เรื่องเล่า Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End

ขึ้นว่า “เรื่องเล่า” เพราะงั้นไม่มีรูปครับ!!!!

  • งานนี้เน้นมือถือ Smartphone เป็นหลัก มี Tablet เกือบทุกยี่ห้อ ยกเว้น iPad 2!!! (หรือผมหาไม่เจอก็ไม่รู้ –_-“)
  • สิ่งที่ต้องชมอย่างแรกคือ ทางเดินระหว่างบูทต่างๆ ในทางหลักกว้างใช้ได้ เดินตีหน้ากระดานได้ 4 คน ทำให้มีคนยืนหน้าบูทได้ทั้งสองข้างอย่างละคน และยังเหลือทางเดินสวนไปมาได้อย่างไม่เบียดมากนัก ผิดกับงานคอมฯ ทั้งหลายที่จัดปีละหลายๆ ครั้ง เน้นอัดบูทเข้าไป แต่หาทางเดินไม่ได้เลย ผมมองว่าเสียลูกค้ามากกว่าได้ลูกค้า เพราะไม่มีใครสามารถยืนอยู่หน้าบูทนานๆ ได้ ต้องหลบเข้าไปในบูทถ้าสนใจจริงๆ หรือถ้าสองจิตสองใจก็มักจะเสียลูกค้าไปทันที สำหรับทางเดินระหว่างซอยต่างๆ ก็ทั่วไป กว้างกว่านี้จะดีมากเลย
  • แต่ละบูทเน้นเอาเครื่องของจริง!!! มาให้เล่นเป็นหลัก การแบ่งพื้นที่แต่ละบูทเท่าที่เจออย่างบูท BlackBerry, Samsung, AIS และ DTAC แบ่งพื้นที่ชัดเจนว่าตรงไหนขายของ ตรงไหนโชว์ ไม่ปนกันมั่วไปหมด แต่ …. ถ้าจะให้ได้ อยากให้แบ่งฮอลไปเลย ซื้อก็ซื้อ ขายก็ขายไป ผมว่าจะดีมากๆ
  • บูท Samsung ใหญ่ที่สุดในงาน และได้ชื่องานเล่นๆ ว่า Sumsung Mobile Expo ไปเลย อีกอย่างคือ AIS ถูกกลืนเป็นบูทเดียวกับ Samsung ไปเสียด้วยซ้ำ (สีทั้งบูทโทนเดียวกันด้วย)
  • บูท Truemove นี่ถ้าไม่หาจริงๆ หาไม่เจอครับ !!!
  • Nokia เป็นไม้กระดับ ขนาด I-Mobile 3Gx ยังทำได้ดีกว่า แต่ I-Mobile 3Gx นี่เน้นขายไม่อินดี้คร้าบบบ ;P
  • iPhone 4 และ BlackBerry จากที่ได้ดูๆ ในบูท ก็เรื่อยๆ คนซื้อกลับบ้านตามมาตรฐานปรกติ
  • มาแรงที่สุดคือ Samsung Gallaxy S II และ HTC Sensation ตามมาห่างๆ แบบอินดี้หน่อยๆ ก็ LG Optimus Black งานนี้กระป๋องเขียวแจ้งเกิดได้ดี แต่เท่าที่คุย คนซื้อไปลองของกันเยอะ ไม่แน่ใจว่าอีกสักพักจะปล่อยของมือสองออกสู่ตลาดเยอะแค่ไหน เอาใจช่วยครับ
  • HTC ดูจะเงียบๆ และในส่วนของ WP7 นั้น ตัว HTC 7 Mozart น่าจะขายได้บ้าง (ถ้ามันราคา 6,990 บาท จะขายดีกว่านี้!!!)
  • งานนี้ทุกค่ายมือถือทั้ง AIS, DTAC แล Truemove กำลังหาพื้นที่มือถือ Smartphone ที่นอกเหนือจาก iPhone 4 ที่กำไรไม่เยอะ และค่าดูแลสนับสนุนทางเทคนิคกับลูกค้าสูงมากจนดูจะได้กำไรน้อย
    (คิดดูว่าแต่ละค่ายต้องสนับสนุนทางเทคนิคของ iPhone 4 ที่ตัวเองขาย อีกทั้งต้องแบกรับสินค้าคงคลัง ฯลฯ ที่ถ้าเป็นมือถือยี่ห้ออื่นๆ อย่าง Samsung, HTC และ LG จะมี Distributor ดูแลให้ ทำให้ค่ายมือถือต่างๆ ลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้มาก)
  • BlackBerry PlayBook เหมือนเงียบๆ แต่คนพูดถึงเยอะ คนไปเล่นๆ ที่บูท เรื่อยๆ บอกได้เลยว่า มีแต่คนติดใจ หลายคนตัดใจจาก iPad 2 ที่ในงานไม่มีมาขาย แล้วคิดจะซื้อ BlackBerry PlayBook แทน!!!
  • บูทที่แปลกและเข้าใจคิดที่สุดคือ DTAC เน้นพื้นที่แสดงสินค้า ให้ทดลองสินค้าชัดเจน แถมพื้นยกสูงทำให้เด่นมาก
  • ยังคงเห็นการขายมือถือแนว MBK อยู่ทั่วไปในงาน นี่งานแสดงสินค้านะครับพี่ เอาตู้ใส่มือถือมาทำไมกัน –_-“
  • งานนี้มีการเปิดจองมือถือหลายรุ่น สิ่งที่ทำได้ดีคือ มีเครื่องจริงๆ ให้ลองก่อนตัดสินใจซื้อจริงๆ อย่างน้อยๆ ลูกค้าได้ลองของจริงๆ แล้วจะจองก็ว่าไป ดีกว่ามาจองโดยยังไม่ได้จับเสียด้วยซ้ำ ซึ่งผมมองว่าดีกว่าตอนเปิดตัว iPhone 4 เสียอีก (แต่ตอนไปรับเครื่องจริงจะมีดราม่าหรือเปล่า อันนี้คงอยู่ที่การจัดการเครื่องที่ส่งมอบลูกค้าแล้วหล่ะ)
  • มีบูทขายอุปกรณเสริมมาแทรกๆ บ้าง ผมว่าถ้าจัดแยกไปเป็นกลุ่มเดียวกันน่าจะดีกว่านี้ครับ
  • ส่วนค่ายอื่นๆ ที่ไม่พูดถึง เพราะเดินผ่านๆ ดู โน้นนี่นั้นเป็นหลักครับ เน้นค่ายหลักๆ เสียมากกว่า ><”

สรุปมาประมาณนี้แหละครับผม ;)

ไปงานเปิดตัว Dell Venue ที่ Siam Paragon แบบไม่ตั้งใจ

ต้องบอกก่อนว่า เป็นงานที่ไม่ได้เตรียมตัวไปแต่อย่างใด โดยคนชวนคือ @yokekung ครับ พอดีว่าพี่เค้าทวิตคุยกับ @pleplejung และ @muenue พอดี และเป็นทางผ่านตอนกลับบ้านพอดี ก็เลยไปด้วยซะเลย

งานจัดที่ Fashion Hall ชั้น 1 Siam Paragon ครับ ส่วนตัวแล้วนั้น กะไปแค่จับเครื่องของจริงมากกว่า เพราะตัวเสปคและอื่นๆ ก็อ่าน และได้ข่าวมาพอสมควร จากเว็บข่าวต่างๆ แล้ว

IMG_0384 IMG_0385

ไปยืนๆ รอคนอื่นๆ เค้าเล่นกันจบ เราก็เลยไปยืนเล่นบ้าง สัมผัสแรก เครื่องประกอบแน่นดี งานเนียบมาก วัสดุดี ถือแล้วเหมือนนักธุรกิจมากๆ ส่วนที่ต้องชมคือจอ AMOLED ขนาด 4.1 นิ้ว (800x480px) แบบ Gorilla Glass ที่ป้องกันรอยขีดข่วน และให้การแสดงผลที่ดีมาก ให้ภาพสวย สีสันเด่นมากๆ สิ่งที่แปลกคือจอมันโค้งนูนขึ้นมานิดๆ เลยดูแปลกๆ (ส่วนตัวใช้ iPod Touch แล้วมันก็เลยแปลกๆ) แต่พอใช้งานแล้ว อืมมม ก็ดีแฮะ ดูจับง่ายดี ฝาหลังเป็นพื้นผิวถักไม่เรียบ เลยดูกระชับ ไม่ลื่นง่าย

กล้อง 8 Mpx พร้อมไฟส่อง LED นี่ให้มาเกินพอ Dell บอกว่าต้องการเน้นในส่วนของกล้องมากๆ เลยให้มาเต็มที่ จากที่ทดสอบก็พอใช้ได้ Dynamic Range ทำได้ตามมาตรฐาน ถ้ามี App ถ่ายรูปดีๆ น่าจะได้ภาพที่สวยงามทีเดียว

เสปคภายในนี่ CPU 1 GHz Snapdragon ดูจะน้อยไปนิดสำหรับ Smartphone เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ที่เปิดตัวในช่วงนี้ ส่วน ROM 1 GB และ RAM 512 MB และใส่ micro SD ได้ 32 GB ก็ดูจะเป็นมาตรฐานทั่วไปครับ

ระบบปฎิบัติการ ก็ยังคงเป็น Android 2.2 (Froyo) สำหรับระบบ UI ก็ใช้ Stage UI ตาม Dell Streak 5 ครับ อันนี้ไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่ที่แน่ๆ Apps เพียบ สำหรับ Android ในปัจจุบันนี้

สำหรับขนาดเครื่องและน้ำหนักนี่ต้องบอกว่าขนาดเครื่องใหญ่และหนักกว่าปรกติครับ (จอใหญ่ประมาณ 4.1” นั้นแน่นอนอยู่แล้ว) ใครต้องการซื้อแนะนำให้ลองจับดูก่อน เพราะหนักประมาณ iPhone 4 + iPod Touch 4 รวมกันนะ (ผมกะๆ เอาจากในงาน)

สุดท้าย ราคาที่เปิดตัวที่ 15,990 บาท (ณ.วันที่ 31/5/2554) ซึ่งดูจากราคาแล้วคงตั้งราคามาให้เหมาะสมกับตลาดในตอนนี้เพราะคู่แข่งตั้งราคาต่ำลงมาจนกดให้ต้องตั้งราคาต่ำลงมาอีกเพื่อให้จูงใจคนซื้อเช่นกัน และผมคิดว่าในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-end คงมีโปรตีคู่กับตัวนี้แน่ๆ เพื่อจูงใจคนซื้อให้สนใจซื้อตัวนี้ได้ไม่ยากนัก

Read moreไปงานเปิดตัว Dell Venue ที่ Siam Paragon แบบไม่ตั้งใจ

It’s game on! Meet the BlackBerry PlayBook in Thailand [27/4/2011]

งานจัดเมื่อวันพุธที่ 27 เมษายน 2554 เวลา 18.00 น. ที่ ร้านฟาลาเบลล่า (สถานีรถไฟฟ้าราชดำริ) คนไม่เคยไปเลยงงๆ นิดๆ แต่หาใน Google Maps ก็ดูจะไม่ยากเท่าไหร่  ซึ่งผมไปสายนิดหน่อย ไปเจอ @markpeak ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS ก็เลยเดินไปด้วยกัน

แจ้งทราบ! รูปภาพทั้งหมดจากกล้อง @ipats ครับ -/\-

งานนี้เจอ คุณแดนนี่ โบลดุค รองประธาน ประจำประเทศไทย บริษัท รีเสิร์ช อิน โมชั่น อีกเช่นเคย มานำเสนอข้อมูลเบื้องต้น และต่อด้วยการ Review การใช้งานจริงของตัว PlayBook ซึ่งแน่นอนว่าส่วนตัวแล้วชอบการ Review ตอน Truly Multitasking ของตัว PlayBook พอนำเสนอการทำงานระหว่างการแสดงผลวิดีโอไปพร้อมๆ กับเล่นเกม Need for Speed ได้อย่างน่าสนใจ

P1020467

โดยการนำเสนอในช่วงนี้จะออกทำเล่นเกม และดูวิดีโอ HD ไปพร้อมๆ กัน โดยแบ่งครึ่งซ้ายและขวาอย่างละครึ่งได้ โดยที่ผมนั่งสังเกตว่าการใช้บังคับตัวเกมและการเล่นไฟล์วิดีโอไม่มีกระตุกให้เห็นเลยตลอดช่วงการนำเสนอ

การทำงานแบบ Truly Multitaksing นั้นบางคนอาจจะนึกภาพไม่ออก ก็ให้มองการทำงานบน OS อย่าง Microsoft Windows หรือ Mac OS X ก็ได้ครับ ที่เราสามารถสลับโปรแกรมไปมาได้โดยที่โปรแกรมไม่ต้องอยู่สถานะ “หลับ” (Sleep Task) แต่อย่างใด แม้ใน iOS จะบอกว่าทำได้ แต่ยังทำได้แค่บางส่วน และเป็น App ของ Apple เองทั้งนั้น

ซึ่งจากการที่ผมได้จับ ได้ทดสอบในส่วนนี้แล้ว บอกได้เลยว่าการสลับหน้าต่างและการปิดโปรแกรมทำได้เนียนดี แต่อาจจะต้องฝึกและอ่านคู่มือการลากนิ้วเพื่อทำงานนิดหน่อย แต่โดยรวมก็ไม่ยากอะไร

สำหรับการแสดงว่าผ่าน HDMI นั้นทำได้ทันทีที่เสียบสายเข้ากับจอภาพโดยไม่ต้องเซตอะไรเพิ่มเติม และตัว PlayBook จะทำการ Duplicate ตัวการแสดงผลบนจอภาพของ PlayBook เองเข้าจอที่ต่ออยู่ทันที แถมแสดงผลไฟล์วิดีโอ 1080p จากตัว PlayBook เข้าจอภาพ LCD 42” (กะๆ เอาจากในงาน) ได้อย่างสบายๆ และสวยงามครับ

P1020488

ส่วนที่อาจจะยังไม่สมบูรณ์ซึ่งจากการคุยกับ @markpeak น่าจะเกิดจากใช้ webkit engine ของตัว browser ที่ยังมีปัญหากับภาษาไทยอยู่ เลยทำให้ลำดับการแสดงผลวรรณยุกต์ผิดพลาดไป รวมไปถึงตัวคีย์บอร์ดยังไม่มีภาษาไทยให้ใช้งาน (หรือผมหาไม่เจอก็ไม่รู้) แต่ผมมองว่าตอนขายจริงคงจะได้รับการแก้ไขแล้ว (ไม่งั้นคนไม่ซื้อแน่ๆ เพราะคู่แข่งทุกรายทำได้หมด)

P1020491

สำหรับการแสดงผล Flash และวิดีโอบนเว็บทำได้ดี การแสดงผล Layout ของเว็บไม่มีปัญหาใดๆ แน่นอนว่าเปิด Youtube โดยไม่ต้องไปปิด App อีกตัวมาทำงานโดยเฉพาะแบบ iOS ให้เสียเวลาสลับหน้าต่างไปมาให้เสียอารมณ์

สำหรับ App ตัวอื่นๆ ยังมีน้อยอยู่ในเครื่องที่ได้ทดลองใช้งาน แต่โดยพื้นฐานแล้วที่ให้มากับเครื่องก็เพียงพอสำหรับงานโดยทั่วไป พวก App สำหรับใช้งานเชื่อมต่อับเว็บนี่ไม่ต้องใช้ก็ยังไหว อย่างเช่น เข้าใช้งาน Facebook ใช้งานได้แบบ Full Function สบายๆ เลย แต่ถ้าเป็นคนที่จะเอามาเล่นเกม อาจจะลำบากสักนิด แต่ก็ดูจะไม่น่าเป็นห่วงเพราะ ทาง RIM ก็แจ้งว่า App เก่าจาก BlackBerry OS เดิมจะทำงานได้ผ่าน App Player ได้ และที่น่าประหลาดใจคือ สมารถใช้งานกับ App จาก Android 2.3 ขึ้นไปได้ ส่วน Android 3.0 ยังไม่แน่นอนว่าจะยังไงเหมือนกัน

สำหรับคนที่จะพัฒนา App บน PlayBook ต้องบอกว่ามีเครื่องมือให้ใช้หลากหลายมาก ตามรายการด้านล่างนี้ครับ

  • BlackBerry Tablet OS SDK for Adobe AIR – AIR
  • BlackBerry WebWorks SDK for Tablet OS – HTML/JavaScript
  • BlackBerry Java (ผ่าน app player) – Java
  • Android (ผ่าน app player) – Android Java
  • BlackBerry Tablet OS Native Development Kit (NDK) – C/C++
  • Ideaworks Labs Airplay SDK – เอนจินเกม
  • Unity Technologies – เอนจินเกม

ข้อมูลการพัฒนาอ้างอิงจาก http://www.blognone.com/news/22646

P1020533

ด้วยขนาดไม่ใหญ่มาก พวกก็เอาไปยัดกระเป๋ากางเกงด้านหลังซะอย่างงั้น –*-

สำหรับราคา ได้ข่าวว่าเปิดตัวเริ่มต้นที่ 17,700 บาท (ไม่ยืนยัน ผมแค่ได้ยินมา ^O^") แต่จะขายเมื่อไหร่นี่ก็ยัง งงๆ แต่คิดว่าไม่นาน (รีบๆ หน่อยครับ iPad 2 มาแล้ว!!!)

สำหรับตัวคุณสมบัติภายในของ PlayBook Blackberry ก็มีดังนี้

P1020506c

OS : BlackBerry Tablet OS (QNX)
CPU : 1 GHz Cortex-A9 dual-core processor
Storage : 16, 32 or 64 GB Flash Memory
Memory : 1 GB RAM
Display : 7" LCD with Capacitive multi-touch touchscreen
– IPS Panel
– 1024 x 600 px
– WSVGA
– 16:9 aspect ratio
Graphics : PowerVR SGX540
Camera :
– Rear 5 MP 1080p HD video
– Front 3 MP 1080p HD video
Sound Stereo with Microphones & build-n Stereo speakers
GPS, Accelerometer, 6-Axis Gyroscope and Magnetometer
Wi-Fi (802.11a/b/g/n), Bluetooth 2.1 + EDR, Micro USB and Micro HDMI (1080p HDMI output)
Battery : 5300 mAh
Dimensions : 5.1" x 7.6" x 0.4" (130mm x 194mm x 10mm)
Weight : 0.9lbs (425g)

ข้อมูลสรุปจาก Tech Spec

เรื่องเล่าจากงานถ่ายรูปงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 67

ผมได้รับมอบหมายให้ไปถ่ายรูปน้องลีดในงานนี้ โดยตามประกบน้องลีดของฝั่งจุฬาฯ คนนึงเป็นหลัก

งานนี้ช่างภาพที่ตามถ่ายรูปนั้นเราแบ่งกันเป็นรุ่น 66 อัตรา 2:1 ส่วนรุ่น 67 คือ 1:1 ไปไหนไปนั้น ต้องช่วยพี่เลี้ยงดูหน้าและสภาพน้อง ถ้าไม่ไหวหรือมีปํญหาจะเป็นลมต้องแจ้งพี่เลี้ยงทันทีซึ่งทุกคนจะช่วยๆ กันดู เพราะถือว่าเราทุกคนก็ตามติดน้องๆ กันอยู่แล้ว

ทุกคนมาด้วยเลนส์ขาวอวบ ขาวยาว ดุ้นดำ จัดเต็มกันหมด Ultra Wide 10-20mm กล้องนึง 70/80-200mm อีกกล้องนึง เป้อีก สายคาดเอว กระบอกเลนส์รอบเอว เมมที่ทุกคนเตรียมมาโดยเฉลี่ยประมาณ 24 – 32GB ถ่ายได้ 2,000 ภาพขึ้นไปโดยประมาณ!!!! และแต่ละคนแบกกันมาแบบจัดเต็ม!!!

DSC_8147

ทั้งทีมนัดกันที่โรงแรมข้างๆ MBK เพื่อประชุมเตรียมพร้อมและรับบัตร Follower ของ Cheerleader แล้วก่อน แล้วเดินไปลานพระบรมรูป 2 รัชกาล เพื่อรอเหล่าทีมงานและลีดมาสักการะก่อนงานจะเริ่มต้น การถ่ายรูปก็ได้เริ่มต้นที่ตรงนั้น เมื่อจบก็เดินไปสนามศุภฯ ต่อไปเพื่อรอเวลาและสำรวจพื้นที่

พอถึงสนามศุภฯ ก็รับ Tag ข้อมือ เพื่อเข้าลู่วิ่งสนาม เพราะถึงจะมีบัตร Follower แต่ถ้าไม่มี Tag เราจะเข้าส่วนของแสตนของฝั่งจุฬาฯ ไม่ได้ และเราไปก่อนเวลา 2 ชั่วโมง!!!! แต่แน่นอนไปก่อนเวลา เราก็ต้องไปทานข้าวก่อน เพราะหลังจากนี้เราจะไม่มีเวลาทานข้าวแล้ว ตอนนั้นเกือบๆ เที่ยงแดดร้อนสุดๆ แต่ก็ยังดีที่เรามีห้องแอร์เย็นๆ ให้อยู่ก่อนเริ่มงาน ตอนนั้นทีมช่างภาพของรุ่น 66 คนเหนื่อยกว่ารุ่น 67 ของทีมเราในช่วงนั้น เพราะตามถ่ายในขบวนที่จะเข้าสู่สนามศุภเป็นการประเดิมช่วงแรก

DSC_8152

พอตกบ่ายแดดร้อนสุดๆ แต่ก็ได้เวลาลุย!!!

กล้องพร้อม คนพร้อม น้ำในกระเป๋าพร้อม ลีดอยู่ที่ไหน ช่วงภาพทั้งทีมอยู่ที่นั้น รุ่น 67 เริ่มเวลาเปิดตัว !!!

DSC_8206

ช่างภาพทุกคนช่วยกัน หามุมของตัวเอง ใครบังมุมตะโกนบอก ขอมุมกันและกัน เพราะทีมเดียวกัน ช่วยๆ กัน ช่วงที่โหดคือหลังบ่าย 3 ตอนบอลใกล้เริ่มเตะเพราะตอนนั้นลีดจะเริ่มเชียร์มากขึ้น แต่ที่น่าจะเป็นช่วงเวลาสาหัสคือช่วงเวลาตอนทำประตูได้!!! แน่นอนทีมที่ทำประตูได้ก่อนคือ ตอน ม.ธ. ทำประตูที่ 1 ได้ ลีดของทั้งสองฝั่งจะกลับเข้าแสตนตัวเอง แน่นอนครับ ลีดวิ่งกลับ!!! ช่างภาพก็วิ่งตาม!!! เพราะต้องเก็บภาพ ด้วยกำลังของลีดย่อมดีกว่าของช่วงภาพ เพราะวิ่งกันจนชิน แล้วเพราะตอนซ้อมนี่วิ่งกันวันละเป็น 10 รอบสนามฟุตบอล เพราะงั้น พวกเราย่อมขาลากก่อนแน่นอน T_T

แต่แน่นอน ลูกแรกทุกคนรู้แล้วว่าเป็นยังไง และแน่นอนว่านิสิตจุฬาฯ ทุกคนหวังจะให้นักฟุตบอลตีเสมอแน่นอน!!! และได้วิ่งกันอีกรอบแน่ๆ ช่างภาพมองหน้ากันแล้วก็ปล่อยฮา …. แต่แน่นอนตอนนั้นฮากันออกเพราะไม่มีอะไรยังชิลกันอยู่ ….

และแล้วก็ตีเสมอ!!!

คราวนี้วิ่งครับ แน่นอน วิ่งข้ามฝั่งสนาม เป็นอย่างนี้ทั้งหมด 3 ลูกเลย T_T แต่ละคนสภาพแบบเดินกันไม่ไหว แต่ใจสู้เลยจัดเต็ม บางคนรองเท้าขาด วิ่งกัน filter กล้องหล่น ช่องมองภาพตก เลนส์เกือบหล่น (คว้าไว้ทัน) ก็มีกันเยอะ ช่วงพักครึ่งก็มีวิ่งข้ามสนามเพื่อถ่ายรูปเช่นกัน แต่ทุกคนสนุก เป็นวันที่เหนื่อย แต่สนุก ได้อะไรเยอะมากๆ ในวันนั้น

แต่สิ่งที่ทุกคนในทีมช่วยกันคือ ระหว่างที่ลีดรวมตัวกันถ่ายภาพ ทีมช่างภาพจะมาบล็อคและช่วงกันถอยให้ระยะพอจะสามารถถ่ายภาพหมู่ได้ เพราะถ้าไม่กันคนแล้วให้ถอย เราไม่มีทางได้ภาพหมู่แน่นอน และน้องๆ ทีมงานในสนามที่กันช่างภาพที่เข้าพื้นที่มากเกินไปก็ทำงานหนักอยู่แล้ว ซึ่งมีจำนวนน้อยก็กันไม่ไหว พวกเราก็เลยต้องช่วยๆ กันเพราะคนรุมกันถ่าย ยิ่งช่วงตอน จุฬาฯ และ ม.ธ. มารวมถ่ายรูปใช้ได้แต่ 8mm ถ่าย ระยะเลนส์ 10-20 ยังเก็บไม่หมดเลย พอจบงาน น้องๆ ที่เป็นหน่วยกันคนหและช่างภาพไม่ให้ล้ำเข้าพื้นที่ก็มาขอโทษพวกเรา ซึ่งพวกเราเข้าใจ และจริงๆ น้องเค้าทำตามหน้าที่ พวกเราก็ไม่ได้โกรธอะไร

งานนี้เล่นซะหมดสภาพกันทั้งทีมเลย รวมตัวตอน 7 โมงเช้า จบงานกัน 3 ทุ่มได้ แต่ทุกคนเห็นน้องๆ สู้ คนในทีมก็ไม่ท้อ ถ่ายกันไปเรื่อยๆ
พอจบงาน หมดสภาพกันหมด ออกอาการเดินไม่ได้กันทั้งทีม ฮาๆๆๆ ปวดต้นขา (ลุกนั่งเยอะมาก) หัวไหล่ (สะพายกล้องกัน 2 ตัวเกือบทุกคน) ต้นคอ (ก้มเยอะ) หัวเข่า (คุกเข่าถ่ายรูป) และข้อมือ (ถือกล้องหนัก 2-3 กิโลฯ ทั้งวัน) เอาเป็นว่าจับขวดน้ำขนาด 200ml ยังสั่นเลยว่างั้นเหอะ 55555

กลับถึงห้องนี่วางกระเป๋า อาบน้ำทันที ไม่ไหวแล้ว พออาบเสร็จก็โหลดไฟล์เข้าเครื่อง และทำการ mirror ไฟล์ทั้งหมดเข้า external HDD อีกชุดกันพลาด ทำเสร็จก็นั่งเช็ครูปนิดๆ หน่อยๆ ทำรูปนิดๆ แล้วก็นอนยาวเกือบ 10 ชั่วโมง … ตื่นมานี่ระบมไปทั้งตัวเลยT_T

งานนี้ก็ได้ประสบการณ์ไปอีกแบบนึง ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ครับ หวังว่าปีหน้าจะได้รับมอบหมายให้ถ่ายอีก ^^ (ยังไม่แก่ ฮาๆๆๆ)

DSC_8655

BarcampBangkhen (บาร์แคมป์บางเขน)

คาดว่าผมจะโดดการไปเที่ยวประจำปีกับบริษัทเพราะงานนี้แหละ ^^

แล้วเจอกันวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ณ อาคารนานาชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://www.barcampbangkhen.org/

posterBCBK