ข้อสังเกตเกี่ยวกับ ICT ที่นำ SAP มาใช้ในการบริหารจัดการตัว Tablet เพื่อการศึกษา
พูดอะไรสั้นๆ เกี่ยวกับ ICT ที่นำ SAP มาใช้ในการบริหารจัดการตัว Tablet เพื่อการศึกษา เป็นการสรุปจากที่ tweet ไปเมื่อวานช่วงเย็นเอามารวมกันจะได้อ่านง่ายๆ
ส่วนตัวแล้วคาดว่าจะใช้ SAP Afaria ซึ่งเป็น Enterprise Mobility Management โดยตัวมันเป็น Software Solution ของ SAP ที่ได้มาจากการควบรวม Sybase เข้ามา Software Solution คือมีหลากระบบอยู่ภายในทำหน้าที่ที่แตกต่างกัน แต่เชื่อมต่อกับอยู่ เพราะฉะนั้นค่าตัว Software ไม่ได้คิดเป็นรายตัวแต่คิดแบบเหมารวม
ซึ่งเจ้า SAP Afaria มันรองรับทั้ง iPhone, iPad, Android และ BlackBerry เพื่อมาช่วยมาจัดการตัวตัว Mobile device ที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งระบบแบบนี้มักใช้ในองค์กรให้สามารถจำกัดหรือควบคุมการใช้งานของคนใช้ devices ที่มีอยู่ได้ง่ายผ่านศูณย์กลางระบบ
รูปภาพจาก SAP Afaria – Enterprise Mobile Device Architecture Diagram
ประเด็นที่น่าสนใจคือราคา 120 ล้านบาทมันถูกไปหรือเปล่าหรือว่ามันมีอะไรอยู่ด้านหลัง ที่เป็นค่า M/A ที่ไม่ได้พูดถึง คือแค่ค่า Solution SAP Afaria ก็น่าจะ 100 ล้านแล้ว ค่า M/A เท่าไหร่ (ยังไม่มีการระบุ) ซึ่งแน่นอนว่า Software ระดับนี้จะคิดค่าใช้งานต่อเครื่อง client ที่ติดต่อกับระบบด้วย และมักจะคิดราคาเป็นรายปีด้วย (ยกตัวอย่างเหมือน Microsoft Windows Server ที่ต่อ Exchange ก็ใช้แนวคิดนี้เหมือนกัน)
พี่ @pokpitch ได้เสริมว่า "ในไทยนี่ยังไม่มีฐานลูกค้า SAP Mobile ครับ ถ้าได้ทำตัวนี้จะได้ Reference สวยงามเลย ดังนั้นราคาเลยถูก การมี Reference ระดับชาติ คราวนี้ SCG, PTT ฯลฯ ไม่หลุดไปไหน"
กล่าวคือ Solution ตัว SAP Afaria ในไทยนั้นอาจเป็น case study ให้กับ Tablet ที่ใช้ในงานระดับชาติของประเทศอื่นๆ ว่าสามารถนำไปใช้งานได้จริง ประมาณว่ายอมขาดทุนกำไร แล้วไปสูบจากที่อื่นหรืองานอื่นๆ แทน ซึ่ง SAP ฉลาดมากๆ ครับ ><" (ไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่ว่ายังพูดไม่ครบว่าส่วนที่หายไปจากการขาดทุนกำไรไปอยู่ตรงไหน)
ยุบไปเหอะ …..
มาทำความรู้จักกับ รมต ไอซีที คนใหม่กัน แค่เข้าไปดูและอ่าน ก็เซงจิตเต็มทน T_T ยุบ ๆๆ มันไปเหอะ ICT อ่ะ
ICT = I (idiot) C (crazy) T (tortoise) ……..
อนาคตไอทีไทย T_T
งามหน้าไหมเนี่ย
จาก รมว. ICT คนใหม่กับวิสัยทัศน์ต่อโอเพ่นซอร์ส ทำให้เกิดกระแสต่าง ๆ ด้านลบอย่างมากในตัว รมว. ในรัฐบาลชุดเฉพาะกิจชุดนี้ แม้จะเป็นรัฐบาลที่มาทำงานเพียงแค่ 1 ปี (หวังไว้อย่างนั้น) แต่การที่ท่านออกมาแสดงวิสัยทัศน์ที่หักดิบ และรุนแรงมากต่อกระแสการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส ออกแนวพูดไม่คิด (และคาดว่าคงไม่ได้คิดอีกหลายอย่างแน่ ๆ ) ข่าวนั้นเร็วมากจนถึงขนาดเข้าเว็บ Digg และ Slashdot ตามไปอ่านได้
ข่าวต้นเรื่อง – U-TURN AT ICT MINISTRY
Digg – Open-Source condemned by Thai Minister
Slashdot - Thai IT Minister Slams Open Source
คราวนี้หล่ะ ซวยหล่ะท่าน เตรียมตัวแก้ตัวกันไป -_-’
แต่ที่แน่ ๆ เว็บ Digg กับ Slashdot จะโดน favicon.ico หรือเปล่าหว่า T_T ถ้าพรุ่งนี้เข้าไม่ได้ก็ทำใจได้เลยนะท่าน ๆ ทั้งหลาย
Update[1] - จดหมายเปิดผนึก ถึง รมว. กระทรวง ICT
Update[2]
ด้วยเหตุนี้ทำให้มีการแสดงความคิดเห็นในที่ต่าง ๆ มากมาย โดยในแต่ละเว็บที่ได้กล่าวมานั้นมีนำหนักของเนื้อหาขนาดไหน จะอธิบายเพิ่มเติมดังนี้
เว็บ Digg เป็นเว็บ social bookmarking และ blog bookmarking ที่ใหญ่มาก และมีข่าวที่เร็วกว่า Google News มาก (จากผลการวิจัยของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง)
เว็บ Slashdot ( หรือสั้นว่า /. )เว็บรวมข่าวสารต่าง ๆ ที่มี Technology Geek ต่าง ๆ มากมาย มาร่วมกันแชร์ความรู้และแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง ซึ่งน่าจะใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว
ส่วน Blognone เว็บรวม Technology Geek ที่ใหญ่ที่สุดในไทย (ณ.ตอนนี้คงถือว่าใหญ่มาก) โดยผู้ ร่าง "จดหมายเปิดผนึก ถึง รมว. กระทรวง ICT" คือคุณ thep ก็เป็นหนึ่งในผู้ผลักดัน OpenSource ในไทย และอยู่ในทีมพัฒนาระบบภาษาไทยใน linux ด้วย
ส่วนตอนนี้เว็บ Exteen เว็บ Blog Provider ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ก็มีการแสดงความคิดเห็นใน Blog อย่างกว้างขวางมาก
นี่ยังไม่รวม IT Geek อื่น ๆ ในไทยอีกหลายเว็บ ที่เริ่มเอาข่าวนี้ไปเผยแพร่กันแล้ว ซึ่งรวมไปถึงเว็บบอร์ดที่ใหญ่ที่สุดในไทยอย่าง Pantip.com ที่มีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมายในหลาย ๆ ห้อง
โดยวิสัยทัศน์นี้ทำให้มีผลกระทบต่อสังคม OpenSource ในไทยอย่างมาก
คงต้องรอดูกันต่อไป ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น