มีคนถามผมมาทันควันหลังจากโพส blog entry ตั้งค่า Zend Optimizer กับ Zend Debugger ให้ทำงานพร้อมกันได้
งั้นผมก็ขออธิบานสักเล็กน้อยแล้วก็ดูว่ามันทำงานยังไงดีกว่า
Zend Debugger ระบบพื้นฐานในการทำ remote debugging หรือจะแปรให้มันเป็นไทยแท้ ๆ ก็คือ debug ตัว code ของ php แบบ realtime ในระหว่างการทำงานเลย โดยปกติแล้วเนี่ย เราจะใช้ความสามารถนี้ได้เมื่อลง Zend Core หรือ Zend Platform เท่านั้น แต่คราวนี้ไม่ต้องแหละ เมื่อนานมาแล้ว (จริง ๆ จะใช้ว่าเร็ว ๆ นี้ก็กะไรอยู่ เพราะว่ามันก็ไม่เร็ว ๆ นี้) Zend ได้ปล่อยแยกออกมาต่างหากในชื่อ Zend Debugger หรือ server-debugger โดยปล่อยมาพร้อมกับ PDT (PHP Development Tools) หรือก็คือ IDE ของ PHP ที่ยกความสามารถของ Zend Studio ตัว IDE เสียเงินของ Zend ไปใส่ใน Eclipse IDE นั้นเอง โดยเป็นความร่วมมือของ Zend กับ Eclipse นั้นเองครับ โดยเมื่อไม่นานนี้ (ของจริง) Zend ก็ออก Zend Studio for Eclipse ที่เป็น version เสียเงินออกมาในคร่าต่อมาเหมือนกัน แต่ของดี ๆ ก็ยังคงอยู่ครับ โหลดได้ที่ http://downloads.zend.com/pdt/server-debugger/ ครับผม โดยผลจากการที่ปล่อยมาพร้อม ๆ กับ PDT ทำให้ PDT สามารถทำ remote debugging ได้โดยตรงเลย และฟรีด้วย เพราะ PDT เป็นตัว open-source อยู่ครับ หาโหลดได้ในเว็บ zend ลองหา ๆ ดูครับ
โดยวิธีการใช้งาน ผมไม่ขออธิบายดีกว่า ดู VDO เอาแทนน่าจะเข้าใจง่ายกว่ามั้งครับ ;P
eclipse php debugging with zend debugger
Eclipse PDT and Zend Debuger in action
PHP Debugger
Thai Share This
- ทำการ redesign ตัว clean url ใหม่อีกรอบ ด้วยการกลับมาใช้แบบเดิมเมื่อตอนออกแบบครั้งแรกคือ controller/action แทน ส่วนต้องการแก้ไข url ใหม่ ก็เพิ่มลงไปใน xml เอา
โดย default คือ <map pattern=":controller/:action" />
ถ้าต้องการใช้ user/login เป็น login เฉย ๆ ก็ <map pattern="login" action="user/login" /> แทนซะ หรือถ้าต้องการ rewrite ตัว url ที่มีการส่ง value ด้วยก็ <map pattern="news" action="page/show/1" /> แทนก็ได้เช่นกัน โดยในรุ่นต่อไปจะมี plugin เสริมสำหรับการ hook ตัว xml ตัวนี้ให้ไปใช้ database ได้ แบบเดียวกับ drupal แทนช้าลงและโหลด db มากขึ้น กำลังจุดลงตัวในส่วนนี้ โดย clean url นี้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเยอะกว่าเดิมมาก และลดความซับซ้อนในการตั้งค่าลงไปเยอะด้วย แต่ต้องแลกกับความยืดหยุ่นบางส่วนไป แต่ถ้าว่า ok กว่าเดิมมาก ๆ ในตอนนี้
- หน้า error handler page นั้น ok แล้ว เพื่อดักข้อผิดพลาดในกรณีไฟล์ของ controller หรือ view ไม่มี รวมถึง arguments ไม่ครบเมื่อ controller ไป handle ตัว action
- ตัว config ไฟล์ใน .ini file และสามารถทำ inherit config ได้ด้วย เช่น
CODE:
-
[production]
-
database.default.type=mysql
-
database.default.hostname=localhost
-
database.default.username=root
-
database.default.password=1234
-
database.default.name=album
-
-
[development : production]
-
database.default.hostname = localhost
-
database.default.username = root
-
database.default.password = 1234
เมื่อเราเลือก production เป็น environment มันจะไปดึงตัว config มาของ production มา แต่ถ้าใช้ development ก็จะไปดึงส่วนของ development ที่ override ตัว production มาใช้เท่านั้น ทำให้ลดการตั้งค่าลงไปเยอะ
- ในส่วนของ Model layer มี 3 ทางเลือกให้ extends มาใช้งานได้ คือ Zend_Db, Doctrine หรือ LogicModel (ตัวนี้ผมเขียนเอง สนับสนุนแค่ MySQL เท่านั้น) โดยใครถนัดแบบไหนก็ใช้แบบนั้นได้เลย เพียงแค่ตั้งค่าใน Model แต่ละตัวว่าจะใช้แบบไหน กำลังหาจุดลงตัวเพื่อให้เราสามารถใช้ Model ได้หลากหลายรูปแบบการ extends จาก 3 ทางเลือก บางครั้ง Model บางตัวอาจจะเหมาะกับ Doctrine มากกว่า 2 ตัวที่เหลืออะไรแบบนั้น และอาจจะรองรับการเขียนด้วย function mysql(i) เดิม ๆ ได้ด้วย โดยผมมองว่า Model นั้นเป็น Business logic ซึ่งควรมี performance สูงที่สุดในการเขียนและนำไปใช้งานครับ
- การส่งข้อมูลจาก controller ไปหา view นั้นใช้การ return ของ action ใน controller นั้น โดยการส่งข้อมูลแบบตัวแปรเดียวก็ได้ หรือส่งเป็น array ออกไปก็ได้ โดยส่งเป็น array จะทำการ fetch ข้อมูลให้ชั้นนึงเพื่อส่งผ่านเป็นตัวแปรนึงใน view ให้เลย โดยใช้การ map key เป็นชื่อตัวแปรใน dimension ที่ 1 ของ array ซะ
- พยายามเอา ORM หลาย ๆ ตัวมาใช้ร่วมกันใน Model เพื่อลดการยึดติดของระบบกับรูปแบบ ORM ของตัวใดตัวหนึ่ง
- ยังคงใช้ Zend แบบหลักในการพัฒนาระบบภายในเช่นเดิม
ตอนนี้โดยรวมพยายาปั้นตัวแรกออกมาให้ได้ก่อน เพื่อเอามารับคำติของทุกท่านครับ เพื่อเอามาพัฒนาต่อไปครับผม
Thai Share This
งาน BarCamp Bangkok Winter 2008
จัดในวันที่ 26 มกราคม 2551 โดยจัดที่ร้านอาหาร Indus แถวสุขุมวิท บรรยากาศดีเยี่ยม งานเริ่มตั้งแต่ 10 โมงเช้าจนถึง 6 โมงเย็น แล้วมีปาร์ตี้ข้าวเย็นกันต่อตอนช่วงค่ำ
ตอนนี้กำลังปั่นตัว slide ที่จะเอาไปพูดในงาน 2 ตัว (ในรอบเดียว)
- MySQL Tuning นี่คงเอาเนื้อหาเดียวกับที่เคยได้โพสใน entry เก่าไปแล้ว แต่เพิ่มเติมและใส่ประสบการณ์ตรงของตัวเองลงไป
- PHP Framework ผมคงไม่พูดถึงตัวอื่นมาก เอาแค่ intro พอนิด ๆ แต่เอา PHP Hoffman Framework (HMF) ไปแสดงก่อน
ซึ่งตัว PHP Framework ของผมเนี่ย ตอนนี้ก็ปั่นตัว implementation code อยู่ ไม่รู้จะทันหรือเปล่า แค่ทำ Routing URL กับพวก Standard Code ต่าง ๆ ใหม่หมดก็เล่นซะหลายวัน รวมถึง Directory structure ก็เพิ่งจะลงตัวไป น่าจะเข้ารูปเข้ารอยในไม่ช้านี้ หลาย ๆ ภายใน Framework ยังไม่นิ่งพอจะเป็น Alpha version ได้ด้วยซ้ำ แถมหลายอย่างที่อยู่ใน 0.1a (ตัวใหม่ผมเรียกมันว่า Rv2 หรือ revolution version 2) ไม่ได้โอนถ่ายมาใส่อีกด้วย เพราะซ้ำซ้อน กับ Zend Components ที่จะเอามาใช้อยู่หลายตัวอย่าง ACL ที่ทำเองใน 0.1a พอมาตัวใหม่นี้ ใช้ Zend_Acl ของ Zend Framework แทน และหลาย ๆ ตัวที่โยกมาใช้ Zend แทนหลายตัวเลย รวมถึงตัว Model ที่ใช้ความสามารถของ Doctrine และ Zend_Db แทนที่ตัว Components ของผมเอง แต่ว่าตัวที่ผมใช้อยู่ก่อนหน้านั้นก็ยังคงมีอยู่ เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ได้เปิดใช้เท่านั้นเอง ส่วน Controller นี่เขียนเองหมดเลย Flow ตัว Controller ต่าง ๆ จัดการเองหมด รวมถึง Standard Structure และ Code ต่าง ๆ ส่วนของ View ก็ใช้ Smarty เข้ามาแทนของเก่าของผมเองทั้งหมดเลย
ตอนนี้ที่ตัดสินใจไว้ทั้ง 3 components หลัก ๆ ก็คือ
LogicModel ใช้ความสามารถต่าง ๆ จาก Doctrine และ Zend_Db และพวก tools ด้าน Business Logic ทั้งหมด
FlowController อันนี้เขียนเองทั้งหมดเพราะหาตัวที่มันโดนใจไม่ได้ ฮา ...
RenderView ใช้ความสามารถต่าง ๆ ของ Smarty มาช่วยในส่วนนี้
เพราะเท่าที่หาข้อมูลและ defend กับตัวเองแล้วหลาย ๆ อย่างน่าจะใช้สิ่งที่มีอยู่และนำมาปรับให้เข้ากับแนวทางของ Framwork ของเราเองหลาย ๆ ตัวน่าจะทำให้มันง่าย ๆ เข้าไว้ด้วย Framework บางตัวทำเรื่องง่าย ๆ ให้เป็นเรื่องยากไปซะงั้น บางตัวทำงานไม่ยืดหยุ่นอะไรแบบนั้นอีก เลยทำเองซะ แล้วให้คนอื่นมา defend กับเราว่าควรปรับอะไรอีกบาง
หลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ idea มาจากหลาย ๆ Framework มาปรับใช้เข้าด้วยกันบางอย่าง idea ดีมาก ๆ น่าจะทำให้มันทำงานได้ง่าย ขึ้นพอสมควร
แล้วเจอกันที BarCamp ครับ
Thai Share This