เปลี่ยนแปลงระบบ Theme ของเว็บใหม่

หลังจากทำการปรับปรุงระบบจัดการ WordPress ใหม่เป็จ 2.0.4 แล้ว ตอนนี้ก็ได้ถึงเวลาในการปรังปรุง Theme ของเว็บใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น

โดยในครั้งนี้คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากในตัวระบบหลัก ๆ ระบบแสดงผลยังคงเหมือนเดิม แต่ระบบที่เพิ่มเข้ามาคือ Live Search หรือระบบค้นหาแบบ AJAX (ลองหาความนี้ใน Google ที่หาจากภาษาไทยเอาแล้วกันนะ ;) ) โดยสามารถค้นหาข้อมูลภายในเว็บได้โดยไม่ต้อง reload หน้าใหม่ หรือ submit ที่ปุ่มแต่อย่างใด ซึ่งสะดวกมาก ๆ

ต่อมาก็คือ Rolling Scroll Pages ที่เอาไว้สำหรับเลื่อนหน้าไปต่างอื่น ๆ นอกจากหน้าแรกที่มีอยู่ซึ่งทำให้เราไม่ต้องจะเป็นต้อง reload หน้าก็สามารถไปหน้านั้นได้แล้ว และระบบอื่น ๆ อีกเล็กน้อยที่ช่วยให้ความสะดวกต่อการใช้งาน

แต่ที่อาจจะสับสนคือแหน่งของลิงส์นิดหน่อย อย่างลิงส์สำหรับพิมพ์ผ่านเครื่องพิมพ์อะไรพวกนี้ ;)

ถ้าพบข้อผิดพลาดยังไง กรุณาแจ้งใน comment ด้านล่างได้นะครับ

อัพเกรดเป็น WordPress 2.0.4 แล้ว

หลังจากที่่ปล่อยให้มันเก่ามานาน โดยในความเป็นจริงแล้วผมเป็น Developer ไม่สมควรดองการอัพเกรดระบบทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของผมด้วยประการทั้งป่วง แต่ด้วยว่าระบบอินเทอร์เน็ตที่หอมันห่วยอย่างแรง ทำให้ไม่สะดวกในการเปลี่ยนแปลงเลยต้องยกยอดมาทำที่บ้านที่มีระบบอินเทอร์เน็ตที่ไม่ต้องไปแชร์ใคร ทำให้สะดวกมากกว่า ตอนนี้เลยเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงตัวระบบจัดการของเว็บที่ใช้ WordPress ที่เป็นรุ่นเก่า มาเป็น WordPress 2.0.4 ซึ่งดีกว่า แถมด้วยปรับปรุงระบบเสริมความสามารถอื่นๆ ให้ทันสมัยล่าสุด

หากพบข้อผิดพลาดกรุณาแจ้งผมได้ที่ comment ด้านล่างของ entry นี้นะครับ ;)

แค่นั้นจริง ๆ หรือ

"ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึง มาหา ความหมาย
ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย
สุดท้าย ให้กระดาษ ฉันแผ่นเดียว"

อ่านบทกลอนนี้แล้วลองคิดกันดูว่าได้แค่นั้นจริงๆ หรือเปล่า เรียนตั้งแต่ปี 1 ยันปีที่ n โดยที่ที่ n <= 8 ปี (โอ้ววววว ภาษา dev เกินไปป่าวหว่าเรา -_-‘) เอาแค่ว่าเวลาทุกคนมี n เท่ากัน แต่ว่าแต่ละคนมีสิ่งที่เก็บเกี่ยวไปไม่เท่ากัน อืมมมม น่าจะขึ้นอยู่กับเรื่องของหน้าที่และสภาวะแวดล้อมของแต่ละคนมั้ง ว่าถูกตั้งและวางแนวทางชีวิตมาอย่างไรในช่วงเริ่มต้น อยากได้อะไรที่มากกว่าคนอื่นนั้น ต้องมองต่างมุมจากคนอื่น ๆ หรือเปล่านะ ?

โดยถ้ามองต่างมุมจากคนอื่น ๆ แล้วเราจะเห็นทางที่คนอื่น ๆ ไม่เดินไป จริงหรือ ?

แต่แล้วบางครั้งวเราก็ตัดสินใจว่าจะไปในทางที่คนอื่นไม่เดิน หรืออาจจะตัดสินใจเดินไปในทางที่คนอื่น ๆ ก็เดิน โดยที่คนอื่น ๆ ก็ไม่รู้ว่าทางที่เดินมันดีจริง ๆ อย่างที่เค้าหวังหรือไม่ ?

นั้นหมายความว่าคนทุกคนมีทางที่เดินไปได้ด้วยความคิดตัวเอง และความคิดคนอื่นไปพร้อมๆ กัน ซึ่งขึ้นอยู่กับเรื่องราวและสิ่งที่ทำด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเลือกให้ได้คือทางที่จะเดินไปดีกับตัวเองที่สุดแล้วจริงหรือไม่

การย้อนเดินกลับมาที่เก่าในขณะที่ตัวเองยังสามารถที่จะเดินต่อไป อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในการเริ่มต้นในสิ่งที่ขาดหรือไม่?

การที่เราเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เราเลือกทางที่ดีและปลอดภัยที่สุด แทนที่จะเลือกทางที่ท้าทายที่สุดแทน

ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่คนเราเมื่อมีอายุมากขึ้น เจออะไรมามากขึ้นมักไม่อยากเจอ ด้วยเหตุที่มันไม่สามารถกำหนดตัวแปรและตัวประกอบได้ทั้งหมด นั่นหมายความว่าการที่เราจะเก็บอะไรกลับไปจากทางแห่งการเรียนและเส้นทางแห่งชีวิตในแต่ละสาย มันขึ้นอยู่กับว่า "เราเลือกที่จะทำในสิ่งที่เสี่ยง" หรือ "เลือกทำในสิ่งที่ปลอดภัย" โดยการทำในสิ่งที่เสี่ยงอาจจะเป็นการสร้างมิติใหม่ของโลกแห่งนี้ และคนกว่า 98% มักเลือกทางที่ปลอดภัย แล้วคนอีก 2% หล่ะ เค้าไม่กลัวหรือ ?

น่าคิดนะ ;)

เดินเรื่อยๆ เปื่อย ๆ แต่ตบท้ายด้วย “ICON : สตีฟ จ็อบส์” ซะงั้น

วันนี้ได้พักสักทีหลังจากรายงาน ที่ทำรายงานที่ทำนานที่สุดเท่าที่เคยทำมาคือไพธอน ตอนนี้เหลือแค่เอกสารรูปเล่ม ไว้วันจันทร์ค่อยทำต่อ วันนี้สองวันนี้ขอพักก่อนแล้วกัน ไม่ไหวจริง ๆ ไม่ได้นอนมาหลับสบาย ๆ มา 2 อาทิตย์กว่า ๆ แล้ว วันนี้เลยไปเดินหาซื้อ DVD ก้านกล้วย แต่ไปหาที่ร้านแมงป๋อง ที่ Big-C นครสวรรค์ ไม่มีด้วยเหตุผลว่ามันหมดไปแล้ว T_T เลยไปหาที่ Super Store ก็ไม่มีอีก เลยลงไปในที่ B2S กลับมี แถมเหลืออยู่กล่องเดียวเท่านั้น เลยถอยมาอย่างไม่ลังเล ไม่ดูราคาแต่อย่างใด ;) แล้วก็เดิน ๆ ไปดูร้าน ๆ อื่นที่น่าจะมีในห้างแห่งนี้ก็มีอยู่อีกร้านเดียวที่มี แถมมีอยู่กล่องเดียวอีกเหมือนกัน -_-‘ (ที่นี่ Big-C ถือว่าใหญ่มาก ๆ ใครที่อยู่ที่นี่คงเข้าใจว่ามันใหญ่โคตร ๆ ห้างเก่าแก่ในนครสวรรค์ที่ว่าใหญ่แล้วที่นี่ใหญ่กว่าเยอะ ถือว่าเป็นสาขาของ Big-C ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของ Big-C เลย) คือห้างออกจะใหญ่แต่หา ก้านกล้วย ได้แค่ 2 กล่องอ่ะ เหอ ๆ คนอยากได้มากจนของขาด หาไม่ได้ หรือว่าคนไม่นิยมจะซื้อเลยไม่เอามาขายหว่า -_-‘ แต่ทุก ๆ ที่กล่าวมานั้น มี VCD ก้านกล้วยนะครับ ฮ่า …. แปลกดี แต่ก็อ่ะหล่ะ คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่มักดู VCD มากกว่า DVD ด้วยเหตุที่เครื่องเล่น และการที่สามารถทำสำเนาได้ง่ายกว่า แผ่นในการทำสำเนาถูกกว่า ฮ่า… แต่ตอนนี้เราไม่ค่อยได้ซื้อของผิดกฎหมายแล้ว ไม่ใช่ว่ารวยแต่ทำงานด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ แล้วเรารู้เลยว่างานสร้างสรรค์ต่าง ๆ เหล่านี้มันทำได้ยากเย็นแค่ไหน ไม่ว่าจะต่างประเทศ หรือของพี่น้องไทยเราเองก็พยายามไม่ใช้ของทำสำเนา (เพิ่งซื้อ Kerio Personal Firewall แบบเหมา 2 Licence ไปเมื่อเดือนก่อนในราคา 29 us$)

พอดีเห็นอะไรแวบ ๆ เจอของดีเข้าคือ The Letter และ Blade Trinity โดย The Letter นี่ราคา DVD มัน 59 บาท แต่ VCD ของ The Letter มัน 99 บาท o_O วางข้าง ๆ กัน โอ้วววว ซื้อ VCD ให้โง่ดิ ฮ่า ….. แล้วตามมาด้วย Blade ในราคา 159 บาท ทั้งสองแผ่นถือว่า ok เรื่อง Blade มีภาคสองแล้วแต่หาภาคสามและหนึ่งอยู่ตอนนี้ถอยภาพสามมาก่อนเดียวภาคหนึ่งตามมาทีหลัง (โดยรวมภาคสามห่วยนะ แต่ก็เก็บไว้ -_-‘)

พอเราได้ของดั่งใจแล้วก็เดินต่อมา เลยไปหา ๆ หูฟังใหม่ เลยได้ Philips SHE785 มาในราคา 940 บาท (ที่ป้ายมันติดไว้ 820 บาท พนักงานบอกว่าราคา Promotions เมื่อเดือนที่แล้วไม่ได้เอาออก เวรกรรม จริง ๆ -_-‘) โดยมีแต่คนร่ำลือว่าเสียงดีในย่านเสียงสูงและกลางในระดับใกล้ ๆ กับ Senheiser MX500 เลยต้องเอามาพังเสียหน่อย แต่เสียเบสมีแต่คนบอกว่าดีกว่าเยอะพอสมควร พอซื้อปั้บแกะทดสอบก่อนเลย มันเสียงจะได้เปลี่ยนตัวใหม่ได้เลย พอเสียบ iPod Nano ก็ใช้ได้ ok เสียงโดยรวมยังไม่ได้เบิร์นเสียงสูงและกลางเด่นมากจนบาดหูเลยคงต้องเบิร์นหน่อย แต่เบสถือว่า ok แต่ว่าอาจจะยังไม่นิ่มคงต้องอีกสักพัก ;)

พอได้ของหลาย ๆ อย่างตามต้องการแล้ว เลยเดินเข้า Book Variety (ที่ Big-C ร้านหนังสือใหญ่ 2 ร้านอยู่ในห้างเดียวกัน ถือว่าดีมาก ๆ มีตัวเลือกดี :) ) พอเข้าไปเลยเดินๆ ดูว่ามีอะไรใหม่ ๆ น่าอ่านหรือเปล่า แล้วก็เดินไปซะดุดกับบบบบบบบบบ ICON : สตีฟ จ็อบส์ เข้า อุทานมาอย่างดัง "เฮ้ยยยย" คนข้าง ๆ มองทำหน้างง -_-‘ ฮ่า … คืองี้ ผมไม่คิดว่าจะเจอที่นี่ไง อย่างน้อย ๆ น่าจะได้เจอที่ CU Book ที่ มหาวิทยาลัยมากกว่า อ่ะ เลยหยิบแบบไม่สนใจราคาเดินไปจ่ายเงินเลย ที่ร้านนี้ห่อปกให้ด้วยเลยสบายใจหน่อยไม่ต้องมาห่่อปกเอง ตอนนั้นโทรหา พี่กั่ง Siampod.com เลยว่าที่นี่มีขายแล้วนะ พี่เค้าก็ตกใจว่ามีขายแล้วเหรอ เพราะพี่เค้าเพิ่งโทรศัพท์ไปเช็คกับสำนักพิมพ์มาว่ายังไม่ได้มีจำหน่าย หรือว่าคนบอกมันลืมวันจำหน่ายหนังสือหว่า -_-‘ แต่เอาเหอะเราถอยมันมาแล้ว เดี่ยวอ่าน ICON ก่อน The Google Story แล้วกันนะ ;)

โดยตัวหนังสือถือว่าทำออกมาได้ดีนะ แถมเป็นหนังสือที่ผมรอมานานแล้ว คือเป็นหนังสือที่อยากได้มากที่สุดในปีนี้ และ Google Story ก็รองลงมา