ลองเล่น Internet 3G ของ TrueMove H ผ่าน Aircard กันบ้างดีกว่า
ผมได้ Aircard 3G+ ของ TrueMove H มาลองใช้จากทาง TrueMove H มาได้สัก 2-3 อาทิตย์แล้ว ได้ลองใช้งานในเขตพื้นที่หนาแน่นของประชากรที่ใช้งานอยู่ 2 แห่ง ลองเล่นทั้งเวลาทำงาน เวลาหลังเลิกงานและช่วงคนใช้น้อย แล้วลองทดสอบความเร็วดูด้วย
ต้องบอกก่อนว่า TrueMove H เป็น 3G 850Mhz ที่เป็น Reseller ของ CAT (ช่วงคลื่นทั้งหมด 15Mhz) ตอนนี้กำลังขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
เรื่องความเร็วของ 3G ลองอ่าน ความเร็วที่แท้จริงของ 3G ที่หลายคนอาจยังไม่รู้เวลาใช้งานจริง เสริมดูก่อนก็ได้เผื่อจะไม่เข้าใจเรื่องความเร็วที่ได้มาว่าทำไมถึงทดสอบในช่วงเวลาและสถานที่ที่แตกต่างกัน
สำหรับตัว Package ตัว Aircard 3G+ นั้นมีตัว Aircard และ SIM แบบเติมเงินมาให้ในกล่องเลย
ลักษณะของ Aircard นั้นมีคล้ายๆ กับ USB FlashDrive แบบเมื่อก่อน มีส่วนที่สไลด์สำหรับใส่ SIM อยู่ด้านใน
ขนาดของ Aircard เมื่อเสียบกับช่อง USB ก็ถือว่ากลางๆ อาจจะใหญ่สำหรับบางคนนะ
เสียบเข้าช่อง USB ก็มี software ให้ติดตั้ง แล้วก็ไล่ลง driver ให้ตามปรกติเลย โดย driver ก็รองรับและใช้งานได้บน Windows 8 เช่นกัน
(ผมทดสอบบน Windows 7 และ Windows 8 ในการทดสอบครั้งนี้)
ตัว Aircard ตัวนี้ build-in WiFi มาให้เลย เพราะฉะนั้นก็สบายใจได้ว่าเอาไปใช้งานได้สำหรับเครื่อง Desktop ที่อาจจะไม่มี WiFi (หรือต้องการควบคุมการใช้งานผ่าน Aircard อีกที) แต่ส่วนตัวคิดว่า Notebook สมัยนี้คงไม่ค่อยมีปัญหาว่าไม่มี WiFi แล้วหล่ะ
สำหรับ function อื่นๆ ในส่วนของ software นั้นมีตัวควบคุมและสั่งงานสำหรับเติมเงินต่างๆ บนตัว software ได้เลย ทำให้สะดวกเวลาต้องการเติมเงิน ไม่ต้องถอดซิมมาใส่มือถือเพื่อเติมเงินแต่อย่างใด รวมไปถึงเมื่อเงินในซิมหมด (กรณีเป็นซิมเติมเงิน) ตัว TrueMove H จะ redirect ตัว browser ให้ไปหน้าสำหรับจ่ายเงินเพื่อซื้อเครดิตหรือเติมเงินเข้าตัวซิมให้ทันทีโดยไม่ต้องไปที่ร้านค้าเพื่อซื้อบัตรเติมเงินมาเติมแต่อย่างใด
ผลการทดสอบด้านความเร็ว
จากที่ได้บอกไปแล้วว่าตัว Aircard คงไม่ได้มีประเด็นสำคัญอะไรมาก เพราะความเร็วสูงสุดของ H/W ที่ทำได้นั้นคงทำได้แน่ๆ อยู่แล้ว แต่ความเร็วที่สำคัญกว่าคือความเร็วของเครือข่าย TrueMove H ที่ผมได้นำมาใช้มากกว่า
โดยความเร็วนั้นถ้าเครือข่ายที่อยู่ในพื้นที่ที่มีคนใช้งานเยอะ ก็จะได้ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 200-1,500kbps โดยประมาณ การตอบสนองการเรียกข้อมูลประมาณ 60-100ms เห็นจะได้ โดยผมได้ทำการทดสอบอยู่ในช่วงเวลา 17:00 น. และ 21:00 น. เพราะทดสอบในใจกลางเมืองแถวสยาม-เพลินจิต
ต่อมาเป็นการทดสอบในแหล่งที่คนไม่หนาแน่นมากและช่วงเวลาต่างกันคือ 22:00 และ 03:30 น. ความเร็วในการใช้งานนั้นเพิ่มมากขึ้น โดยจะได้อยู่ที่ 500 –2,000kbps และพอมาในช่วง 03:30 น. ก็ได้ความเร็วที่ 3-4,000kbps ในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยมีคนใช้งาน ในพื้นที่แถวๆ อุดมสุขนั่นเอง
แต่ส่วนที่ผมประทับใจมากก็คือความเร็วในการตอบสนองการเรียกข้อมูล (latency) ที่ 50-150ms ซึ่งเราสามารถนำความเร็วในการตอบสนองต่ำขนาดนี้ไปใช้ในการโทรศัพท์ผ่าน VOIP หรือ VDO Call ได้เลยถ้าในพื้นที่ของเรามีคนใช้งานไม่หนาแน่นอนมากนัก หรือใช้ประโยชน์ในการดู TV Online ก็สามารถทำได้ลื่นไหลดีเช่นกัน
จากข้อมูลโดยส่วนตัวของผมแล้วนั้น ตัว Aircard ของ TrueMove H นั้นมี software ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานซิม TrueMove H ที่ดีและมีประโยชน์มาก
โดยเมื่อมาพูดถึงเรื่องคุณสมบัติของตัวเครือข่ายนั้น ต้องบอกว่าอยู่บนพื้นฐานของความหนาแน่นของการใช้งานของลูกค้าในแต่ละบริเวณเป็นสำคัญครับ โดยพื้นที่ที่ผมทดสอบนั้นอยู่ในใจกลางเมืองย่านธุรกิจของกรุงเทพซึ่งก็ตอบสนองการใช้งานได้ในระดับที่น่าพอใจ และในช่วงเวลาที่คนใช้งานน้อยก็ทำงานได้ในความเร็วที่ดีมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเช่นกัน
ทดสอบความเร็ว dtac 3G แถวๆ อุดมสุข และหมอชิต กรุงเทพฯ
พอเค้าเปิดให้บริการก็ลองเล่นซะเลย ส่วนตัวแล้วไม่ได้เป็นกลุ่ม beta test จริงจัง (เค้าเปิดให้ผมใช้ไม่ทัน พอดีว่าแจ้งเบอร์ไปผิด ><) ผมก็เลยไม่ได้ใช้ตอนเค้าทดสอบ ส่วนตัวไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะว่ารอบเปิด dtac 3G รอบที่แล้วก็ได้ลองไปหน่ำใจอยาก ก็เลยรอเค้าเปิดใช้ร่วมกับคนทั่วไปก็แล้วกัน
ขั้นตอนก็ง่ายๆ กด *3000# แล้วโทรออก ใช้กับ SIM ของ dtac ทุกเบอร์ ก็ใช้งานได้แล้ว ประมาณนั้น (ผมทำแค่นี้แหละ แล้วรอ sms ตอบกลับ)
การทดสอบเล็กๆ นี้ใช้คู่กับ dtac aircard flip 158 ความเร็วก็ได้ตามในภาพครับ เดี่ยวลองกับ WWAN Ericsson F5521gw ดูอีกทีว่าจะยังไง
ตอนนี้ผมมี Sim 3G อยู่ 4 เจ้า i-kool 3g, imobile 3gx, AIS 3G และ dtac 3G คิดว่าเดี่ยวจะไปหา Truemove 3G มาลอง ดูเหมือนกัน
อุดมสุข
หมอชิต
แถมท้ายกับโฆษณาสักเล็กน้อย แต่บอกไว้ก่อน ดูแล้วน้ำตาซึม….
review – dtac aircard wave 102
ผมเพิ่งได้รับ aircard ตัวนี้มาได้ประมาณ 3 วัน โดยภาพรวมก่อนเลย สำหรับ aircard ตัวนี้นั้น จำหน่ายในแนวทาง “ราคาถูก เร็ว และรองรับ 3G 2100MHz” ราคาตั้งขายอยู่ที่ 1,290 บาท มาพร้อม Sim card ที่มีชั่วโมง Internet 20 ชั่วโมง โดยแบ่งให้ใช้ได้ 2 เดือน เดือนละ 10 ชั่วโมง
ภาพรวมตอนแรกที่ได้มานั้น ต้องหาก่อนว่า aircard ตัวนี้ OEM มาจากบริษัทอะไรตามธรรมเนียม ;P
เมื่อได้ลองสังเกตตอนติดตั้งแล้วเป็น aircard ที่ผลิตโดย ZTE Technologies แล้วลองหาข้อมูลลงไปแล้วมีความสามารถเดียวกับ ZTE MF626 ซึ่งคาดว่า OEM มาจากบริษัท ZTE Technologies แทนรุ่นก่อนหน้านี้ที่ dtac มักจะ OEM จาก Huawei อาจจะเพราะต้องการทำราคาให้ถูกที่สุดนั้นเอง
เมื่อ OEM จาก ZTE MF626 แน่นอนว่าเสปคเหมือนกันครับ
ได้มายังไม่ได้แกะเลยครับ
กล่องบางกว่ารุ่น flip อยู่เกือบเท่าตัวเลยทีเดียว
- รองรับ 3G บนคลื่น HSDPA/HSUPA/UMTS 2100 MHz
เพราะฉะนั้นใช้ได้แต่ย้านที่เป็นของ TOT และผมคิดว่า dtac คงต้องการปูทางสำหรับ 3G 2100MHz ในอนาคตแน่นอน - รองรับ GSM/GPRS/EDGE 850/900/1800/1900 MHz
สามารถใช้ได้กับทุกค่ายทั้ง dtac, AIS, และ True - รองรับความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด 3.6Mbps
- รองรับความเร็วอัพโหลดสูงสุด 384Kbps
- เชื่อมต่อแบบ USB
- รองรับ Windows 2000, Windows XP(32/64bit), Vista(32/64bit), 7(32/64bit) และ MAC OS
ทุกอย่างเดิมๆ แบบเดียวกับ flip ครับ ด้านในมือคู่มือเล่มบางๆ และ Sim Card ชุดนึง
รูปร่างนั้นคล้ายกับตัว DTAC aircard 3G รุ่นแรก (รูปด้านล่าง ซ้ายมือบน) และมีช่องสำหรับใส่ micro SD Card ได้
ซึ่่งไม่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ นัก ทำให้ aircard ตัวนี้เป็น Flash Drive ขนาดย่อมๆ ได้ไปในตัว
ตัววัสดุนั้น ต้องบอกเลยว่ารุ่น flip และ 3G ดูแข็งแรงกว่า ตัวนี้เนื้อพสาสติกดูอ่อนตัวและบางกว่าพอสมควรเลย
ถาดใส่ Sim card เป็นพสาสติก แตกต่างจากตัว 3G ที่เป็นแสตนเลส ส่วน flip เป็นแบบสอดเข้าไป
สำหรับตัวซอฟต์แวร์ที่ให้มานั้น แตกต่างจากรุ่น flip และ 3G ครับ (ขนาดรุ่น flip กับ 3G ยังใช้คนละตัวเลย)
ทำให้ในเครื่องผมตอนนี้มีซอฟต์แวร์จัดการ aircard ทั้ง 3 ตัว แต่ก็สามารถทำงานได้ โดยไม่มีปัญหา
หน้าตาหน้าเชื่อมต่อนั้นทำได้เรียบง่ายเช่นเดิม และเป็นภาษาไทยเช่นเดิม
จัดการข้อความ SMS ได้ผ่านตัวซอฟต์แวร์ได้เลย
แน่นอนว่าจัดการ SMS ได้ก็ต้องจัดการรายชื่อหมายเลขโทรศัพท์ได้เช่นกัน
หลายๆ คนอาจจะต้องการปรับแต่ค่าและเปลี่ยนแปลงค่าต่างๆ ส่วนเปล่ียนแปลงค่าก็มีให้มากขึ้นกว่าตัว flip
หน้านี้เป็นสว่นของการติดต่อกับบริการของ DTAC โดยมีแยกระหว่างแบบรายเดือนและแบบเติมเงิน
สรุปโดยภาพรวมแล้วเป็น aircard ที่นำเสนอให้กับลูกค้าในราคาไม่แพง โดยในตัวกล่องนั้นมาพร้อม Sim Card และโปรโมชั่นแถมมาให้อีก 2 เดือน ซึ่งราคาระดับนี้ในท้องตลาดก็มีตัวเลือกไม่มากนัก ที่รองรับ 3G 2100 MHz ครับ
สำหรับดัานความเร็วนั้น ผมไม่มี Sim 3G 2100 MHz (หาของ TOT ไม่เจอ หายไปไหนไม่รู้) เลยทดสอบได้แต่ EDGE นั้นก็ตามมาตรฐานของ DTAC โดยทั่วไปครับ อันนี้ผมก็ตอบไปได้เลยว่ารุ่นไหนก็ไม่ต่างกันแฮะ ต้องวัดกันที่ 3G ซึ่งเดี่ยวจะเทียบ 3 ตัวทีเดียวเลยครับ อดใจรอกัน ^^
สำหรับการจับสัญญานั้นตัว flip ทำได้ดีกว่าพอสมควรครับ (แน่อนเพราะเค้าออกแบบมาสำหรับการจับสัญญาที่ดีที่สุดอยู่แล้ว) แต่แม้จะรูปร่างใกล้ๆ กับตัว 3G ก็ยังด้อยกว่าตัว 3G นิดๆ อยู่ดี วัดจากตัวแสกลแสดงการรับสัญญาที่แตกต่างกันในพื้นที่เดียวกันครับ