งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ 2007

เสียหายไปประมาณ 1,500 -1,600 กว่าบาทได้ ประมาณเอา ได้มาทั้งสิ้น 8 เล่ม

1. 365 แผนที่ชีวิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, Nation Books
2. แพ้ได้ แต่ไม่ยอม (หนุ่มเมืองจันท์), มติชน
3. ใครว่าโลกกลม เล่ม 2 (Thomas L. Friedman, รอฮีม ปรามาท แปล), WELEARN
4. กะลาภิวัฒน์ (ดร.ไสว บุญมา และพญ. นภาพร ลิมป์ปิยากร), โอ้ พระเจ้า
5. ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้ (บัณทิต อึ้งรังษี), มติชน
6. Scientific American, Crossroads For Planet Earth(วิกฤต วิสัยทัศน์ และวงชีวิตสู่โลกอนาคต, รอฮีม ปรามาท แปล), มติชน
7. An Inconvenient Truth (อัล กอร์, คุณากร วิณิชย์วิรุฬห์ แปล), มติชน
8. Pual Hoffman, ผู้ชายที่หลงรับตัวเลข (นรา สุภัคโรจน์ แปล), มติชน

ตอนนี้กำลังอ่าน แพ้ได้ แต่ไม่ยอม ของหนุ่มเมืองจันท์ ใกล้จบแล้ว

โดยรวมเป็นของสำนักพิมพ์มติชน เพราะส่วนตัวแล้วชื่นชอบค่ายนี้มาก เนื่องจากเอาหนังสือดี ๆ ด้านวิทยาศาสตร์มาแปลและพิมพ์ออกมาให้อ่านกัน และติดใจตั้งแต่ที่อ่านเรื่อง ล่าแฮกเกอร์ป่วนโลก ซึ่งสนุกมากจนวางไม่ลง (อ่านตอนอยู่ ม.6) นับจากนั้นก็ตามไล่เก็บหนังสือด้านไอที จากค่ายนี้ทั้ง "โคตรเคี่ยว (Hard Drive)" ที่เป็นเรื่องชีวประวัติของ Bill Gates หรืออย่าง "เอามัน (Just for Fun)" ที่เป็นชีวิตประวัติของ Linus ผู้เป็นดั่งคนให้กำเนิด Linux รวมไปถึงอีกหลาย ๆ เรื่องและก็ตามเก็บแนววิทยาศาสตร์อีกหลาย ๆ เรื่อง เช่น ประวัตย่อของ "กาลเวลา" หรือ "ก้าวพ้นกรอบไอน์สไตน์" เป็นต้น

ส่วนค่ายอื่น ๆ ที่ชอบลดลงมาหน่อยก็ Nation Books ที่ซื้อ 365 แผนที่ชีวิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กลับมาและ Se-ed งานนี้ก็ไปดูมาเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะมีอยู่แล้ว เลยไม่ได้ซื้ออะไรของ Se-ed ติดมือกลับมาเลย T_T

ส่วนหนังสือการ์ตูน Seasons Change ของ Siaminter Media นี่ไปถามที่งานบอกหมดแล้ว แล้วไม่ได้เอาเพิ่ม T_T เซงๆๆๆ กะไปซื้อเต็มที่เลย ใครที่อ่าน entry นี้แล้วมีแหล่งให้ซื้อแน่นอน ช่วยผมด้วยคร้าบบบบบบ อยากได้จริง ๆ นะ สงสารผมเถอะ ….

หนังสือดีอีกเล่มที่น่าอ่าน The World Is Flat (ใครว่าโลกกลม)

เป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงมาในต่างประเทศครับ แนะนำให้หามาอ่านกัน โดยตอนนี้ได้ถูกนำมาแปลเป็นภาษาไทยให้อ่านกันง่าย ๆ หรือใครยังไม่อยากซื้อ อยากรู้ว่ามีเนื้อหาอย่างไรอ่าน "สรุปสาระสําคัญจากหนังสือ The World is Flat" ก่อนก็ได้ครับ แล้วอยากลองเต็ม ๆ เข้าร้านหนังสือได้เลย ตอนนี้ B2S ลดราคาเล่มละ 179 บาท จากราคาปก 199 บาทครับ (ณ. วันที่ 8 ธันวาคม 49) หาซื้อมาอ่านกันได้ มีเรื่องเกี่ยวกับแวดวงไอทีเยอะพอสมควร เล่มนี้เป็นเล่ม 1 ครับ และเล่มที่ 2 กำลังจะตามมา เพราะผมว่ามันเป็นหนังสือที่กระแสแรงมาก คงทำออกมา 2 เล่มให้เกาะกระแสไว้ก่อน ซึ่งทั้ง 2 เล่มนั้นเท่าที่ดูจากบทที่มีแล้วเนี่ย ก็คงเป็นการแบ่งครึ่งจากฉบับจริงครับ ซึ่งก็ดีในแง่ของการพกพาด้วย แต่รวม ๆ สองเล่มแล้วราคาก็คงไม่หนี 400 – 500 บาทครับ

ส่วนเล่มล่างเป็นหนังสือ "กำแพงคนโง่" อ่านรายละเอีดดต่าง ๆ ที่ จินตนาการ นะครับ ทั้งสองเล่มนี้ดีมากเลย ตอนนี้กำลังอ่าน "กำแพงคนโง่" ใกล้จบแล้วหล่ะ

จินตนาการ

ขอยก Quote ที่เด็ดมาก แต่ว่า คุณต้องดูประกอบภาพครับ ให้เข้าไปดูที่นี่ แล้วจะเข้าใจคำด้านล่างนี้

จินตนาการของเด็ก
ในบางครั้งก็ ยิ่งใหญ่
เกินกว่าที่ผู้ใหญ่จะเข้าใจ

มันเป็นโฆษณาที่สุดยอดมาก และทำให้เข้าใจความแตกต่างของมุมมองของคนได้ดีระหว่าง "ลักษณะร่วมกัน" และ "ลักษณะเอกลักษณ์" แนะนำให้อ่าน หนังสือ バカの壁 (The Wall of Fools หรือ BAKA NO KABE) หรือชื่อไทยว่า "กำแพงคนโง่" โดยคำอธิบายหน้าเล่มนี้ คือ "หนังสือที่ทุบทุกๆ สถิติวงการหนังสือญี่ปุ่น สุดยอด Bestseller 40,000,000 เล่ม คู่มือแห่งการทลายกำแพง ไม่อยากชนกำแพงอ่านเล่มนี้" แนะนำให้หามาอ่านกันครับ ได้ข้อคิดดีมาก ๆ เลย ;)

รายละเอียดหนังสือก็ ผู้เขียนคือ ทาเคชิ โยโร่ และแปลโดย โชวเดียร์ หมายเลข ISBN คือ 974998353X หนังสือเป็นปกอ่อน จำนวนหน้า 160 หน้า ราคา 150 บาท ครับ

อยากได้หนังสือ StarCraft เลยโดนค่าเสียหายจาก Amazon ฮ่า …

พอดีว่า ไปท่องเที่ยวใน Amazon ตามภาษาคนอยากหาหนังสือดี ๆ อ่าน ดันไปเจอหนังสือนิยาย StarCraft เข้า บวกกับตอนนี้กำลังตามหา Set Box เกมที่เป็นชุดชื่อ StarCraft Battle Chest ซึ่งตอนที่มันมีขายไอ้เราก็ไม่ได้ซื้อไว้ แต่ตอนนี้มันหายากก็ดันไม่มีให้ซื้ออีก T_T โดยหนังสือที่เกี่ยวกับ StarCraft ที่ถูก Amazon สร้างความเสียหายก็ได้แก่

  1. StarCraft #1 : Liberty’s Crusade
  2. StarCraft #2 : Shadow of the Xel’Naga
  3. StarCraft #3 : Speed of Darkness
  4. Queen of Blades (Starcraft)

ซึ่งสั่งตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 49 ที่ผ่านมา แล้ววันนี้มันก็มาถึง ซึ่งจริง ๆ มันต้องมาถึงวันที่ 2 -14 พฤศจิกายน 49 แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมมันส่งเร็วแบบนี้ -_-‘

หีบห่อที่ส่งมา เค้าส่งมา 2 กล่อง โดยใน Shipping Details เค้าบอกว่าส่ง 2 รอบโดยรอบแรกจะส่ง 2 เล่มที่เข้ามาที่คลังสินค้าก่อนและอีก 2 เล่มจะส่งตามมา ซึ่งมันห่างกันแค่วันเดียว ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันจะต้องส่งแยกด้วยในเมื่อมันมีส่วนต่างของวันเวลาแค่ 1 วัน -_-‘ ค่าส่งมันแพงนะเนี่ย แค่ค่าส่งก็ 26.95$ ส่วนค่าหนังสือ 4 เล่มมัน 29.96$ ดีที่มีส่วนลดได้อีก 6.99$ นะ

ส่งมากล่องละ 2 เล่มให้เปลื้องค่าส่งเล่น ๆ งั้นแหละ

หนังสือทั้งหมด
นั่งอ่านหนังสือกองพวกนี้สักนิดก่อนนะครับ เีดี่ยวมาเล่าเรื่อง SCJP ต่อ ;)

เดินเรื่อยๆ เปื่อย ๆ แต่ตบท้ายด้วย “ICON : สตีฟ จ็อบส์” ซะงั้น

วันนี้ได้พักสักทีหลังจากรายงาน ที่ทำรายงานที่ทำนานที่สุดเท่าที่เคยทำมาคือไพธอน ตอนนี้เหลือแค่เอกสารรูปเล่ม ไว้วันจันทร์ค่อยทำต่อ วันนี้สองวันนี้ขอพักก่อนแล้วกัน ไม่ไหวจริง ๆ ไม่ได้นอนมาหลับสบาย ๆ มา 2 อาทิตย์กว่า ๆ แล้ว วันนี้เลยไปเดินหาซื้อ DVD ก้านกล้วย แต่ไปหาที่ร้านแมงป๋อง ที่ Big-C นครสวรรค์ ไม่มีด้วยเหตุผลว่ามันหมดไปแล้ว T_T เลยไปหาที่ Super Store ก็ไม่มีอีก เลยลงไปในที่ B2S กลับมี แถมเหลืออยู่กล่องเดียวเท่านั้น เลยถอยมาอย่างไม่ลังเล ไม่ดูราคาแต่อย่างใด ;) แล้วก็เดิน ๆ ไปดูร้าน ๆ อื่นที่น่าจะมีในห้างแห่งนี้ก็มีอยู่อีกร้านเดียวที่มี แถมมีอยู่กล่องเดียวอีกเหมือนกัน -_-‘ (ที่นี่ Big-C ถือว่าใหญ่มาก ๆ ใครที่อยู่ที่นี่คงเข้าใจว่ามันใหญ่โคตร ๆ ห้างเก่าแก่ในนครสวรรค์ที่ว่าใหญ่แล้วที่นี่ใหญ่กว่าเยอะ ถือว่าเป็นสาขาของ Big-C ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของ Big-C เลย) คือห้างออกจะใหญ่แต่หา ก้านกล้วย ได้แค่ 2 กล่องอ่ะ เหอ ๆ คนอยากได้มากจนของขาด หาไม่ได้ หรือว่าคนไม่นิยมจะซื้อเลยไม่เอามาขายหว่า -_-‘ แต่ทุก ๆ ที่กล่าวมานั้น มี VCD ก้านกล้วยนะครับ ฮ่า …. แปลกดี แต่ก็อ่ะหล่ะ คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่มักดู VCD มากกว่า DVD ด้วยเหตุที่เครื่องเล่น และการที่สามารถทำสำเนาได้ง่ายกว่า แผ่นในการทำสำเนาถูกกว่า ฮ่า… แต่ตอนนี้เราไม่ค่อยได้ซื้อของผิดกฎหมายแล้ว ไม่ใช่ว่ารวยแต่ทำงานด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ แล้วเรารู้เลยว่างานสร้างสรรค์ต่าง ๆ เหล่านี้มันทำได้ยากเย็นแค่ไหน ไม่ว่าจะต่างประเทศ หรือของพี่น้องไทยเราเองก็พยายามไม่ใช้ของทำสำเนา (เพิ่งซื้อ Kerio Personal Firewall แบบเหมา 2 Licence ไปเมื่อเดือนก่อนในราคา 29 us$)

พอดีเห็นอะไรแวบ ๆ เจอของดีเข้าคือ The Letter และ Blade Trinity โดย The Letter นี่ราคา DVD มัน 59 บาท แต่ VCD ของ The Letter มัน 99 บาท o_O วางข้าง ๆ กัน โอ้วววว ซื้อ VCD ให้โง่ดิ ฮ่า ….. แล้วตามมาด้วย Blade ในราคา 159 บาท ทั้งสองแผ่นถือว่า ok เรื่อง Blade มีภาคสองแล้วแต่หาภาคสามและหนึ่งอยู่ตอนนี้ถอยภาพสามมาก่อนเดียวภาคหนึ่งตามมาทีหลัง (โดยรวมภาคสามห่วยนะ แต่ก็เก็บไว้ -_-‘)

พอเราได้ของดั่งใจแล้วก็เดินต่อมา เลยไปหา ๆ หูฟังใหม่ เลยได้ Philips SHE785 มาในราคา 940 บาท (ที่ป้ายมันติดไว้ 820 บาท พนักงานบอกว่าราคา Promotions เมื่อเดือนที่แล้วไม่ได้เอาออก เวรกรรม จริง ๆ -_-‘) โดยมีแต่คนร่ำลือว่าเสียงดีในย่านเสียงสูงและกลางในระดับใกล้ ๆ กับ Senheiser MX500 เลยต้องเอามาพังเสียหน่อย แต่เสียเบสมีแต่คนบอกว่าดีกว่าเยอะพอสมควร พอซื้อปั้บแกะทดสอบก่อนเลย มันเสียงจะได้เปลี่ยนตัวใหม่ได้เลย พอเสียบ iPod Nano ก็ใช้ได้ ok เสียงโดยรวมยังไม่ได้เบิร์นเสียงสูงและกลางเด่นมากจนบาดหูเลยคงต้องเบิร์นหน่อย แต่เบสถือว่า ok แต่ว่าอาจจะยังไม่นิ่มคงต้องอีกสักพัก ;)

พอได้ของหลาย ๆ อย่างตามต้องการแล้ว เลยเดินเข้า Book Variety (ที่ Big-C ร้านหนังสือใหญ่ 2 ร้านอยู่ในห้างเดียวกัน ถือว่าดีมาก ๆ มีตัวเลือกดี :) ) พอเข้าไปเลยเดินๆ ดูว่ามีอะไรใหม่ ๆ น่าอ่านหรือเปล่า แล้วก็เดินไปซะดุดกับบบบบบบบบบ ICON : สตีฟ จ็อบส์ เข้า อุทานมาอย่างดัง "เฮ้ยยยย" คนข้าง ๆ มองทำหน้างง -_-‘ ฮ่า … คืองี้ ผมไม่คิดว่าจะเจอที่นี่ไง อย่างน้อย ๆ น่าจะได้เจอที่ CU Book ที่ มหาวิทยาลัยมากกว่า อ่ะ เลยหยิบแบบไม่สนใจราคาเดินไปจ่ายเงินเลย ที่ร้านนี้ห่อปกให้ด้วยเลยสบายใจหน่อยไม่ต้องมาห่่อปกเอง ตอนนั้นโทรหา พี่กั่ง Siampod.com เลยว่าที่นี่มีขายแล้วนะ พี่เค้าก็ตกใจว่ามีขายแล้วเหรอ เพราะพี่เค้าเพิ่งโทรศัพท์ไปเช็คกับสำนักพิมพ์มาว่ายังไม่ได้มีจำหน่าย หรือว่าคนบอกมันลืมวันจำหน่ายหนังสือหว่า -_-‘ แต่เอาเหอะเราถอยมันมาแล้ว เดี่ยวอ่าน ICON ก่อน The Google Story แล้วกันนะ ;)

โดยตัวหนังสือถือว่าทำออกมาได้ดีนะ แถมเป็นหนังสือที่ผมรอมานานแล้ว คือเป็นหนังสือที่อยากได้มากที่สุดในปีนี้ และ Google Story ก็รองลงมา