วิธีอัพเกรดมาใช้ Office 2016 ใน Office 365 Midsize Business หรือ Office กลุ่ม Enterprise ที่ได้ Office 365 รุ่น ProPlus

การอัพเกรดมาใช้ Office 2016 ใน Office 365 Midsize Business หรือ Office กลุ่ม Enterprise ที่ได้ Office 365 รุ่น ProPlus จะแตกต่างจากตัวอื่นๆ ตรงที่เป็นอัพเดทแบบ Current Branch for Business (CCB) ซึ่งมีรอบอัพเดทความสามารถใหม่ๆ แบบ 4 เดือนครั้ง คือช่วงเดือน กุมภาพันธ์ มิถุนายน และตุลาคม ซึ่งจะไม่ได้ทันทีแบบรุ่นอื่นๆ Office 365 ในแผนการอัพเดทปรกติ คือกลุ่มนี้หากใช้รอบอัพเดทปรกติจะได้รับการอัพเดทกุมภาพันธ์ปี 2016 ครับ

Get-ready

แต่แน่นอนว่าอยากอัพเดทเร็วแบบชาวบ้านเค้าก็ทำได้ครับ โดยเข้า ไปเปลี่ยนที่ Services Settings > Update แล้วเปลี่ยนจาก Standard release มาเลือกที่ Entire organization ใน First Release แทน

2015-09-23_234617

เวลาพนักงานหรือผู้ใช้งาน ต้องการอัพเกรด ก็เข้าที่ Install and manage software แล้วจะมีหัวข้อ Try the next version of Office โผล่มาให้เราเลือกเพิ่มเติม เราก็โหลดตรงนั้นมาติดตั้งแทน แล้วมันจะอัพเกรดจาก Office 2013 มา Office 2016 ให้ โดยที่ configuration และข้อมูลอีเมลต่างๆ จะย้ายมาให้ทั้งหมด ใช้เวลาโหลดไม่นานนักก็ได้มาใช้งานแล้ว

2015-09-23_234820

ขอบคุณ Microsoft Customer Support ที่อเมริกาและสิงค์โปร์ที่แนะนำวิธีนี้มาให้ เปิด ticket เมื่อคืน อีก 30 นาทีโทรมาจากอเมริกา (ผมนอนไปแล้วไม่ได้รับ) เช้ามาเปิดเมล เค้าส่งเมลมาถามและแนะนำวิธีเบื้องต้น พอให้ข้อมูลเพิ่มเติมไป ทางสิงค์โปร์เมลมาตามเคสแทนเพราะเป็นเวลาทำการแถวนี้ พร้อมแนะนำวิธีข้างบนให้ และปิดเคสไปในเวลาไม่ถึงวัน support ฝั่ง Office ยังคงความประทับใจเสมอ (เปิด ticket ไปหลายครั้งก็ประทับใจทุกครั้ง เพราะตอบกลับใช้เวลาไม่นาน และแนะนำได้ตรงจุดจริงๆ)

ข้อมูลอื่นๆ Office 2016 Problems and Solutions and Frequently Asked Questions

ปล. 1: ตอนนี้ Microsoft เลิกขาย Office 365 Midsize Business ไปแล้ว เปลี่ยนชื่อ Plan ใหม่เป็น Office 365 Business Premium
ปล. 2: แพตพวก security ยังอัพเดททันทีเหมือนรุ่นปรกติ

2015-09-23_232104

ข้อแตกต่างระหว่าง SkyDrive และ SkyDrive Pro

ข้อมูลล่าสุด (27/8/2013) – SkyDrive Pro increases storage and ease of sharing

SkyDrive เป็นบริการจัดเก็บไฟล์สำหรับใช้งานส่วนตัวผ่านระบบ Cloud Storage ของ Microsoft เพียงอย่างเดียว โดยสามารถเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกับ Office 365 Home Premium และบริการ Office Web Apps ได้ ซึ่งถ้าใช้งานร่วมกับ Office 365 Home Premium จะให้พื้นที่เพิ่มเป็น 20GB เพื่อใช้ในการจัดเก็บไฟล์ ซึ่งจะมากกว่าพื้นที่พื้นฐานที่ให้เพียง 7GB เท่านั้น

โดยใน SkyDrive นั้นจะสามารถซื้อพื้นที่สำหรับจัดเก็บไฟล์เพิ่มเติมได้มากถึง 100GB โดยไม่มีการจำกัดประเภทของไฟล์ (file types) ในการจัดเก็บบน SkyDrive

ข้อจำกัดของ SkyDrive คือ

  • สามารถอัพโหลดไฟล์ได้สูงสุดที่ 2GB ต่อไฟล์
  • สามารถซื้อพื้นที่เพิ่มได้ไม่เกิน 100GB (ไม่รวมพื้นที่อีก 7GB ที่ได้มาในตอนแรก)
  • ไม่มีระบบจัดการการเข้าถึงไฟล์แบบกลุ่ม หรือรองรับการใช้งานกลุ่มธุรกิจ

SkyDrive Pro เป็นบริการจัดเก็บไฟล์สำหรับองค์กรที่มีความสามารถในการแชร์ และประสานงานภายในองค์กร บนบริการ Office 365 สำหรับใช้งานในกลุ่มธุรกิจ โดยให้พื้นที่ 25 GB และสามารถซื้อเพิ่มได้เป็น 50 หรือ 100GB และยังสามารถซื้อเพิ่มเติมอีก เพียง 7GB และไม่สามารถซื้อเพิ่มเติมได้ โดย SkyDrive Pro นั้นเปลี่ยนชื่อมาจาก SharePoint Workspace (ชื่อโฟลเดอร์เก่าชื่อ SharePoint Libraries) ซึ่งใช้งานได้บน Office 365 Small Business, Office 365 Enterprise และ SharePoint แบบที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายภายในองค์กร (on-premises SharePoint services) โดยความสามารถเด่นคือสามารถกำหนดการแชร์ระหว่างกลุ่มภายในองค์กรได้ผ่าน Exchange Online และ SharePoint Online

ข้อจำกัดของ SkyDrive Pro คือ

  • ใน SkyDrive Pro library หรือ SharePoint library สามารถอัพโหลดและดาวน์โหลดไฟล์ได้สูงสุดที่ 2GB ต่อไฟล์
  • Sync ไฟล์และโฟลเดอร์ใน SkyDrive Pro library ได้ 20,000 รายการ (นับรวมทั้งไฟล์และโฟลเดอร์)
  • Sync ไฟล์และโฟลเดอร์ใน SharePoint library ได้ 5,000 รายการ (นับรวมทั้งไฟล์และโฟลเดอร์)
  • ให้พื้นที่ 25 GB และสามารถซื้อเพิ่มได้เป็น 50 หรือ 100GB โดยยังสามารถซื้อเพิ่มเติมจากนี้ได้อีกที่ 0.20USD/GB ต่อเดือนอีกด้วย เพียง 7GB และไม่สามารถซื้อเพิ่มเติมได้
  • ไฟล์ที่สามารถใช้งานบน SkyDrive Pro ต้องไม่ใช่ไฟล์ในตาราง “File types blocked by default” บน SharePoint 2013
    (ดูตารางนี้ได้ที่ Manage blocked file types in SharePoint 2013)

อ้างอิง

น้ำตาจะไหล Office 365 รับอีเมลจาก battle.net ได้แล้ว

จาก blog เก่าที่ ใช้อีเมลของ Microsoft Office 365 Small Business Premium ทำให้รับอีเมลจาก @battle.net และ @blizzard.com ไม่ได้ ก็เปิด ticket ไปตั้งแต่วันนั้น อีเมลสอบถามไป-มา ผ่าน support ช่วงแรกๆ support เค้าก็ดีนะ ช่วยเหลือสอบถามเต็มที่เพื่อให้เข้าใจตรงกัน

อีเมลฉบับแรกเค้าทวบทวนขั้นตอนต่างๆ ใหม่แล้วทำขั้นตอนแบบเดียวกับที่ผมทำเลย

I will try to sign up to battle.net by using my Office 365 Small Business Premium account and submit for password reset to see if the issue could be reproduce from my side.

อีเมลฉบับที่สองแจ้งว่าเค้าพบปัญหาเช่นเดียวกัน

I have created a battle.net account by using my Office 365 Small Business Premium e-mail address and then submit a request for password reset. The issue could be reproduced from my side since I could not receive any mail from battle.net in my Office 365 mailbox, even after configuring battle.net in safelisting.

However I have no issue with receiving mail from battle.net by using Office 365 Plan E3 account.

สุดท้ายเค้าก็แจ้งว่าคงต้องแจ้งทาง backend อีกต่อหนึ่งเพื่อแก้ไขปัญหา

We are still working with our back-end team in order to troubleshoot the issue.

และหลังจากฉบับนั้นอีเมลการแก้ไขปัญหาก็หายไป ได้แต่คำตอบเรื่องของการตั้ง exception ของ Forefront Online Protection for Exchange (FOPE) ที่ทางนั้นเค้าต้องตั้ง exception ให้เราเอง

Currently we are still waiting for more information regarding the possibility to create an exception in FOPE for incoming mails from battle.net and blizzard.net.

ผ่านล่วงเลยมาจะ 3 เดือนยังไม่คืบหน้า เพราะได้แต่อัพเดทเฉพาะส่วนสุดท้ายมาหลายรอบ อดทนไม่ไหวเลยขอจัดใน forum ของ office 365 ซะเลย

I can’t receive password reset emails from blizzard.net or battle.net

I started contact to your Support Engineer at 14 March, 2013 (Ticket ID: SRX1199839465ID)

My problem is “I submitted a request to reset the password for your battle.net account, however the password reset which sent by battle.net could not be delivered to your Office 365 mailbox. But my client have sent email to me in Office 365 mailbox normally. Example, Issue resemble in Issues with receiving e-mails from domains @blizzard.com and @battle.net . Please advise me for fix this issue. (http://community.office365.com/en-us/forums/158/p/72329/273426.aspx)”

Now, 2 June, 2013. This issue not solved and it too long for me! You don’t have any more updates my issue. Your support engineer reply e-mail to me 3-4 times with “Currently we are still waiting for more information regarding the possibility to create an exception in FOPE for incoming mails from battle.net and blizzard.net.” and not any better update from 14 March, 2013. Your suppport use 2-3 months to investigate and fixed this issue for me!.

I can not waiting waiting waiting longer but I want fix my issue now!

หลังจากไปก่อนดราม่าเล็กๆ สุดท้าย มาวันนี้ใช้งานได้แล้ว!!! อืมมม นะ 3 วันจบเรื่อง (╯°□°)╯︵ ┻━┻)

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Office 365 Home Premium ตัวล่าสุดกับ Office 2013 แบบกล่อง (Retail)

หลายคนสับสนระหว่าง Office 365 Home Premium กับ Office 2013 แบบกล่อง (Retail) ตัวล่าสุดที่ขายกันเล็กน้อยนะ เพราะไม่ทราบว่า subscription product ของ Microsoft ของ Office 365 Home Premium นั้นสามารถติดตั้ง Microsoft Office ที่เป็น Applications ตัวเต็มได้ และสามารถทำงานแบบ Offline ได้เลยโดยเพียงแค่ต้องทำ activate subscription ตอนติดตั้งครั้งแรกที่เราไปโหลดตัว installer มาและติดต่อ ซึ่งตัว installer มันจะ stream ตัวโปรแกรมมาให้เราที่เครื่องเราเหมือนติดต่อจากแผ่น CD/DVD เลย และระบบจะตรวจสอบเราทุกครั้งที่ต่อ internet ว่าเราหมดระยะ subscription หรือยัง ถ้าซื้อแบบกล่องก็ไปโหลด installer มาได้เช่นเดียวกัน

ข้อดีของการใช้ Office 365 Home Premium คือจ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปี โดยได้ update/upgrade ตัว Microsoft Office ใหม่ล่าสุดเสมอๆ และสามารถใช้งานได้ 5 เครื่อง (รวม desktop, notebook และ mobile พวก tablet) ซึ่งจะใช้ activation key จากในหน้า Office Portal หรือส่งทางอีเมล ในกรณีที่ซื้อแบบ Online ผ่านทาง Microsoft Account (พวก Hotmail หรือ Windows Live ID สามารถทำ auto-renewal ได้ด้วย ซึ่งสามารถเลือกจ่ายเป็นรายเดือนหรือปี หรือแม้แต่จะใช้ activatetion  key จากการ์ดในกล่องซึ่งขายเป็นรายปีก็ทำได้

เมื่อได้ activation key มาแล้ว เราก็เอามากรอกตอนเริ่มต้นใช้งานครั้งแรก เพื่อผูก activation key เข้ากับ Microsoft Account ของเรา ซึ่งถ้า activation key ใช้ได้ ตัว Office จะ activate ตัวเองไปพร้อมๆ กับผูก activation key นั้นเข้ากับ Microsoft Account แล้วเราก็เริ่มใช้งานได้เลย

สำหรับเรื่องยกเลิกสิทธิ์ที่จะใช้เครื่องนั้น หรือเรียกว่า deactivate ก็สามารถทำได้ผ่าน Office Portal โดยใช้ Microsoft Account ที่ผูกกับ activatetion  key ดังกล่าว เพื่อนำสิทธิ์ที่ได้มากลับคืนตามจำนวนเครื่องที่มีสูงสุด 5 เครื่อง และค่อยไปติดตั้งเครื่องอื่นแทน ซึ่งระบบจะยกเลิกสิทธิ์ตัว Office ที่เครื่องเก่าออก โดยจะขึ้น Expire subscription และตัว Office ที่ติดตั้งเครื่องดังกล่าวจะอ่านไฟล์ได้อย่างเดียว (Read Only mode)

สิ่งที่เป็นข้อควรจำอีกอย่างคือ Office 365 Home Premium นั้นให้ใช้ได้แต่เฉพาะ Home use เท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้งานในเอกสารหรือทำงานด้านธุรกิจได้ ถ้าจะใช้งานด้านธุรกิจจริงจังควรใช้ Office 365 Small Business Premium เป็นต้นไป โดยจะมีคุณสมบัติคล้ายๆ กัน และมี Microsoft Office ที่เป็น Applications ตัวเต็มด้วย และถ้าใช้ Office 365 for Business ที่ราคาต่ำกว่า Office 365 Small Business Premium จะเป็น Office Web Apps เท่านั้น อ่านเพิ่มเติมต่อได้ที่ เลิกเสียเงินกับ Google Apps/Evernote และหันมาใช้งาน Office 365 Small Business Premium ครับ

2013-03-20_152303

Capture จาก Compare Microsoft Office Products & Subscription Plans – Office.com

 

ใช้อีเมลของ Microsoft Office 365 Small Business Premium ทำให้รับอีเมลจาก @battle.net และ @blizzard.com ไม่ได้

เหตุเกิดเพราะจะเข้าไปเล่น StarCraft แก้เครียดสักหน่อย แต่สุดท้ายเครียดหนักกว่าเดิมอีก เพราะอยู่ๆ Account ที่ใช้ก็แจ้งว่าโดน Locked อืมมมมม วันก่อนยังโหลดเกมมาลง ยัง login เข้าได้ปรกติอยู่ มาวันนี้โดน lock มันต้องมีอะไรแน่ๆ

ตอนนั้นไม่คิดอะไรมาก คิดว่า งั้น Request ให้ระบบมันส่งตัว link สำหรับ Recovery Account  มาแล้วกัน ใส่ข้อมูลไปครบ ทำตามขั้นตอน ดูทุกอย่างจะไม่มีปัญหา และระบบแจ้งว่าส่ง link ตัว reset สำหรับ Account ผมไปใหที่อีเมลที่ใช้อยู่

ดูท่าจะไม่มีอะไร ทุกอย่างราบรื่นดี กำลังจะได้เล่นเกมแหละ

นั่งรอ…

รอ…

รอไปครึ่งชั่วโมงไม่มา (╯°□°)╯︵ ┻━┻)

อืมมม นอนแล้วกัน

ตื่นเช้ามาอีเมลก็ยังไม่มา เอ้าาา เฮ้ยยยย อะไรฟร่ะ

นั่งไล่ๆ หามีคนแจ้งเยอะกว่า Blizzard ระบบอีเมลมีปัญหาบ้าง หรือ Delay เองบ้าง ก็โอเคพอเข้าใจได้ ลองใหม่อีกรอบ ขั้นตอนเหมือนเดิมเลย อ้าววว สรุปไม่ได้อีเมลอีกตามเคย แปลกๆ แหละ

เลยเข้าไปจะเปิด Ticket ขอ support แต่….

ระบบ support ของ Blizzard แม่งไม่รู้เอาอะไรคิด คือต้องให้ Login ไปเปิด Ticket ขอ Support แต่ผมมัน Login ไม่ได้ แล้วจะไปเปิด Ticket ยังไงวะครับ ><“

เอาเหอะ Blizzard มันช่วยอะไรไม่ได้ตอนนี้เลยเอาไว้ก่อน เราต้องเช็คก่อนว่าระบบเมลเราถูกต้องก่อนดีกว่า (เดี่ยวไปด่า Blizzard โดยไม่ตรวจสอบเราเองเค้าจะด่าแม่ได้)

เริ่มค้นหาต่อไป ซึ่งระบบเมลเราจะผิดพลาดได้ยังไง ก็ยังอีเมลตอบงานไป-มาได้ปรกติดีนี่หว่าเรา เลยไปค้นๆ ใน Community ของ Office 365 ว่ามีใครเจอกรณีแบบเราหรือไม่….

สรุปก็เจอ!!! Issues with receiving e-mails from domains @blizzard.com and @battle.net และ email being blocked from external source เลยสรุปได้ว่า

ระบบ ForeFront Online Protection for Exchange (FOPE) ของ Microsoft Office 365 ส่วนของ e-mail account มัน block อีเมลที่มาจาก domains ทั้ง @battle.net และ @blizzard.com!!!!

ก็เลยหาใน Comunity ต่อไป ก็มีแนะนำให้เข้าไปที่ Exchange Admin Center (EAC) เพื่อตั้งค่า FOPE แต่ว่าเช็คๆ ดูมันเข้าตรงไหน?

พอหาไปหามาก็พบว่า เจ้า EAC เนี่ย ตัวมันเองก็ไม่มี Link เข้าไป UI ส่วนนี้จากในหน้า Admin ของ Microsoft Office 365 Small Business Premium ทำให้ต้องมาพิมพ์ใส่เพิ่มเติมเพื่อหาทางเข้าบ้านกันเอา (╯°□°)╯︵ ┻━┻)  ตามข้อมูลด้านล่าง

New office 365 exchange contol panel ?  ตอบโดย Pratik Pandya MSFT Support

In Plan P you don’t have access to ECP directly. To have access it Go to portal-> Go to OWA(Outlook Web Apps->Copy that URL i.e. https://pod51037.outlook.com/owa/?exsvurl=1&ll-cc=1033&modurl=0&realm=yjhenter.onmicrosoft.com&wa=wsignin1.0 and remove the portion from URL /?exsvurl=1&ll-cc=1033&modurl=0&realm=yjhenter.onmicrosoft.com&wa=wsignin1.0 and https://pod51037.outlook.com/owa/ecp (Type ecp behind the /owa and if you get page can’t be displayed then https://pod51037.outlook.com/ecp use to direct access of ECP you will redirect to ECP in your portal.Thanks,Pratik Pandya

อืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

ด่า Blizzard เรื่องขอเปิด Ticket Support ต้อง Login ทั้งๆ ที่คนที่อยากเปิด Ticket support มันอาจจะต้องการขอ Support เพราะ Login ไม่ได้มันโคตรไร้สาระแล้วนะ

มารอบนี้ Microsoft ก็เอากับเค้าด้วย แต่สุดท้ายยยยยย

ต่อให้เข้าไปที่ EAC ได้ แต่ก็ไม่มีตัวเลือก FOPE ตามที่บอก และผมก็ได้คำตอบสุดท้ายคือ

MSFT Support บอกว่า “this feature is not available for Office 365 Small Business and Small Business.” – Accessing FOPE ทำให้ Microsoft Office 365 Small Business Premium ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขได้!! ต้อง Enterprise Plan เท่านั้น!!

นั่งพยายามมาทุกทางแล้ว หมดปัญญาครับ ตอนนี้เลยเปิด Ticket Support ของ Microsoft มาช่วยแล้วกัน (╯°□°)╯︵ ┻━┻)