สิ่งที่คนใช้ App เถื่อนไม่มีวันเข้าใจ?

สิ่งที่คนใช้ App เถื่อนไม่มีวันเข้าใจคือ

1. เราเห็น App แพงๆ พอเห็นมันลดราคาเหลือ 0.99 เซนต์หรือไม่ก็ปล่อยโหลดฟรีปุ๊บ รีบกดซื้อแบบไม่คิค
2. App แพงๆ ที่เราอยากได้จนอดใจไม่ไหว ทำไมไม่ลดเสียที สุดท้ายกัดฟันซื้อ แล้วพอซื้อไปสักพักแม่มลดเหลือ 0.99 เซนต์ ความรู้สึกแม่มเหมือนโดนหักหลัง

มีใครเป็นเหมือนผมบ้าง 55555

ปรับ Adsense ให้รองรับหลายๆ ขนาดหน้าจอ (Responsive Design)

กระแส Responsive Design ที่ปรับหน้าของตัวเว็บให้เหมาะสมกับอุปกรณ์แต่ละแบบที่กำลังเข้าถึงหน้าเว็บนั้นๆ กำลังเป็นหัวข้อที่กำลังทำให้การออกแบบเว็บในปีนี้ แต่ปัญหาของเว็บจำนวนหนึ่งคือตัว Ads ในบางผู้ให้บริการไม่ได้ออกแบบมารองรับและปรับสภาพขนาดแต่อย่างใด ซึ่งเว็บผมก็เจออยู่คือ Adsense นั้นจะเป็นลักษณะความกว้างและสูงตายตัว ทำให้ลำบากต่อการปรับแต่ง

แต่หลังจากที่ได้ค้นหา ก็พบว่ามีคนใช้ Media Query ใน CSS3 มาช่วย แต่ปัญหาคือ การทำแบบนี้จะผิดข้อกำหนดของ Google ที่ไม่ยอมให้ Adsense นั้นอยู่ใน tag “display:none;” หรือหลบด้วยการเลื่อนตำแหน่งไปซ่อน ซึ่งผิด TOS เต็มๆ และยังมีผลทางเทคนิคในเรื่องของการโหลด JavaScript เกินความจำเป็นทำให้หน้าเว็บโหลดช้า

แต่ก็เจอทางออกจนได้จาก Google Approves Responsive AdSense Ads นั้นสามารถใช้โค้ดจาก How to use Google AdSense Ads on Responsive Websites ได้ ผมจึงนำมาปรับแต่งเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับขนาดหน้าจอ 4 screen (960px, 800px, 480px และ 320px) ที่ Theme ของ Blog นี้ทำงานอยู่ ตามโค้ดด้านล่างนี้ คราวนี้ Ads ก็รองรับการทำงานควบคู่กับ Theme แบบ Responsive Design แล้วครับ

  1. <script type="text/javascript">
  2.    
  3.     var width = window.innerWidth
  4.       || document.documentElement.clientWidth
  5.       || document.body.clientWidth;
  6.  
  7.     google_ad_client = "ca-publisher-id";
  8.    
  9.     if (width > 800) {
  10.       // For 960px
  11.       google_ad_slot = "ad-unit-1";
  12.       google_ad_width = 728;
  13.       google_ad_height = 90;
  14.     } else if ((width < 800) && (width > 480)) {
  15.       // Load 800px
  16.       google_ad_slot = "ad-unit-2";
  17.       google_ad_width = 468;
  18.       google_ad_height = 60;
  19.     } else if ((width < 480) && (width > 320)) {
  20.       // For 480px
  21.       google_ad_slot = "ad-unit-3";
  22.       google_ad_width = 320;
  23.       google_ad_height = 50;
  24.     } else {              
  25.       // For 320px
  26.       google_ad_slot = "ad-unit-4";
  27.       google_ad_width = 234;
  28.       google_ad_height = 60;
  29.     }
  30.    
  31. </script>
  32. <script type="text/javascript"
  33. src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
  34. </script>

เหมือน Microsoft จะหวานเย็นเกินไป

จาก ผลประกอบการไมโครซอฟท์ไตรมาสล่าสุดยังเติบโต แต่ส่วนธุรกิจ Windows เริ่มคงที่ แล้วนั้น ขอพูดในส่วนของ Windows 8 และ Windows Phone 8 เป็นหลักก่อนเลยในตอนนี้

ส่วนตัวมองว่า Series 8 ของ Microsoft นั้นจำเป็นต่ออนาคตบริษัทมาก ถ้าไม่รีบทำ อาจไม่มีที่ยืนในตลาด Tablet ที่ตีคู่มากับตลาด Desktop/Notebook และการหักดิบ Windows Phone 8 นี่กล้าจนโดนด่า ซึ่งก็ถือว่าเป็นไม่กี่ครั้งที่เห็น Microsoft สร้างแพให้ลูกค้าตัวเองแบบหักดิบแล้วทิ้งลงเหวน้ำตกแบบไม่ใยดี (แม้จะมีรางวัลปลอบใจให้ update เล็กๆ)

ส่วนตัวแล้วนั้น ตอนนี้ Microsoft คงต้องทำให้เร็วกว่านี้ Blue Series ที่กำลังจะออกมา ถ้าออกมาเร็วกว่านี้น่าจะดีกว่าทั้งคนใช้งานที่กำลังตัดสินใจและคนที่ใช้งานอยู่จะได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังใช้ของที่ไม่สมบูรณ์ทำออกมาก่อนหวังกระแสเป็นหลัก คือต้องยอมรับกันตรงๆ ว่าไม่สมบูรณ์ แต่ที่ดันออกมาเพราะถ้าไม่ดันในสิ้นปีที่แล้วอาจจะหมดโอกาสในตลาด Tablet เพราะกว่า Partner ต่างๆ จะชิน กว่าจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ใน Windows 8 และ Kernel ที่รองรับ ARM ได้ ก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3-6 เดือน ซึ่งพอเข้าใจได้ว่าต้องทำเวลา

โดยส่วนตัว Windows 8 เกือบจะดี แต่ยังไม่สุด Windows 8 Style App นั้นยังน้อย และ UX ยังไม่เข้าที่ App ใน Store มีความไม่สมบูรณ์เยอะและไม่เสียรสูงมาก คือจะฝากชีวิตไว้กับ App พวกนี้ได้น้อยตัวมากๆ แม้แต่ App ของ Microsoft บางตัวยังไม่ทำตาม UX Recommended ตัวเองบางอย่างเลย ซึ่งถ้าไม่รีบสางอาจทำให้อนาคตเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อ App ตัวอื่นๆ

สำหรับในด้าน Windows Phone 8 นั้น ส่วนตัวมองว่าความเคลื่อนไหวมีเรื่อยๆ แต่คิดว่าช้าเกินไปในการตามกลุ่มเจ้าตลาดที่กำลังชิงส่วนแบ่งกันระหว่าง Android และ iOS และกำลังมีรุ่นใหม่มาในกลางปีนี้อีก ถ้าไม่ทำอะไรให้เร็วกว่านี้ ผมเกรงว่า Windows Phone 8 จะไร้ที่ยืนไปยิ่งกว่านี้ เพราะถ้า Nokia มีอันเป็นไป Windows Phone คงจบสิ้นแน่ๆ ส่วนตัวมองว่า Windows Phone 8 เกิดได้เพราะ Nokia ดันสุดตัว ทั้ง App ที่ Exclusive ที่เยอะมาก การปรับแต่งตัว Windows Phone 8 ให้ทำงานกับ Nokia Lumia ที่ทำให้ตัว OS ทำงานได้ดีทัดเทียม OS กลุ่มเจ้าตลาดมากขึ้น (เยอะมาก) แต่ตัว Microsoft เองก็เหมือนหวานเย็นกับสิ่งที่ตัวเองมอบให้บริษัทอื่นเดิมพันชีวิตไปกับตัวเองด้วย ซึ่งผมมองว่าเลือดเย็นไปสักหน่อย เพราะ Windows Phone 8 ไม่เกิด Microsoft ก็ออก 9 มาต่อชีวิตได้ แต่สุดท้ายใครจะเอา? เพราะถึงตอนนั้น Nokia ก็คงมีอันเป็นไป หรือคงหนีตายไปใช้ OS ตัวอื่นแน่ๆ คราวนี้ Microsoft จะหา Partner ที่ใจพอมาพังกับ Microsoft ในตลาด Windows Phone ได้อีกหรือไม่ เป็นเรื่องในอนาคตที่น่าสนใจ

ซื้อหนังหรือเพลงแบบถูกลิขสิทธิ์ต้องลองทำดูอาจติดใจ

จากกระทู้ ญี่ปุ่นเนี้ย มีแผ่นผี ซีดีเถื่อนมากน้อยแค่ไหน ? แล้วมีมาตรการจัดการยังไง ? ทำให้คันไม้คันมือเล็กๆ คือหลังๆ เรื่องเพลง หรือหนัง ถ้าไม่ดูในโรงหนังผมก็รอแผ่นแท้เอามากกว่า ระงับความอยากในการโหลดมาดูรอแผ่นอย่างเดียว หลังๆ ก็ทำได้นะ มันไม่ตายหรอก

ซึ่งแต่ก่อนหนังผมจะตามเก็บ DVD ไว้ดู แต่ตอนนี้มาเก็บพวกแผ่น Bluray แทน (มีเครื่องดู) แต่ว่าผมจะบ้าๆ แปลกๆ ทำเทาๆ หน่อยๆ คือจะโหลด Bit ตัว 720p/1080p มาดูใน Computer แทน เพราะไม่มีเครื่อง Rip Bluray ใส่ลง Computer ส่วนแผ่นเพลงจะซื้อแผ่นแท้มา Rip ฟัง ครั้งแรกและเก็บเข้ากล่องเลย กลัวแผ่นเป็นรอย (ผมสะสม) แต่พอ iTunes Store เปิดก็ซื้อทั้งเพลงและหนัง (อาจจะเช่าบ้าง) ใน iTunes Store เยอะขึ้น อย่างเพลงไทย เพลงเกาหลี ญีปุ่น ฝรั่ง นี่ถ้าชอบผมซื้อหมด เดือนนึงหมดไปเกือบพัน หรือพันกว่า แล้วแต่ว่าเดือนไหนถูกใจมากน้อย แต่ที่บ้าสุดคงเป็น SNSD เพราะมีแผ่นแท้แล้ว แต่แผ่นแท้ไม่เคยแกะออกมา (หลายแผนแหละ) แต่ที่ใช้ฟังๆ นี่ผมไปโหลดจาก iTunes Store อีกรอบ เพราะรอแผ่นแท้ที่สั่งจาก YesAsia ไม่ไหว (มันบ้าไปแล้ว) ><”

พวก App หรือ Software หลังๆ เน้นแท้หมด เวลาซื้อ จะซื้อแบบ Download Version เพราะราคาถูกกว่าและสะดวกในการ upgrade แถมัว upgrade version บางค่ายจะเป็นส่วนลดในการ upgrade ใน version ล่าสุดด้วย มันประหยัดกว่า และเริ่มรู้แหล่งในการซื้อ Software ถูกต้องและเทคนิคการซื้อของพวกนี้ในราคาถูก เช่นการลองค้นหา coupon หรือ redeem code มาลดราคา บางครั้งได้ราคาถูกกว่ากล่อง 50-80% เลยก็มี พยายามเช็คจากเว็บ dealer ขายพวกนี้บ่อยๆ จะมีหลุดมาเรื่อยๆ ซื้อแล้วคุ้มกว่า เคยเจอ Photoshop CS5 ราคาเหลือหมื่นหน่อยๆ แต่ไม่ได้ซื้อ เพราะตอนนั้นเงินหมด T_T

ส่วนตัวหลังๆ ไม่ได้คิดว่าการซื้อของพวกนี้เป็นภาระนะ ผมมองว่ามันไม่ใช่การอวดรวย แต่มันคือการทำที่ถูกต้องและควรทำอยู่แล้ว แต่พอดีว่าคนส่วนใหญ่ไม่ทำ เลยดูแปลกๆ แค่นั้นเอง

WP_20130109_014

เหตุง่ายๆ ที่คงไม่ได้ดู “ภาพยนตร์คอนเสิร์ต Bodyslam นั่งเล่น”

คงต้องทำร้ายจิตใจตัวเอง และศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ ด้วยการไม่ดูครับ ผมคงรอแผ่นที่ผลิตออกมาหลังหนังออกจากโรงไปแล้วดีกว่า ถึงจะชื่นชอบแค่ไหน แต่ฉ่ายแต่ Major อย่างเดียวผมก็ขอบาย

เหตุผลง่ายๆ

  • บอกกับตัวเองไว้ว่าจะดูเฉพาะ IMAX เท่านั้น (ถ้าหนังที่ชอบจริงๆ)
  • โฆษณาก่อนหนังฉายครึ่งชั่วโมง (เบื่อมาก)
  • ค่าตั๋วแพง (แพงเอาแพงเอา แต่บริการทุกอย่างเท่าเดิม)
  • ที่นั่งแคบ (จะแคบไปไหน นั่งไม่สบายเลย)
  • เครื่องดื่ม-ของกินราคามหาโหดและไม่มีทางเลือก (ปรกติไม่ซื้อ เพราะเห็นราคาแล้วก็ไม่ไหว ล่าสุดผมแอบเอาน้ำเปล่าใส่กระเป๋าเข้าไป)
  • ช่องขายตั๋วที่น้อยและหวังขายบัตรเติมเงิน (ขายตั๋วแพงแต่ไม่มีปํญญาเพิ่มช่องขาย)
  • APEX และ SF เป็นทางเลือกที่ดีกว่า (ผมจะจ่ายแพงกว่าทำไม ถ้าได้บริการที่เท่ากันและ SF บริการดีกว่า โฆษณาน้อยกว่า ที่นั่งกว้างกว่า)

ผมคงไม่ทำให้เค้าขาดทุนหรอก แต่ถือว่าเป็นเสียงเล็กๆ ที่สะท้อนแล้วกัน

IMG00057-20100704-1713