Review – Lenovo ThinkPad Edge E325

DSC_9996

ผมได้รับ Lenovo ThinkPad Edge E325 มาต่อจาก Lenovo ThinkPad Edge E125 ทิ้งช่วงมาสักพักใหญ่ๆ ครับ โดยรวมแล้ว ในความคิดส่วนตัวนั้น ตัวเครื่องและวัสดุต่างๆ ไม่แตกต่างจาก ThinkPad Edge E125 เท่าไหร่นัก คล้ายๆ กับdkiขยายร่างขึ้นมามากกว่าครับ

DSC_0010 DSC_9998

Read moreReview – Lenovo ThinkPad Edge E325

Review – Lenovo ThinkPad Edge E125

DSC_8860 DSC_8846

ผมได้รับเครื่องนี้มาใช้งานอยู่ได้สักพักใหญ่ๆ ได้เล่นเยอะมากครับ แบกไปทำงานอยู่วันนึง นั่งเล่นเรื่อยๆ อยู่ที่ร้านกาแฟ แบก ไปคุยงานกับลูกค้าบ้าง โดยรวมต้องบอกว่าเหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องเล็กๆ พกพาสะดวกเป็นหลัก

DSC_8836

ต้องขอเท้าความก่อนว่า ThinkPad Edge Series นั้นออกแบบมาโดยที่ไม่ได้เอาทุกความสามารถของ ThinkPad Classic Series มาทั้งหมด เนื่องจากตัว ThinkPad Edge เน้นสวยและดูทันสมัยมากกว่า ไม่ได้อนุรักษ์นิยมแบบรุ่นพี่ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่สามารถทำให้แข็งแรงได้เท่ากับรุ่นพี่แน่ๆ ซึ่งส่วนที่แตกต่างหลักๆ คือ…

  • ช่องระบายน้ำด้านล่างคีย์บอร์ด
  • บานพับไม่ใช่แบบเหล็กกล้า
  • ไม่มีโครงเครื่องแมกนีเซียม Roll Cage
  • ไม่มีไฟส่องคีย์บอร์ด
  • ไม่มี Ultrabay
  • คีย์บอร์ด Layout 6 แถว
  • จอภาพแบบ Glossy
  • การปิดจอภาพใช้แม่เหล็กแทน
  • ไม่ใช่สีดำอย่างเดียว

Read moreReview – Lenovo ThinkPad Edge E125

Review – Lenovo ThinkPad X1

ทิ้งช่วงไปนานนับจาก สัมผัสแรก Lenovo ThinkPad X1 จากงาน ThinkPad X1 "Truly In A Class Of Its Own" อยู่นานเลยทีเดียวครับสำหรับ Review ตัวนี้

สำหรับ Lenovo ThinkPad X Series นั้น ในปัจจุบันนั้นแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ เลยคือตัว

  • ThinkPad X100 Series ที่เป็น Notebook ที่ทำตัวคล้าย Netbook
  • ThinkPad X200 Series ที่เป็น ThinkPad X Series ตัวดั่งเดิมที่ใช้จอภาพขนาด 12.1” เป็นหลัก
  • ThinkPad X1 ซึ่งเป็น X Series ที่ทาง Lenovo ให้ชื่อว่า Exclusive Series โดยสืบทอดแนวคิดมาจาก ThinkPad X300 Series

ซึง ThinkPad X300 นั้นเป็นจอภาพ 13.1” เน้นความบางแต่แข็งแรงมากๆ โดนเน้นว่าต้องเบาแบบ X200 Series สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดคือมาพร้อมกับ Optical Drive ซึ่งเป็น Sub Series ที่แตกต่างที่สุดใน ThinkPad X Series ที่ใส่ Optical Drive มาให้ แต่สุดท้ายแล้วความต้องการของตลาด Notebook เบาและบางที่ไร้ซึ่ง Optical Drive นั้น ได้แสดงให้เห็นว่า Optical Drive ไม่จำเป็นกับตลาดนี้ เราจึงได้เห็น สิ่งเหล่านี้ใน ThinkPad X1 แทน

เหตุที่ตั้งชื่อเป็น ThinkPad X1 เพื่อลดความสับสนของ X300 ที่มี Optical Drive และให้ความหมายของ Exclusive Series อันดับ 1 ในตำแหน่ง Flagship ของ Series นี้นั้นเอง

 DSC_6413c DSC_3869

DSC_6532

Read moreReview – Lenovo ThinkPad X1

สัมผัสแรก Lenovo ThinkPad Tablet และ Lenovo IdeaPad Tablet K1 และรายงานการเปิดตัวแคมเปญ Lenovo – For Those Who Do

ผมได้อีเมลเชิญเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว Tablet พร้อมเปิดตัวแคมเปญ Lenovo – For Those Who Do อย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 31 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมาในรอบ Blogger ที่ Four Points by Sheraton สุขุมวิท 15

image001

แน่นอนว่างานนี้เป็นครั้งแรก Lenovo จัดช่วง Blogger ครับ บางครั้งอาจจะไม่ได้เชิญ ส่วนตัวเชิญชวนกันผ่าน Twitter และในบอร์ด ThaiThinkPad เป็นหลัก เนื่องด้วยว่าต้องการกลุ่มที่สนใจเป็นหลัก แน่นอนว่ารอบ Press คงไม่ใช่ปัญหาเพราะมีในช่วงเที่ยงไปแล้ว อันนั้นคงปรกติครับ

ซึ่งผมยังคงตอบเช่นเดิมทุกๆ ครั้งว่า "สเปคเครื่องต่างๆ คงหาได้ไม่ยากนัก สิ่งที่ยากกว่าคือการได้สัมผัสตัวเป็นๆ และได้ทดลองใช้งานจริงกับตัวเครื่องจริงๆ นั้นเอง" และเนื้อหาทั้งหมดพยายามเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุดครับ ขาดตกตรงไหนก็เพิ่มความคิดเห็นเสริมๆ เข้ามาได้ครับผม

งานนี้ Lenovo จัดเต็มกับ ThinkPad Tablet เป็นหลักเลยครับ ทุกคนในงานช่วง Blogger ไปเล่นไปจับเจ้า ThinkPad Tablet มากกว่า IdeaPad Tablet K1 อาจจะเพราะแปลกใหม่และดูแตกต่างกว่าเจ้าตลาดในตอนนี้อยู่พอสมควรเลย

กล่าวก่อนว่า Lenovo นั้นแบ่งตลาดของ Tablet ของตัวเองไว้ 2 กลุ่มชัดเจนเพื่อง่ายต่อการทำราคาและพัฒนาตัวสินค้าได้ง่ายและตรงกลุ่มเป้าหมายชัดเจนมากที่สุด คือ

IdeaPad_Tablet_K1_Hero_03 ThinkPad Tablet_Hero_01
Lenovo IdeaPad Tablet K1 Lenovo ThinkPad Tablet

รูปจาก Press Release ของ Lenovo

  • Lenovo IdeaPad Tablet K1 ที่เจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการความบันเทิงเป็นหลัก
  • Lenovo ThinkPad Tablet ที่เจาะกลุ่มผู้ใช้งานภาคธุรกิจที่มาพร้อมระบบความปลอดภัย การควบคุมสำหรับองค์กร และเชื่อมต่อที่หลากหลาย

Read moreสัมผัสแรก Lenovo ThinkPad Tablet และ Lenovo IdeaPad Tablet K1 และรายงานการเปิดตัวแคมเปญ Lenovo – For Those Who Do

ไปลองจับ Toshiba รุ่น Qosmio X770 และ F750

Toshibar Qosmio เป็น Flagship สำหรับ Consumer Market Notebook ของ Toshiba โดยเน้นไปที่คุณภาพของภาพและเสียงสำหรับเล่นเกมเป็นหลักครับ โดยมาจากคำว่า Cosmos + Mio ในภาษา Italian ซึ่งก็คือ Universe + My ในภาษาอังกฤษนั้นเอง

ซึ่งในสายของ Toshiba Qosmio นั้นจะเน้นจอภาพขนาดใหญ่ระดับ 15” – 17” เป็นหลักเลย โดยที่น้ำหหนักไม่ใช่ประเด็น ความหนาและใหญ่ไม่ใช่ส่วนสำคัญ เพราะฉะนั้นไม่เหมาะกับคนที่เอาไปใช้เดินทางที่เน้นความคล่องตัวสูงแต่อย่างใด แต่เน้นแนวทำงานประสิทธิภาพสูงสุดที่สามารถเคลื่อนที่ได้มากกว่า

สรุปสิ่งที่เหมือนกันทั้งสองตัวนี้ก่อนเลยครับ

  • Intel Core i7
  • คีย์บอร์ดขนาดใหญ่และมี NumPad มาให้ทั้งสองรุ่น
  • USB 3.0 ใส่มาให้เลย 1 port
  • มี D-Sub/VGA และ HDMI แต่ไม่มี DisplayPort มาให้
  • มี eSATA มาให้
  • ลำโพงแบบ Harman Kardon (with subwoofer)
  • น้ำหนักเอาเรื่องเล็กน้อยแต่ด้วยจอภาพขนาดใหญ่อันนี้ต้องยอมรับในส่วนนึงครับ
  • จอภาพแบบ 16:9 Glossy

Toshiba Qosmio X770

image

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือจอภาพขนาด 17.3” Full HD LED Backlit 16:9 Glossy ที่มาพร้อมกับ NVIDIA 3D Vision และ 3D Webcam ในตัวเลย แต่แน่นอนว่ารุ่นนี้ใช้แว่นที่ต้องรองรับ NVIDIA 3D Vision ด้วย (แถมมาให้อันนึง และสามารถซื้อเพิ่มเติมได้) ผมลองใส่แว่นแล้วรู้สึกว่า อืมมม แว่นไม่หนัก และคุณภาพของภาพที่ให้ดี แต่อาจจะต้องปรับตัวสักหน่อย สำหรับที่ไม่เคยได้ลองการมองผ่านแว่นแบบนี้

สำหรับส่วนประกอบอื่นๆ นี่หายห่วงครับ ที่ผมแปลกใจและชอบคือมาพร้อมกับ Blu-ray Disc Drive ในตัวเลย แน่นอนว่าต้องเป็นแบบ Writable ด้วย ทำให้คนที่อยากชมภาพยนต์ 3D แบบ Full HD ทำได้ในเครื่องเดียวเลย แถมยังบันทึกแผ่นได้อีกตัว อันนี้โดดเด่นมากครับ

แน่นอนว่าส่วนที่ดูแปลกตาและน่าจะเป็นจุดเด่นแน่ๆ คือ Keyboard Backlight ที่เป็นสีแดงนี่รับกับตัวเครื่องอย่างดีเลยนะผมว่า สวยไปอีกแบบครับ

ส่วนที่แน่นอนว่าเครื่องใหญ่ระดับนี้พื้นที่เยอะเป็นธรรมดาครับ การใส่ HDD 1 TB โดยแยกเป็น 500 GB 7200rpm จำนวณ 2 ลูกมาให้ แต่ไม่ได้ให้ H/W Raid Controller มาให้ เลยน่าเสียดายนิๆ แต่ก็เอาลูกนึงออกใส่ SSD 2.5” แทนแล้วอีกลูกใส่ Data ก็ยังดูโอเคดี

ส่วนตัวแล้วเหมาะกับคนที่ต้องการนำมาเล่นเกมและใช้งานด้านกราฟฟิกที่ต้องการคุณภาพสูงโดยไม่สนใจว่าจะหนักแค่ไหน ซึ่งเจ้ารุ่นนี้น้ำหนัก 3.5Kg ถ้ารวม Adapter แล้ว ก็เกือบๆ 4.8kg ครับ หนักใช้ได้เลย เหมาะกับทำงานกับที่และใช้ทำงานนอกสถานที่บ้างโดยมีรถส่วนตัว โดยเน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก (ให้แบกขึ้น BTS ทุกวันมีหลังพังกันบ้าง)

Toshiba Qosmio F750 (15” Glass Free 3D Display)

image

สิ่งที่เป็นจุดเด่นจุดขายคือจอภาพ 15” แบบ Astonishing Glasses-free 3D Technology ใช้ตัวกล้อง Web Cam มาจับตาของคนใช้งานแล้วทำการสร้างภาพให้ซ้อนเพื่อให้เกิดภาพ 3D ขึ้นมาโดยไม่ต้องใช้แว่นตาแต่อย่างใด (ระบบ eye tracking) จากที่ลองแล้วนั้นรู้สึกว่าจะใช้งานได้ 1 คนเท่านั้น ถ้า 2 คนหรือมากกว่านี้ระบบจะสับสนันว่าจะส่งภาพไปในมุมไหนของตาของใครดี

สำหรับส่วนอื่นๆ นั้นคล้ายๆ กับ Toshiba Qosmio X770 แต่ต่างกันเล็กน้อยที่เป็น HDD 1 ตัว DVD Writer ปรกติทั่วไป Web Cam เป็น HD Web Cam ปรกติทั่วไป

สำหรับน้ำหนักนั้นถือว่าเบาขึ้นอีกหน่อยคือ 2.8kg แต่รวม Adapter แล้วก็พอตัวอีกเช่นกัน (Adapter นี่เป็นปัญหาสำคัญของ Notebook จอภาพใหญ่ๆ ที่ต้องการไฟเลี้ยงเยอะๆ อยู่แล้ว)