Check-list To do list in 2008 and Happy New Year 2009 (To do list in 2009)

ก่อนอื่นก็ต้อง สวัสดีปีใหม่ 2552 ครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุข สมหวัง ร่ำรวยเงินทอง และสุขภาพครับ

แล้วจาก Happy New Year 2008 ;) (To do list in 2008) ดังนี้

  1. image สอบ Certification อย่างน้อย  ๆ 2 ใบ ที่ดู ๆ ไว้ตอนนี้คือ Zend PHP 5 Certification (ZCE) กับ  MySQL Certified Associate มาก่อน ตอนนี้กลับมาบ้านอ่าน Zend PHP 5 Certification Study Guide แล้วน่าจะเกือบหมดแล้วหล่ะ ปีนี้ต้องทำให้ได้
    – อ่านหนังสือครบไปรอบแล้ว แต่ว่าไม่มีตัง และเวลาไปสอบเท่านั้นเอง เซงจิตจริง ๆ –_-‘
  2. image ไล่อ่านหนังสือที่อ่านค้าง ๆ คา ๆ ที่บ้านให้หมด รวมถึงที่ซื้อมาใหม่ที่กองอยู่ที่หอ ที่กรุงเทพฯ ให้หมดด้วย
    ทั้ง หมดนี่แหละ T_T (อันนี้ที่บ้านนะ) ชั้นหนังสือเพิ่งซื้อมาใหม่ เพราะรำคาญตัวเองมาก ๆ ที่ต้องมานั่งไล่ค้น ๆ หนังสือหลังจากที่เรียนจบมาแล้วได้แต่กอง ๆ อยู่ในบ้าน จริง ๆ แล้วมีอีกชั้นนึง ในนั้นส่วนใหญ่เป็นนิตยสาร Computer รายเดือนกับการ์ตูนรายสัปดาห์เสียมากกว่า ถ้ารวมกับหนังสือที่อยู่ที่หอกรุงเทพแล้วเนี่ยน่าจะได้ชั้นแบบนี้อีก 1 ชั้นหนังสืออีกชุดเลย หรืออาจจะได้ 2 ด้วยซ้ำ เพียบเลย
    – หนังสือเติมจากงานหนังสือเข้ามาเรื่อย ๆ อ่านไม่ทันจริง ๆ แต่ก็นะ หนังสือมันไม่บูด เก็บไว้ค่อย ๆ อ่านซะ เดี่ยวมันก็หมดเอง ;P
  3. image พัฒนาให้ PHP Hoffman Framework ออก pre-release ออกมาให้ได้สักทีหลังจากปรับโน้นปรับนี่จนไม่เข้าที่ และเวลาที่จำกัดในการทำมันด้วย ไม่เหมือนตอนเรียนที่มีเวลาที่จะทำมันได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว (งานประจำที่ทำอยู่ทุกวันก็ใช้พลังชีวิตในแต่ละวันไปเยอะเหมือนกัน กลับมาพักที่หอแล้วแทบหมดแรงจะทำงานอย่างอื่นต่อเลยบางครั้ง)
    – ด้วยหน้าที่การงานทำให้ไม่มีเวลาพัฒนาส่วนของ core ทั้งหมดให้ feeze ได้สักที มีบางส่วนที่ต้องปรับแน่ ๆ คือส่วนของ View ที่ต้องปรับขนานใหญ่ เพราะ performance มัน drop ไป ต้องปรับหลายส่วนเลยแหละ พยายามต่อไปสำหรับงานนี้
  4. image เก็บเงินให้ได้สักครึ่งแสนเป็นอย่างน้อย และชำระหนี้ต่าง ๆ ในตอนเรียนให้มันหมด ๆ ไปซะ (แต่ระยะการชำระจากที่คำนวณไว้น่าจะอีกสัก 2 ปี) พยายามปลดภาระตรงส่วนนี้ให้หมดสักที จะได้เริ่มต้นด้านอื่น ๆ เช่นพวกกองทุนรวม, หุ้น หรือซื้อบ้าน/คอนโด อะไรพวกนี้ ส่วนรถยนต์ถ้ายังไม่จำเป็นก็ยังไม่คิดถึงมันเท่าไหร่
    – หนี้สินเยอะ เลยไม่ได้เก็บถึงยอดที่ต้องการสักที
  5. image ผลักดันเว็บใหม่ที่กำลังจะออกมาให้ดีที่สุด เป็นเว็บที่ผมโชว์เดี่ยวเว็บที่สองหลังจาก blog ตัวเอง เพราะส่วนใหญ่จะเป็น co-founder เสียมากกว่า (อาจเพราะว่าอยากทำพวก technical มากกว่าเลยไม่ได้เป็นพวก marketing กับ content-editor เท่าไหร่)
    – ตอนนี้เว็บที่ทำ และสร้างด้วยตัวเองคือ ThaiThinkPad (เข้าได้จาก http://www.thaithinkpad.com หรือ http://www.thinkpad.in.th) นั้นก็มีพัฒนาการของเว็บที่เป็นไปได้ด้วยดี สิ่งที่ต้องปรับคือทำให้มีเนื้อหาสาระเพิ่มมากขึ้นกว่านี้อีก ส่วนเว็บอีกหลาย ๆ เว็บที่เราเข้าไปมีส่วนร่วมลงมาอีกหน่อยอย่าง ThaiHi5 (http://www.thaihi5.com) นั้นก็ต้องมีการพัฒนาต่อไปในส่วน content-portal อีกเพื่อให้ดีมากขึ้นกว่านี้
  6. image ออกกำลังกายให้มาก ๆ รู้สึกว่าอ้วนมาก ๆ ตอนนี้ เดี่ยวจะตายเร็วเสียก่อนงานนี้
    – น้ำหนักขึ้น ๆ ลง ๆ ตามปรกติ –_-‘
  7. image จัดแจงซื้อ license software ให้ครบ ๆ ซะที
    – ซื้อครบแหละ ทุกเครื่องที่มีอยู่ ที่ใช้อยู่ อย่าง ThinkPad Z61t ตัวที่ใช้ทำงานเป็นประจำก็ครบก่อนเพื่อน ตามด้วย ThinkPad R40 และเมื่อก่อนปีใหม่ที่ผ่านมาเครื่องที่บ้านก็ลง Ubuntu 8.10 เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เครื่อง PC ทั้ง 3 เครื่อง 100% Genuine PC เรียบร้อยแล้ว
  8. image ซื้อ DVD ภาพยนต์ต่าง ๆ ที่ชอบไว้ซะ ตอนนี้เอาไปยัดใส่ wish-list ของ amazon.com ไว้แล้ว รอสั่งอย่างเดียว ถ้าในไทยหาไม่ได้แล้ว ค่อยสั่งอีกที ตอนนี้บางเรื่องน่าจะพอหาได้
    – สั่งมาบ้างแล้ว แต่ไม่ทั้งหมด โดยรวมถือว่า ok ตังไม่พอ T_T
  9. image สุดท้ายเรื่องภาษาอังกฤษต้องให้ดีกว่านี้ ไม่งั้นชีวิตนี้ออกนอกประเทศไทยลำบากแน่ ๆ ไม่ใช่แค่อ่าน text-book รู้เรื่อง แต่ต้องสื่อสารได้ด้วย
    – ไม่มีเวลาพัฒนาด้านนี้เท่าไหร่เลย เอาเวลาไปทำงาน ทำการหมด T_T
  10. image สร้างฐานของชีวิตหลาย ๆ ด้านให้ดี เพราะจุดสูงสุดของความฝันคือ “บริษัทของตัวเอง” ต้องทำให้ได้ และวางรากฐานให้ดี ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก่อนคือไล่หา product ที่จะทำให้มันขับเคลื่อนได้ด้วย (นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่นั่งไล่อ่านหนังสือพวกบริหารธุรกิจใหม่หมด และซื้อหนังสือพวกธุรกิจรายสัปดาห์และรายเดือนหลายเล่มเพื่อให้แนวคิดตัวเอง ได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ)
    – ยังหาทางไม่พบ เงินทุนยังไม่พร้อมต้องรอต่อไปงานนี้

สรุปปีที่ผ่านมาโดยรวมยังทำได้ไม่ตามเป้าเท่าไหร่นัก แต่ว่าเป็นปีที่ได้รู้สึกคนเยอะมาก ๆ ได้รู้จักคนผ่าน Barcamp และ *camp ต่าง ๆ ทำให้เราได้เปิดโลกเพิ่มมากขึ้น แนวคิด ความคิดต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ๆ จากครั้งที่อยู่ในมหาวิทยาลัย และมุมมองต่อการทำงาน การเมืองและการดำรงชีวิตพัฒนาขึ้นหลายส่วนทีเดียว

แต่สำหรับปี 2009 นี่ก็คงไม่เอาอะไรเพิ่มเติมครับ เอาของปี 2008 เนี่ยแหละมาทำต่อไป ว่าจะพัฒนาต่อไปได้แค่ไหนดีกว่า

 

มีลิขสิทธิ์แบบ Get Genuine Ket ของ Windows Vista ด้วยนะ

จาก ไปเจอ Microsoft Windows XP Professional SP2 – GGK (Get Genuine Kit) มา แล้วตอนท้ายผมได้บอกไปว่าไม่มีส่วนของ Windows Vista วันนี้คุณต้น (Platform Strategy Manager, Microsoft (Thailand) Limited) โทรมาบอกผม แล้วบอกว่า Windows Vista แบบ GGK แล้วนะ โดยพี่เค้าจะส่งอีเมลให้ข้อมูลให้อีกทีเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องอีกทีนึงครับ

โดยข้อมูลที่ส่งมาเป็นเอกสารที่ได้รับการปรับปรุงแล้วจาก Microsoft Thailand ครับ

GGWA_Summary

Download Document

แล้วในอีเมลที่ส่งมาก็มีรายละเอียดของ Software Assurance (SA) ด้วย จริง ๆ ตัว SA มันเป็นลักษณะของการคุ้มครองการซื้อซอฟต์แวร์ว่าจะได้รับการคุ้มครองให้สามารถได้รับซอฟต์แวร์ที่เป็นรุ่นล่าสุดอยู่เสมอ ส่วนรายละเอียดก็อ่านตามลิงคืนะครับ แต่ว่าเป็นส่วนของ Volume Licensing ครับ เผื่อใครจะเอาไปเสนอตามองค์กรตัวเองให้มาใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์กันครับ

 

Microsoft ทำ Windows ดีและแย่สลับกันจริงเหรอ ?

ผมลองสรุปไล่ส่วนของ Windows เล่น ๆ ดู เอาเท่าที่ผมเคยใช้มาในอดีตแล้วกันนะครับ แต่ว่าผลจะเป็นยังไง ลองนึก ๆ ดูว่าจริงอย่างที่ผมว่าไว้หรือเปล่า สรุปกันเองครับ ;)

(จะไล่จาก DOS ก็ยังไงอยู่ เพราะไม่เคยเจอมันค้างหรือแฮง ;P)

  • Windows 3.11 กับ Windows 3.11 for Workgroups
    อันนี้ไม่นับ ;P เพราะมันเป็น Operating Environments ที่เค้าสร้างตัว GUI มาครอบ DOS เอาไว้
  • Windows 95
    รู้สึกต่างจาก Windows 3.11 เยอะมาก ๆ (ก็เล่นเปลี่ยน GUI ใหม่นิ) โดยรวมถือว่าทำได้ดี ไม่มีลูกเล่นอะไรเท่าไหร่ แต่มีความเป็น OS สูงดี ไม่มีอะไรมาก อยากได้ต้องลงเองเกือบหมด (รวมถึง Driver ด้วย ;P)
  • Windows NT 4.0
    เป็น 32bit OS ตัวแรกของ Microsoft ที่ได้จับ (first fully 32-bit version of Windows) Windows 2000 เป็นต้นมา(ก่อนหน้านี้ 3.1 ไม่ได้จับเลย) ด้วยความที่ Windows NT version เป็น Kernel ตัวใหม่ที่ชื่อ NT Kernel ทำให้กินเสปคเครื่องมหาศาลมาก (ในตอนนั้น) และ boot ช้ามาก แต่ว่าเค้าจับตลาด Workstation กับ Server เลยไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ และ Microsoft ตั้งธงว่าเป็น Kernel ในอนาคต และก็เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ใน Windows 2000 และ XP โดยใน Windows NT version ต่าง ๆ นี้ ก็โดนด่ายับไปตามระเบียบ ซึ่งก็คงคล้าย ๆ กับ Vista ในตอนนี้แหละ (มั้ง) แถมตอนแรกหา Driver ยากมาก (ปัญหาเดียวกับ Vista ในตอนนี้ เกือบทุกอย่าง ยกเว้นการ copy ไฟล์ช้า ;P)
  • Windows 98
    อันนี้โดนด่ายับว่ายังไม่ดีพอที่จะซื้อ คือเหตุผลในความต่างจาก Windows 95 มันไม่มีเท่าไหร่ จนมาถึง Windows 98 SE ถึงได้รับความนิยมกว้างขึ้น เพราะได้ใส่ Internet Explorer เข้ามา และหลาย ๆ อย่างที่การ setup ทำได้ง่ายขึ้น ทำให้เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว setup พวก driver อีกไม่มาก ก็ใช้ได้แล้ว (สำหรับตอนนี้ซึ้งเป็นยุค ADSL ก็ถือว่ายากกว่าเยอะอยู่ดี) และถึงยุคของ Windows XP ก็ยังได้รับความนิยมสูงอยู่พักใหญ่ ๆ (หลังจาก Windows XP ออกได้ปีกว่า ๆ) จึงลดความนิยมลงเพราะเกมส์เริ่มสนับสนุน Windows XP มากขึ้น และซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ก็สนับสนุนไปเยอะแล้ว
  • Windows 2000
    เป็น OS ที่มีความเข้าใจทับซ้อนกับ Windows ME และเป็น Windows ที่เสถียรภาพสูงตัวหนึ่ง แต่ก็ยังใช้เสปคเครื่องสูงอยู่ในเวลานั้น (แต่ก็ยังดีกว่า Windows NT 4.0 อยู่มาก) และทำให้รู้ว่าผมไม่ต้องกลัวการใช้ Windows แล้ว Resource หมดแล้วต้อง restart ทุก ๆ ครึ่งวันมันเป็นยังไง ซึ่งตัว Windows 2000 มีระบบจัดการ Memory และ Process ที่ดีมาก ๆ ผิดกับ Windows 9x ที่ถ้ามีโปรแกรมใดแฮงไปสักตัวสองตัว อีกไม่นานก็จะเริ่มเอ๋อ ๆ และจำเป็นต้อง restart แล้ว แล้วผมเคยใช้ Windows 2000 โดยไม่ได้ restart หรือ standby เลยเป็นเวลากว่า 14 วัน และสุดท้ายเมื่อต้อง update Patch ก็ต้อง restart จนได้ ทำให้ไม่กลับไปใช้ Windows 98 อีกเลย
  • Windows ME
    หลาย ๆ อย่างได้รับการปรับปรุงดีขึ้น แต่ว่า error หลายๆ อย่างก็ตามด้วยเช่นกัน แถมมี error แปลก ๆ ให้ชวนปวดหัว (ทำให้ผม format เครื่องได้ทุกอาทิตย์เป็นเรื่องปรกติ) ไม่รู้จะพูดยังไงดี –_-‘
  • Windows XP
    อันนี้ไม่ต้องบอกอะไรมากมั้งครับ ;P ซึ่งหลังจาก Service Pack 1 ออกมา ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ upgrade อีกต่อไป และได้รับความนิยมสูงสุดใน Service Pack 2 แถมได้ชื่อว่าเป็น Operating System ที่มีอายุมากที่สุดของ Microsoft แล้วเช่นกัน
  • Windows Vista
    โดยรวมเป็นการพลัดใบของ Arhictecture ใน NT Kernel ใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนชื่อ API และระบบภายในเยอะมาก ๆ โละ Win32 และหลาย ๆ อย่างทิ้งไป และใส่ .NET Framework มาใน OS เลย (แต่ก็ต้อง update บ้างอยู่ดี) อันนี้ก็ไม่ต้องบอกอีกเช่นกัน แต่คนส่วนใหญ่บอกไว้ว่ามันยังไม่ที่สุดอยู่ดี ซึ่งผมมองว่ามันคงคล้าย ๆ กับการเปลี่ยนแปลงตอน Windows NT 4.0 และ Windows 2000 (NT Kernel 5.0) และทุกคนก็คาดหวังว่า Windows 7 จะมาช่วยให้อะไร ๆ มันดีขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจาก Windows 9x มา Windows NT Kernel ใช้เวลาเกือบ 10 ปีกว่าจะเข้าที่ นับจากเปิดตัว NT Kernel 3.1 ใน Windows NT 3.1 ในปี 1993 และมาในปี 2000 ที่เกือบดีแล้วใน Windows 2000 (NT Kernel 5.0) และประสบความสำเร็จในร่างของ Windows XP (NT Kernel 5.1) ถือว่าใช้เวลาอยู่พอสมควร และในครั้งนี้ Windows Vista (NT Kernel 6.0) ผมก็คงคาดการณ์ไว้ว่า Windows 7 (NT Kernel 6.1) จะกลับมาประสบความสำเร็จเช่นเดิมครับ

Windows_Family_Tree

รูปจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Microsoft_Windows

อ้างอิงจาก

ผิดพลาดตรงไหนก็ comment ไว้นะครับ อาจจะตกหล่นไปบ้าง เพราะเขียนแบบเร็ว ๆ สรุปตามที่นึกออก

[update]

Windows NT 3.1 และ Windows 2003 Server Family ผมไม่ได้จับมันเลย ผมเลยไม่รู้จะบอกความรู้สึกและประสบการณ์มันยังไง ขอข้ามไปแล้วกันครับ

 

ไปเจอ Microsoft Windows XP Professional SP2 – GGK (Get Genuine Kit) มา

Microsoft Windows XP Professional SP2 – GGK (Get Genuine Kit) เป็น Windows XP Professional เพื่อใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดวส์ที่ยังไม่มีลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องบนเครื่องพีซีและใช้งานซอฟต์แวร์ที่เป็นของแท้ โดยลูกค้าสามารถซื้อ GGK ได้จากผู้แทนจำหน่ายประเภท OEM โดยจะได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนการใช้งานซอฟต์แวร์จากไมโครซอฟท์ทุกประการ

ข้อมูลจาก http://forum.selectmore.com/Default.aspx?g=posts&m=1&

และอ่านข้อมูลเพิ่มเติมต่อได้ที่ วิธีการเลือกซื้อสิทธิการใช้งานที่เหมาะสมกับคุณ

ปล. ทั้ง GGWA และ GGK เป็นการจำหน่าย Windows XP Professional license เท่านั้น ซึ่งยังไม่มีจำหน่ายสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows Vista ที่จะต้องจำหน่ายผ่านทาง OEM หรือผลิตภัณฑ์แบบกล่อง (Retail Pack หรือ FPP) อย่างไรก็ตาม คุณสามารถซื้อ Software Assurance (SA) พร้อมกับ GGWA ภายใน 90 วัน เพื่อขออัพเกรดเป็น Windows Vista โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

IMAG0666

 

คำว่า "ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่" ขัดขวางการพัฒนาวิทยาศาสตร์ ?

จริง ๆ ในเรื่องวลีนี้เนี่ย ผมก็เซง ๆ กับมันมาหลายปีดีดักแล้ว แต่ว่าก็พยายามไม่สนใจ เวลาพูดถึงสิ่งที่ทำความเข้าใจเชิงวิทยาศาสตร์ได้ยาก ก็จะเจอคำนี้มาให้ได้ยินทันที ผมก็ได้แต่เซง ๆ วันนี้ด้วยความเบื่อ ๆ หลาย ๆ อย่างเลยเข้าห้อง หว้ากอ ในเว็บ Pantip.com ก็ได้เจอกระทู้นี้เข้า

คำว่า "ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่" ขัดขวางการพัฒนาวิทยาศาสตร์หรือเปล่าครับ

ซึ่งได้อ่านไปได้สักพักถึงได้รู้ว่าเป็นกระทู้ที่เดจาวูในห้องนี้มาหลาย ๆ ปีแล้ว แต่ผมอาจจะพลาดไปในช่วงที่ผ่านมา แล้วไปสะดุดกับความคิดเห็นหนึ่ง จึงขอนำมาเก็บไว้สักหน่อย

ความคิดเห็นที่ 14

"ขอยืมคุณเพ็ญชมพูมาจากกระทู้หนึ่ง แต่จะกระทู้ไหนก็ช่างมันเถอะ

อึด อัดกับวลีนี้มานาน เมื่อไรสังคมไทยจะฮิตคำว่า "ไม่เชื่อต้องศึกษา ไม่มีปัญญาต้องเรียนรู้" สักที เมื่อนั้นเหตุการณ์ที่เกิดกับน้องเทเลทับบี้ใน # ๔๑๓ คงไม่เกิดขึ้น haha

ขอเชิญอ่านความคิดเห็นของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ว. วชิรเมธี จากนิตยสารแพรว ฉบับวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

วลี ว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" สะกดคนไทยมาหลายสิบปีแล้ว และหากเราไม่ลุกขึ้นมาพิจารณาวลีนี้อย่างจริงจังสักทีหนึ่ง คนรุ่นหลังก็จะถูกสะกดทางจิตวิญญาณต่อไปอีกยาวนาน

ในครั้งพุทธกาลเคย มีชาวบ้านถามพระพุทธเจ้าว่า บรรดาเจ้าลัทธิทั้งหลายต่างบอกว่าตนเป็นผู้ "รู้แจ้ง" ทั้งนั้น จนไม่รู้จะเชื่อใครดี ในกรณีนี้ควรจะมีท่าทีอย่างไร แทนที่พระพุทธองค์จะตรัสว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" ต่อเจ้าลัทธิเหล่านั้น แต่กลับตรัสว่า "ไม่เชื่อต้องศึกษา" และผู้เขียนต่อให้อีกประโยคหนึ่งว่า "ไม่มีปัญญาต้องเรียนรู้" ท่าทีของพุทธต่อความเชื่อที่ถูกจึงควรหนีจากวลีที่ว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" มาเป็น "ไม่เชื่อต้องศึกษา ไม่มีปัญญาต้องเรียนรู้"

ย้ำชัด ๆ อีกครั้ง เราคนไทยต้องเปลี่ยนจากท่าที "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" มาเป็น

"ไม่เชื่อต้องศึกษา ไม่มีปัญญาต้องเรียนรู้"

อย่ากลัวคำขู่ว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" อีกเลย วลีนี้ "มัดตราสัง" จิตวิญญาณของสังคมไทยให้ง่อยเปลี้ยเสียขาทางปัญญามานานแล้ว มาถึงยุคสมัยของเรา เราควรจะลุกขึ้นมาปลดตราสังนี้ทิ้งไปเสีย สิ่งใดที่ไม่เชื่อก็ไม่ควรปล่อยให้เป็นความลึกลับดำมึดต่อไป แต่ควรตั้งคำถามว่าสิ่งนั้นมีพัฒนาการอย่างไร ไยจึงมีอิทธิพลเหนือจิตใจคนมากมายได้ ขอเพียงรู้จักตั้งคำถามว่า "ทำไม" เท่านั้นเอง อวิชชาจะกลายเป็นปัญญาขึ้นมาอย่างง่ายดาย เช่น ครั้งหนึ่งเจ้าชายสิทธัตถะทรงพบคนตาย แล้วทรงถามตัวเองว่า "ทำไมเขาถึงตาย" กระบวนการค้นหาคำตอบทำให้ทราบว่า ที่คนต้องตายก็เพราะมีการเกิดเป็นสาเหตุ ทรงถามต่อว่า ทำไมจึงมีการเกิด ก็ทรงค้นพบว่าเรายังมีตัณหา ความต้องการสืบทอดตัวตน และคำถามเหล่านี้เองเป็นจุดตั้งต้นแห่งการเกิดขึ้นของพุทธศาสนา

ไม่น่าเชื่อว่าคำถามแสนธรรดาที่เกิดขึ้นระหว่าการเดินทาง จะกลายเป็นที่มาของศาสนาสากลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดศาสนาหนึ่งของโลก

ใน เรื่องเดียวกันนี้หากเด็กไทยสักคนหนึ่งเดินทางไปตามถนนกับคุณแม่แล้วพบคนตาย เจ้าหนูถามแม่ว่า "แม่ฮะ ทำไมคนจึงตาย" แทนที่แม่จะตอบว่า "ลองคิดดูสิลูก ว่าทำไมคนเราจึงตาย" คำตอบที่ได้อาจเป็น "เงียบนะ ถามอะไรบ้า ๆ เดี๋ยวผีก็หลอกหรอก ขอขมาคนตายเดี๋ยวนี้เลย"

หรือพอเด็ก ๆ เห็นคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ห้อยเทพเต็มคอแล้วถามว่า "แม่ฮะ เทพมีจริงไหม" แทนที่แม่จะสอนว่า "ลองคิดดูสิ ถ้าเทพไม่มีแล้วทำไมคนจึงนับถือท่านล่ะ" แม่อาจตอบว่า "หยุดนะลูก เทพมีจริงหรือไม่ ไม่รู้ แต่ถ้าไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เชียว"

พอเจอคุณแม่นัก "ดับฝัน" อย่างนี้ กระบวนการแห่งปัญญาของเด็กก็เป็นอันสิ้นสุด คนไทยส่วนใหญ่มักทำฆาตกรรมทางปัญญากันด้วยท่าทีเช่นนี้เสมอ ทำให้ทัศนะ "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" มีอิทธิพลเหนือจิตใจคนไทย การค้นพบภูมิปัญญาใหม่ ๆ จึงไม่ค่อยเกิดขึ้นในสังคมไทยมากนัก บ้านเราจึงมีแต่นักลอกเลียนแบบกระจายกันไปทุกวงการ เพราะเราไม่ค่อยถูกสอนให้คิดเชิงวิเคราะห์

ตอนเด็ก ๆ กาลิเลโอ มักเบื่อและขัดใจเสมอเมื่อได้ยินครูเอาแต่พูดว่า "อริสโตเติลกล่าวไว้ว่า… " และเมื่อที่สุดแห่งความเบื่อเดินทางมาถึง กาลิเลโอจึงลงมือพิสูจน์ทฤษฎีของเขาที่หอเอนปิซา จนทฤษฎีของอริสโตเติลพังทลายลงไป จากนั้นเขาก็กลายเป็นปัญญาชนคนใหม่ของโลก และมนุษยชาติอีกจำนวนนับไม่ถ้วนก็ถูกปลดจากขื่อคาตราสังของความเชื่อฝังหัว ที่ถูกส่งทอดมา ภายใต้แบรนด์ "อริสโตเติล" นับร้อย ๆ ปี

มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่จะมี "ปัญญาเป็นของตัวเอง" มาตั้งแต่เกิด ขอเพียงให้รู้จักตั้งคำถามกับสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ "

ขวดนม . . .

จากคุณ : ไม่มีสมาชิกชื่อนี้ – [ 7 ธ.ค. 51 20:22:40 ]

ถึงแม้จะเป็นการคัดลอกมาจากอีกหลาย ๆ กระทู้ตาม แต่ผมว่าเป็นคำตอบในเชิงสร้างสรรค์ที่ดี ที่ครรจะทำให้ใครหลาย ๆ คนตาสว่างได้บ้างไม่มากก็น้อย

แนะนำให้ดูซีรี่ย์ญี่ปุ่นเรื่อง Galileo ทางช่อง TPBS ทุกวันพฤหัส-ศุกร์ ครับ แล้วน่าจะเข้าใจอะไรมากขึ้นในเรื่องวิธีคิดที่ว่ามา อ่อ ลืมบอกไปว่า Team Medical Dragon ภาค 2 กำลังจะมานะครับ ;P