เมื่อ iPod nano สละชีพ ถึงเวลา iriver E100 แล้ว (แต่สุดท้าย iPod nano ก็กลับมาคืนชีพ)

หลังจากใช้ iPod nano 1stG 2GB มาประมาณ 2 ปี เมื่อไม่กี่วันมานี้ iPod nano ตัวเก่งผมดันมีปัญหาเกิด error message "firewire connections are not supported. to transfer songs, connect the USB cable provided." ขึ้นมาทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ต่อ firewire เลย (อย่าว่าแต่ต่อเลย แค่สายยังไม่มีเลย) ซึ่งมันขึ้นมาตลอด แต่ยังคงฟังเพลงได้ แต่ stand-by หรือ sleep ไม่ได้ มันทำให้มัน start-up จนแบตหมดไปเลย ถึงแม้ว่าจะแก้ไขด้วยการ reset และ restore ร่วม 10 รอบก็ไม่หาย T_T

ผมเลยตัดสินใจหาซื้อเครื่อง all-in-one media player ตัวใหม่ที่มาแทนดีกว่า โดยหัวข้อแรกที่ต้องสามารถอ่านภาษาไทยได้ โดยไม่ต้อง hack ซึ่งทำให้ iPod ทุกรุ่น ไม่ว่าเก่าหรือรุ่นใหม่ ๆ ไม่สามารถผ่านกฎข้อแรกผมได้ จึงหมดสิทธิ์ได้เงินผมไป ;P

ส่วนยี่ห้ออื่น ๆ ที่ไม่ใช่เป็นเจ้าตลาดอย่าง iriver (แต่มียอดขายในระดับรองลงมา) มีหลายรุ่นที่รองรับ และผมหาข้อมูลได้สัก 1 วันกว่า ๆ เลยไปลงที่ E100 ซึ่งใช้เวลาตัดสินใจ 1 วันหาตามหาว่ามีใครขายบ้าง เพราะ E100 ไม่มีขายในไทย และที่ใช้ ๆ กันก็เครื่องหิ้วทั้งนั้น เลยไปเจอกระทู้ขายพอดี ในราคา 4,400 บาท ได้ขนาด 4GB ผมเลยนัดเจอ และดูสภาพเครื่องว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผลก็คือเครื่อง ok มาก และซื้อมาจากญี่ปุ่น มีใบประกันแปะอยู่ด้านหลังว่าซื้อมาเดือน 05 ปี 08 ซึ่งถือว่าใหม่พอสมควร เลยตดลงซื้อมา ในกล่องมีอุปกรณ์ครบครับ ถือว่า ok แถมภาษาไทยใช้งานได้เลย ไม่ต้องทำอะไรกับมัน

เมื่อลง iriver plus 3 แล้วก็มีตัวเตือนว่ามี firmware ใหม่ ผมเลย update ใหม่เลย และ format ใหม่ทั้งหมด ตอนนี้เป็น firmware version 1.06 แล้วครับ ทำงานได้ดี มาก แต่มีปัญหากับการอ่าน ID3 Tag ของ mp3 บางไฟล์ที่มันมี ID3 Tag อยู่แล้ว แต่มันดันไม่ยอมอ่านเพิ่มแบ่ง Artist, Title หรือ Album ตามความเป็นจริงในหลาย ๆ ไฟล์ ทั้ง ๆ ที่ convert ID3 Tag เป็น unicode แล้วด้วย -_-‘ โดยทั้ง ๆ ที่อ่านใน iTunes หรือใน iPod ได้ปกติ เลย งง กับมันอยู่พัก แต่ช่างมัน อ่านไทยได้ ไล่เรียงตาม Dir List เอาแล้วกัน ไม่ต่างกันเท่าไหร่

ต่อมาเรื่องของ software ของ iriver plus 3 นั้น สามารถทำงานได้ดีในการนำเพลง, วิดิโอ, รูปภาพ และไฟล์เท็ก ลงไปได้ โดยเฉพาะไฟล์วิดิโอที่สามารถ convert ตัวไฟล์วิดิโอได้เลยโดยไม่ต้องหาโปรแกรมมา convert เพิ่ม โดย convert จาก Mpeg ทั่วจาก VCD มาเป็น WMV SP ได้เลย ผมลอง convert จากไฟล์ stream ของ MIX08 กับ The Story of the Ribbon นี่ convert มาได้เลย หรือถ้าเป็นไฟล์ flash vdo ที่มีนามสกุล flv ก็ใช้ mediacoder (opensource software ครับ) มาแปลงโดยใช้ extension ของ Zune ให้ convert มาเป็น WMV ที่ทำงานได้บน Zune ก่อน แล้วค่อยมา convert มาลงใน iriver อีกทีนึง ซึ่งจริง ๆ ตัวโปรแกรม mediacoder นี้สามารถ convert ไฟล์ vdo ได้หลากหลายรูปแบบมาก ๆ และโคตรจะทรงพลังครับ แต่ UI ห่วยแตก -_-‘ อย่างที่ผมใช้บ่อย ๆ ก็ convert พวก vcd ให้มีแต่ไฟล์เสียงในรูปแบบ mp3 แบบนี้ โดยตัดภาพเคลื่อนไหวออก ก็ทำได้เช่นกัน

ต่อมาก็เรื่องไฟล์เสียงที่สนับสนุนนี่สนับสนุน FLAC ที่เป็น loseless ด้วย แต่ไม่มี และไม่อยากใช้เท่าไหร่ใช้ mp3 ที bit-rate 192kbps ก็พอสำหรับผมแล้วหล่ะ

อ่อลืมบอกไปว่า อาจจะไม่จำเป็นต้องลง iriver plus 3 ก็ได้ อาจจะ sync ผ่าน windows media player 11 ก็ได้ และลง iriver movie converter ก็ได้เช่นกัน โดยที่มีตัว convert vdo แยกต่างหากให้ด้วย ดีจริง ๆ ไม่ต้องเปิด iriver plus 3 ที่ใหญ่กว่ามาก ก็ได้ ซึ่งผมชอบมาก ๆ เลย แล้วก็ copy ไปใน folder ของ drive ของ iriver drive ได้เลย

วกกลับมา พอใช้ iriver ไปได้ 1 วัน กลับมาที่หอ แล้วลองเสียบ iPod nano เครื่องเก่าดู แล้วชาร์จไฟล์เข้าไปใหม่ (เพราะมันเปิดจนหมดเพราะ error message โชว์ตลอด และไม่ยอมปิดตัวเองลงเพื่อ sleep) พอชาร์จ ๆ ไป แล้วลอง restore ดูอีกรอบ ไป ๆ มา ๆ มันกลับไม่มี error message ขึ้นมาอีกเลย เล่นเอางงไปพักนึง -_-‘ ว่ามันเป็นบ้าอะไร แล้วไป ๆ มา ๆ มันกลับใช้งานได้เฉยเลย

ตอนนี้เลยใช้มันทั้งสองตัวเลยครับ ไม่รู้ว่า iPod nano จะมีปัญหาอีกหรือเปล่า ต้องลองดูอีกสักพักนึง

วันนี้เล่าพอแค่นี้ดีกว่า เพราะใช้งานมาได้ 2-3 วันเอง

DSC00285  DSC00286

DSC00287  DSC00288

DSC00289  DSC00290

Brand Loyalty ของ Apple สำหรับผมในตอนนี้ ?

entry นี้ค้อนข้างแรงครับ ใครเป็นแฟน Apple แล้วไม่พอใจ ไม่ต้องด่าผมแล้วกันครับ อันนี้ความรู้สึกตัวเองล้วน ๆ โคตร bias เลย

มีคนถามผมมาหลายคนแล้วว่าทำไม เดี่ยวนี้ไม่ค่อยพูดถึงเรื่อง Apple หรือเอาข่าว Apple มาวิเคราะห์ หรือเอามาลงบ้าง คือต้องบอกแบบนี้ว่า ตอนนี้ตัวเองไม่ค่อยสนใจ หรือตื่นเต้นกับสินค้า Apple เท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะมี iPod หรือ Account ใน iTunes Store อยู่ เนื่องมาจากข่าวที่ว่า ไป Apple สั่งปิดเว็บ Think Secret แล้ว ทำให้รู้สึกไม่ค่อยดีนัก เพราะว่าชาวบ้านชาวช่องเค้าก็มีข่าวลือกันเยอะแยะ กันทุกยี่ห้อ จนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว และถ้าในโลกไอทีแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย แต่นี่ดันไปทำเรื่องกับสื่อทีนำเสนอข่าว ซึ่งจะมีมูลหรือไม่ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ และข่าวมันจะจริง หรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคุณทำมันหลุดมาถึงหูนักข่าวเอง อันนี้ช่วยไม่ได้ ผมเลยมองว่าเป็นสิ่งที่ร้ายแรงมาก และคุกคามพอสมควร แถมด้วยปัญหาภาษาไทยในสินค้า Apple รุ่นหลัง ๆ นี่เลวร้ายถึงขีดสุดครับ ทั้ง iPod และ Mac OS X ตัวใหม่ ยิ่งตอกย้ำว่ามันไม่เหมาะกับเราจริง ๆ และยังไม่รวมเรื่องชอบไปเหน็บแนม เสียดสียี่ห้ออื่น ๆ จนเริ่มเอียนและเบื่อ ยิ่งแล้วไปใหญ่ ทำนิสัยบ่มเพาะให้กับผู้บริโภคสินค้าตัวเอง เหมือนยี่ห้อที่มีปมด้อย ยิ่งเซงหนักเข้าไปอีก เลยเลิกคิดจะซื้อของ และเลิกสนใจข่าวไปเลยในบางครั้ง

ถึงแม้ตัวเองจะทำเว็บเกี่ยวกับ iPod อยู่เว็บนึง แต่เป็นในด้าน Technician มากกว่าจะเป็น Content Editor ครับ ซึ่งปรกติแล้วผมจะดูแลระบบมากกว่า ซึ่งก็ทำให้สบายใจไปเปราะนึงในการเขียน entry นี้ และจริง ๆ ถ้ามีรุ่นใหม่ ๆ หรือข่าวในส่วน iPod ในไทยผมมักเข้าไปแหน็บเรื่องภาษาไทยเสมอ ๆ แทบทุกข่าวทุกกระทู้ครับ

โดยที่หลัง ๆ นี่ผมมองว่า Apple เริ่มกลับเข้าแนวทางเดิมเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนแล้ว ซึ่งก็หวังว่าจะไม่เข้าอีหลอบเดิมนะ Apple

และ Apple ประเทศไทย ไม่เคยง้อใคร …… งั้นไม่ต้องง้อผมให้ซื้อสินค้าแล้วกันครับ และจริง ๆ ช่วงปีกว่า ๆ นี่ไม่เคยแนะนำให้ใครซื้อ iPod เลย เพราะปัญหาภาษาไทยเนี่ยแหละ เพราะเคยแนะนำไปหลายคนโดนต่อว่ากลับมาทุกคนเลยว่าภาษาไทย ไม่สมบูรณ์ และรุ่นใหม่ ๆ นี่ใช้ไม่ได้ ผมก็ได้แต่เซง และเบื่อมาก ๆ ประมาณว่า นี่ตรูทำอะไรอยู่ฟร่ะเนี่ย

ส่วน Notebook ใครอยากได้ Mac ก็บอกข้อเสียมันไปก่อนเลย รับได้หรือเปล่า โดยเฉพาะปัญหาภาษาไทยใน Mac OS X ตัวใหม่ ถ้ารับได้ก็ซื้อไป แต่จะทิ้งท้ายไว้ว่า มีปัญหาไม่ต้องมาถามผม ผมตอบไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรอยากได้ก็ใช้ไป แต่ถ้ารับไม่ได้ ก็ซื้อยี่ห้ออื่นแล้วกัน Vaio อะไรพวกนั้นก็สวยนะ หรือถ้าเพื่อนอยู่สาย Developer ก็แนะนำ Lenovo ThinkPad, DELL, Fujitsu หรือ ASUS ไปแทน (Compaq/HP ผมมีประสบการณ์ที่เลวร้ายกับยี่ห้อนี้ไม่แนะนำเท่าไหร่)

antiapple

FW Web : ภาพเหตุการณ์ขณะยื่นหนังสือ เรียกร้องภาษาไทยในงานเปิดตัวไอพอด

รอบนี้ไม่มีอะไรมาก ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ

ภาพเหตุการณ์ขณะยื่นหนังสือเรียกร้องภาษาไทยในงานเปิดตัวไอพอด

แล้วตามไปอ่านต่อ ซึ่งเป็นข้อความของผมได้ที่

ภาษาไทยใน iPod

และตามไปลงทะเบียนเรียกร้องได้ที่ tosupportthaiinipod.com ครับ

แอบเซง …. T_T สำหรับงานแถลงข่าวครั้งนี้มาก ๆ

ภาษาไทยใน iPod

เรื่องภาษาไทยใน iPod นี่ผมเซงมานานแล้ว จริงๆ ผมก็บ่นๆ ไปหลายกระทู้ใน Siampod.com ว่าถ้าภาษาไทยใน iPod ยังไม่ได้แบบ native จาก Apple นี่คงไม่ได้ซื้อเครื่องต่อไป (จริง ๆ ก็ไม่ได้ซื้อเองหรอก แต่ว่าคนจ่ายเงินก็ควรได้ในสิ่งที่ควรได้จริงแมะ) ใช้เครื่องเดิมไปก่อน หรือถ้ามีอันเป็นไปจริง ๆ (หลังจากหมดประกัน) จะซื้อ Zune ประชด Apple ให้ดู (ถ้ามันอ่านไทยได้ด้วยนะ, แต่ถ้าไม่ได้อีกก็หายี่ห้ออื่นที่มันอ่านไทยได้แล้วกัน เยอะแยะไป) ไม่รู้ดิ เราก็ลูกค้าเหมือนกัน จะบอกว่าประเทศเราเป็นพวกชนกลุ่มน้อย มียอดขายต่ำกว่าชาวบ้านเค้า นั้นมันเรื่องของบริษัทนำเข้าหรือฝ่าย marketing หรือเปล่า คุณทำการตลาดให้เค้าไม่ได้ แล้วลูกค้าไปซื้อเครื่องหิ้วเอง จนยอดขายมันไม่ดี อันนี้โทษใคร ? ผู้บริโภคเหรอ บ้าแงะ คุณ service ไม่ดี แถมแพงอีกใครเค้าจะซื้อ ราคาแบบพอยอมรับได้กับ service ดี ๆ มันก็น่าสนใจ แล้วเงินที่จ่ายไปมันไม่เท่ากับคนซื้อที่อเมริกาหรือไง -_-‘ ก็เงินเท่ากัน ทำไมจะทำให้ไม่ได้ ไม่เข้าใจ แล้ว Apple Thailand มันทำบ้าอะไรอยู่ force มันเข้าไปดิ user ที่ใช้ ๆ กันนี่ต้องช่วยเหลือตัวเองกันตลอดไม่เห็นหัว Apple Thailand จะสนใจเลย แถมต้องมาเสียเงิน up Thai อีก เพื่อ ??? แทนที่คุณจะเสียเงินจ้างคนทำ Thai สำหรับศ.บริการ ผมว่าคุณเอาเงินนั้นน่ะ ซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับ thai/usa ดีกว่ามั้ง แล้วเดินไปบอกที่โน้นเลย มันง่ายกว่าไหม หรือว่ามีส่วนได้ส่วนเสียในค่า commission ในการ up Thai หรือไง ?

ซึ่งผมคิดว่ายังคงคิดเหมือนเดิมว่า เงินเราที่จ่ายไปก็เท่ากับเงินคนที่ซื้อฝั่ง usa นะ แต่ทำไมเราต้องมาเสียแรงมากกว่าเค้าทั้ง ๆ ที่มันน่าจะ "Just Work" ตาม concept ของ Apple นี่หว่า T_T จริงไหม I’m a PC เฮ้ยยย I’m a Mac

ปล. ความคิดเห็นนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Siampod.com กรุณาอย่าเหมารวมครับ
ปล2. รมณ์ขึ้นระดับจุดเดือด เฮ้อ…. พูดเรื่องภาษาไทยใน iPod ทีไรของขึ้นทุกทีซิ

ตามไปอ่านต่อในกระทู้ http://www.siampod.com/node/1924 ได้ครับ หรือลงชื่อเรียกร้องได้ที่ www.tosupportthaiinipod.com ครับ

iPhone จาก Apple (iPod + Phone + Communication)

จากงาน MacWorld Expo 2007  เมื่อคืนตอนเที่ยงคืนตามเวลาประเทศไทย และ 9.30am ตามเวลาที่ San Francisco เปิดตัวในงานแค่ 2 อย่างคือ AppleTV กับ iPhone

โดยรายละเอียดของ iPhone มีดังต่อไปนี้

หน้าจอ : 3.5 นิ้ว
ความละเอียด : 320×480 ที่ 160 ppi
วิธีการกด : Multi-touch (ไม่ต้องพึ่งปากกาสไตลัส) และปุ่ม Home ตรงกลางเท่านั้น ไม่มี keyboard
ความจุ : 4GB (499$) และ 8GB (599$)
รองรับความถื่ : Quad band (MHz: 850, 900, 1800, 1900)
ระบบไร้สาย : Wi-Fi (b/g), Bluetooth 2.0 และ EDGE (ไม่มี CDMA ไม่รองรับ 3G)
กล้องถ่ายรูป : 2 ล้านพิกเซล
แบตเตอรี่ : 5 ชั่วโมง (สำหรับการสนทนา, ดูวีดีโอและการใช้งานฟังก์ชั่นทั่วไป)
              : 16 ชั่วโมง (สำหรับการฟังเพลงอย่างเดียว)
สัดส่วนและน้ำหนัก : 11.5 x 6.1 x 1.6 ซ.ม.(สูงxกว้างxหนา) ,น้ำหนัก 135 กรัม
ระบบปฎิบัติการ : Mac OS X OS X โดยเว็บเบราเซอร์ใช้ Safari (With Tab), E-mail (IMAP or POP), Google Maps, GPS, Auto Switch Between EDGE and WiFi
รายละเอียดเพิ่มเติม : apple.com/iphone และ siampod.com

——————–
สิ่งแรกที่คิดคือ มันยัด OS X ขนาดใหญ่มหาศาลลงไปได้ไง -_-‘ หรือว่ามันเป็นรุ่น Emb  แต่ที่แน่ ๆ น่าใช้มาก แต่ว่า เอ …….. แล้วถ้าเอา OS X ลงได้นี่ ลง Bootcamp แล้วลง Windows XP/Vista Mobile ได้ไหมนะ ฮ่า …..






Powered Photo  by Apple inc.