ต้อนรับทีวีดิจิตอล กับ Set-Top Box “SAMART STRONG (DVB-T2)” สำหรับดูทีวีดิจิตอล

ก่อนอื่นต้องแนะนำเรื่อง “ทีวีดิจิตอล” สักหน่อยว่า ทีวีดิจิตอลที่เพิ่งประมูลเสร็จไปนั้น เป็นลักษณะของการออกอากาศในระบบภาคพื้นดิน (Digital Terrestrial Television) โดยเปลี่ยนรูปแบบการส่ง-รับสัญญาณไปบ้าง โดยส่วนหลักๆ คือเปลี่ยนสัญญาณภาพ-เสียงจากแอนะล็อกเป็นดิจิตอลทั้งหมด จากเดิมที่จำนวนช่องน้อย ใช้เสาแยกจากกัน และมักเกิดการกวนกันของสัญญาณถ้าช่วงความถี่ใกล้กันเกินไป ซึ่งการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ทำให้ต้องเปลี่ยนแนวคิดหลายๆ ส่วนคือ

  1. การออกอากาศของทีวีดิจิตอลในไทยจะส่งด้วยมาตรฐานชื่อ DVB-T2 (Digital Video Broadcasting – Second Generation Terrestrial) โดยส่งผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย (operator) โดยตอนนี้กำหนดไว้ 4 ราย ได้แก่ NBT, ททบ. 5, MCOT และ ThaiPBS โดยทั้ง 4 รายจะเป็นผู้รับผิดชอบส่งสัญญาณทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินทั้งหมดกว่า 48 ช่อง ออกไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเจ้ามาตรฐาน DVB-T2 นี่ถือว่าใหม่ และทันสมัยมีประสิทธิภาพดี
  2. ตัวรับสัญญาณก็ต้องรองรับมาตรฐาน DVB-T2 ด้วยเช่นกัน โดยตอนนี้ทีวีรุ่นใหม่มากๆ ของปีนี้ ก็ได้ติดตั้งมาให้ภายในแล้ว แต่ถ้ารุ่นเก่าบางรุ่น หรือรุ่นทำตลาดล่วงหน้าสักปีสองปีอาจจะไม่มี ก็ต้องอาศัยกล่องรับสัญญาณทีวีระบบดิจิตอล (Set-Top Box) มาต่อเพิ่มเติม

แนะนำไปพอสมควร มาพูดถึงพระเอกของเราวันนี้ก่อนกับ SAMART STRONG (DVB-T2) ที่เป็นกล่องรับสัญญาณทีวีระบบดิจิตอลรุ่นแรกๆ โดยคนไทย ราคาเพื่อคนไทยกับ 1,155 บาท แน่นอนว่า ราคาไม่แพงสำหรับผมสักเท่าไหร่ โดยหลังจากการประมูลช่องทีวีดิจิตอลสำหรับธุรกิจทั้งหมด 24 ช่อง ในวันที่ 26-27 ธ.ค. 2556 ที่ผ่านไปแล้วทาง กสทช. ก็รู้รายได้จากการประมูลกว่าห้าหมื่นล้านบาท ซึ่งจะนำเงินบางส่วนมาช่วยประชาชนบางส่วนผ่านทางคูปองที่ กสทช. จะแจกให้แต่ละครัวเรือนเป็นส่วนลดในการนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีระบบดิจิตอล โดยระบุว่าราคาจะอยู่ที่ 690 บาท ส่วนตัวผม ซื้อก่อน เพราะรู้อยู่แล้วว่ากว่าจะได้คูปอง (ช่วงเดือน เม.ย.) กว่าจะออกข้อกำหนด ก็ไม่แน่ว่าจะได้หรือเปล่า เลยชิงซื้อ SAMART STRONG (DVB-T2) จาก Home Pro, The Power สาขาเพลินจิตมาลองของเสียเลย ต้อนรับทีวีใหม่ (เพราะช่วงเดือนมกราคม 2558 ตามแผน กสทช. จะยุติการส่งสัญญาณแอนะล็อกแล้ว)

มาดูหน้ากล่องกัน จะได้ไม่ซื้อผิดรุ่น จะมีป้าย DVB-T2 และป้ายน้องดูดีด้านหน้าชัดเจน

WP_20131224_19_57_21_Raw

WP_20131224_19_57_56_Raw WP_20131224_19_58_08_Raw

ภายในกล่องจะมีสาย RCA AV, สาย HDMI, รีโมท, power adapter, แบตเตอรี, คู่มือ (ทำออกมาดีมาก) และใบรับประกัน มาให้พร้อมในกล่องเลย

WP_20131224_20_00_39_Raw

Read moreต้อนรับทีวีดิจิตอล กับ Set-Top Box “SAMART STRONG (DVB-T2)” สำหรับดูทีวีดิจิตอล

รีวิวเรื่อยๆ กับ LG Optimus G Pro

วันนี้มาพูดถึง LG Optimus G Pro ที่ได้ลองใช้อยู่ประมาณเกือบๆ เดือนกันครับ แต่กว่าจะคลอดตัวรีวิวนี้ออกมาก็ใช้เวลาอีกเดือน (เพราะหน้าที่การงานนั้นเยอะมาก) วันนี้เรามาดูกันว่าเจ้า LG Optimus G Pro เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับรีวิวของทีมงานก็มีที่ รีวิว LG Optimus G Pro จอใหญ่ สเปคดี ฟีเจอร์เยอะ แบตอึด ที่รีวิวไปล่วงหน้าแล้ว

DSC_6106

LG Optimus G Pro ได้ชื่อว่าเป็ย “แฟ็บเล็ต” (Phablet) ตัวหนึ่งในตลาดระดับบน โดยเจ้าแฟ็บเล็ตเป็นชื่อเรียกอุปกรณ์ที่มีความสามารถแบบ “สมาร์ตโฟน” กับ “แท็บเล็ต” โดยมีขนาดหน้าจอระหว่าง 5 ถึง 7 นิ้ว

DSC_6073

DSC_6102

DSC_6104

วัสดุของ LG Optimus G Pro เป็นพลาสติกแบบมันวาว ฝาด้านหลังเป็นจะเห็นลายกราฟฟิคระยิบระยับเวลาสะท้อนกับแสงไฟแบบเดียวกับ LG Nexus 4 รุ่นที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งงานประกอบค่อนข้างดีมาก รอยต่อต่างๆ ทำได้ดี ไม่มีอาการยวบให้เห็นในระหว่างการจับถือ เส้นสายการออกแบบค่อนข้างให้ความกระชับและดูดีมากเวลาจับถือ

ส่วนที่ติดใจและค่อนข้างรู้สึกไม่ค่อยชอบคือความมันวาวของมันมีปัญหาในการใช้งานไปนานๆ จะเป็นรอยนิ้วมือและดูเก่าลงไป ต้องคอยเช็ดทำความสะอาดให้มัมวาว ซึ่งค่อนข้างลำบาก ไปเสียหน่อย

เจ้าหูฟังที่แถมมาในกล่องนั้นมีชื่อเรียกว่า LG QuadBeat โดยคุณภาพเสียงไม่ธรรมดาให้ก็ไม่ธรรมดา ให้เสียงใสดี กลางเด่น และเบสกลางๆ ใส่สบายไม่รู้สักหนัก เหมาะกับคนต้องการพักผ่อนและไม่เหมาะกับคนเอาไปฟังเพลงที่เบสหนักๆ แต่ในความคุ้มค่าของของแถมนั้นมีคนบอกว่า “LG QuadBeat เป็นหูฟังแถมสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในตอนนี้”

DSC_6074

ด้านล่างของตัวเครื่องใช้ micro USB เป็น connector ตามมาตรฐาน Open Mobile Terminal Platform (OMTP)

DSC_6077

ในส่วนของช่องต่อหูฟังเป็นแบบ 3.5mm ตามปรกติ ไม่มีแตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ แต่ส่วนที่ดูแปลกจากยี่ห้ออื่นคือ Infrared port (IR) เพื่อสามารถใช้งาน remote แบบเดียวกับที่ใช้ใน TV หรือ DVD Player ได้

DSC_6080

ปุ่มกดปลดล็อคเครื่องอยู่ในตำแหน่งนิ้วโป้งเวลาจับที่มือขวาพอดี

DSC_6081

ในการถอดฝากหลังมีร่องในการค่อยๆ แงะฝาหลังออกมา เพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่, เปลี่ยนซิมการ์ด และเพิ่มหน่วยความจำชนิด micro SD ได้

DSC_6116

DSC_6123

โดยเจ้า LG Optimus G Pro นี่เป็น มือถือที่ให้จอภาพระดับ Full HD (Resolution 1920 x 1080 pixel) ที่ขนาด 5.5 นิ้ว ทำให้มีความหนาแน่นของ pixel ถึง 400 PPI โดยตัว Panel จอภาพเป็น IPS แน่นอนว่าสมัยนี้หน้าจอสัมผัสต้องเป็น Capacitive touchscreen และมาพร้อมกับ Corning Gorilla Glass 2 แน่นอนตามความนิยมของตลาด ซึ่งมีมาให้ครบเลย

ถ้าให้พูดความรู้สึกต่อจอภาพของ LG แล้วนั้น ส่วนตัวไม่ผิดหวัง และสีสันที่ให้มานั้นค่อนข้างสบายตามาก สีมันไม่จัดจนรู้สึกรำคาญต่อการใช้งาน แม้จะเปิดแสงสว่างสุดก็ตามที มุมมองการแสดงผลค่อนข้างดี

ในส่วนของไฟแสดงผลที่ปุ่มนั้น ค่อนข้างชอบมาก เพราะมันเปลี่ยนสีสันได้หลากหลาย ปรับแต่งให้ใช้สีที่แตกต่างกันเพื่อแจ้งเตือนที่หลากหลายรูปแบบ ยี่ห้อื่นๆ ควรทำตามนะ แต่ติดที่ปุ่มเป็นแบบปุ่มจริงๆ เมื่อไม่ใช่แบบทัชก็ต้องทำให้ปุ่มนั้นแข็งเพื่อป้องกันการกดโดยไม่ต้องแต่ ใจก็มาซึ่งการกดลงที่ยากและลึกกว่าปรกติ เวลาใช้จะค่อนข้างรู้สึกรำคาญ แต่ส่วนตัวชอบแบบทัชมากกว่า เพราะง่ายในการใช้งาน และน่าจะไม่มีปัญหาปุ่มพังเมื่อใช้งานไปนานๆ

DSC_6128

ในด้านของ UI ไม่มีอะไรแตกต่างจาก LG Optimus รุ่นเก่าๆ นัก

Screenshot_2013-08-13-09-21-09 Screenshot_2013-08-13-09-50-44

Screenshot_2013-08-13-00-29-05 Screenshot_2013-08-13-00-29-13

การตอบสนองของตัว UI ค่อนข้างดี เร็ว และไม่กระตุกเลย

Screenshot_2013-08-13-09-21-34 Screenshot_2013-08-13-09-21-48

ในส่วนของ Miracast ที่เป็นฟังค์ชันในการ Stream และจอเข้า TV มีมาในตัวเครื่องและ Settings

Screenshot_2013-08-13-09-22-28 Screenshot_2013-08-13-09-22-32

สำหรับใครที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ remote อยู่มากมาย LG Optimus G Pro มีความสามารถในการทำตัวเป็นรีโมทมาให้ และรองรับเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเล่นมัลติมีเดียมากมาย ทั้งเก่าและใหม่ แม้แต่ TV อายะ 20 ปีก็ยังใช้งานได้ โดยทดสอบลองกับทีวีและเครื่องเล่น Blu ray ที่บ้านแล้วทั้ง Phillips, Samsung และ LG

Screenshot_2013-08-13-09-23-08 Screenshot_2013-08-13-09-23-14

Screenshot_2013-08-13-09-23-22  Screenshot_2013-08-13-09-23-34

ในส่วนของ app ที่มากับเครืองนั้น ที่ชอบมาก และรู้สึกว่ามีประโยชน์เมื่อใช้กับจอภาพขนาดใหญ่ๆ คือ QSlide 2.0 ที่สามารถใช้กับ app ที่รองรับกับ QSlide เพื่อทำงานหลายๆ หน้าต่างในการใช้งานหน้าจอเดียวแบบบน PC ตามปรกติ

Screenshot_2013-08-13-09-45-29 Screenshot_2013-08-13-09-45-39

สุดท้ายก็ปิดท้ายด้วยคะแนนการ Bechmark ครับ ซึ่งจากคะแนนแล้ว ดูจะน้อยกว่าที่คาด แต่ส่วนตัวไม่ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะทดสอบแบบเปิด app ที่ทำงานเบื้องหล้งเยอะมาก และตัวที่ขายจริงก็ทำคะแนนได้ดีกว่าที่ผม Bechmark ไว้ในตอนทดสอบอยู่พอสมควรครับ

Screenshot_2013-08-13-00-31-10 Screenshot_2013-08-13-00-31-31

Screenshot_2013-08-13-00-29-50 Screenshot_2013-08-13-00-30-01

Screenshot_2013-08-13-00-30-07 Screenshot_2013-08-13-00-30-42

สำหรับในด้านของการใช้งานกล้อง ส่วนที่เป็นความสามารถของ app ที่น่าสนใจสำหรับผู้รีวิวคือ duo screen ที่สามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้พร้อมกันแล้วใส่ลงในตัวภาพและวิดีโอได้ทันที

CAM00018

สำหรับตัวการถ่ายรูปนั้น ส่วนตัวคิดว่าใช้งานได้ดี และไม่หนีกับคู่แข่งมากนักจนรู้สึกเด่นอะไรครับ

CAM00001

Normal mode VS HDR mode

CAM00027 CAM00028

CAM00036

CAM00037

IMG_20130802_233624

Normal mode VS HDR mode

CAM00019 CAM00020

สุดท้ายโดยรวมถือเป็นมือถือที่เด่นในเรื่องของจอภาพใหม่ แสดงผลได้ที่สบายตา หูฟังที่แถมมาให้ค่อนข้างดี app พื้นฐานที่ใส่มาให้ในเครื่องค่อนข้างดี ซึ่งเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานที่ไม่ชอบความยุ่งยากในการต้องหา app มาใช้งานเพิ่มเติม อีกทั้งในปัจจุบันราคาของตัวเครื่องค่อนข้างดีและเหมาะสมกับการซื้อหามาใช้อย่างมาก

Techspec Optimus G Pro (E988)

  • CPU Qualcomm Snapdragon 600 (1.7GHz Quad-Core Processor)
  • GPU Adreno 320
  • RAM 2 GB
  • Storage 16 GB (User memory 10.5 GB)
  • Display 5.5 inch Full HD (1920 x 1080) IPS Display Capacitive touchscreen with Corning Gorilla Glass 2
  • Network 2G Quadband (GSM 850/900/1800/1900), 3G 900/2100 MHz (HSDPA, 42 Mbps)
  • WiFi Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Wi-Fi direct, DLNA technology
  • Bluetooth 4.0
  • NFC
  • Accelerometer sensor
  • Proximity sensor
  • Infrared port
  • Back camera 13MP (Image stabilization, Face detection, Auto focus, VR panorama, Flash LED)
  • Front camera 2.1MP
  • Connector microUSB USB 2.0
  • Expandable Memory  microSD, up to 64 GB
  • Earphone 3.5mm headset
  • OS Android v4.1.2 (Jelly Bean)
  • Battery 3,140 mAh
  • Weight 174 g
  • Size 150.2 x 76.1 x 9.4 mm

รีวิว Lenovo ThinkPad Tablet 2

มารอบนี้ได้รีวิว Tablet ที่อยากรีวิวมานาน ได้โอกาสนำมารีวิวให้ได้รู้กันว่าน่าสนใจเพียงใดกับ Lenovo ThinkPad Tablet 2 กัน โดยเป็น Tablet ที่เบา และใช้งานได้คลอบคลุมกับซอฟต์แวร์ในภาคธุรกิจในขนาดและน้ำหนักที่ไม่เป็นภาระมากนัก โดยน้ำหนักจะอยู่ที่ประมาณ 565 – 600g (WiFi only เบาสุด และ Wi-Fi + Pen/Digitizer + 3G/4G หนักสุด)

การทำ Tablet PC รุ่นที่มีความสามารถทดแทน Notebook ได้ ถือเป็นกลยุทธ PC+ ของ Lenovo ในการบุกตลาดโลกไอทีในช่วงปีนี้ โดย Tablet PC เป็นกลยุทธ์หนึ่งในนั้น โดยกลยุทธต่างๆ ซึ่งได้แก่ All-in-One PC, Tablet PC, Smart phone และ Smart TV ซึ่ง Lenovo ThinkPad Tablet 2 เป็นรุ่นที่ 2 ในตระกูล ThinkPad Tablet  ที่ได้นำเข้ามาบุกตลาดไปเมื่อปีที่แล้ว

ผมเคยพรีวิวเร็วไปเมื่อนานมาแล้วในหัวข้อ ลองจับ Lenovo ThinkPad Tablet 2 ก่อนเปิดตัวสักพัก

DSC_6032

Lenovo ThinkPad Tablet 2 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 8 x86 (32bit) ตัวเต็ม ซึ่งแตกต่างจาก Lenovo IdeaPad Yoga 11 ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ที่เป็น Microsoft Windows RT อยู่พอสมควรเลยทีเดียว ซึ่ง Microsoft Windows 8 x86 นั้นจะสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เป็น Desktop Application ที่เคยทำงานใน Windows XP, Vista และ 7 ได้สบายๆ โดยในส่วนของ App ที่เป็น Windows 8 App (Modern UI) ยังต้องติดตั้งผ่าน Windows Store แบบเดียวกับ Windows RT เหมือนเดิม (Windows 8 เป็น OS ที่มีส่วนประกอบมากกว่า Windows RT ทำให้รองรับ Desktop Application แบบดั่งเดิมได้ด้วย)

หน่วยประมวลผลเป็น Intel Atom รุ่น Z2760 ซึ่งเป็น Dual-core (four-thread) ความเร็วระดับ 1.80 GHz ที่มาพร้อมกับ VGA ภายในรุ่น HD SGX545 GFx ที่รองรับ Direct X 9 และวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 1080p ที่ 30fps โดยใส่หน่วยความจำหนักมาที่ 2GB แบบ LPDD2 SDRAM อยู่ภายใน

Screenshot (3)

Wireless Card เป็นของ Broadcom รุ่น 802.11abgn SDIO BCM4330 รองรับทั้ง Single-band 2.4 GHz 802.11 b/g/n หรือ dual-band 2.4 GHz และ 5Ghz 802.11 a/b/g/n มี FM receiver พร้อมกับ Bluetooth  4.0 HS compliant ด้วย

สำหรับ WWAN เป็น Ericsson รุ่น C5621 gw รองรับทั้ง – GPRS/EDGE/3G (HSPA/HSPA+) โดยที่ 3G จะรองรับความถี่ 850, 900, 1900 และ 2100MHz ที่ความเร็วสูงสุดดาวน์โหลด 21Mbps และอัพโหลด 5.76Mbps

Screenshot (4)

ด้วยความที่ภายในเป็น eMMC ขนาด 64GB ทำให้เมื่อติดตั้ง Windows 8 ตัวเต็มไปแล้ว จะเหลือพื้นที่ประมาณ 31-40GB โดยพื้นที่ที่หายไป จะมี 2 ส่วนคือ OS และ Recovery Image สำหรับทำ factory reset ในอนาคต (พื้นที่ factory reset กินพื้นที่จนเหลือเพียง 50GB และเมื่อลง OS ลงไปทำให้เหลือประมาณ 31GB)

Screenshot (10)

สำหรับคะแนนในส่วนของ Windows Experience Index ถือว่ากลางๆ เหมะากับนำไปใช้งานทั่วไป ที่ไม่เน้นหนักไปในด้านประมลผลหนักๆ เท่าไหร่นัก

โดยความเร็วเหมาะสมกับงานด้านเอกสาร ธุรกิจและงานทั่วไปในสำนักงาน

Screenshot (17)

เมื่อทดสอบกับ PC Benchmark แล้วคะแนนอยู่ในระดับกลางๆ หรือพอๆ กับ Notebook ระดับเริ่มต้นที่เหมาะกับการใช้งานทั่วไปและธุรกิจมากกว่านำไปใช้ในงานที่เน้นประสิทธิภาพสูงครับ

Screenshot (21)

ขนาดของจอภาพเป็นระดับมาตรฐานของ Windows 8 คือ 1,366 x 768 pixel หรือระดับ HD 720p แต่ด้วยความที่จอภาพนั้นเล็ก เหมือน Windows 8 จะปรับให้แสดง Tile ขึ้นมาเพียง 3 rows ไม่เหมือนกับในเครื่องที่จอภาพ 13″-14″ ที่ความละเอียดเท่ากัน ซึ่งจะแสดง 4 rows

Screenshot (2)

แน่นอนว่าเมื่อปรับพลิกจอมาเป็นแนวตั้งจะได้ 6 rows เหมาะกับเอาเไว้อ่านกระทู้ หรือเอกสารยาวๆ ได้ดีมาก

Screenshot (7) Screenshot (6)

ตัวคีย์บอร์ดแบบ on screen เปิดมาก็เกือบครึ่งจอภาพ การใช้งานและพิมพ์ก็ทำได้ค่อนข้างดีใครใช้คีย์บอร์ดที่มีระยะห่างๆ หน่อยคงพอจะปรับตัวได้ง่าย แต่ถ้าใครใช้คีย์บอร์ดที่มีระยะห่างน้อยๆ อาจจะต้องปรับตัวสำหรับระยะก้าวนิ้วอีกมักสนิดนึง เพราะว่าห่างกันพอสมควรครับ

สำหรับตัวคีย์บอร์ด on screen แบบภาษาไทยนั้นก็มีการจัดวางไม่แตกต่างกับบน desktop/notebook เท่าไหร่นัก ซึ่งเป็นคุณสมบัติโดยรวมของ Windows 8

Screenshot (19)

สำหรับ Preload Application ต่างๆ ที่ใส่มาให้ ก็คล้ายๆ กับ Lenovo Yoga ครับ
– Lenovo Mobile Access
– Lenovo Companion
– Lenovo QuickSnip
– Lenovo Support
– Lenovo Quick Launch
– Lenovo Cloud Storage
– Lenovo Settings
– Microsoft Office 2010 Trial
– Intel AppUp
– AT&T Connection Manager (US only)
– Skype
– AccuWeather
– Amazon Kindle
– Skitch
– Evernote
– Rara Music

ในด้านของตัวซอฟต์แวร์นั้นตัวที่ให้มานั้น ที่น่าสนใจก็มี Lenovo Settings ที่มีความสามารถ Mobile Hotspot เพื่อใช้ในการแชร์ internet หรือ Lenovo Cloud Storage ที่เป็นบริการร่วมของ Lenovo กับ SugarSync ซึ่งให้พื้นที่มาต่างหากแยกจาก SkyDrive ของ Windows

Screenshot (8) Screenshot (9)

ต่อมา เราก็มาพูดถึงตัวเครื่องกันบ้าง โดยพื้นผิวต่างๆ ไม่แตกต่างจาก ThinkPad notebook สักเท่าไหร่นัก โดยจะถูกพ่นด้วยวัสดุคล้ายยางที่ใช้ชื่อว่า Soft-touch Matte Finish Coating เป็น Lenovo’s signature โดยเฉพาะ เหตุผลเพราะต้องการให้การจับถือเครื่องนั้นไม่ลื่นหลุดมือได้ง่าย ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วชอบที่มันไม่ลื่นหลุดมือง่ายๆ แต่ใช้ไปนานๆ ก็ข้อเสียที่ทุกรุ่นที่ใช้แบบนี้จะได้เจอก็คือ สุดท้ายแล้วมันจะมีรอยนิ้วมือหรือหลุดล่อนได้ถ้าใช้ไปนานๆ ซึ่งที่หลุดลอกออกมามันจะเป็นมันๆ แทน (ยางมันจะค่อยๆ สึกและลึกลงไปถึงวัสดุด้านในแทน) ซึ่งถ้าคิดถึงคุณสมบัติที่ได้ก็ต้องดูกันว่าชอบหรือเปล่าอีกทีนึงครับ

ข้อมูลของและชื่อ Soft-touch อย่างเป็นทางการคือ Polyurethane Soft-touch Coatings อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากด้านล่าง
High-quality touch to plastic surfaces: polyurethane soft-touch coatings
Properties of polyurethane coatings

DSC_6032

DSC_6050

สำหรับช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ นั้นอยู่รอบตัว ด้านขวาจะมีช่องเสียบชุดหูฟัง-ไมค์ ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มล็อคการหมุนหน้าจอ

DSC_6044

ด้านซ้ายจะเป็นช่องเสียบสายชาร์จ โดยตัวหัวชาร์จไฟเป็น micro USB ซึ่งค่อนข้างสะดวกมากๆ เพราะใช้ร่วมกับมือถือบางรุ่นหรือแท็บเล็ตตัวอื่นๆ ได้เลย ส่วนตัวมาคือช่องสำหรับเชื่อมต่อ USB 2.0 แบบ full size ต่อ สุดท้ายเป็นส่วนล็อคของปากกาที่ให้มาคู่กับ ThinkPad Tablet 2

DSC_6046

สำหรับด้านบนจะมีปุ่ม เปิด-ปิด อยู่ด้านขวา และมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด และหน่วยความจำเป็น micro SD อยู่ตรงกลาง ส่วนด้านซ้ายจะเป็นช่องใส่ปากกาที่ให้มากับตัวเครื่อง

DSC_6047

สำหรับด้านล่างเครื่องมีช่องต่อ HDMI, Docking Station และไมค์เล็กๆ สำหรับใช้คุยงานผ่าน Webcam ที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง

DSC_6048

โดยช่องเสียบปากกาที่ตัวเครื่องนั้นออกแบบมาเป็นอย่างดี ทำให้การพกพาสะดวกมากขึ้นและไม่หลุดง่ายแบบหลายๆ ยี่ห้อ

DSC_6051

สำหรับการเชื่อมต่อเพื่อชาร์จไฟนั้นใช้ผ่าน micro USB ซึ่งหาซื้อได้ง่ายอยู่แล้วในท้องตลาด

DSC_6059

แน่นอนว่ามีเคสขายพร้อมตามสมัยนิยม แต่จากที่ได้ทดลองใช้นั้นน้ำหนักของเคสนั้นก็มาอยู่พอสมควร พอเอามาใช้รวมๆ กันแล้วดูหนักไปเลย อาจจะต้องดูว่ารับไหวหรือเปล่า แต่ส่วนตัวแล้วคงไม่ใส่เพราะหนักและเทอะทะไป

DSC_6061

DSC_6063

สำหรับความหนาของตัวเครื่องนั้น ก็หนาน้อยกว่า Nokia Lumia 920 ที่ผมใช้งานอยู่ 1-2mm เห็นจะได้ ซึ่งถ้าไม่ใส่เคสก็บางใช้ได้ครับ แต่เมื่อใส่เคสแล้ว จะหนากว่า Nokia Lumia 920 ขึ้มา 1-2mm

DSC_6065

DSC_6064

ถ้าต้องการตัวเลือกที่ให้อะไรที่มากกว่า Windows RT ใน Lenovo IdeaPad Yoga หรือไม่ได้ต้องการความแรงในระดับ ThinkPad Helix หรือแม้แต่ Microsoft Surface Pro ตัว Lenovo ThinkPad Tablet 2 ก็เป็นตัวเลือกที่ครบสำหรับงานสำนักงานทั่วไปที่เหมาะสำหรับใช้งานนอกสำนักงาน และตอบสนองต่อการใช้งานซอฟต์แวร์ด้านธุรกิจทั้งเก่า-ใหม่ได้อย่างสบายๆ

 

ส่วนที่ถูกใจ

  1. ความเบาและบางเมื่อยังไม่ใส่เคส ชอบวัสดุในการนำมาใช้ ทำให้จับถือได้สะดวก
  2. งานประกอบแน่นและไม่มีอาการยวบให้เป็นเลย ทำให้จับแล้วมั่นใจว่าไม่หัก
  3. หน้าจอสว่างและเหมาะกับการใช้งาน ถึงจะเป็นหน้าจอที่สะท้อนแสงอยู่บ้าง แต่การฉาบด้วยวัสดุลดแสงสะท้อนก็ทำให้ใช้สบายตามากขึ้น
  4. ความลื่นไหลทำได้ค่อนข้างดี แต่จะใช้ atom ในงานทั่วๆ ไป
  5. USB 2.0 ที่ใช้งานได้จริง ต่อ printer, external hard drive หรือ flash drive ก็ทำได้สบายๆ
  6. ชาร์จไฟผ่าน micro USB ได้ ทำให้สะดวกต่อการหาสายชาร์จไฟได้ง่ายมากขึ้น
  7. ปากกาที่ให้มานั้นตอบสนองได้ดีมาก ใช้คู่กับ OneNote หรือ Evernote แล้วทำให้การจดบันทึกสะดวกได้อย่างไม่น่าเชื่อ
  8. การ factory reset ทำได้ราบรื่นดีเหมือนโทรศัพท์มือถือเลย ทำให้หมดปัญหาการติดตั้งตัว Windows 8 ใหม่ ซึ่งไม่ต้องหาแผ่นมานั่งติดตั้ง และจดจำ cd-key แต่อย่างใด
  9. มี WWAN มาให้พร้อมใช้งาน 3G ได้ทันที แน่นอนว่าใครไม่เคยใช้ Windows ผ่าน Mobile Network อาจจะไม่คุ้นชินเท่าใดนัก แต่ถ้าได้ลองแล้วจะติดใจ
  10. ถึงแม้พื้นที่จะมีมาให้เพียง 64GB และเหลือใช้งานจริงๆ ไม่ถึง 45GB แต่ก็มี micro SD ที่หา Class 10 มาใช้ได้สัก 32GB – 64GB ก็พอจะลดจุด้อยตรงนี้ไปได้บ้าง (รวมถึงต่อ external hard drive ได้ตามข้อที่ 5.)

ส่วนที่ไม่ถูกใจ

  1. เคสที่มาพร้อมเครื่องหนัก และหนาไปสักหน่อย
  2. น่าจะให้ RAM มาสัก 4GB เพราะ 2GB อาจจะไม่เพียงพอเมื่อใช้งานหลายๆ โปรแกรมสลับไปมา เพราะอย่าลืมว่านี่คือ Windows 8 ไม่ใช่ Windows RT แต่อย่างใด
  3. อาการค้างๆ อืดๆ มีให้เห็นบ้าง อาจเพราะใช้ CPU รุ่น Atom แต่ถ้าเป็น ThinkPad Helix รุ่นเรือธงของรุ่นน่าจะไม่มีอาการนี้แน่ๆ
  4. หน้าจอรับสัมผัสได้เพียง 5 จุด อาจทำให้พออยากเล่นเกมที่ใช้คุณสมบัติหน้าจอสัมผัส 10 จุดอาจหงุดหงิดได้
  5. กล้องแม้จะให้มา 8MP แต่ใช้งานแล้วคุณภาพของภาพเฉยๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไร
สุดท้ายขอขอบคุณ Lenovo Thailand สำหรับ Lenovo ThinkPad Tablet 2 ที่นำมาให้เราทดสอบกันในครั้งนี้ครับ

Lenovo ThinkPad Tablet 2 Tech Spec

CPU: Intel Atom Processor Z2760 Dual-core, four-thread, up to 1.80 GHz processor

VGA: Intel Integrated HD SGX545 GFx (12 bit, 1080P Video @30fs, DX9)

Memory: 2GB LPDD2 SDRAM

HDD: e-MMC 64GB

Display:
– 10.1 inch (16:9) IPS LED Backlight with anti-glare
– 5-finger multi-touch
– HD WXGA (1366×768) (720p)

Wireless:

Broadcom 802.11abgn SDIO BCM4330
– Single-band 2.4 GHz 802.11 b/g/n or dual-band 2.4 GHz and 5Ghz 802.11 a/b/g/n
– FM receiver and transmitter
– Bluetooth  4.0 HS compliant

WWAN Ericsson C5621 gw
– GPRS/EDGE/HSPA/HSPA+
– GSM Bands (850/900/1800/1900MHz)
– UMTS Bands (850/900/1900/2100MHz)
– Up to HSPA+ data speed: D/L 21Mbps U/L 5.76Mbps

Sensors: GPS, Compass, Ambient Light Sensor, Proximity Sensor, Sensor Hub

Camera:
– Front: 2MP, 720P HD Webcam with LED (inside LCD)
– Rear: 8MP, Auto Focus with LED Flash (outside LCD), Motion JPG

Ports and Slot:
– 1 x USB 2.0
– 1 x Mini HDMI
– 1 x MicroSD Slot (SDHC Maximum 32GB)
– 1 x Docking Connector
– 1 x 3.5mm Mic/Headphone Combo
– 1 x SIM Card Reader

Speaker: 2 x Stereo 1W, 8ohm

Microphones: Dual-array Digital Microphone with Noise Cancellation, VoIP and Noise Suppression

Operating System:
– Windows 8 x86 (32-bit)
– Windows 8 Pro x86 (32-bit)
– Windows 8 Single Language x86 (32-bit)

Dimensions: 262.6mm x 164mm x 9.8mm (10.3″ x 6.5″ x 0.39″)

Weight:
– 565g Wi-Fi only
– 585g Wi-Fi + Pen/Digitizer
– 600g Wi-Fi + Pen/Digitizer + 3G/4G

Batter Performance:
– 30 days: Connected Standby
– 150 hrs: MP3 playback (LCD off, HW off loading)
– 10hrs: Video streaming (720p, HW offloading)

Preload Application:
– Lenovo Mobile Access
– Lenovo Companion
– Lenovo QuickSnip
– Lenovo Support
– Lenovo Quick Launch
– Lenovo Cloud Storage
– Lenovo Settings
– Microsoft® Office 2010 Trial
– Intel® AppUp
– AT&T Connection Manager (US only)
– Skype
– AccuWeather
– Amazon Kindle
– Skitch
– Evernote
– Rara – Music

Accessories:
– ThinkPad Tablet 2 Enterprise Dock
– ThinkPad Tablet 2 Digitizer Pen
– ThinkPad Tablet 2 VGA Adapter (5V 10W AC/DC)
– ThinkPad Tablet DC Charger
– ThinkPad Tablet 2 Bluetooth Keyboard with stand
– ThinkPad Tablet 2 Fitted sleeve
– ThinkPad Tablet 2 slimcase (Black or Red)
– ThinkPad In-Ear Headphones with Microphone

Warranty: Up to 3 Years Onsite and Next Business Day

รีวิว TectY PC, Touchpad Protector Skin จาก Skinstyler

เป็นรีวิวเล็กๆ ของ TectY PC, PC Touchpad Protector skin จาก Skinstyler

โดยรุ่นที่ผมสั่งคือ Black for PC Touchpad Protector skin โดยเป็นรูปแบบตัดตามคำสั่งซื้อเป็นรายชิ้น โดยมีขนาดมาตรฐานที่ 90 x 60 mm (กว้าง x สูง หน่วยเป็นมิลลิเมตร) สามารถสั่งตัดให้มีขนาดใหญ่สุดได้ถึง 100 x 70 mm แต่สามารถสั่งตัดเล็กกว่าได้

อย่างที่ผมสั่งมานั้นมีขนาดที่สั่งคือ 76.2 x 44.5 mm และระบุจำนวนชิ้นลงไป ราคาหน่วยละ 9.99 USD รวมค่าส่งแล้ว

ส่งมาหน้าตาและซองจะเป็นแบบนี้ ใช้เวลาในการส่งไม่นานนัก 1-2 อาทิตย์เท่านั้น

WP_20130710_002

ผมเคยสั่งไปแล้วหลายรอบ เอามาเปลี่ยนเรื่อยๆ เนื้อวัสดุ ส่วนตัวแล้วโอเคมากๆ เนื้องานในการตัดนั้นคมและตรงตามที่กำหนดไว้ตลอด ทำให้เราไม่ต้องตัดเพิ่มเติมเอง แนะนำว่าตอนวัดขนาดความกว้างและสูงควรวัดให้ตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้แปะได้เนียนสนิท

WP_20130710_004

เช็ดพื้นผิวให้สะอาดและค่อยๆ แปะลงไป ใช้เวลาไม่นานนักก็เนียนเรียบสวยงาม

WP_20130710_005

ตัววัสดุนั้นค่อนข้างทนทานดี แนะนำว่าแปะลงไปแล้วไม่ควรลอกออกมาแล้วแปะใหม่ เพราะกาวยึดเกาะจะเสื่อมสภาพ แนะนำว่าค่อยๆ แปะลงไปไม่ต้องรีบร้อนนัก ใช้มา 4-5 แผ่น ส่วนตัวชอบผลงานงานในการตัดและวัสดุที่นำมาใช้นั้นทนทานดีมากๆ ใคร

มีหลายสีให้เลือก ดูได้ที่ Plain Colours หรือลวดลายอื่นๆ ก็ดูได้จากในเว็บ สำหรับคนที่ใช้ Macbook ก็มีให้เลือกที่ Skinstyler เช่นกันครับ

รีวิว Lenovo IdeaPad Yoga 11

วันนี้ได้ทดสอบ Convertible Laptop ยี่ห้อ Lenovo รุ่น IdeaPad Yoga 11 ที่มาพร้อมกับ AccuType keyboard ที่มีสัมผัสในการพิมพ์และการใช้งานพลังงานแบตเตอรี่ที่ดีเยี่ยมรุ่นหนึ่งในตลาดในขณะนี้

โดยมีรูปร่างแบบ Convertible Laptop นั้นจอภาพจะเป็นแบบ touch screen และจอภาพหมุนพับกลับด้านโดยใช้งานผ่านจอภาพอย่างเดียวได้ หรือพับกลับมาแล้วใช้งานผ่านคีย์บอร์ดและทัชแพดสั่งงานได้ตามปรกติด้วยเหมือน Laptop ทั่วไปได้ด้วย

ซึ่ง Convertible Laptop เป็นกลยุทธ PC+ ของ Lenovo ในการบุกตลาดโลกไอทีในช่วงปีนี้ โดย Convertible Laptop เป็นกลยุทธ์ที่เป็นกลยุทธหนึ่งในนั้น โดยกลยุทธต่างๆ ในปีนี้ได้แก่ All-in-One PC, Tablet PC, Smart phone และ Smart TV ซึ่ง Lenovo ideaPad Yoga 11 เป็นรุ่นที่ 2 ในตระกูล Yoga ก่อนหน้านี้ที่เป็น Lenovo ideaPad Yoga 13 ได้นำเข้ามาบุกตลาด

สำหรับโหมดในการใช้งานของ Lenovo IdeaPad Yoga 11 ที่เป็น Convertible Laptop นั้น มีทั้งรูปแบบเดิมๆ ที่มีโหมด Laptop และ Tablet และรูปแบบใหม่เพิ่มเติมคือ Tent และ Stand เรามาดูกันดีกว่าว่าทั้งหมดที่กล่าวมานี้มีอะไรบ้าง

DSC_5923 DSC_5944DSC_5941

รูปลักษณ์โดยทั่วไปจะเป็นในรูปแบบของ Laptop แบบทั่วๆ ไป โดยการเปิดและปิดนั้นจะไม่แตกต่างจาก Laptop แต่อย่างใด

UntitledUntitled2yoga 11-2

ตัวระบบปฏิบัติการนั้นจะเป็น Windows RT แบบ 32-bit ที่ทำงานบนหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรมที่ชื่อว่า ARM ซึ่งทาง Lenovo ได้เลือกใช้ NVIDIA Tegra 3 (ARM Cortex-A9) ซึ่งเป็น Quad-Core โดยมีหน่วยความจำความจุขนาด 2GB DDR3L ซึ่งไม่สามารถอัพเกรดได้แบบ Laptop รูปแบบเดิมๆ

สำหรับข้อมูลในส่วนของระบบปฎิบัติการ Windows RT นั้น จะเป็นรุ่นย่อส่วนจาก Windows 8 โดยใช้งานได้เพียงส่วนของ Windows 8 App ใน Modern UI และ Software ที่ออกแบบสำหรับสถาปัตยกรรมระบบประมวลผลแบบ ARM เท่านั้น ไม่สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เราคุ้นเคยโดยทั่วไปได้ โดยโครงสร้างการออกแบบตัวเครื่องโดยทั่วไปนั้น จะเป็นแบบเดียวกับ Android หรือ iPad ที่อยู่ในตลาด นั้นคือเหตุผลว่าทำไมมันถึงไม่สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เป็น Desktop Application ที่เคยทำงานใน Windows XP, Vista, 7 และแม้แต่ 8 ได้ โดยการติดตั้ง App ต้องทำผ่าน Windows Store เท่านั้น

สำหรับใน Windows RT นั้น Microsoft ได้ให้ชุดซอฟต์แวร์สำนักงานที่ชื่อ Office Home & Student 2013 RT มาพร้อมกับ Windows RT โดยเป็นชุดซอฟต์แวร์ที่ประกอบด้วย Word 2013 RT, Excel 2013 RT, PowerPoint 2013 RT และ OneNote 2013 RT ซึ่งตัวชุดซอฟต์แวร์นี้บันทึกไฟล์เข้า SkyDrive เป็นค่ามาตรฐาน

ความสามารถในรายการด้านล่างนี้ไม่สนับสนุนใน Office Home & Student 2013 RT ณ ตอนนี้ (6 มิถุนายน 2556)

  • Macros, Add-Ins, Forms, and Custom Programs (Word, Excel, PowerPoint)
  • Send Email Features (Word, Excel, PowerPoint, OneNote)
  • SkyDrive Sync Integration (Word, Excel, PowerPoint)
  • Equation Editor 3.0 (Word, Excel, PowerPoint)
  • Lync File Download
  • Grammar checking (Word)
  • Data Models (Excel)
  • Slide Library ActiveX Control (PowerPoint)
  • Legacy Media Formats in PowerPoint (PowerPoint)
  • PowerPoint Flash Video Playback (PowerPoint)
  • Recording Narrations (PowerPoint)
  • Audio and video recording (OneNote)
  • Import through scanner (OneNote)
  • Audio & video search (OneNote)

ที่มา Office Home & Student 2013 RT ต่างจากรุ่นปรกติอย่างไร (Office ที่ให้มาพร้อม Windows RT)

แน่นอนว่าด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมด้านการประมวลของตัวเครื่องนั้นได้รับข้อเด่นจากสถาปัตยกรรมระบบประมวลผลแบบ ARM ที่ประหยัดพลังงาน และยังมีความร้อนที่ได้จากตัวเครื่องที่น้อยกว่าสถาปัตยกรรมแบบเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยกัน โดยจากที่ได้ทดสอบใช้งานนั้นสามารถเปิด และใช้งานได้ตลอดทั้งวันกว่า 9 ชั่วโมงโดยไม่ต้องปิดพักแต่อย่างได้ แต่ถ้าเปิด-ปิดใช้งานไม่ได้ใช้งานต่อเนื่อง ก็สามารถทำงานได้ตลอดวันได้ไม่ยากเลยทีเดียว โดยผลการทดสอบแบบใช้งานและปิดเครื่องด้วยการ standby สลับไป-มาในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องได้ทั้ง 2 วันโดยไม่ต้องชาร์จไฟแต่อย่างใด

DSC_5929

ในด้านของการคีย์บอร์ดนั้นจะเป็นแบบ QWERTY ตัวเต็มที่นำมาจากคีย์บอร์ดลักษณะเดียวกับ Laptop ของ Lenovo ideaPad ที่ขายอยู่ในท้องตลาดอยู่ก่อนแล้วนั้นเอง โดยเป็นแบบ Accutype Keyboard ซึ่งจากการพิมพ์นั้นให้สัมผัสในการตอบสนองที่ดีมากและการพิมพ์ก็ไม่ต้องบีบนิ้วมือเพื่อใช้งานคีย์บอร์ดแต่อย่างใด

สำหรับในด้านการจัดวางปุ่มนั้น ใครที่ใช้ปุ่มตัว Grave Accent ( ` ) ในการสลับภาษาอาจจะหงุดหงิดเล็กๆ เพราะปุ่มนี้โดนบีบให้มีขนาดผอมลงเหลือขนาดเพียง 2 ใน 3 จากปุ่มอื่นๆ อาจทำให้พิมพ์ไม่ถนัดสักเท่าไหร่นัก

สำหรับตัวทัชแพดนั้นเป็นแบบซ่อนปุ่ม (buttonless) ซึ่งในด้านของการสัมผัสและลากใช้งานนั้นทำได้อย่างดีมาก แต่ปุ่มที่ซ่อนไว้นั้นอาจจะกดยากสักหน่อย คงต้องใช้ให้ชินสักพักถึงจะพอถนัดมือ

DSC_5928
DSC_5933 DSC_5930

ในด้านปุ่มจัดการตัวเครื่องต่างๆ นั้น ปุ่มสำหรับเปิด-ปิดเครื่องจะอยู่ที่ด้านล่างส่วนหน้าของเครื่อง เป็นทั้งปุ่มเปิด-ปิดและ standby ได้ในตัวเดียวกัน สำหรับส่วนอื่นๆ ก็มีช่องเชื่อมต่อมาให้อย่างครอบคลุมทั้ง HDMI, USB 2.0 จำนวน 2 ช่อง, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม., ช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำ, ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง, ปุ่มล็อคการหมุนจอ (rotation lock) และช่องเสียบสายชาร์จแบบใหม่ของ Lenovo ที่จะเป็นแบบแบน

การเชื่อมต่อ USB 2.0 นั้น สามารถต่อกับ printer เพื่อพิมพ์งาน หรือ external HDD ก็สามารถดูหนัง Full HD และเข้าถึงไฟล์ต่างๆ ได้สบายๆ สำหรับช่องต่อการ์ดหน่วยความจำก็สามารถเข้าถึงไฟล์ได้ตามมาตราฐาน ซึ่งการใช้งานทั้ง external HDD และการ์ดหน่วยความจำนั้นสามารถทำผ่าน File Explorer ของ Windows RT ได้อย่างสะดวกสบาย

จอภาพนั้นมีขนาด LCD 11.6” ความละเอียดที่ WXGA (1366×768 pixel) สัดส่วน 16:9 ซึ่งได้ให้ panel มาเป็น IPS ตามสมัยนิยมรวมไปถึง LED backlit อีกด้วย แต่นอนว่าเป็น Tablet ได้ต้องมาพร้อมกับหน้าจอ touch screen โดยรองรับการ multi-touch เพียง 5 จุดเท่านั้น สำหรับกล้องนั้นเป็น Webcam 720p HD โดยทั่วไปไม่มีอะไรแปลกใหม่นัก

DSC_5936
DSC_5934 DSC_5935

Tablet Mode

DSC_5949 DSC_5950

Tent Mode

DSC_5946 DSC_5947

Stand Mode

DSC_5953 DSC_5957

ส่วนสำคัญของ Yoga 11 ตัวนี้ก็คือบานพับที่ออกแบบมาเป็นพิเศษที่สามารถพับจอได้ 360 องศา เพื่อพับตัวจอภาพให้ไปประกบกับด้านหลังเพื่อแปลงร่างเป็นโหมด Tablet, Tent หรือ Stand ได้ ซึ่งตัวบานพับนั้นเป็นสแตนเลส หรือเหล็กกล้าไร้สนิมแบบเดียวกับ notebook สำหรับธุรกิจอย่างตระกูล Lenovo ThinkPad ที่เป็นกลุ่ม notebook ระดับพรีเมียมแบรนด์ของกลุ่ม Lenovo เอง

DSC_5958 DSC_5959

สุดท้ายในส่วนของอแดปเตอร์ชาร์จไฟนั้นมีขนาดไม่ใหญ่มากและมีน้ำหนักเบาเสียด้วย เมื่อรวมน้ำหนักตัวเครื่องแล้วก็มีน้ำหนักไม่เกิน 1.5kg แต่อย่างใด

ส่วนที่ประทับใจ

  • ความแปลกใหม่ในการนำเสนอบานพับแบบใหม่ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย
  • ตัวบานพับแข็งแรง ไม่แน่นจนพับจอลำบาก และไม่หล่วมจนรู้สึกว่าจะตั้งไม่อยู่แต่อย่างใด
  • ตัวถังภายนอกทำจากอลูมิเนียมทำให้ดูแข็งแรงดีมาก
  • การระบายความร้อนและการนำพาความร้อนออกมานั้นทำได้ดี และขณะใช้งานรู้สึกเพียงอุ่นๆ เท่านั้น
  • คีย์บอร์ดคุณภาพดี การตอบสนองดีเยี่ยม
  • ช่องการเชื่อมต่อให้มาครบ และอยู่ในตำแหน่งที่ต่อการใช้งานดี
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟมีน้ำหนักเบาไม่เป็นภาระต่อการพกพา
  • การประหยัดไฟของสถาปัตยกรรม ARM ที่ Lenovo นำมาใช้คู่กับ Windows RT นั้นทำงานได้ดีเยี่ยม

ส่วนที่ไม่ประทับใจ

  • ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ ARM ทำให้ใช้คู่กับ Windows RT แล้ว App บน Windows 8 Style มีน้อย อาจหงุดหงิดได้ง่าย แต่ในอีกไม่นานนี้ Windows RT รุ่นใหม่รหัสพัฒนา Windows Blue กำลังออก คาดว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ
  • ตัวเครื่องนั้นดูหนักกว่าคู่แข่งอื่นๆ อยู่พอสมควร ถ้าน้ำหนักลงมาไม่เกิน 1 kg คงกำลังดี
  • ปุ่มทัชแพดที่เป็นแบบซ่อนปุ่มกดยาก อาจต้องใช้เวลาปรับตัวสักหน่อย
  • ปุ่ม Grave Accent ( ` ) ถ้าใช้สำหรับสลับภาษาอาจจะใช้ไม่สะดวก เพราะปุ่มนี้โดนบีบให้มีขนาดผอมลงเหลือขนาดเพียง 2 ใน 3 จากปุ่มอื่นๆ
  • หน่วยความจำหลักให้มาน้อยไปเสียหน่อย น่าจะให้มามากกว่านี้ เพราะไม่สามารถซื้อแรมมาเพิ่มเติมได้ในภายหลัง

Tech Spec
CPU: NVIDIA Tegra 3 (Quad-Core ARM Cortex-A9)
GPU: NVIDIA GeForce Integrated GFX
RAM: 2GB DDR3L
Display: 11.6” WXGA (1366×768) 16:9 LED IPS, 5 points multi-touch screen
Storage: 64 GB eMMC
Camera: 1.0M 720p HD Integrated Webcam
Connectivity:

  • Wireless Lan (802.11 b/g/n)
  • Bluetooth 4.0
  • 2 x USB 2.0 ports
  • 1 x SD card reader
  • 1 x 3.5mm headphone jack
  • 1 x full-size HDMI

Camera: 1.0M 720p HD Integrated Webcam
Weight: 1.27 kg
Preload Software:

  • Amazon Kindle
  • eBay
  • Evernote
  • Intelligent Touchpad
  • Lenovo Cloud Storage
  • Lenovo Companion
  • Lenovo Energy Management
  • Lenovo Motion Control
  • Lenovo Support
  • Lenovo Transition
  • Office Home & Student 2013 RT
  • Microsoft Connected Standby
  • OneKey Rescue
  • RaRa
  • Skype

ขอบคุณ Lenovo Thailand สำหรับ Lenovo IdeaPad Yoga 11 ที่ให้นำมาให้เราทดสอบกันในครั้งนี้ครับ

บทความ รูปและเนื้อหานี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำหากต้องการนำไปใช้งานกรุณาติดต่อผู้จัดทำเนื้อหาก่อนนำไปใช้หรือเผยแพร่