Facebook Timeline รุ่นล่าสุด การกลับมาตั้งหลักของ Facebook Timeline

สำหรับ Facebook Timeline รุ่นแรกนั้น ในครั้งแรกที่ที่ใช้ๆ มันเหมือนจะดีนะ แต่ไปๆ มาๆ มักเกิดปัญหาว่า ข้อมูลในตัว block ข้อมูลมันดันไม่เท่ากัน พอมันมันไล่ซ้าย-ขวาไปมาแล้ว ตัวผมจะเริ่มงงว่าอันไหนมาก่อนมาหลังน่ะ มันเลยดูใช้งานยากไปเลยในท้ายที่สุด

สรุปแล้วในตอนนี้ Facebook Timeline รุ่นล่าสุด ก็ต้องปรับมาใช้ Timeline แบบผสมระหว่าง Wall แบบเก่ากับ Timeline แบบใหม่แทน

การปรับก็คือ ตัวข้อมูลส่วนตัว มาวางแบบสรุปไว้ที่ Sidebar ด้านซ้ายแทน แล้วแก้ไขการแสดงผลข้อมูล Timeline ที่วิ่งไป-มาระหว่างซ้าย-ขวาในรูปแบบ 2 Column ซึ่งอ่านยาก มาเป็น 1 Colmun ซึ่งปรับแล้วก็เหมือน Wall แบบเก่านั้นแหละ ><”

ถือว่าเป็นการกลับมาตั้งหลักใหม่ เพราะแบบนี้ดูข้อมูลง่ายกว่าในการไล่ดูเนื้อหาที่ชีวิตคนเราไล่ข้อมูลจากบนลงล่างกันแบบนี้อยู่แล้ว

2013-04-16_235653

โลกจะพัฒนาเพราะการแข่งขันไม่ใช่การชนะแบบเบ็ดเสร็จ

ผมเคยเขียนเรื่อง WebKit != W3C ไปเมื่อหลายเดือนก่อน หลังจาก Opera หันมาใช้ WebKit ไปก่อนหน้านี้

แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน Google ได้ fork ตัว WebKit ออกมาเป็น Blink ต่างหาก และจะถูกใส่กลับเข้ามาใน Chrome ในอนาคตอันใกล้นี้ (คาดว่าไม่เกิน 10 อาทิตย์ต่อจากนี้) โดยเหตุผลทั้งในเรื่องของความง่ายต่อการควบคุมและใส่คุณสมบัติใหม่ๆ โดยไม่ต้องรอ Apple ซึ่งเป็นเจ้าของ WebKit โดยตรงเห็นชอบทั้งหมด แม้ว่า open source community จะมีขั้นตอนและฝ่ายที่เกี่ยวข้องเยอะ แต่หลักๆ คงเป็นเจ้าของหลักหรือทีมหลักซึ่งในที่นี้คือ Apple นั้นเอง ซึ่งหลายคนไม่ทราบว่า WebKit เป็น layout engine ที่ open source โดย Apple ซึ่งจริงๆ มันเป็น layout engine ของ Safari อยู่ก่อนแล้ว

จากเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น ผมยังยืนยันว่าการพัฒนาเว็บควรยืนตาม W3C HTML5 เป็นสำคัญ แล้วจึงปรับตาม layout engine ในแต่ละตัวในภายหลัง ซึ่งการใช้ layout engine เป็นหลักสักตัวเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่ข้ออ้างในการทำเว็บเพื่อสนับสนุนเพียง layout engine เดียว เพราะนั้นทำให้คุณปิดโอกาสในการเข้าถึงและใช้งานของกลุ่มผู้ใช้อีกกลุ่มได้ง่ายมากในโลกของอินเทอร์เน็ตที่มีความหลากหลายของ layout engine ที่มากกว่าเดิมอย่างมากในตอนนี้ ความหลากหลายที่ว่านี้ไม่ใช่แค่ Desktop/Notebook Computer แต่เป็น Mobile Device ต่างๆ ที่มีความหลายหลากด้วย ซึ่ง layout engine ยุคใหม่ในตอนนี้ทุกตัวทำตามมาตรฐาน W3C HTML5 เป็นหลักอยู่แล้ว (ซึ่งจะมากน้อยว่ากันอีกที)

ส่วนตัวแล้วนั้น ตอนนี้โลกอยู่ในยุคของสงคราม Web Browser ครั้งที่ 2 อย่างไม่ต้องสงสัยอีกครั้ง ซึ่งในตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เว็บต่างๆ จะอาศัยช่วงนี้พัฒนาและใช้ความสามารถที่หลากหลายเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ และผมเชื่อว่ากลุ่มนักพัฒนา layout engine ต่างๆ ในตอนนี้ไม่มีทางที่จะหยุดพัฒนาและทำให้ตัวเองมีความสามารถที่ล้าหลังคนอื่นได้นานมากนัก เพราะฉะนั้นยึดตามมาตรฐานเปิดจึงดีที่สุด (นี่ผมยังไม่ได้พูดถึง JavaScript Engine ที่แข่งกันอีกส่วนเช่นกัน)

โดยในตอนนี้ 3 ค่าย layout engine หลักของโลกคือ Trident engine – Internet Explorer, Gecko engine – Firefox และ WebKit – Safari, Opera, Chrome กำลังมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้นี้ โดยมี Blink ที่จะถูกใส่ลงมาใน Chrome, Servo ที่เป็นส่วนที่ถูกพัฒนาใส่ลงใน Firefox Mobile (ยังไม่แน่ว่าจะลง Firefox ตัวหลักหรือไม่) และ WebKit2 ซึ่งจะถูกใช้ใน Safari รุ่นต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังเพิ่มเติมเข้ามาอีกภายในปีนี้แน่นอน

จากที่เขียนมายืดยาวนั้น ยังคงยืนยันว่านักพัฒนาเว็บไม่ควรมักง่ายเพียงเพื่อความสะดวกสบายแบบแต่ก่อนครั้งยังใช้ IE6 และเราเรียกร้องกันเหลือเกินให้ใช้และทำตามมาตรฐาน W3C และตอนนี้มาตรฐานเปิด W3C HTML5 ก็เป็นสิ่งที่กำลังไปได้ดี (แม้จะช้าบ้าง มีการเมืองบ้าง แต่ผมถือว่ามันจะมั่นคงในอนาคต) ส่วนตัวผมไม่อยากให้ WebKit กลายเป็นกรณีเดียวกับ IE6 แห่งโลก Web สมัยเก่าก่อน (ผมไหว้หล่ะ) เพราะผมเชื่อว่ามันไม่ใช่ทางออกที่ดี และยังเชื่อว่า “โลกจะพัฒนาเพราะการแข่งขันไม่ใช่การชนะแบบเบ็ดเสร็จ”

แนะนำการทำเว็บ (ตอนที่ 2)

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ไอ้จริงๆ ผมมีโครงการจัดทำบทความไว้มากมายก็จะเอามาลงในเว็บแห่งนี้ครับ แต่ว่าด้วยเรื่องเหตุต่างๆ มากมายในการเรียนใน มหาวิทยาลัย ปีที่ 1 ครับทำให้ผมต้องเลื่อน บทความต่างๆ ที่ค้างคาอยู่มากมาย (ก็แบบว่าร่างๆ ไว้เต็มไปหมดแต่ก็ หมกไว้ไม่เสร็จเป็นชิ้นไปอันสักที) เลยเอามาลงไม่ได้เป็นเวลาเดือนกว่า สองเดือนได้ ไอ้จริงๆ บทความแนะนำด้านแนวทางทำเว็บนั้นที่ได้ผ่านสายตาไปก็ เป็นบทความเก่านะครับแต่ว่าเอามาปัดฝุ่นใหม่เท่านั้นเอง ทำให้ตอนนี้ก็มึนๆ กับบทความทั้งหลายว่าจะต่อมันยังไงดี (เขียนโครงสร้างไว้นะครับแต่ว่าด้วยเหตุที่ว่า วันเวลาผ่านไปข้อมูลบางอย่างมันเก่าเลยต้องปรับปรุงให้ทันสมัย) เลยตอนนี้ต้องมานั่งแก้บทความกันเล็กน้อยครับ


เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ จากที่ผมได้ค้างไว้ครั้งที่แล้วเรื่อง "แนวทางในการประชาสัมพันธ์เว็ปให้ได้ดี"

ประชาสัมพันธ์ อย่างไรดีกับเรื่องนี้

ต้องบอกกันก่อนว่าเว็บไม่ใช่หนัง ที่จะประโคมงบลงทุนในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และจุดเด่นต่างๆ แต่เป็นการสร้างจุดเด่นและความเหมือนที่แตกต่างกันในเรื่องเนื้อหาและรวมไปถึงสาระต่างๆ จริงๆ อันนี้ได้พูดถึงกับไปแล้วในตอนที่ 1 ครับ (แต่ว่าหลายคนที่เมล์มาหาผมนั้นว่ายังไม่กระจ่างอธิบายเพิ่มได้ไหม ต้องบอกว่าได้ครับ แต่ว่าขอเอามาคิดก่อนว่าจะต่อยอดมันยังไง เพราะว่าบ้างส่วนนั้นลึกเหมือนกันครับ กลัวจะมึนกับมัน เลยต้องขอไว้ก่อนนะครับ) คือจริงๆ แล้ว เราต้องสร้างโครงข่ายของเพื่อนๆ หรือเรียกอีกอย่างว่าพันธ์มิตร โดยมากเค้าจะใช้การแลกลิ้งส์กัน ซึ่งผมจะพูดต่อไปว่าทำยังไง และได้ผลมากน้อยเพียงใด ซึ่งไม่ต้องเสียค่าโฆษณาแต่อย่างใด และทำให้เว็บของเราได้ติดอันดับต้นๆ ในการค้นหาของเว็บค้นหาข้อมูลต่างๆได้อย่างไม่ยาก (แต่ใช้เวลานานหน่อย) นั้นเอง

Read more

แนะนำการทำเว็บ (ตอนที่ 1)

ในสมัยก่อนนั้นการที่เราจะทำเว็บให้ออกมาสวยได้นั้นยากกว่าการพิมพ์งานบน MS. Word เสียอีกต้องมีการทำความเข้าใจในภาษา html ให้ดีเสียก่อน ซึ่งในตอนนั้นเหมือนกันหัดเขียนโปรแกรมโปรแกรมหนึ่งเลยทีเดียว แล้วถ้า ต้องการทำงานในลักษณะตอบโต้ได้ (CGI) มันทำได้ยากยิ่งเพราะว่ายังหาหนังสือที่เป็นภาษาไทยได้ยากมากและส่วนใหญ่ที่ทำกันตอนนั้นจะเป็นคนที่มุ่งมั่นอ่าน หนังสือภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่ทำให้การอ่านหนังสือ พวก cgi และ html แบบภาษาอังกฤษทำได้ง่ายและฟรีโดยที่ไม่ต้องสั่งซื้อตามศูนย์หนังสือต่างๆ ในตอนนั้นมีคนกระโดดลงมาทำกันยังน้อย และส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ทำงานด้านนี้อื่นๆ ในแขนงคอมฯพิวเตอร์มาก่อนมากกว่า ซึ่งเว็ปในสมัยนั้น ที่ดังและทำให้เราๆ ได้รู้จักและทำให้เกิดเหล่านักทำเว็ปรุ่นใหม่ๆ คือ Sanook.com แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงนั้นเรามาพูดถึงเว็ปรุ่นพี่ที่ทำมานานและยังไม่เปลี่ยนแปลงคือเว็ป Pantip.com ที่เป็นเหมือนศูนย์รวมเว็ปบอร์ดที่ใหญ่ที่สุดใน ประเทศไทยและยังเป็นที่ที่มีอัตราการเข้าใช้บริการมากสุดอีกด้วย เว็ป Pantip.com ยังรักษาลักษณะขอเว็ปตั้งแต่ อดีตจนปัจจุบันได้ดี

Read more