เมื่อ Laravel Framework 4 กับ Zend Framework 2 อยู่ร่วมกัน

ตัว Laravel Framework 4 เป็น Framework ที่ดีตัวหนึ่งในตลาด PHP Framework แต่ Zend Framework 2 ก็มี components ที่น่าสนใจช่วยให้เราทำงานได้สะดวกมากขึ้น การเอาทั้งสองตัวมาทำงานร่วมกันจึงเป็นเรื่องที่ดี

ขั้นแรกก็สร้าง project ของ Laravel Framework ด้วยคำสั่งของ composer เสียก่อน (อ้างอิง version 4)

composer create-project laravel/laravel

แก้ไขไฟล์ composer.json ของ Laravel Framework เพื่อเพิ่ม Zend Framework 2 จาก Packagist ลงใน project ของเรา (zendframework/zendframework – Packagist)

โดยเพิ่ม

"zendframework/zendframework": "2.3.*@dev"

ลงในส่วน

require

หน้าตาจะประมาณ

{
"name": "laravel/laravel",
"description": "The Laravel Framework.",
"keywords": ["framework", "laravel"],
"require": {
"laravel/framework": "4.0.<em>",
"zendframework/zendframework": "2.3.</em>@dev"
},

เสร็จแล้วก็สั่ง composer update

รอจนจบแล้วเขียน autoload use ทดสอบ component ตัว Zend Version มาแสดงผลดูตามด้านล่าง ซึ่งจะได้ตัวเลข version ของ Zend Framework ประมาณ 2.2.2 (ณ วันที่เขียนบทความ)

<?php

use Zend\Version\Version;

class HomeController extends BaseController {
    public function getIndex()
    {
        echo Version::getLatest();
    }
}

 

มองคนละมิติกับกูเกิลสตรีทวิว

ขอแสดงความคิดเห็นว่า ผมไม่โทษใครนะ จะบอกว่าคนไทยไม่รู้ ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดเลย คนหาเช้ากินค่ำ อยู่ในพื้นที่ห่างไกลเค้าไม่ได้เข้าถึงเรื่องพวกนี้ได้อย่างปรกติเหมือนพวกเรา (ควรเข้าใจพื้นที่เค้าด้วย) หลายๆ คนไม่ทราบหรือไม่เคยเจอก็ต้องระแวงไว้ก่อน อยู่ๆ มีรถหน้าตาประหลาดมาทำทีถ่ายรูปต่างๆ ในพื้นที่ตัวเองมันจะไม่มีใครสงสัยเลยเหรอ? เอาง่ายๆ ลองมองในมุมหนึ่ง อยู่ๆ วันหนึ่งมีคนเดินมาหน้าบ้านคุณๆ (ที่บอกว่าตัวเองฉลาดรู้จักกูเกิลสตรีทวิว) แต่ไม่ใช่กูเกิลสตรีทวิวแต่เป็นนักสืบ หรือคนที่กำลังอาจจะปล้นบ้านคุณ คุณไม่สงสัยหรือระแวงเหรอ? ซึ่งในสังคมที่การใช้วิธีฉลาดแกมโกงอยู่เนืองๆ เค้าคงระแวงมากขึ้นพอสมควรแหละ (ผมว่าเค้าโดนมาเยอะกว่าที่พวกเราคิดจากข่าวสารเก่าๆ หลายๆ อย่าง)

ในประเทศในแถบยุโรป หรือที่ที่เค้าคำนึงถึงสิทธิในปัจเจกชนมากๆ การเข้าไปถ่ายรูปในบริเวณบ้านคน แม้แต่ติดหน้าคน หรือรถที่ระบุถึงตัวบุคคลยังเป็นเรื่องเลย (ใครจำกระทู้อาทิตย์ที่แล้วที่ถ่ายรูปรถแล้วไม่ได้เบลอป้ายทะเบียนแล้วบอกว่าอยู่หน้าสถานบันเทิงคงเข้าใจได้มากขึ้น) แถมในข่าวนี้เป็นพื้นที่ที่ยังมีปัญหากับทางภาครัฐยิ่งแล้วใหญ่เลย ควรทำการบ้านและเข้าใจพื้นที่ที่ตัวเองเข้าไปทำงานให้มากขึ้น นี่เค้าแค่กักตัวนะ ดีไม่โดนทุบ ><" ส่วนตัวแล้วผมสนับสนุนการสร้างเขือน แต่ไม่สนับสนุนการสร้างสิ่งที่ว่าบนพื้นฐานความไม่เข้าใจและอยู่ร่วมกันไม่ได้ของคนในพื้นที่ครับ และพยายามมองในหลายๆ มุม พยายามเข้าใจทุกฝ่าย และมองว่าไม่มีใครผิดหรือเรื่องหน้าอายแต่อย่างใด เป็นความไม่รู้ของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น และทุกอย่างมันก็เคลียร์กันได้เองในท้ายที่สุดในข่าวที่ชาวบ้านได้ออก แถลงการณ์ขอโทษ

 

BlackBerry OS 10 ไม่ได้แย่ แต่จุดไม่ติด ด้าน Windows phone 8 จาก Microsoft ยังหวานเย็นไม่เปลี่ยนแปลง

จากข่าว BlackBerry ตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษเพื่อหาทางออกให้บริษัท ซึ่งอาจเป็นการขายกิจการก็ได้

ส่วนตัวแล้วใช้ BB10 บน BlackBerry Z10 อยู่ ของ BlackBerry ไม่ได้ด้อยกว่า Windows phone 8 หรือ OS ตัวอื่นๆ ในตลาดเลย แต่สิ่งที่ต่างคือ เวลาที่ลงในตลาดช้ากว่าคนอื่น ทำให้กระแสจุดไม่ติด แน่นอนว่า BB10 แก้ลำเรื่อง ecosystem ด้วยการให้ตัว App ที่พัฒนาบน Android สามารถ convert ลง ecosystem ตัวเองได้ทันที แต่ปัญหาคือเรื่อง performance ที่แย่กว่า เคยใช้ App ที่ convert จาก Android ลง BB10 บางตัวมีปัญหา เช่น 4sq รุ่นก่อนหน้านี้ หรือ facebook นั้นทำงานตลอด เล่นซะเครืองร้อนเป็นชั่วโมง เพราะมันทำงานไม่ยอม sleep ตอนเรากลับหน้า Home เรืองพวกนี้คงต้องแก้ไขกันไป ส่วน native app นั้น เครื่องมือในการพัฒนาดูจะมีข้อจำกัดและภาษาที่ใช้พัฒนาก็ยังดูยุ่งยากอยู่มาก

สำหรับในด้านของ Windows phone 8 คงจะรอดไปได้อีกสักพักใหญ่ๆ เพราะสายป่าน Microsoft ยาวมาก และมี Nokia ช่วยเต็มตัว (พร้อมตายกับ WP8 แน่ๆ ดูทรงแล้ว) ส่วน BlackBerry ถ้าไม่มีตัวช่วยเพิ่มสายป่านให้ตัวเองอาจจะมีปัญหาได้ ซึ่งช่วงนี้คาดว่าอยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย จะเอายังไงกับทิศทางของ OS ตัวเอง โดยส่วนตัว BB10 ของ BlackBerry ดูจะใส่ใจในการ update มากกว่า Windows phone 8 ของ Microsoft มาก ซึ่งส่วนตัวใช้ BB10 มาเกือบๆ 2 เดือนมี update 2-3 ตัว แต่ Microsoft เงียบตลอด หลังๆ คนใช้ Windows phone8  คงด่า Microsoft เช้า-เย็นว่าพี่หวานเย็นเกินไป Nokia ออก App มาช่วย ตัวเองเงียบเป็นป่าสาก ทำ feature พื้นฐานช้ามาก

IMG_9648c

 

เมื่อไหร่จะได้ใช้ dtac TriNet?

ผมขอแจ้งเพิ่มเติม เพราะไปตามหาข้อมูลเพิ่มเติม หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่รอคอย dtac TrieNet ครับ (หน้าเว็บเหมือนจะไม่มีบอก ต้องไปตามหาเอาเองตาม ศ. บริการ)

ผมขอไล่จากนานสุด เพราะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป

  1. ช่วงเดือน พ.ย. 56 ลูกค้าที่ชำระค่าบริการผ่านธนาคารหรือบัตรเครดิต
  2. ต้นเดือน ส.ค. 56 ลูกค้าที่ใช้บริการ MultiSim, บริการข้ามแดนอัตโนมัติ, บริการ Group Bil, ใช้งานผ่าน Aircard/Tablet และลูกค้าต่างชาติ
  3. ไม่เข้าข่าย 1. และ 2. จะได้ใช้ตั้งแต่ 23 ก.ค. 56 เป็นต้นไป (รอ SMS ยืนยัน แต่ไม่ยืนยันว่าจะได้หลังข้อที่ 1. และ 2. หรือเปล่า)

สรุปผมรอโน้นเลย พ.ย. 56 เพราะตัดผ่านบัตรเครดิต ฮาๆๆๆ น้ำตาจะไหล จ่ายเงินครบ ตรงเวลาทุกเดือนได้หลังสุด

อ้างอิงรูปจากกระทู้นี้ รวมถามตอบ ทำไมไม่ได้ อัพเกรดเป็น trinet สักที ลองอ่านดูครับ

1374570022-1374565740-o

 

dtac TriNet จริงใจหรือกั๊ก

ผมเข้าใจเรื่อง migrate ของ dtac TriNet ระบบนะว่ามันต้องใช้เวลา แต่ migrate ระบบโดยไม่บอกว่าใครแต่ละคนได้คิวไหน หรือได้ในช่วงวันที่เท่าไหร่ ได้แต่ภาวนากันไปว่าจะได้เมื่อไหร่ แถมลูกค้าใหม่สามารถใช้งานได้ทันที (รู้สึกว่าเป็นลูกค้า Happy) โดยไม่สนใจว่าลูกค้าเก่าจะรออยู่หรือไม่ ผมถือว่าไม่เห็นหัวลูกค้าเก่าครับ

ส่วนตัวผมเคยใช้ dtac มาก่อนเกือบ 8 ปี (หาได้จาก blog เก่าๆ) แล้วก็ย้ายไป AIS เพราะคุณภาพสัญญาณแย่ เพราะไม่สามารถใช้งาน edge+ ได้ ทำให้ผมติดต่อใครไม่ได้ถ้าใช้ internet มาปีที่แล้ว ทุกอย่างดีขึ้น ก็ย้ายกลับมา dtac หวังว่าจะดี โดยรวมก็ดีกว่า AIS ตอนนั้นเยอะ เพราะ AIS หลังจากเปิด 3G ก็ห่วยลง เยอะมาก (หาได้จาก blog เก่าๆ เช่นกัน)

แต่มาวันนี้หวังว่า TriNet จะได้ใช้เร็วๆ แต่ค่ายอื่นๆ ทั้ง AIS และ Truemove H นำหน้าไปก่อน นั่งมองชาวบ้านใช้งานกันสบายไปหลายคน ก็ได้แต่งงว่าค่ายที่เราไว้วางใจทำไมช้า เงียบเชียว ขอคิวย้ายไป TriNet ตั้งแต่ 22 เดือน 4 มาวันนี้ก็เงียบ แถมลูกค้าใหม่ใช้ได้เฉยเลย ให้ผมพูดยังไงดีครับ ;)

1372788426-30671046-o
อารมณ์เหมือน “รู้ไหมตูลูกใคร” ><”

สุดท้าย อยากฝาก dtac ไว้นิดนึงว่า ถ้าจะย้ายแบบค่อยๆ ย้าย ส่ง SMS บอกเป็นรายบุคคล ช่วยทำให้ลูกค้าแต่ละท่านรู้หน่อยได้ไหมว่าจะอยู่คิวไหน จะใช้งานได้เมื่อไหร่ แบบประมาณวันที่ (คงไม่ขนาด fix วัน ผมเข้าใจว่าวันนึงมีโควต้าอยู่ เผื่อลูกค้าใหม่เข้ามาแทรก ประเมิณจากเหตุการณ์ตอนนี้) เพราะแต่ละคนจะได้ทราบว่าตัวเองจะรอได้แค่ไหน เพราะถือว่าเป็นข้อมูลที่ลูกค้าควรรับทราบ เพราะถ้าทำอย่างที่เป็นอยู่นี้ ลูกค้าเสียประโยชน์ครับ เพราะเหมือนกั๊กลูกค้าไว้ครับ บางคนทราบว่าจะย้ายท้ายๆ หรือสิ้ันปี เค้าจะได้ย้ายไปค่ายอื่น ใช้งานไปก่อน เผื่อถึงคิวหรือย้ายหมดแล้ว ย้ายกลับมาใช้ก็ยังไม่สายครับ ผมรู้ว่า TriNet ช่องสัญญาณกว้างสุด มันต้องเมพแน่ๆ เพราะเดี่ยวนี้ MNP ย้ายกันไม่ยากแล้ว เพราะผมก็ย้ายไปมากับ dtac -> AIS -> dtac มา 2 รอบแล้ว ผมเฉยๆ สบายๆ ไม่ตื่นเต้นอะไร

เดี่ยวไปย้ายค่ายแหละ…

bg_home_taeyeon