ทำไมตอนนี้ Hard Drive ถึงมีพื้นที่ขายกันจำกัดแค่ 2TB

เป็นปัญหาที่หลายๆ คนคงนั่งงงว่า แค่เรื่อง RAM ใส่ลงไป 4GB ก็ดันใช้ได้แค่ 3-3.5GB ซึ่งประเด็นมันอยู่ที่ 32-bit OS มาคราวนี้ก็เอาอีก ไอ้เจ้า 32-bit OS เจ้าปัญหาที่ยังครองโลกอยู่นั้นดันมีปัญหากับขนาดพื้นที่ของสื่อเก็บข้อมูลอย่าง Hard Drive (ต่อไปเรียก HDD) เสียด้วย เพราะความต้องการของมนุษย์มันไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อก่อน 1TB เป็นสิ่งที่ทุกคนบอกว่าใช้ยังไงก็ไม่หมด แต่ในวันนี้สื่อต่างๆ วิ่งนำข้อมูลระดับ HD ที่ระดับ HD ปรกติและ Full HD และในอนาคตคงเจอ Super HD ทำให้สื่อที่ใช้ในการเก็บข้อมูลมันก็ใช้เยอะขึ้นเยอะขึ้นไปเรื่อยๆ มาวันนี้ 1TB ก็ชักจะไม่พอ 2TB ก็ดูจะเริ่มล้น แล้วมากกว่านั้นหล่ะ!!!

ตอนนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราๆ ใช้งานกันนั้นส่วนมากก็จะใช้ 32-bit OS อย่างเช่น Microsoft Windows XP, Microsoft Windows Vista และ Microsoft Windows 7 ซึ่งส่วนใหญ่ก็ขายกัน 32-bit กันเป็นส่วนใหญ่ ปัญหาตอนนี้ที่เราเจอก็ข้อจำกัดของการใช้พื้นที่บน RAM ก็ยังรู้กันไม่ทั่ว ตอนนี้ก็เกิดข้อจำกัดในเรื่องของขนาดของพื้นที่ HDD เข้าไปอีก ตอนนี้ HDD ที่ขายก็เลยตันกันที่ 2TB เพราะตลาดส่วนใหญ่ซื้อไปใช้ก็ใช้กับ 32-bit OS กันเสียส่วนใหญ่ ทั้งๆ ที่ตอนนี้คนส่วนใหญ่ก็อยากจะใช้งานมากกว่า  2TB ต่อ HDD 1 ตัว บน 32-bit OS แต่กลับทำไม่ได้!!!

เหตุผลเพราะ Logical Block Addressing ใน MBR partition table ของ HDD ใน 1 ตัว ถ้ามีจำนวน sectors สำหรับใช้อ้างอิงข้อมูลมากกว่า 4,294,967,296 sectors จะทำให้ 32-bit OS มองเห็นไม่ครบหรือเกิดการทำงานที่ผิดพลาด เป็นปัญหาเดียวกับ RAM เลยครับ ปัญหาของ RAM คือ 32-bit OS มองเห็น Memory Addrees ได้แค่ 4,294,967,296 bytes (2 ยกกำลัง 32) เช่นกัน จาก entry เก่าที่ แถลงไข CPU 64-bit แต่โชคยังดีหน่อยที่ 1 sectors ของ HDD โดยค่ามาตรฐานเท่ากับ 512 bytes ทำให้ต่อ 1 HDD ก็จะมองเห็นข้อมูลบน HDD ได้จำนวนข้อมูลคือ 4,294,967,296 sectors x 512 bytes = 2TB นั้นเอง

จริงๆ ปัญหามันยังไม่หมด เพราะใน HDD ความจุสูงเหล่านั้นยังอาจมีปัญหาการบูตกับ BIOS เก่าๆ ที่ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วย!!!

สรุปง่ายๆ คือ
ข้อจำกัดของ 32-bit OS ใน RAM และ HDD
RAM = 4,294,967,296 bytes = ~4GB
HDD = 4,294,967,296 sectors x 512 bytes = ~2TB

แต่ 1 sectors อยากจะปรับเป็น 4Kbytes ก็ได้นะครับ เค้าเรียกว่าทำ Long LBA นั้นเอง เพื่อให้รองรับ 16TB แต่ไม่ใช่ทุกๆ OS จะรองรับ แน่นอนว่า Windows XP ใช้ไม่ได้!!! และทำงานช้ากว่าเดิม -_-‘ และมีความเสี่ยงสูงที่ทำให้ข้อมูลเสียหายมากขึ้นไปอีกจากกรณี bad sector ถ้าอยากใช้ HDD ต่อ 1 ตัวมีขนาดมากกว่า 2TB ก็รอให้ 64-bit OS มันมีส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะๆ ก็คงได้เห็นกันเองครับ ตอนนี้ก็มี 3TB ขายนะครับ แต่ราคาก็ยังแพงอยู่และมีคำเตือนไว้ว่าใช้ได้กับ 64-bit OS เท่านั้นครับ

DSLR & EVIL ความเหมือนที่แตกต่าง!

DSLR = Digital Single Lens Reflex (สะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว) คือ แสงผ่านเลนส์ 1 ชุด สะท้อนกับกระจกสะท้อนภาพ ขึ้นไปสะท้อนปริซึม 5 เหลี่ยมตรงหัวกะโหลก ผ่านช่องมองภาพเข้าสู่ตา เมื่อจะถ่ายรูปมันก็ยกกระจกสะท้อนขึ้นแล้วเปิดม่าน Shutter ให้แสงวิ่งเข้าเซ็นเซอร์แทนตาเรา

Nikon D3

กล้องแบบ EVIL = Electronic Viewfinder Interchangeable Lens คือกล้องที่ใช้การมองผ่านช่องมองภาพเสมือน และเปลี่ยนเลนส์ได้หรือเรียกอีกอย่างว่า Mirror Less โดยเมื่อถ่ายรูปแสงผ่านเลนส์ 1 ชุด โดยระหว่างนั้นจะทำการเปิดม่านชัตเตอร์ให้แสงตรงเข้าเซ็นเซอร์เลย โดยแสงไม่มีการกระทบกระจกสะท้อนภาพและปริซึม 5 เหลี่ยมแบบกล้อง DSLR

Sony NEX-5

Panasonic GF-1

กล้องแบบ EVIL แตกต่างจากกล้องแบบ Compact และ DSLR Like คือเซนเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ ใกล้เคียง หรือเท่ากับ DSLR ตัวใหญ่ รวมถึงการปรับตั้งค่าต่างๆ ได้ใกล้เคียงกันทำให้ DOF ของภาพนั้นทำได้ไม่แพ้ DSLR เลยทีเดียว ตัวอย่าง NEX ของ Sony นั้น x1.5 (เท่า DSLR ตัว DX ของ Nikon เลย!!!) Olympus EP/EPL และ Panasonic GF/G ก็ x2.0 ซึ่งการที่ไม่มีส่วนของกระจกสะท้อนภาพมากั้นเซนเซอร์กับ เลนส์ไว้ เพื่อให้เกิดการมองเห็นใน Viewfinder แบบใน DSLR จึงออกแบบได้บาง และเลนส์มีขนาดเล็กกว่าได้ เพราะระยะทางการเดินทางของแสงจากเลนส์ไปสู่ตัวเซ็นเซอร์มีระยะทางสั้นลงทำ ให้เสียแสงน้อยลง

เทียบกันสักหน่อย

อืมมม ไปซื้อ Sony NEX-5 มาถ่ายรูปดีกว่า เบากว่าเยอะ ฮาๆๆๆ (ราคาก็ใช้ได้เลยทีเดียว)