การเซ็ตให้ Borland C++ Compiler 5.5 ทำงานร่วมกับ EditPlus เพื่อทำการ Compile ไฟล์ที่เขียนขึ้นด้วยภาษา C++

สิ่งที่ต้องมี

  • Borland C++ Compiler 5.5
  • EditPlus

1. ดาวน์โหลด Borland C++ Compiler 5.5 มาจากเว็บ Borland ที่ http://www.codegear.com/downloads/free/cppbuilder

2. ดาวน์โหลด EditPlus ได้จากที่นี่ http://www.editplus.com

3. เมื่อโหลดได้แล้วทำการติดตั้งดังภาพด้านล่างนี้ครับ


ภาพที่ 3-1


ภาพที่ 3-2


ภาพที่ 3-3


ภาพที่ 3-4


ภาพที่ 3-5

4. เปิด EditPlus ขึ้นมาแล้วไปที่ Tools ที่เมนูบาร์ แล้วไปที่ เมนู Configure User Tools


ภาพที่ 4-1

5. เข้ามาที่หน้าต่าง Preferences ตอนนี้เราจะอยู่ที่ Tools และหัวข้อย่อย User tools

  • ให้เราเลือกที่ Groups and tools items ไหนก็ได้ ในตัวอย่างเลือกอยู่ที่ Groups 4
  • กดปุ่ม Add Tool แล้วไปที่ Program


ภาพที่ 5-1

6. เราจะได้ New Program มา 1 อัน

  • เราสามารถเปลี่ยนชื่อได้โดยไปที่ Menu text ในที่นี้ให้เปลี่ยนเป็น “Borland C++ Compile
  • ในส่วนของ Command ให้ไป Browse ให้ชี้ไปที่ ไฟล์ bcc32.exe ซึ่งในที่นี้ถ้าติดตั้งตามแบบข้างต้น (ข้อที่ 3 ) จะได้ที่นี่ C:\Borland\BCC55\Bin\bcc32.exe
  • ในส่วนของ Argument ให้ใส่ตามข้างล่างนี้เลย ถ้าติดตั้งตามแบบข้างต้น (ข้อที่ 3 )
    -IC:\Borland\BCC55\Include -LC:\Borland\BCC55\Lib -n$(FileDir) $(FilePath)
  • จากข้อที่แล้วจะสังเกตที่ได้ขีดเส้นได้ว่าคือที่ ที่เราได้เซ็ตไว้ข้างต้นแล้วในตอนที่ติดตั้ง Borland C++ Compiler 5.5 ซึ่งในข้อที่ 3 เราได้กำหนดไว้ที่ C:\Borland\BCC55 นั้นเอง
  • ในส่วนของ Initial directory ให้กำหนดเป็น C:\Borland\BCC55\Bin
  • ให้ทำการทำเครื่องหมายถูกที่ Capture output ด้วย


ภาพที่ 6-1

7. ทำการกดปุ่ม Add Tool แล้วไปที่ Program เพื่อ New Program อีกหนึ่งอัน


ภาพที่ 7-1

8. ในขั้นตอนนี้เราจะทำ Menu Run กันในโปรแกรม EditPlus แต่มีข้อเสียอยู่อย่างเดียวคือ

เราจะไม่สามารถใช้กับโปรแกรมที่มีการรับ Argument ได้ ซึ่งทางผู้จัดทำเอกสารยังไม่ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่สามาถ Compile ได้แต่จะมีวิธีการทำในภายหลังว่าจะทำยังไงให้สามารถ Run แล้ว สามารถให้โปรแกรมสามารถรับค่าได้

  • ที่ Menu text ให้เปลี่ยนจาก New Program เป็น Run
  • ที่ Command ให้ใส่ $(FileNameNoExt)
  • ที่ Initial directory ให้ใส่ $(FileDir)
  • ให้ทำการทำเครื่องหมายถูกที่ Capture output ด้วย


ภาพที่ 8-1

9. ต่อมาเรามาทำการเปลี่ยนชื่อ Groups 4 ให้เป็น C++ Compile ก่อนเพื่อจะได้ไม่สับสน

  • ไปที่ Group Name
  • แล้วทำการเปลี่ยนชื่อเป็น C++ Compile
  • กด OK เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง


ภาพที่ 9-1

10. แล้วกด OK ออกมาจาก หน้าต่าง Preferences

11. เขียนโปรแกรม ง่ายๆ ทดสอบกันว่ามันทำงานหรือเปล่า

  • แต่ก่อนทำการ Compile และ Run ต้องทำการ Save ก่อนเพื่อจะได้ Run ได้
  • การ Save ที่ถูกต้องและจะทำให้ Compile ผ่านได้และไม่ผิดพลาด นั้นควรตั้งชื่อไฟล์ และการเก็บไฟล์ไว้ที่ Folder ที่ไม่มีช่องว่างในการตั้งชื่อ และชื่อต้องที่ไม่มีช่องว่างในการตั้งชื่อด้วย (แต่สามารถใช้ _ ในการเว้นระยะแทนได้) เช่น
    • D:\Ford\MyProgramming
    • D:\cpp
    • D:\cpp\test.cpp
    • D:\cpp\test_input.cpp
  • ไม่ควร Save ไว้ที่ Folder หรือตั้งชื่อไฟล์ที่มีช่องว่างระหว่างชื่อ, ชื่อเป็นภาษาอื่นนอกจากภาษาอังกฤษ, ชื่อมีเครื่องหมายพิเศษหรือ มีสัญลักษณ์พิเศษ เช่น
    • D:\Ford\My Programming
    • D:\Ford\My OOP
    • D:\Ford\My Cpp
    • D:\Ford\My C(pp)
    • D:\cpp\tes#t.cpp
    • D:\cpp\test input.cpp
  • เราก็เขียนโปรแกรมง่ายๆ ดังภาพด้านล่างนี้ ……… และ Save ไว้ที่ D:\test.cpp


ภาพที่ 11-1

12. เมื่อเรา Save แล้ว ก็ไปที่ Tools ที่เมนูบาร์ ไปที่ User Tool Groups แล้วเลือกที่ C++ Compile ที่เราได้เซ็ตกันเมื่อกี้นี้


ภาพที่ 12-1

13. เราก็จะได้เมนูใหม่เข้ามาคือ Borland C++ Compile และ Run ที่เราเซ็ตไว้เมื่อกี้นี้

  • ให้เรากดที่เมนู Borland C++ Compile เพื่อทำการ Compile


ภาพที่ 13-1

14. เราจะได้ผลลัพธ์ตามภาพ


ภาพที่ 14-1

15. แล้วถ้าเราจะ Run ให้ใช้ เมนู Run ดังภาพ


ภาพที่ 15-1

16. เราจะได้ผลลัพธ์ตามภาพ


ภาพที่ 16-1

17. เรามาเขียนโปรแกรมรับค่าและ วิธีการแก้ปัญหาของ EditPlus ที่ทำการ Run แบบรับค่าไม่ได้ (ภาพที่ 17-2)

  • จากโปรแกรมนี้นั้น จะมีการรับค่ามาหนึ่งค่า เราจะรวบรัดขั้นตอนในบางตอนไปเลย ซึ่งเมื่อเขียนโปรแกรมนี้เสร็จแล้วให้ทำการ Compile ตามวิธีเดิมข้างต้นไปได้กล่าวไปแล้ว แต่ไม่ต้องทำการ Run แต่อย่างใด มิเช่นนั้นแล้วโปรแกรม EditPlus จะมี Process ค้างและทำให้เครื่องมีปัญหาได้
  • แต่ถ้าไปเผลอ Run แก้โดยให้ทำการ ปิดโปรแกรม EditPlus แต่จะมี Dial Box ขึ้นมาถามว่าเราจะ Stop Process หรือไม่ ดังภาพภาพที่ 17-1 ให้ตอบ Yes ไป

ภาพที่ 17-1


ภาพที่ 17-2

18. ทางแก้ในด้านนี้คือใช้ Command Prompt นั้นเอง

  • ให้ไปที่ Start > Run
  • พิมพ์ cmd


ภาพที่ 18-1

19. ไปที่ ที่อยู่ไฟล์ที่เราได้ Compile ไว้

  • ซึ่งในการ Compile นั้นโปรแกรม Borland C++ Compiler 5.5 จะทำการ Build ไฟล์ที่เรา Compile เป็น Execute File ( .exe ) ให้เราแล้ว
  • เราเพียงแต่เข้าไปหาไฟล์ที่เรา Compile ไว้แล้วพิมพ์ชื่อไฟล์นั้นๆ ลงไปให้ตรงเท่านั้น
  • ในขั้นตอนนี้ควรมีความสามารถในการใช้คำสั่ง DOS


ภาพที่ 19-1

20. จากทั้งหมดที่ได้กล่าวไปเป็นการเซ็ตและการประยุกต์ใช้ในด้านการทำงานครับ ขาดตกเนื้อหาตรงไหนเมล มาสอบถามได้นะครับ หวังว่าคงได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ

แนะนำการทำเว็บ (ตอนที่ 2)

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ไอ้จริงๆ ผมมีโครงการจัดทำบทความไว้มากมายก็จะเอามาลงในเว็บแห่งนี้ครับ แต่ว่าด้วยเรื่องเหตุต่างๆ มากมายในการเรียนใน มหาวิทยาลัย ปีที่ 1 ครับทำให้ผมต้องเลื่อน บทความต่างๆ ที่ค้างคาอยู่มากมาย (ก็แบบว่าร่างๆ ไว้เต็มไปหมดแต่ก็ หมกไว้ไม่เสร็จเป็นชิ้นไปอันสักที) เลยเอามาลงไม่ได้เป็นเวลาเดือนกว่า สองเดือนได้ ไอ้จริงๆ บทความแนะนำด้านแนวทางทำเว็บนั้นที่ได้ผ่านสายตาไปก็ เป็นบทความเก่านะครับแต่ว่าเอามาปัดฝุ่นใหม่เท่านั้นเอง ทำให้ตอนนี้ก็มึนๆ กับบทความทั้งหลายว่าจะต่อมันยังไงดี (เขียนโครงสร้างไว้นะครับแต่ว่าด้วยเหตุที่ว่า วันเวลาผ่านไปข้อมูลบางอย่างมันเก่าเลยต้องปรับปรุงให้ทันสมัย) เลยตอนนี้ต้องมานั่งแก้บทความกันเล็กน้อยครับ


เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ จากที่ผมได้ค้างไว้ครั้งที่แล้วเรื่อง "แนวทางในการประชาสัมพันธ์เว็ปให้ได้ดี"

ประชาสัมพันธ์ อย่างไรดีกับเรื่องนี้

ต้องบอกกันก่อนว่าเว็บไม่ใช่หนัง ที่จะประโคมงบลงทุนในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และจุดเด่นต่างๆ แต่เป็นการสร้างจุดเด่นและความเหมือนที่แตกต่างกันในเรื่องเนื้อหาและรวมไปถึงสาระต่างๆ จริงๆ อันนี้ได้พูดถึงกับไปแล้วในตอนที่ 1 ครับ (แต่ว่าหลายคนที่เมล์มาหาผมนั้นว่ายังไม่กระจ่างอธิบายเพิ่มได้ไหม ต้องบอกว่าได้ครับ แต่ว่าขอเอามาคิดก่อนว่าจะต่อยอดมันยังไง เพราะว่าบ้างส่วนนั้นลึกเหมือนกันครับ กลัวจะมึนกับมัน เลยต้องขอไว้ก่อนนะครับ) คือจริงๆ แล้ว เราต้องสร้างโครงข่ายของเพื่อนๆ หรือเรียกอีกอย่างว่าพันธ์มิตร โดยมากเค้าจะใช้การแลกลิ้งส์กัน ซึ่งผมจะพูดต่อไปว่าทำยังไง และได้ผลมากน้อยเพียงใด ซึ่งไม่ต้องเสียค่าโฆษณาแต่อย่างใด และทำให้เว็บของเราได้ติดอันดับต้นๆ ในการค้นหาของเว็บค้นหาข้อมูลต่างๆได้อย่างไม่ยาก (แต่ใช้เวลานานหน่อย) นั้นเอง

Read moreแนะนำการทำเว็บ (ตอนที่ 2)

แนะนำการทำเว็บ (ตอนที่ 1)

ในสมัยก่อนนั้นการที่เราจะทำเว็บให้ออกมาสวยได้นั้นยากกว่าการพิมพ์งานบน MS. Word เสียอีกต้องมีการทำความเข้าใจในภาษา html ให้ดีเสียก่อน ซึ่งในตอนนั้นเหมือนกันหัดเขียนโปรแกรมโปรแกรมหนึ่งเลยทีเดียว แล้วถ้า ต้องการทำงานในลักษณะตอบโต้ได้ (CGI) มันทำได้ยากยิ่งเพราะว่ายังหาหนังสือที่เป็นภาษาไทยได้ยากมากและส่วนใหญ่ที่ทำกันตอนนั้นจะเป็นคนที่มุ่งมั่นอ่าน หนังสือภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่ทำให้การอ่านหนังสือ พวก cgi และ html แบบภาษาอังกฤษทำได้ง่ายและฟรีโดยที่ไม่ต้องสั่งซื้อตามศูนย์หนังสือต่างๆ ในตอนนั้นมีคนกระโดดลงมาทำกันยังน้อย และส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ทำงานด้านนี้อื่นๆ ในแขนงคอมฯพิวเตอร์มาก่อนมากกว่า ซึ่งเว็ปในสมัยนั้น ที่ดังและทำให้เราๆ ได้รู้จักและทำให้เกิดเหล่านักทำเว็ปรุ่นใหม่ๆ คือ Sanook.com แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงนั้นเรามาพูดถึงเว็ปรุ่นพี่ที่ทำมานานและยังไม่เปลี่ยนแปลงคือเว็ป Pantip.com ที่เป็นเหมือนศูนย์รวมเว็ปบอร์ดที่ใหญ่ที่สุดใน ประเทศไทยและยังเป็นที่ที่มีอัตราการเข้าใช้บริการมากสุดอีกด้วย เว็ป Pantip.com ยังรักษาลักษณะขอเว็ปตั้งแต่ อดีตจนปัจจุบันได้ดี

Read moreแนะนำการทำเว็บ (ตอนที่ 1)

ซอฟต์แวร์และโปรแกรม สองคำนี้มีความหมายต่างหรือเหมือนกัน อย่างไร

ผมได้พบกับคำถามในเว็บบอร์ด pantip.com ที่มีคำตอบที่น่าสนใจครับ

ซอฟต์แวร์และโปรแกรม…สองคำนี้มีความหมายต่างหรือเหมือนกัน ???

ถ้าเหมือน เหมือนอย่างไร และถ้าต่าง ต่างอย่างไร

เรามีคำตอบครับ ………..


ตอบ : ซอฟต์แวร์เป็นคำทั่วไปที่ใช้กล่าวถึงโปรแกรมหลายชนิดที่ใช้ในการสั่งงานคอมพิวเตอร์และ อาจเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์(คำว่าฮาร์ดแวร์ใช้อธิบายถึงคอมพิวเตอร์ในด้านกายภาพและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง)

เราอาจจะนึกถึงซอฟต์แวร์ในแง่ของคอมพิวเตอร์ในส่วนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้(updatable) และฮาร์ดแวร์ในแง่ของคอมพิวเตอร์ในส่วนที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ซอฟต์แวร์, บ่อยครั้งมีการแบ่งเป็น แอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์(โปรแกรมซึ่งปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้โดยตรง) และ ซอฟต์แวร์ระบบ(ประกอบไปด้วย ระบบปฏิบัติการและโปรแกรมอะไรก็ตามแต่ที่สนับสนุนการทำงานของแอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์) สำหรับคำว่า middleware บางครั้งใช้ในการอธิบายถึงโปรแกรมที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างแอปพลิเคชั่นและซอฟต์แวร์ระบบ หรือ ระหว่างแอปพลิเคชั่นต่างชนิดกัน (ยกตัวอย่าง การร้องขอการทำงานระยะไกลจากแอปพลิเคชั่นซึ่งอยู่บนระบบปฏิการชนิดหนึ่งไปสู่แอปพลิเคชั่นซึ่งรันอยู่บนระบบปฏิบัติการอีกชนิดหนึ่ง)

สำหรับกลุ่มของซอฟต์แวร์ไม่สามารถจะจัดเข้ากลุ่มใดๆได้นั้นเรียกว่า ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์(utility) ซึ่งเป็นโปรแกรมขนาดเล็กที่มีประโยชน์ ยูทิลิตี้บางตัวมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ เช่นเดียวกับแอปพลิเคชั่น ยูทิลิตี้สามารถจะติดตั้งได้อย่างอิสระและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ

ซอฟต์แวร์ยังแบ่งได้อีกหลายชนิดเช่น shareware (ส่วนมากจะต้องซื้อเมื่อครบกำหนดระยะเวลาทดลองใช้), liteware(แชร์แวร์ซึ่งมีการตัดความสามารถบางอย่างออกไป), freeware(ซอฟต์แวร์ฟรีแต่มีการจำกัดสิทธิ), public domain software(ฟรีและไม่มีข้อบังคับ) และ open source(ซอฟต์แวร์ที่มีการแจกจ่ายซอร์สโค้ดและใช้งานได้อย่างไม่จำกัดรวมทั้งสามารถปรับปรุงได้)

แอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์ทั่วๆไปมีดังนี้

– ซอฟต์แวร์ผลิตภัณฑ์ เช่น ตัวประมวลผลคำ(word processor), ตารางคำนวณ(spreadsheet) และเครื่องมือที่ใช้กันโดยผู้ใช้ส่วนใหญ่
– ซอฟต์แวร์นำเสนอ(presentation software)
– ซอฟต์แวร์กราฟฟิกส์ สำหรับนักออกแบบกราฟฟิกส์
– ซอฟต์แวร์ช่วยเหลือการออกแบบ CAD/CAM
– แอปพลิเคชั่นทางด้านวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง
– ซอฟต์แวร์สำหรับอุตสาหกรรม (ยกตัวอย่างเช่น ธนาคาร, ประกันภัย, ค้าปลีก และอุตสาหกรรมการผลิต)


ในทางคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคือชุดของคำสั่งที่ให้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติ ในคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ที่ จอห์น วอน นิวแมนน์ วางรูปแบบเอาไว้เมื่อปี 1945 โปรแกรมประกอบไปด้วยชุดของของสั่งที่ทำงานหนึ่งคำสั่งในหนึ่งหน่วยเวลา โดยทั่วไปโปรแกรมจะเก็บอยู่ในพื้นที่ของหน่วยเก็บข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้โดยคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะดึงคำสั่งมาทีละหนึ่งคำสั่งแล้วประมวลผลและดึงคำสั่งถัดไปมาทำงานเช่นนี้เป็นวงรอบ(cycle) หน่วยเก็บข้อมูลหรือหน่วยความจำสามารถเก็บข้อมูลซึ่งก็คือคำสั่งที่ให้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติตาม(โปรแกรมคือชุดข้อมูลชนิดพิเศษที่บอกว่าจะปฏิบัติอย่างไรกับ แอปพลิเคชั่นหรือข้อมูลของผู้ใช้)

โปรแกรมสามารถแบ่งออกเป็นแบบปฏิสัมพันธ์(interactive) หรือชุดคำสั่ง(batch) ในเชิงของการโต้ตอบระหว่างคอมพิวเตอร์กับผู้ใช้และความต่อเนื่องในการประมวลผล โปรแกรมแบบปฏิสัมพันธ์จะรับข้อมูลจากผู้ใช้(หรือจากโปรแกรมอื่นที่ทำหน้าที่เสมือนผู้ใช้) โปรแกรมชุดคำสั่ง(batch) จะรันโปรแกรมและทำงานจนกระทั่งชุดของคำสั่งหมดจึงหยุดทำงาน โปรแกรมแบบชุดคำสั่งจะเริ่มทำงานโดยผู้ใช้สั่งให้โปรแกรมรัน ตัวแปลคำสั่ง(command interpreter) หรือเว็บบราวเซอร์เป็นตัวอย่างอย่างของระบบปฏิสัมพันธ์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้พิมพ์ข้อมูลเงินเดือนของพนักงานในบริษัทเป็นตัวอย่างหนึ่งของโปรแกรมชุดคำสั่ง(batch program) งานพิมพ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมชุดคำสั่ง

เมื่อคุณต้องการสร้างโปรแกรม คุณจะต้องเขียนมันโดยใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ ข้อความในแต่ละประโยคเรียกว่า "source program" จากนั้นคุณจะต้องคอมไพล์ ซอร์สโปรแกรม(ด้วยโปรแกรมพิเศษที่เรียกว่าคอมไพล์เลอร์) และผลลัพธ์ที่ได้จะเรียกว่า object program (อย่าสับสนกับคำว่า object-orieted-programming) มีอีกสองคำที่ใช้เรียก object program ประกอบด้วย object module และ compiled program ภายใน object program จะประกอบไปด้วยชุดข้อความที่เป็นเลข 0 และ 1 เรียกว่า machine language ซึ่งเป็นภาษาที่โปรเซสเซอร์เข้าใจและสามารถสั่งให้โปรเซสเซอร์ประมวลผล

ภาษาเครื่องจักร(machine language) ของคอมพิวเตอร์จะสร้างขึ้นโดยคอมไพล์เลอร์ซึ่งเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์, สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์, รวมไปถึงชุดคำสั่งที่เป็นไปได้และความยาวของคำสั่ง(ในหน่วยบิต) ในแต่ละคำสั่งของโปรเซสเซอร์(machine instruction)

ข้อมูลจาก whatis.com


จากข้อมูลข้างต้นอาจจะยากในการทำความเข้าใจ ถ้าจะอธิบายง่ายๆก็คือ program คือชุดคำสั่งซึ่งถูกเขียนขึ้นเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานอะไรสักอย่าง แต่เมื่อโปรแกรมถูกคอมไพล์แล้วจะกลายเป็น software ทันที ซึ่งซอฟต์แวร์ก็แบ่งเป็น system software และ application software ซึ่งซอฟต์แวร์พวกนี้จะอยู่ในหน่วยความจำหรือหน่วยเก็บข้อมูล ในขณะที่โปรแกรมอยู่ในไฟล์


ทิ้งท้าย …….

คำแปลตามลักษณะของหนังสือคำศัพท์โดยตรงครับ ไว้อ้างอิงครับ

Software = The programs, routines, and symbolic languages that control the functioning of the hardware and direct its operation.

source : The American Heritage® Dictionary of the English Language, Fourth Edition
Copyright © 2000 by Houghton Mifflin Company.
Published by Houghton Mifflin Company. All rights reserved.

Program = A set of coded instructions that enables a machine, especially a computer, to perform a desired sequence of operations.

source : The American Heritage® Dictionary of the English Language, Fourth Edition
Copyright © 2000 by Houghton Mifflin Company.
Published by Houghton Mifflin Company. All rights reserved.

from: dictionary.com

วิกฤติเนื่องจากการปฏิวัติเทคโนโลยี ตามแนวคิดของ บิลล์ เกตส์ (Bill Gates)

        บิลล์ เกตส์ (Bill Gates) เป็นเจ้าของบริษัทไมโครซอฟต์ซึ่งผลิตซอฟต์แวร์สำหรับระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นคนที่มีอัจฉริยะทางด้านคอมพิวเตอร์ และเป็นคนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในธุรกิจคอมพิวเตอร์คนหนึ่งของโลก เมื่อเร็ว ๆ นี้ บิลล์ เกตส์ได้เขียนหนังสือที่น่าสนใจและกลายเป็นหนังสือขายดีมากอีกเล่มหนึ่ง ชื่อ The Road Ahead ในหนังสือเล่มนี้ บิลล์ เกตส์ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยได้พูดถึงการนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้กับการศึกษา
        บิลล์ เกตส์วาดฝันไว้ว่า โรงเรียนทุกแห่งจะปฏิวัติระบบการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยเขาได้เสนอความเห็นในเรื่องการศึกษาที่สอดคล้องกับความเห็นของนักการศึกษาคนสำคัญ ๆ ของโลก เช่น การเรียนมิได้มีเฉพาะในห้องเรียน บิลล์ เกตส์กล่าวว่าการเรียนไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนและอยู่ภายใต้การควบคุมกำกับของครูเท่านั้น ในโลกยุคปัจจุบันคนสามารถที่จะเรียนได้จากแหล่งความรู้ที่หลากหลาย โดยเฉพาะทางด่วนข้อมูล (Information Superhighway) ซึ่งกำลังจะมีบทบาทและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการศึกษาของมนุษย์

Read moreวิกฤติเนื่องจากการปฏิวัติเทคโนโลยี ตามแนวคิดของ บิลล์ เกตส์ (Bill Gates)