ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ที่ซื้อเดือนนี้

ก่อนหน้านี้ซื้อ EditPlus มาตั้งแต่ปีโน้นแล้ว (ตอนอยู่มหาวิทยาลัยช่วงปี 3 มั้ง) และตอนนี้ใช้ Windows XP SP3 ที่เป็น OEM ติดมากับเครื่องรวมถึง Sonic RecordNow กับ InterVideo WinDVD ที่ OEM ลงมาให้กับ Notebook ด้วยแล้วก็แทบไม่ต้องลง Nero เลย

เดือนนี้เลยมีโควต้าในการซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์มาเสริมการทำงานอีก 3 ตัว คือ

  • Acronis True Image 11 Home – เอามาแทน EMC Retrospect Express HD 2.0 ที่แถมมากับ WD My Book ด้วย Performance ที่ไม่ไหว และการปรับแต่งที่ไม่ยืดหยุ่นเท่าไหร่ และยังทำไฟล์ tmp ของ svn หายอีก เลยเลิกใช้เลย เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีอย่างอื่นหายอีกหรือเปล่า โดยรวมที่ไม่ซื้อ Norton Ghost เพราะ Ghost ยุ่งกับเครื่องมากเกินไป (และเป็นธรรมชาติของ Software Norton ที่แม่งชอบเสือกกับ OS มากเกินไป) และช้ามาก ๆ แต่ Acronis กลับทำงานได้เร็วมาก จากที่ลองใช้ Trial และการกำหนดค่าที่ยืดหยุ่นกว่าเยอะมาก ๆ เลย
  • FastStone Capture – เป็น Lifetime License ซึ่งเพราะความสามารถที่ดีของมัน และเบาเครื่องมาก ๆ เลยซื้อเลยดีกว่างานนี้
  • CuteFTP 8 Professional – ใช้เป็น FTP Client หลักแทน FileZilla มาตั้งแต่ออก version 3 แล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า FileZilla 3 มันไม่ encrypt ตัว sitemanager เห็น password โล่งโจ่ง รับไม่ได้อย่างแรง และใน forum ของ FileZilla ก็บอกว่าให้ใช้ encryption ของ OS แทน และไม่เห็นความจำเป็นของ encrypt ผมเลยเลิกใช้เลย แต่ที่ใช้ CuteFTP อีกอย่างด้วยเหตุผลเรื่องของ Feature อย่าง Sync Data และ Scripting Rule ต่าง ๆ รวมถึง Tab session ที่ทำงานต่าง ๆ ในหน้าต่างเดียว ฯลฯ

และปลายเดือนนี้ ESET NOD32 Antivirus ที่ซื้อ license ติดต่อกันมา 3 ปีแล้ว ปีนี้ปีที่ 4 ครับ เก็บตัง ๆ เดือนหน้าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็คงจะต่อให้ครบเลยครับ เหลืออีกไม่กี่ตัวก็ 100% Genuine Software แล้วครับ

ไม่ได้บ้าครับ แต่ใช้ของเค้าก็ต้องจ่ายเงิน ;)

6 thoughts on “ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ที่ซื้อเดือนนี้

  1. อะโห ซื้อหลายตัวจังเลยครับ ดีดี

    ผมใช้ Faststone Capture เหมือนกันครับ แต่ใช้ version freeware ตัวสุดท้ายเอา

    ส่วน FileZilla นี่ผมใช้ version 2 อะครับ เคยลอง 3 แล้วรู้สึกมันยังไงก็ไม่รู้

    ตอนนี้กำลังคิดจะซื้อ Adobe Suite CS3 Web Premium แต่กว่าจะเก็บเงินได้ครบคงอีกนานเลย

  2. พยายามหลีกพวกเสียเงินทั้งหลาย ตอนนี้ ที่ใช้เสียเงินจริงๆ จะเป็นพวกโปรแกรมใหญ่ๆเช่น
    windows, office, photoshop

  3. ESET NOD32 ก็ใช้อยู่นะครับ แต่หลังๆรู้สึกมันกิน CPU แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยจังเลย กำลังจะคิดกลับไปใช้ Kaspersky เหมือนปีที่แล้ว เห็น License ละ 500 กว่าบาทเอง ที่ B2S
    ถ้าจำไม่ผิด NOD32 ผมซื้อมา 750 ที่ SE-ED มั้ง…

  4. “dogdoy, ฟิวส์ , เอี้ยก้วย ณ แอนฟิลด์” – โดยรวมผมก็อยากใช้ของฟรี ๆ อ่ะนะครับ แต่บางอย่างนี่ commercial software มันดีกว่าจริง ๆ ทั้งด้านการใช้งานและ support ครับ อย่าลืมว่าถ้าเราซื้อเค้าแล้ว จะได้บริการอีกแบบเลย อย่าง EditPlus เป็นตัวอย่างที่ดีในการ support ครับ รวมถึง NOD32 ด้วย โดยที่ NOD32 นี่ผมเคยมีปัญหา username/password ในการ update ใช้งานไม่ได้ โทรไปสอบถาม (มี call-center ในไทย) ก็ได้รับการแก้ไขโดยทันทีครับ (ไม่เกิน 2 ชั่วโมง) ซึ่งผมมองว่าเรา ๆ คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้ของถูกต้องจะไม่เข้าใจกันเท่าไหร่ครับ (ต้องแม่นภาษาอังกฤษหน่อยจะได้บริการแบบดีมากๆ จาก support ต่างประเทศครับ)

  5. รู้สึกดีครับ แล้วก็เป็นตัวอย่างที่ดีครับ :) เวลาเห็นใครๆใช้โปรแกรมแบบไม่ละเมิดลิขสิทธ์แบบนี้

  6. จัดไปพี่น้อง
    แต่คุณ dogdoy ซื้อadobe ไม่น่ะแพงจัง แต่ว่ามันดีจริง
    อยากซื้อ photoshop มาใช้เหมือนกัน แบบว่าโปรแกรมอื่นไม่มีคุณสมบัติที่ใช้อยู่ประจำ
    เลยไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้ได้ แล้วก็ เจ้าGimp เนี้ยแผงเครื่องมือ (tool bar) ใหญ่บังเนื้อที่ทำงานเกินไป
    เฮ่อๆ อยากซื้อเหมือนกันของแท้ แต่ก็แพง เพราะบ้างอันโอเพนซอร์ส มันมีไม่ที่เราต้องการจะใช้

    adobe ราคาหมื่นนิดก็จะซื้อแต่นี้ ราคาพระเจ้าเลย สงสัยต้องเลิกทำงานออกแบบเว็บ มาเป็นเขียนโค้ดยังเดียว

Leave a Reply