป็นตอนท้ายของเรื่อง เลยนำมาแบ่งปันกัน

“อะไรที่ทำให้งานของฝรั่งเจ๋ง”

ทุกเรื่อง ว่ากันตั้งแต่พื้นฐาน การเงิน ความเข้มแข็ง หัวใจ ความมุ่งมั่น ปัญหาครอบครัวไม่มี เมียเลิกหมด (หัวเราะ) บางคนพาเมียไปด้วย บางคนต้องเลิก นี่เรื่องจริง เพราะต้องเสี่ยงตาย และส่วนใหญ่พวกนี้บ้างานมากเกินไป มันอยู่ด้วยกันไม่ได้ ไม่มีผู้หญิงที่ไหนเข้าใจหรอก

เรื่องที่เต้นเร่าอยู่ในหัวใจ หรือความท้าทาย ณ วันนี้ของช่างภาพหนึ่งเดียวของ National Geographic ประเทศไทย คือการลงไปบันทึกภาพเหตุการณ์ 3 จังหวัดภาคใต้ เขากำลังรอโอกาสนั้นอย่างใจจดใจจ่อ

ถามว่ากลัวไหม ก็กลัว ใครบ้างจะไม่กลัว ทุกคนมีชีวิตจิตใจ มีคนรัก มีความผูกพัน แต่เขาคิดว่ามันจำเป็น ถ้ามีโอกาสก็ต้องทำ

“สัญชาตญาณบอกเองว่าเป็นหน้าที่ของเรา ผมว่ามันน่าอายนะครับสำหรับคนที่พูดว่าตัวเองเป็นสื่อ หรือเป็นช่างภาพ แต่ไม่มีสัญชาตญาณ” เขาจอดรถให้ดูกวางข้างทาง

“ผมไม่ใช่ช่างภาพสารคดี ไม่ใช่อะไรทั้งสิ้น ผมเป็นช่างภาพ ถ่ายดอกไม้ ถ่ายคน ถ่ายอะไรก็ได้ทั้งนั้น” ยุทธนา อัจฉริยวิญญู บอกผม ก่อนเปิดประตูรถเดินลงไปมองเทือกทิวเขา

นับวันช่างภาพหนุ่มคงเดินออกจากห้องแอร์มากขึ้นอย่างที่ใครเขาว่าจริงๆ ยิ่งก้าว ก็ยิ่งไกล

ไกลห้องแอร์ แต่ใกล้ความฝัน—ความฝันอันเกิดจากความสุขจากการทำงานหนัก

ผมนึกถึงคำของเขาเรื่องทำงานคนเดียว ยิ่งสังคมมากเท่าไร โอกาสถ่ายภาพก็ยิ่งลดน้อยลง และนั่นคงไม่ต้องพูดถึงชิ้นงานที่สมบูรณ์ น่าพึงพอใจ

อาจจะใช่, ความสำเร็จของการงานบางอย่างเรียกร้องความโดดเดี่ยว ถนนบางสายจำเป็นต้องเดินเพียงลำพัง คิดค้น ต่อสู้ ด้วยตัวคนเดียว

คนเดียวที่ไม่ใช่ไม่มีใครอยากข้องเกี่ยว และยิ่งไม่ใช่ ‘คนเดียว’ ในความหมายที่ไม่มี ‘คนรัก’

 

ความคิดเห็นต่อ “Google+เป็นภัยต่อช่างภาพ!?”

จากข่าว “Google+เป็นภัยต่อช่างภาพ!?

ท่ามกลางข่าวสารคึกคักเกี่ยวกับเสียงตอบรับถล่มทลายจากชาวออนไลน์ทั่วโลก ล่าสุดสื่อนอกเตือนภัยการโพสต์ภาพบนเครือข่ายสังคมใหม่ล่าสุดของกูเกิล กูเกิลพลัส (Google+) ว่าจะเป็นภัยต่อช่างภาพมืออาชีพเนื่องจากเง…

มันก็ตั้งแต่โลกมี Digital Data ที่ Copy ได้โดยที่ต้นฉบับยังคงอยู่ครับ ผมมองว่า Google+ คือ Flickr หรือเว็บแชร์รูปทั่วไป ที่มีข้อกำหนดเพื่อปกป้องตัวเองจากการทำ Copyright เป็นหลัก ซึ่ง Facebook, Flickr, Multiply หรือเว็บอื่นๆ ก็มีระบบ Share หรือ Embed รูปก็มีข้อกำหนดที่ไม่แตกต่างกันทั้งนั้น เพียงแต่ Google+ ทำให้มันง่ายขึ้นแบบเดียวกับ Facebook นั้นแหละ

ถ้ามองในความเป็นจริงสิทธิ์ในตัวรูปภาพยังอยู่กับคนเป็นเจ้าของ การเอารูปไปใส่ใน Social Network ใดๆ เป็นการยอมรับการแจกจ่ายด้วยตัว Function หลักของมัน แต่เมื่อใดที่คนใน Social Network นั้นๆ ทำการสำเนา (Save As to …) ออกมาโดยไม่ใช่ Function Share แล้วเผยแพร่ไปที่เว็บอื่นๆ หรือสื่ออื่นๆ นั้นแหละถือว่าละเมิดแล้ว

ประกอบกับด้วยความที่มันเป็น Cloud Storage มันจึงถูกทำให้เกิดข้อกำหนดนี้แบบเดียวกับ Dropbox ฯลฯ บริการอื่นๆ ที่มันสามารถ Public ออกไปด้วย เพราะตัวรูปแบบของ Cloud นั้นจะมีการทำสำเนา หรือวิธีจัดเก็บที่อาจจะต้องปรับปรุงหรือสำเนาต้นฉบับไปหลายๆ ที่เพื่อประโยชน์ในการเข้าถึง เช่นย่อรูป, ทำให้คุณภาพรูปลดลงเพื่อจำกัดพื้นที่ หรือนำไฟล์ไปกระจายตามเครื่องแม่ข่ายต่างๆ ทั่วโลก

ซึ่งจริงๆ มันเป็นเรื่องของข้อกำหนดของกฎหมายที่ให้สอดคล้องกับวิธีทางเทคนิคภายในที่คนทั่วไปไม่รู้ ถ้าเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์จริงๆ จะทราบว่าสิขสิทธิ์ของรูปภาพขึ้นอยู่กับความยินยอมของผู้เป็นเจ้าของนั้นๆ ซึ่งมันมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกเยอะเกินกว่าแค่การทำสำเนารูปไปมาแล้วจบ ซึ่งมันก็อ้างอิงถึงเรื่องผลประโยชน์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นหลัก